หน้าแรก ประชาชื่น แท็งก์ความคิด...

แท็งก์ความคิด : เดินหน้า‘การอ่าน’

24.08.25 | 11:03 น.

แท็งก์ความคิด : เดินหน้า‘การอ่าน’

จบไปอีกโครงการส่งเสริมการอ่าน

หลังจากที่เครือมติชนเปิดตัวโครงการ “Trust in Reading ปันความรู้ สู่โอกาสใหม่” ไปเมื่อวันที่ 9 มกราคม ที่เป็นวันเกิดมติชน

ทบทวนอีกครั้งว่าโครงการนี้ มติชน ร่วมมือกับ มูลนิธิ ดร.โกวิท วรพิพัฒน์ มูลนิธิบรรจง พงศ์ศาสตร์ จัดขึ้น

วัตถุประสงค์เพื่อจัดซื้อหนังสือให้ 48 เรือนจำ เพื่อส่งเสริมการอ่านของผู้ต้องขัง

Advertisement

สนับสนุนโครงการ อ่านหนังสือลดวันต้องโทษ (Read for Release) ซึ่งเป็นนโยบายของ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม

ทั้งนี้ กรมราชทัณฑ์มีนโยบายส่งเสริมให้ผู้ต้องขังมีความรู้เพิ่ม ต้องการให้ผู้ต้องขังรักการอ่าน

โครงการนี้จึงจูงใจให้ผู้ต้องขังอ่านหนังสือเพื่อลดวันต้องโทษ

เครือมติชน และมูลนิธิ ดร.โกวิท มูลนิธิบรรจงฯ ได้ดำเนินการมอบหนังสือให้ 2 ล็อต ล็อตละ 24 เรือนจำ

เมื่อต้นเดือนสิงหาคมได้ทำพิธีมอบหนังสือครบทั้ง 48 เรือนจำ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

วันนั้น ดร.ชาญ วชิรเดช รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ เป็นผู้รับมอบ และเป็นตัวแทนผู้ต้องขังขอบคุณทุกๆ คนที่อุปการคุณ

เชื่อว่าหนังสือที่ได้มาจะเป็นโอกาสของผู้ก้าวพลาดได้เปลี่ยนชีวิต

การเปลี่ยนวิถีชีวิตให้ผู้ต้องขังมีหลากหลายวิธีการ ส่วนใหญ่จะเป็นการเพิ่มความรู้และความเชี่ยวชาญในงาน

อย่างหลายวันก่อน กรมราชทัณฑ์จัดมหกรรมผลิตภัณฑ์ฝีมือผู้ต้องขัง นำเอาเฟอร์นิเจอร์ กระเป๋า หมวก ที่แขวนเสื้อ และอื่นๆ อีกมากมายที่ผู้ต้องขังทำขึ้นมาวางจำหน่าย

หวังว่าเมื่อพ้นโทษจะได้มีฝีมือติดตัว และออกไปประกอบอาชีพ ไม่ต้องหวนกลับสู่เรือนจำอีก

แนวคิดที่จะช่วยผู้ต้องขังให้มีอาชีพที่ดีมีมากกว่านั้น

ที่ชลบุรี ดร.ชาญบอกว่า ที่นั่นมีเรือนจำอุตสาหกรรม เป็นโรงเรียนฝึกอาชีพให้ผู้ก้าวพลาด

เหตุจากเมืองชล มีนิคมอุตสาหกรรมแต่ขาดแรงงาน เคยนำผู้ก้าวพลาดไปทำงานในนิคมฯ แต่ก็พบกับปัญหาเรื่องการหลบหนี

ในที่สุดได้เปลี่ยนแผนโดยดึงสภาอุตสาหกรรมมาสร้างโรงงานในพื้นที่กรมราชทัณฑ์ ที่ ต.คลองกิ่ว อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี

กำหนดบริเวณนั้นเป็นแดน “อุตสาหกรรมประกอบจักรยาน”

แล้วจัดเวรผู้ก้าวพลาดมาทำงาน ได้ค่าแรงขั้นต่ำตามมาตรฐาน ได้ฝึกฝีมือแรงงาน และได้ผลผลิตตามที่เจ้าของอุตสาหกรรมต้องการ

ส่วนโครงการ “อ่านหนังสือลดวันต้องโทษ” เป็นการส่งเสริมการอ่าน

ผู้ก้าวพลาดสามารถหาหนังสือมาเติมความรู้ เพิ่มพูนไอเดีย พร้อมกันนั้นก็จะได้ลดวันต้องขังได้ด้วย

ดร.ชาญเห็นว่าโครงการดังกล่าวจะเอื้อให้ผู้ต้องขังมีอนาคต และมองเห็นโอกาสในวันข้างหน้า

เมื่อพ้นโทษออกไป จะได้มีแรงจูงใจในการไม่ทำผิดอีก

เครือมติชนในฐานะผู้ริเริ่มโครงการ ฟังแล้วก็ปลื้ม และหวังว่าจะเป็นส่วนหนึ่งของโอกาสใหม่ๆ ของผู้ต้องขัง

อย่างไรก็ตาม ภารกิจส่งเสริมการอ่านยังไม่หมดสิ้น

อีกไม่นานเครือมติชนจะขับเคลื่อนโครงการส่งเสริมการอ่านใหม่อีก

ตอนนี้กำลังอยู่ระหว่างการหารืออีกเล็กน้อย ในการกำหนดเป้าหมายชัดๆ เพื่อให้หนังสือที่สนับสนุนมีประโยชน์ต่อผู้อ่านได้มากที่สุด

การขับเคลื่อนกิจกรรมส่งเสริมการอ่านเช่นนี้ก็เพื่อตอกย้ำความสำคัญของการอ่าน

และบอกว่าประเทศไทยยังมีพื้นที่อีกหลายแห่งที่ต้องการความรู้

อาทิ โรงเรียน มหาวิทยาลัย ห้องสมุด โรงพยาบาล ชุมชน และอื่นๆ

ความรู้ในปัจจุบัน แม้จะมีหลายช่องทางที่ผู้คนสามารถซึมซาบได้

แต่ช่องทางการอ่าน ถือเป็นช่องทางที่ประหยัด สะดวก และมีประสิทธิภาพ

เป็นช่องทางที่ใช้ตาและหนังสือเป็นอุปกรณ์

ทุกคนย่อมมีตา หรือมีประสาทสัมผัสที่สามารถใช้แทนตาได้ในกรณีที่บกพร่อง

แต่หนังสือนั้นหลายพื้นที่ยังมีไม่เพียงพอ

ถ้าสามารถทำให้มีหนังสือเพียงพอ โอกาสที่จะทำให้การอ่านมีประสิทธิผลก็มีสูง

ด้วยความเชื่อเช่นนี้ ทำให้ภารกิจการส่งเสริมการอ่านต้องมีต่อไป

การส่งเสริมการอ่านต้องเดินหน้าต่อไป

นฤตย์ เสกธีระ