หน้าแรก ประชาชื่น ‘ทิ้งกระจาด’ ...

‘ทิ้งกระจาด’ สมาคมฮกเกี้ยน ช่วยเหลือผู้ยากไร้-สานต่อ ‘จิตวิญญาณความเมตตา’ เพราะจีน-ไทยคือ ‘มิตรที่จริงใจ’

5.09.25 | 12:17 น.

‘ทิ้งกระจาด’ สมาคมฮกเกี้ยน
ช่วยเหลือผู้ยากไร้-สานต่อ ‘จิตวิญญาณความเมตตา’
เพราะจีน-ไทยคือ ‘มิตรที่จริงใจ’

เป็นกัลยาณมิตรที่ดี คอยช่วยเหลือกันมาอย่างยาวนานหลายศตวรรษ

สมดั่งนิยามความสัมพันธ์ที่ว่า “จีน-ไทย ใช่อื่นไกล พี่น้องกัน”

หากย้อนดูในแง่ไทม์ไลน์ประวัติศาสตร์ จะเห็นว่าไทยกับจีนเริ่มเจริญสัมพันธไมตรีและทำการค้ามาตั้งแต่สมัยรัตนโกสินทร์

จวบจนปัจจุบัน ยังคงเห็นภาพการหนุนเสริมซึ่งกันและกันอย่างถ้อยทีในหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นเศรษฐกิจ การเมือง และที่สำคัญคือด้านอัตลักษณ์

Advertisement

สะท้อนผ่านจำนวนประชากร ค่านิยม ความเชื่อ อาหารของชาวจีนโพ้นทะเล ที่ส่งอิทธิพลแพร่หลายในภูมิภาคต่างๆ ของประเทศไทย จนผสานเข้ากันได้อย่างยากจะแยกขาด

เพราะหากมองทะลุเข้าไปตามตรอก อย่างย่านเยาวราช ก็จะพบเห็นกิจการร้านรวงแทรกอยู่ระหว่างช่วงตึก วัฒนธรรมถูกถ่ายทอดตามงานทางประเพณี ที่ถูกจัดขึ้นโดยมีทั้งฝั่งลูกหลานชาวจีนและไทย ร่วมเป็นเจ้าภาพ

เช่นเดียวกับ ‘เทศกาลทิ้งกระจาด’ ประจำปี 2568 ในครั้งนี้

ที่จัดขึ้นทุกปี ใกล้ท่าน้ำภาณุรังษี

สันติ ซอโสตถิกุล นายกสมาคมฮกเกี้ยนแห่งประเทศไทย เผยถึงความเป็นมาของ ‘เทศกาลทิ้งกระจาด’ ว่าเป็นส่วนสำคัญของวัฒนธรรมดั้งเดิมของชาวจีน อันสะท้อนถึงคุณธรรมในการระลึกถึงบรรพบุรุษ

พร้อมทั้งเป็นการเผยแผ่ ‘จิตวิญญาณแห่งความเมตตา’ และการช่วยเหลือของหลวงปู่โจวซือกง

ศาลเจ้าจัดงานนี้ทุกปีในเดือน 7 ตามปฏิทินจันทรคติ โดยมีพระสงฆ์สวดมนต์ ทำพิธีอุทิศให้วิญญาณผู้ล่วงลับ

และในครั้งนี้มี ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และ จาง เจี้ยนเว่ย เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย พร้อมด้วยภรรยา ร่วมแจกจ่ายสิ่งของ เงินสด เพื่อ
ช่วยเหลือผู้ยากไร้และผู้สูงอายุ

ท่ามกลางชาวบ้าน ประชาชนที่หลั่งไหลเข้าร่วมงานอย่างท่วมท้นกว่า 3,000 คน ล้นศาลเจ้าโจวซือกง (วัดซุนเล่งยี่) ย่านตลาดน้อย เขตสัมพันธวงศ์ เมื่อ 30 สิงหาคมที่ผ่านมา

ศาลเจ้าชิงจุ่ยโจวซือกง (วัดซุนเล่งยี่) เป็นศาลเจ้าที่อยู่ภายใต้การดูแลของสมาคมฮกเกี้ยนแห่งประเทศไทย สร้างขึ้นในปีเจียจื่อเหนียน ของรัชสมัยเจียชิ่ง ราชวงศ์ชิง (ค.ศ.1804) และในปีที่ 9 ของรัชสมัยถงจื้อแห่งราชวงศ์ชิง (ค.ศ.1870) ได้มีการขยายและบูรณะศาลเจ้า

ตลอดระยะเวลากว่าร้อยปีที่ผ่านมา ศาลเจ้านี้ได้ผ่านการบูรณะหลายครั้ง ปัจจุบันมีอายุกว่า 220 ปี โดยมีการบูชาชิงจุ่ย โจวซือกง ในโบสถ์

ชิงจุ่ย โจวซือกง (หลวงปู่ชิงจุ่ย) เป็นพระหมอผู้มีชื่อเสียงในราชวงศ์ซ่งเหนือแซ่เฉิน หรงจู่ มีฉายาทางธรรมว่าผู่จู้ ท่านอาศัยอยู่ที่ชิงสุ่ยเหยียน บนภูเขาเผิงหลาย อำเภออันซี เมืองฉวนโจว

เกิดเมื่อวันที่ 6 เดือน 1 ปี ค.ศ.1037 ที่ตำบลเสี่ยวกู อำเภอยงชุน เมืองฉวนโจว มณฑลฮกเกี้ยน ก่อนจะถึงแก่มรณภาพเมื่อวันที่ 13 เดือน 5 ปี ค.ศ.1101 ขณะมีอายุ 65 ปี

ชิงจุ่ย โจวซือกง เป็นพระหมอที่มีความรู้ในด้านพืชสมุนไพร และการนำชาเถี่ยกวนอิมมาเป็นยาเพื่อรักษาชาวบ้าน

อีกทั้งยังมีวิชาเรียกฝน สร้างถนนหนทางและสะพาน รวมทั้งดูแลรักษาผู้เจ็บทุกข์ได้ยาก จนเป็นที่เคารพเลื่อมใสศรัทธาในหมู่ชาวบ้าน

เพื่อนที่จริงใจ
ช่วยเหลือพี่น้องชาวไทยผู้ยากไร้

สำหรับ จาง เจี้ยนเว่ย เอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย ยินดีอย่างยิ่งที่ได้มาพบกับพี่น้องชาวฝูเจี้ยน ท่ามกลางบรรยากาศที่งดงามริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา เป็นเกียรติที่ได้เข้าร่วมกิจกรรมการกุศล เพื่อช่วยเหลือพี่น้องชาวไทยผู้ยากไร้ในครั้งนี้

ในนามของสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย ขอแสดงความเคารพและชื่นชมในจิตกุศลของทุกท่าน

ปีนี้เป็นวาระครบรอบ 50 ปีความสัมพันธ์ทางการทูตจีน-ไทย ภายใต้ ‘ห้าทศวรรษทองแห่งมิตรภาพจีน-ไทย’

“ในห้วงเวลาสำคัญนี้ ชมรมสมาคมเชื้อสายฮกเกี้ยนแห่งประเทศไทย ยังคงสืบสานประเพณีที่ดีงามมาเป็นร้อยปี และมีความหมายอย่างยิ่งต่อการสร้างมิตรภาพระหว่างประชาชนจีน-ไทย”

“จีนกับไทยเปรียบเสมือนภูเขาและสายน้ำที่พึ่งพาอาศัยกัน เลือดเนื้อเชื่อมโยงกัน และเป็นเพื่อนบ้าน เพื่อนสนิท เพื่อนที่ดี เพื่อนที่รัก และเพื่อนที่จริงใจ ไม่เพียงแต่สร้างพื้นฐานอันมั่นคงต่อความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ แต่ยังสะท้อนถึงความผูกพันและการอยู่ร่วมกันในยามสุขและทุกข์ร่วมกัน” จาง เจี้ยนเว่ย เปรียบเปรย

ก่อนจะเล่าต่อไปอีกว่า ความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นนี้ เกิดจากความวิริยะอุตสาหะของชาวไทยเชื้อสายจีนหลายชั่วอายุคน สืบสานประเพณีอันดีงามของชนชาติจีน คือ “รู้คุณรู้ตอบแทน” และไม่ลืมบ้านเกิดเมืองนอน ก่อร่างสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับชาวไทยเชื้อสายจีน

“ด้วยความมุ่งมั่นเสียสละ ได้หยั่งรากลึกในผืนแผ่นดินไทยที่อุดมสมบูรณ์ และได้รับการยอมรับนับถือจากประชาชนไทยอย่างกว้างขวาง ที่สำคัญยังได้ร่วมแรงร่วมใจกับประชาชนไทยในการช่วยเหลือผู้ยากไร้ และผลักดันความร่วมมือระหว่างจีน-ไทยในหลากหลายสาขาให้ก้าวหน้าไปอีก”

ความพยายามและคุณธรรม เป็นคีย์เวิร์ดสำคัญที่ทำให้ความสัมพันธ์จีน-ไทยเป็น ‘ครอบครัวเดียวกัน’ แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น การกระทำที่เปี่ยมด้วยความเมตตาและเสียสละ น่าประทับใจ ควรแก่การเคารพและสืบทอด

“เชื่อมั่นว่า ชาวไทยเชื้อสายจีนจะต้องสืบสานคุณธรรมอันดีงามนี้ต่อไป และจะมีบทบาทใหม่ๆ ในการส่งเสริมมิตรภาพจีน-ไทย สร้างความรุ่งเรืองร่วมกันระหว่างสองประเทศ

ขอคารวะต่อจิตกุศลของทุกท่านอีกครั้ง ให้พี่น้องไทยเชื้อสายจีนในประเทศไทยทุกท่าน กิจการรุ่งเรือง ความสุขความเจริญ สุขภาพแข็งแรง และขอให้มิตรภาพจีน-ไทยคงอยู่ยั่งยืนตลอดไป” จาง เจี้ยนเว่ย อวยพรส่งท้าย

ศาลเจ้าในชุมชน
คือแพลตฟอร์มวัฒนธรรม

สันติ ซอโสตถิกุล นายกสมาคมชาวฮกเกี้ยนแห่งประเทศไทย เปี่ยมไปด้วยความรู้สึกยินดี ที่การสืบสานวัฒนธรรมจีนและปฏิบัติการกุศลรวมในครั้งนี้ ยังเป็นพื้นที่สำคัญในการรวมใจชาวบ้าน ไปพร้อมๆ กับส่งเสริมมิตรภาพระหว่างไทย-จีน

กิจกรรมนี้ได้รับการสนับสนุนเต็มที่จากสมาคมเชื้อสายฮกเกี้ยนแห่งประเทศไทย รวมทั้งชาวบ้านที่มีน้ำใจบริจาคข้าวสาร อาหารแห้ง เงินสด รองเท้า และสิ่งของจำเป็นอื่นๆ อีกนับไม่ถ้วน

การกระทำอันดีงามเหล่านี้ไม่เพียงแต่ทำให้ผู้รับรู้สึกอบอุ่นใจแต่ยังทำให้จิตวิญญาณแห่งความเมตตาของหลวงปู่โจวซือกง เปล่งประกายในแผ่นดิน

“การมาเยือนของท่านในวันนี้ ถือเป็นเกียรติและกำลังใจอันยิ่งใหญ่แก่เรา การมาของท่านไม่เพียงแต่แสดงถึงความสำคัญของท่านที่มีต่อเทศกาล แต่ยังเป็นการยอมรับในชุมชนชาวฮกเกี้ยนในประเทศไทย ที่มุ่งมั่นสืบสานและส่งเสริมมิตรภาพไทย-จีนมาอย่างยาวนาน”

สันติมองศาลเจ้าในฐานะแพลตฟอร์มวัฒนธรรมและการกุศล ที่สำคัญสมาคมฮกเกี้ยนแห่งประเทศไทย ยังยึดมั่นในจิตวิญญาณของการช่วยเหลือของหลวงปู่ และส่งเสริมการเผยแพร่วัฒนธรรมจีนในประเทศไทยมาอย่างต่อเนื่อง

“เราเชื่อว่าการมาเยือนในครั้งนี้ จะนำพลังมาสู่ศาลเจ้าและชุมชนชาวฮกเกี้ยนในประเทศไทย

เพื่อกระชับมิตรภาพอันลึกซึ้งระหว่างประชาชนไทยและจีนให้ยั่งยืนยิ่งขึ้น ให้ท่านมอบคำแนะนำอย่างจริงใจแก่ศาลเจ้า และการพัฒนาในอนาคตของชุมชนชาวฮกเกี้ยนในประเทศไทยสืบไป”

สันติ ขอวิงวอนด้วยใจจริง

กทม.ชื่นชมพลังชาวฮกเกี้ยน
พร้อมใช้ดิจิทัลพัฒนา สานความร่วมมือในอนาคต

ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯกทม. กล่าวว่า ตนนั้นรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้มาร่วมงานทิ้งกระจาดประจำปี 2568 ซึ่งวันนี้ได้รับเกียรติสำคัญจากท่านเอกอัครราชทูต ที่เหมือนเป็นตัวแทนของพี่น้องชาวจีนหลายล้านคนมาอยู่กับเราในครั้งนี้

เนื่องจากเป็นประเพณีที่สืบต่อกันมา มีการทำบุญตามที่หลวงปู่โจวซือกงได้วางรากฐานไว้แก่สามัญชน มีความมุ่งมั่นในการสืบสานวัฒนธรรมอันดีงามและเอื้ออาทรที่มีต่อสังคม ซึ่งกรุงเทพมหานครภาคภูมิใจที่ได้เห็นพลังของชุมชนเช่นนี้ในเมืองหลวง

และเป็นการกระชับมิตรระหว่างประเทศไทย และสาธารณรัฐประชาชนจีน

“ในนามกรุงเทพมหานคร ขอชื่นชมการทำงานอย่างไม่เหน็ดเหนื่อยของสมาคมฮกเกี้ยนแห่งประเทศไทย ที่ได้บริจาคของ และคืนความอบอุ่น กำลังใจ ให้ผู้ที่ขาดแคลน ความร่วมมือในอนาคต เราพร้อมร่วมมือกับสมาคมฮกเกี้ยนทุกอย่าง ทั้งการใช้ดิจิทัลพัฒนาให้เข้มแข็งมากขึ้น”

สุดท้าย ผู้ว่าฯกทม.ยังอวยพรให้งานเทศกาลทิ้งกระจาดครั้งนี้สำเร็จลุล่วงด้วยดี และขอให้มิตรภาพระหว่างชุมชนชาวไทยและชาวจีนเจริญรุ่งเรืองขึ้นไปเรื่อยๆ

“ขอบคุณสมาคมฮกเกี้ยนแห่งประเทศไทยและทุกท่าน ที่ร่วมสร้างสรรค์งานบุญอันยิ่งใหญ่ในครั้งนี้ และขอให้ทุกท่านมีสุขภาพแข็งแรงและประสบความสำเร็จในทุกๆ ด้าน” ชัชชาติทิ้งท้าย

เทศกาลทิ้งกระจาด จึงเป็นมากกว่าการสืบสานประเพณีดั้งเดิม สะท้อนคุณธรรมรำลึกถึงวิญญาณบรรพบุรุษ แต่ยังสร้างความร่วมมือและส่งต่อคุณธรรมในหัวใจ ผ่านการร่วมใจช่วยเหลือผู้ยากไร้ในฐานะเพื่อนมนุษย์ เพื่ออยู่ร่วมกันอย่างเข้าใจ