แท็งก์ความคิด : หนังสือ ‘พิธา’
ได้รับหนังสือ The Almost Prime Minister พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ มาพักใหญ่
พร้อมข้อความ “ขอฝากหนังสือไว้ให้อ่านนะครับ”
พลิกไปบทแรกว่าด้วยเรื่อง ศรัทธาอันศักดิ์สิทธิ์ อ่านแล้ววางไม่ลง
จากตอนที่ 1 ที่ประกอบด้วยเรื่อง ศรัทธาอันศักดิ์สิทธิ์ ผู้ถูกกำหนด (ไม่) ให้รอดชีวิต อปกติเป็นปกติ ลับขวาน ระหว่างกระแสกับกระสุน (คือกระดิ่ง) The Caravan
เข้าสู่ตอนที่ 2 ความหวังชนะความกลัว ความย้อนแย้งแห่งอำนาจ (Sur) realpolitik กลับสู่ต้นต้ำ ล่มสลายจากภายใน มิตรแท้ศัตรูถาวร ความหวังไปต่อ
และมาถึงบทส่งท้าย จดหมายถึงพิธา
ทุกๆ ตอน ทุกๆ เรื่อง รวมถึงบทส่งท้ายมีถ่ายทอดความเป็นนายพิธาออกมาได้เป็นอย่างดี
เนื้อหาที่นำเสนอภายในเล่มอยากให้ผู้สนใจควักกระเป๋าซื้อหาไปอ่าน
อ่านแล้วอยากให้ความมุ่งมั่นที่จะดำรงตนอยู่ในแวดวงการเมืองของนายพิธาอยู่ไปจนถึงวันที่หมดคำสั่งห้าม
เชื่อไหมว่า นายพิธามีความตั้งใจจะเข้าสู่เส้นทางการเมือง และตระเตรียมความพร้อมมานาน
ได้เข้าเรียนสาขารัฐประศาสนศาสตร์ที่ฮาร์วาร์ดเคเนดี
สาขาวิชานี้สอนวิธีการเข้าสู่อำนาจรัฐอย่างถูกต้อง การทำแคมเปญเลือกตั้ง การปราศรัย การวิเคราะห์ผลโพล ศิลปะการเจรจาต่อรอง การล็อบบี้ ความเหลื่อมล้ำ จริยธรรมทางการเมือง เป็นต้น
ไม่ทราบว่าประเทศไทยมีวิชาที่เตรียมคนเข้าสู่อำนาจรัฐเช่นนี้หรือไม่
แต่ผลจากการร่ำเรียนที่นั่น ผนวกกับความสามารถของนายพิธาเอง ทำให้เขาสามารถโดดเด่นในสภาไทยได้ไม่ยากนัก
ย้อนก่อนที่นายพิธาจะเข้าสู่แวดวงการเมือง นายพิธาฟังคำบรรยายของธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ แห่งอนาคตใหม่ จากนั้นก็กระโจนเข้าสู่การเลือกตั้ง
วิชาที่ร่ำเรียนก็เริ่มได้ใช้
ยิ่งเมื่อได้เป็นหัวหน้าพรรคก้าวไกล หลังจากพรรคอนาคตใหม่ถูกยุบ
ยิ่งพรรคก้าวไกลเข้าสู่การเลือกตั้ง ส.ส.เมื่อปี 2566 วิชาที่สั่งสมไว้ในตัวก็มีโอกาสได้นำออกมาใช้
นายพิธาขยันขึ้นทุกเวทีหาเสียง ขยันตอบคำถามประชาชน และมีเทคนิคหาเสียงที่แพรวพราว
เข้าใจว่าวิชาความรู้ที่สั่งสมไว้ได้นำมาใช้ทั้งหมด
กระทั่งก่อนเลือกตั้งไม่กี่วัน คะแนนนิยมของพรรคก้าวไกลก็พุ่งแรง
แล้วกลายเป็นพรรคการเมืองที่ได้ ส.ส.มากที่สุดในสภา
ตามธรรมเนียมแล้ว พรรคก้าวไกลได้เสียงมากที่สุด แคนดิเดตนายกฯของพรรคนี้มีคนเดียวคือนายพิธา
นายพิธา น่าจะเป็นนายกรัฐมนตรี
แต่ พิธา ก็เป็นได้แค่ The Almost Prime Minister
เหตุการณ์ครั้งนี้ พิธาได้บทเรียน และซาบซึ้งกับบทกลอนของกวีเอกไทยอย่างมาก
แม้ว่านายพิธาจะพลาดจากเก้าอี้ที่หวังเปลี่ยนแปลงประเทศ แต่ก็ยังทำหน้าที่ฝ่ายค้าน กระทั่งถูกวังวน “นักร้อง” และ “คดีความ” บีฑา
ร้องทั้งคดีส่วนตัว ร้องทั้งคดีพรรค
คดีส่วนตัว เรื่องหุ้นที่เป็นมรดกของพ่อ ศาลรัฐธรรมนูญตัดสินว่าไม่ผิด
แต่คดีพรรคก้าวไกล รณรงค์หาเสียงแก้ไข ม.112 ศาลรัฐธรรมนูญตัดสินให้ยุบพรรค
นายพิธาต้องเดินออกมาจากสภา และคอยวันเวลาที่จะกลับไป
ใครที่อ่านหนังสือเล่มนี้แล้วจะได้อรรถรสเพิ่มมากขึ้น เมื่ออ่านไปถึงบทสุดท้าย
จดหมายถึงพิธา ที่เขียนล่วงหน้าเพื่อให้พิธาอ่านในวันที่ 6 สิงหาคม 2577 มีเสน่ห์
เสน่ห์ที่ท้ายของจดหมาย ลงชื่อ พิธา
พิธา ปัจจุบันได้เขียนถึง พิธา อนาคต เนื้อความในจดหมายตอกย้ำอุดมการณ์ของพิธา
หนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือที่ติดอันดับหนังสือขายดี จวบจนขณะนี้ก็ยังเป็นหนังสือที่มีคนถามถึง
เป็นหนังสือดีที่อ่านแล้วประทับใจ เพราะได้สัมผัสคนรุ่นใหม่ตั้งใจเข้าสู่แวดวงการเมือง
ยึดมั่นระบอบประชาธิปไตย และอยากให้ไทยเจริญก้าวหน้า
ตั้งใจเปลี่ยนแปลงประเทศให้พ้นจากปัญหา และเคลื่อนเข้าสู่สิ่งที่ตัวเองคาดหวัง
แม้นายพิธาจะเป็นอีกหนึ่งคนที่ต้องคำสั่งให้เว้นวรรค
แต่ดูเหมือนไฟในตัวยังแรง ไอเดียขับเคลื่อนประเทศยังมี
เชื่อว่าปี 2577 ถ้าประชาชนให้โอกาส อาจได้เห็นผลงานจากไอเดียเหล่านั้น
นฤตย์ เสกธีระ

