SEA YOU NEXT GEN
อนาคตทะเลไทยในมือคนรุ่นใหม่
เมื่อวัยรุ่นชวนทะเลกลับมาใสอีกครั้ง
ในวันที่ทั่วโลกกำลังตื่นตัวกับวิกฤตสิ่งแวดล้อม “ทะเลไทย” ก็ไม่อาจหลีกหนีวิกฤตดังกล่าวได้เช่นกัน เพื่อให้ทะเลยังคงความสวยงามและเป็นที่พึ่งพิงของสิ่งมีชีวิต ไม่ว่าในน้ำหรือบนบก
มูลนิธิอนุรักษ์แนวปะการังและสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลไทย ใน สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ได้จัดกิจกรรมหลากหลายต่อลมหายใจของทะเลให้ยั่งยืนคงอยู่ในแบบที่ควรจะเป็น หนึ่งในนั้นเป็นกิจกรรมภายใต้โครงการ “Young รักษ์ทะเล” ที่แตกกิ่งก้านออกมาเป็น “SEA YOU NEXT GEN” กิจกรรมที่เชิญชวนให้คนรุ่นใหม่มาสร้างสรรค์คลิปวิดีโอสั้นในหัวข้อ “เปลี่ยนทะเลให้เป็น Best Version ในแบบฉบับของตัวเอง” เพื่อแสดงถึงแนวคิดหรือไอเดียในการอนุรักษ์ทะเลในมุมมองของตัวเอง
ส่งต่อความหวังให้กับเยาวชนรุ่นใหม่ที่จะเป็นกำลังหลักในการรักษาท้องทะเลให้สะอาดสดใสคงอยู่คู่โลก
กลางเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา หลังจากคณะกรรมการมูลนิธิอนุรักษ์แนวปะการังฯ ต้องทำงานอย่างหนักเพื่อตัดสินคัดเลือกหาผู้เป็นเลิศในการทำคลิปสั้นเรื่องราวของการอนุรักษ์ท้องทะเล
ในที่สุดก็ได้รายชื่อเยาวชนผ่านการคัดเลือกเข้ารับรางวัล 11 คน ทั้งระดับมัธยมศึกษาและระดับอุดมศึกษา ได้แก่ รางวัลคลิปวิดีโอสั้นยอดเยี่ยม ระดับประถมศึกษา เด็กชายเจริญ ประโมงกิจ,
รางวัลชนะเลิศระดับอุดมศึกษา นางสาวรัชฎาพร ตั้งวิเศษกุล, รางวัลรองชนะเลิศระดับอุดมศึกษาอันดับ 1 และ 2 ได้แก่ นางสาวภวิภา เกษตรวนาศรี และ นักเรียนนายเรือศุภากร ฤกษ์ศุภพร
รางวัลชมเชยระดับอุดมศึกษา นางสาวกวิสรา ยมจินดา และ นายจิตรภาณุ ชัยพร, รางวัลชนะเลิศระดับมัธยมศึกษา เด็กหญิงกัลย์สุดา รัตนเสถียร, รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ระดับมัธยมศึกษา นางสาวบุณยนุช คล้ายสมบัติ, รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ระดับมัธยมศึกษา นางสาวกนกวรรณ เจ๊ะวังมา, รางวัลชมเชยระดับมัธยมศึกษา เด็กหญิงกานต์พิชชา ทองนอธิโรจน์, รางวัลชมเชยระดับมัธยมศึกษา นางสาวชินาณา ทรัพย์ถนอม จากจำนวน 11 คนนี้ ส่งตัวแทนเข้ารับพระราชทานรางวัลทุนการศึกษา พร้อมโล่และประกาศนียบัตรจาก สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา
พิธีมอบรางวัลจัดขึ้นที่อาคารอเนกประสงค์ หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี โดยรางวัลชนะเลิศแต่ละระดับได้รับทุนการศึกษา 30,000 บาท รวมมูลค่าทั้งสิ้น 150,000 บาท
เด็กชายเจริญ ประโมงกิจ ผู้ชนะเลิศรางวัลคลิปวิดีโอสั้นยอดเยี่ยม ระดับประถมศึกษา ในชื่อเรื่อง “อ่านน้ำจำลม อ่านฟ้าจำดาว” อายุ 12 ปี จากหมู่บ้านชาวเลราไวย์ จังหวัดภูเก็ต กำลังเรียนหนังสือที่โรงเรียนวัดสว่างอารมณ์ ตำบลราไวย์ เจริญมีชื่อเล่นว่า “ไข่ตุ๋น” เป็นเด็กกลุ่มชาติพันธุ์อูรักลาโว้ย หรือที่เรียกกันทั่วไปว่าชาวเล คนกลุ่มนี้มีถิ่นฐานในจังหวัดภูเก็ต โดยเฉพาะที่หาดราไวย์ ส่วนมากมีอาชีพทำประมงหาปลาในทะเล พวกเขามีวิถีชีวิตผูกพันกับทะเลอย่างแท้จริง
“เจริญ” หรือ “ไข่ตุ๋น” เล่าว่า ครอบครัวเป็นชาวประมง พ่อแม่ออกทะเลหาปลามาขาย แต่ทุกวันนี้หาปลาได้น้อยกว่าแต่ก่อน อีกทั้งสภาพอากาศก็ร้อนขึ้นเรื่อยๆ ไม่เหมือนสมัยที่เป็นเด็กเล็ก รู้สึกว่าอากาศชายทะเลไม่ร้อนมากอย่างทุกวันนี้ ส่วนการส่งคลิปสั้นเข้าประกวดครั้งนี้ เขาเป็นคนคิดเนื้อหา โดยมีพี่ๆ จิตอาสาคอยช่วยเหลือในการทำคลิป
เรื่องราวเริ่มต้นมาจากความต้องการอยากช่วยทะเล เพราะบ้านอยู่ริมทะเล เห็นว่ามีขยะและน้ำเน่าเสียจากร้านค้าไหลลงสู่ทะเลตลอดเวลา นับวันน้ำทะเลจะกลายเป็นน้ำเสียไปด้วย ปลาในทะเลก็ตายมากขึ้น
“โดยส่วนตัวผมสนใจเรื่องการทำคลิปอยู่แล้ว และได้รับคำแนะนำจากพี่ๆ จิตอาสา บอกให้พวกเราเก็บขยะในทะเล ถ้าไม่เก็บขยะพวกนั้นปลาก็จะตาย บางทีผมก็เห็นปลาตายเพราะโดนถุงพลาสติกครอบ บางทีก็ช่วยได้ บางทีก็ช่วยไม่ทัน แล้วยังมีพวกน้ำเสียจากร้านขายอาหารแถวนั้นปล่อยลงไปในทะเลอีก พวกพี่ๆ เขาพาไปเก็บขยะทะเล ผมก็ทำตามและบอกน้องๆ ให้มาช่วยกัน เราต้องเก็บขยะให้เสร็จก่อนค่อยไปเล่นได้
จึงคิดนำเอาสิ่งที่เราทำอยู่เป็นประจำมาทำเป็นคลิปส่งประกวด ทีมผมมี 2 คน ผมและเพื่อนอีกคนชื่อกฤษฏา ดีใจมากที่ได้รางวัล สำหรับเงินรางวัลจะเก็บไว้เรียนหนังสือ อีกส่วนหนึ่งแบ่งให้ปู่กับพ่อ” เสียงไข่ตุ๋นบอกอย่างดีใจ
เมื่อถามว่า โตขึ้นอยากเป็นอะไร เด็กชายตอบแบบไม่ลังเล “อยากเป็นชาวประมง” คำตอบของไข่ตุ๋นทำเอาหลายคนอึ้ง ไม่คาดหวังว่าจะได้ยินคำตอบนี้ “อลิเซีย” พี่จิตอาสาที่มาเป็นพี่เลี้ยงขยายความคำพูดเด็กชาย ว่าเป็นเรื่องปกติที่ไข่ตุ๋นจะตอบเช่นนั้น เพราะนั่นคือวิถีชีวิตดั้งเดิมของชาวเลอูรักลาโว้ยที่ผูกพันอยู่กับทะเลอย่างแยกไม่ออก
หากทะเลคือบ้านหลังใหญ่ของมนุษย์ที่อยู่กินกันเป็นครอบครัว การดูแลบ้านหลังนี้ในอนาคตก็คือหน้าที่ของคนรุ่นใหม่ที่ต้องสืบทอดรักษาให้บ้านคงอยู่ เป็นศูนย์รวมความสุขของครอบครัว
โครงการ SEA YOU NEXT GEN เกิดขึ้นเพื่อชวนเยาวชนก้าวเข้ามามีส่วนร่วมเปลี่ยนแปลงท้องทะเลไทยให้กลับมาเป็น “บ้าน” ที่ดีที่สุดในแบบที่พวกเขาอยากเห็น
พระดำรัส สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีนารีรัตนราชกัญญา
“สิ่งที่น่ากังวลใจ คือสัตว์ทะเลเกยตื้นมากขึ้น เกิดขึ้นทั่วโลก
ท่านหญิงไม่อยากเห็นแบบนี้ในเมืองไทย”
สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงมีพระดำรัสในการประชุมวิสามัญประจำปี 2568 ของมูลนิธิอนุรักษ์แนวปะการังและสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลไทยในสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ณ อาคารอเนกประสงค์ หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2568
“ยังมีเรื่องนักอนุรักษ์คนหนึ่งที่สังเกตว่าตั้งแต่ปีที่แล้วจนถึงปีนี้ โลกของเรามีความปั่นป่วนในแง่ของทรัพยากรเยอะมาก ไม่ว่าจะเป็นอากาศที่มีความสับสนวุ่นวายมากขึ้น น้ำทะเลที่ยุโรปอุ่นขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ รวมถึงประเทศเราด้วย ซึ่งมีผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate change) อีกเรื่องหนึ่งนอกจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแล้ว เรื่องของการท่องเที่ยวที่มีความทะลักทะลวงจนลืมไปว่าบางครั้งเราต้องคำนึงถึงการพิทักษ์ดูแลเรือของนักท่องเที่ยวด้วย การทิ้งขยะอะไรต่างๆ แม้กระทั่งทรัพยากรการท่องเที่ยวในบางจุดที่อาจมีความแออัดใต้ท้องทะเลหลายๆ ส่วน ที่เห็นมาสิ่งที่น่ากังวลใจ คือเรื่องของสัตว์ทะเลเกยตื้นมากขึ้น เกิดขึ้นทั่วโลก ท่านหญิงไม่อยากเห็นแบบนี้ในเมืองไทย เพราะทำให้รู้สึกแย่…”
“…ดังนั้น มูลนิธิฯ ต้องสร้างความตระหนักรู้และให้ความช่วยเหลือสอนเยาวชนเกี่ยวกับเรื่องของการอนุรักษ์ต่อไป นอกจากเยาวชนแล้ว ต้องให้ความรู้ ต้องมีพันธมิตรที่ดี ไม่ว่าพันธมิตรทางด้านวิชาการ ชาวบ้านและภาคเอกชน หรือเพื่อนต่างๆ สามารถแลกเปลี่ยน ความคิดเห็นประสานการทำงานให้มากขึ้น รวมถึงต้องได้เพื่อนจากต่างประเทศเพื่อมาแลกเปลี่ยนความรู้ต่างๆ ท่านหญิงคิดว่าเรามาไกลแล้วแต่ยังไม่พอ นอกจากการทำงานในส่วนต่างๆ แล้ว ต้องพูดถึงการอนุรักษ์ป่าชายเลนด้วย สิ่งที่อยากจะเห็นในอนาคตคืออยากเห็นนักดำน้ำที่ดี เราเป็นนักดำน้ำที่มีความเป็นมืออาชีพ อยากเห็นนักดำน้ำที่มีคุณภาพ ดำน้ำอย่างระมัดระวังไม่ทำลายสิ่งต่างๆ ใต้น้ำ ต้องช่วยกันอนุรักษ์ ต้องมีการกำหนดการจอดเรือที่ดีรวมถึงการทิ้งสมอ หรือการเข้าออกของเรือ การทิ้งน้ำเสียตามที่ต่างๆ ต้องมีความเคร่งครัดมากขึ้น เข้าใจอยู่แล้วว่าแถบทะเลทั้งหมดมักเป็นแหล่งท่องเที่ยว มีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก เป็นเมืองพักผ่อนหย่อนใจ แต่เราก็ต้องดูในเชิงอนุรักษ์ด้วย ในอนาคตต้องคำนึงถึงความยั่งยืนและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม นึกถึงชุมชน ประชาชนที่เป็นชาวเกาะอยู่ตามเกาะต่างๆ ต้องเข้าไปคุยกับเขาเรื่องการอนุรักษ์ให้เข้าใจและมีส่วนร่วม สุดท้ายคือการประชาสัมพันธ์ให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย ให้เข้าถึงคนส่วนใหญ่โดยมาก อย่าลืมว่าโลกของความเป็นนักอนุรักษ์ในสายตาของเด็กวัยรุ่นเป็นเทรนด์ แต่ไม่ใช่เทรนด์ธรรมดา เขารู้มากกว่าที่เรารู้และเราต้องพร้อมที่จะสนับสนุนและไปกับเขาด้วย จริงจังนะ และหวังว่าการประชุมวันนี้จะส่งผลมากมายหลายอย่าง และสามารถช่วยเหลือประเทศชาติได้อย่างสมบูรณ์”

นางสาวรุจนาฏก์ วิมลสถิตย์
ประธานคณะอนุกรรมการฝ่ายสื่อสารองค์กร
มูลนิธิอนุรักษ์แนวปะการังและสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลไทย
“Sea you next gen คือการส่งต่อความรู้การอนุรักษ์ทะเลไทย”
“โครงการ Sea you next gen เป็นความตั้งใจที่อยากให้คนรุ่นใหม่มีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ท้องทะเลไทยไปกับมูลนิธิอนุรักษ์แนวปะการังฯ รูปแบบของโครงการคือให้น้องๆ เยาวชนในระดับชั้นมัธยมศึกษาและอุดมศึกษาทั่วประเทศ ทำคลิปวิดีโอสั้นแนวตั้งประมาณ 1-2 นาที ส่งเข้าประกวดเพื่ออนุรักษ์ท้องทะเลไทยในแบบของคุณเอง โดยน้องๆ สามารถใส่ไอเดียได้เลยว่าจะอนุรักษ์ทะเลแบบไหน ไปทะเลหรือไม่ไปทะเลก็ได้ อนุรักษ์ตั้งแต่ต้นน้ำ หรือที่อื่นๆ ทำได้หมด การที่เราจัดประกวดเป็นคลิปวิดีโอสั้นเนื่องด้วยคนรุ่นใหม่ทุกวันนี้ใช้สื่อโซเชียลมีเดียกันอย่างแพร่หลาย และสื่อนี้ก็เป็นพลังในการสื่อสารที่ส่งผลกระทบอย่างมากในปัจจุบัน คลิปสั้นที่ทำออกมาจะต้องโพสต์ลงแฟลตฟอร์มต่างๆ ทำให้เพื่อนๆ ของเขาเห็นการอนุรักษ์ท้องทะเลไทยในแบบของเขาเอง เป็นการส่งต่อความรู้และความร่วมมือต่อๆ ไปได้”
“การประกวดครั้งนี้เป็นครั้งแรก แม้จะเป็นครั้งแรกของการทำกิจกรรม แต่ก็น่าพอใจมาก เพราะมีน้องๆ เยาวชนส่งคลิปเข้าประกวดถึง 361 คลิป ทั้งๆ ที่เรามีเวลาจำกัดมากเพียงเดือนครึ่งเท่านั้น และคลิปที่ได้มาก็ค่อนข้างมีคุณภาพ ในภาพรวมแนวคิดของเด็กๆ หลายคนมีไอเดียที่แตกต่างกัน แต่ก็เป็นไอเดียที่ดี เช่น รางวัลชนะเลิศในระดับอุดมศึกษา เขาถ่ายทอดเรื่องราวเริ่มจากเขาได้เห็นภาพทะเลที่สวยงามหนึ่งภาพ แต่พอเขาได้ไปเห็นทะเลจริงๆ กลับพบว่าทะเลไม่ได้สวยเหมือนในภาพที่เขาเห็น เขาจึงเปลี่ยนการท่องเที่ยวธรรมดาของเขาให้เป็นการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ส่งทอดความคิดให้กับคนรุ่นใหม่ ว่าต่อไปนี้คุณจะต้องตระหนักในการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์มากขึ้น นอกจากนี้ ยังมีเรื่องราวของเด็กที่ไม่เคยไปทะเลก็ได้รางวัลชนะเลิศในระดับชั้นมัธยมศึกษา เขาสามารถอนุรักษ์ทะเลในแบบของเขาโดยใช้ขยะขวดพลาสติกที่มีอยู่ในมือมาสร้างสรรค์ให้เกิดผลิตภัณฑ์รีไซเคิลแล้วนำไปต่อยอดใช้งานได้ ทำให้เด็กคนอื่นๆ ตระหนักรู้ว่าเราสามารถอนุรักษ์ทะเลได้ทุกที่ ไม่จำเป็นว่าต้องไปในทะเล หรือเยาวชนในภาคอีสานก็ทำโครงการส่งมาประกวด เขาสามารถอนุรักษ์ต้นน้ำโดยการไม่ทิ้งขยะไม่ปล่อยน้ำเสียลงในชุมชนของเขา ก็เป็นการอนุรักษ์ต้นน้ำที่ส่งทอดไปถึงทะเลได้… สิ่งที่คาดหวังกับโครงการนี้ คืออยากให้น้องๆ เยาวชนมีความตระหนักรู้ในการอนุรักษ์ท้องทะเลไทยและสิ่งมีชีวิตใต้ทะเล เพราะทะเลเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตคนเราทุกๆ คน เป็นเรื่องใกล้ตัว และอยากให้คนรุ่นใหม่รู้จักมูลนิธิอนุรักษ์แนวปะการังฯ และการทรงงานของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา
คลิปสั้นของ “เด็กชายเจริญ ประโมงกิจ”

“อ่านน้ำจำลม อ่านฟ้าจำดาว”
สำหรับพวกเรา
ทะเลไม่ใช่แค่ที่สวยงาม
แต่มันคือ สนามเด็กเล่น ห้องเรียน
ที่ทำมาหากิน
และบ้านที่เราใช้หายใจอยู่ทุกวัน
เราฟังคำสอนจากพ่อ แม่ ปู่ ย่า
ให้รู้จัก “อ่าน” ธรรมชาติ
ทุกสิ่งคือความรู้ ที่ไม่มีในหนังสือเรียน
แต่ฝังอยู่ในชีวิตของชาวเล
ปู่บอกว่า
เรากับทะเลต้องพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน
เราภูมิใจในวิถีชีวิต
ภูมิใจที่ได้เกิดมาเคียงข้างธรรมชาติ
และอยากบอกเพื่อนๆ ว่า
เราขอร่วมเป็นผู้พิทักษ์ทะเล
ถิ่นกำเนิดชาวอูรักลาโวจ บนแผ่นดินไทย
ขอบคุณ หนังสือ “ลีฮัจอาเยจับอาเงน
ลีฮัจลาแงะจับบีตัก”
ที่บันทึกภูมิปัญญาท้องถิ่นของพวกเราไว้
จากคำสอนดั้งเดิมของบรรพบุรุษ
กรรณิการ์ ฉิมสร้อย

