แท็งก์ความคิด : เดินหน้า‘การอ่าน’
จบไปอีกโครงการส่งเสริมการอ่าน
หลังจากที่เครือมติชนเปิดตัวโครงการ “Trust in Reading ปันความรู้ สู่โอกาสใหม่” ไปเมื่อวันที่ 9 มกราคม ที่เป็นวันเกิดมติชน
ทบทวนอีกครั้งว่าโครงการนี้ มติชน ร่วมมือกับ มูลนิธิ ดร.โกวิท วรพิพัฒน์ มูลนิธิบรรจง พงศ์ศาสตร์ จัดขึ้น
วัตถุประสงค์เพื่อจัดซื้อหนังสือให้ 48 เรือนจำ เพื่อส่งเสริมการอ่านของผู้ต้องขัง
สนับสนุนโครงการ อ่านหนังสือลดวันต้องโทษ (Read for Release) ซึ่งเป็นนโยบายของ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม
ทั้งนี้ กรมราชทัณฑ์มีนโยบายส่งเสริมให้ผู้ต้องขังมีความรู้เพิ่ม ต้องการให้ผู้ต้องขังรักการอ่าน
โครงการนี้จึงจูงใจให้ผู้ต้องขังอ่านหนังสือเพื่อลดวันต้องโทษ
เครือมติชน และมูลนิธิ ดร.โกวิท มูลนิธิบรรจงฯ ได้ดำเนินการมอบหนังสือให้ 2 ล็อต ล็อตละ 24 เรือนจำ
เมื่อต้นเดือนสิงหาคมได้ทำพิธีมอบหนังสือครบทั้ง 48 เรือนจำ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
วันนั้น ดร.ชาญ วชิรเดช รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ เป็นผู้รับมอบ และเป็นตัวแทนผู้ต้องขังขอบคุณทุกๆ คนที่อุปการคุณ
เชื่อว่าหนังสือที่ได้มาจะเป็นโอกาสของผู้ก้าวพลาดได้เปลี่ยนชีวิต
การเปลี่ยนวิถีชีวิตให้ผู้ต้องขังมีหลากหลายวิธีการ ส่วนใหญ่จะเป็นการเพิ่มความรู้และความเชี่ยวชาญในงาน
อย่างหลายวันก่อน กรมราชทัณฑ์จัดมหกรรมผลิตภัณฑ์ฝีมือผู้ต้องขัง นำเอาเฟอร์นิเจอร์ กระเป๋า หมวก ที่แขวนเสื้อ และอื่นๆ อีกมากมายที่ผู้ต้องขังทำขึ้นมาวางจำหน่าย
หวังว่าเมื่อพ้นโทษจะได้มีฝีมือติดตัว และออกไปประกอบอาชีพ ไม่ต้องหวนกลับสู่เรือนจำอีก
แนวคิดที่จะช่วยผู้ต้องขังให้มีอาชีพที่ดีมีมากกว่านั้น
ที่ชลบุรี ดร.ชาญบอกว่า ที่นั่นมีเรือนจำอุตสาหกรรม เป็นโรงเรียนฝึกอาชีพให้ผู้ก้าวพลาด
เหตุจากเมืองชล มีนิคมอุตสาหกรรมแต่ขาดแรงงาน เคยนำผู้ก้าวพลาดไปทำงานในนิคมฯ แต่ก็พบกับปัญหาเรื่องการหลบหนี
ในที่สุดได้เปลี่ยนแผนโดยดึงสภาอุตสาหกรรมมาสร้างโรงงานในพื้นที่กรมราชทัณฑ์ ที่ ต.คลองกิ่ว อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี
กำหนดบริเวณนั้นเป็นแดน “อุตสาหกรรมประกอบจักรยาน”
แล้วจัดเวรผู้ก้าวพลาดมาทำงาน ได้ค่าแรงขั้นต่ำตามมาตรฐาน ได้ฝึกฝีมือแรงงาน และได้ผลผลิตตามที่เจ้าของอุตสาหกรรมต้องการ
ส่วนโครงการ “อ่านหนังสือลดวันต้องโทษ” เป็นการส่งเสริมการอ่าน
ผู้ก้าวพลาดสามารถหาหนังสือมาเติมความรู้ เพิ่มพูนไอเดีย พร้อมกันนั้นก็จะได้ลดวันต้องขังได้ด้วย
ดร.ชาญเห็นว่าโครงการดังกล่าวจะเอื้อให้ผู้ต้องขังมีอนาคต และมองเห็นโอกาสในวันข้างหน้า
เมื่อพ้นโทษออกไป จะได้มีแรงจูงใจในการไม่ทำผิดอีก
เครือมติชนในฐานะผู้ริเริ่มโครงการ ฟังแล้วก็ปลื้ม และหวังว่าจะเป็นส่วนหนึ่งของโอกาสใหม่ๆ ของผู้ต้องขัง
อย่างไรก็ตาม ภารกิจส่งเสริมการอ่านยังไม่หมดสิ้น
อีกไม่นานเครือมติชนจะขับเคลื่อนโครงการส่งเสริมการอ่านใหม่อีก
ตอนนี้กำลังอยู่ระหว่างการหารืออีกเล็กน้อย ในการกำหนดเป้าหมายชัดๆ เพื่อให้หนังสือที่สนับสนุนมีประโยชน์ต่อผู้อ่านได้มากที่สุด
การขับเคลื่อนกิจกรรมส่งเสริมการอ่านเช่นนี้ก็เพื่อตอกย้ำความสำคัญของการอ่าน
และบอกว่าประเทศไทยยังมีพื้นที่อีกหลายแห่งที่ต้องการความรู้
อาทิ โรงเรียน มหาวิทยาลัย ห้องสมุด โรงพยาบาล ชุมชน และอื่นๆ
ความรู้ในปัจจุบัน แม้จะมีหลายช่องทางที่ผู้คนสามารถซึมซาบได้
แต่ช่องทางการอ่าน ถือเป็นช่องทางที่ประหยัด สะดวก และมีประสิทธิภาพ
เป็นช่องทางที่ใช้ตาและหนังสือเป็นอุปกรณ์
ทุกคนย่อมมีตา หรือมีประสาทสัมผัสที่สามารถใช้แทนตาได้ในกรณีที่บกพร่อง
แต่หนังสือนั้นหลายพื้นที่ยังมีไม่เพียงพอ
ถ้าสามารถทำให้มีหนังสือเพียงพอ โอกาสที่จะทำให้การอ่านมีประสิทธิผลก็มีสูง
ด้วยความเชื่อเช่นนี้ ทำให้ภารกิจการส่งเสริมการอ่านต้องมีต่อไป
การส่งเสริมการอ่านต้องเดินหน้าต่อไป
นฤตย์ เสกธีระ

