หน้าแรก ประชาชื่น ชายแดน การเมื...

ชายแดน การเมือง เรื่องวิสัยทัศน์ เปิดปากคำ พล.ท.บุญสิน พาดกลาง ‘สันติภาพ ไทย-กัมพูชา มันอยู่ที่ผู้นำ’

8.09.25 | 12:15 น.

ชายแดน การเมือง เรื่องวิสัยทัศน์
เปิดปากคำ พล.ท.บุญสิน พาดกลาง
‘สันติภาพ ไทย-กัมพูชา มันอยู่ที่ผู้นำ’

“แม่ทัพอย่าทิ้งประชาชน คนไทยรักท่าน”

เสียงจากประชาชนสวมเสื้อเหลืองดังก้องลานโพธิ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ พร้อมกับเข้าไปสวมกอด มอบดอกกุหลาบ ถ่ายภาพเซลฟี่เป็นที่ระลึก จนบางคนก็ซาบซึ้งถึงขั้นหลั่งน้ำตาออกมา

คือบรรยากาศระหว่างทางเดินที่ พล.ท.บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 กำลังเดินเข้าสู่ห้องบรรยาย หัวข้อ “วิสัยทัศน์ หลักธรรมะและการวางยุทธศาสตร์ป้องกันชายแดน” ให้นักศึกษาหลักสูตรอาณาบริเวณศึกษา (Area Studies) คณะศิลปศาสตร์ ได้รับฟังและพูดคุยแลกเปลี่ยนกันอย่างใกล้ชิด เมื่อวันที่ 2 กันยายนที่ผ่านมา

ทว่า เหรียญก็ไม่ได้มีเพียง ‘ด้านเดียว’ เพราะอีกมุมหนึ่งของธรรมศาสตร์ ที่ขึ้นชื่อในเรื่องของเสรีภาพทางความคิดนั้น ก็มีการติดป้ายกระดาษพิมพ์ข้อความ ‘ยินดีต้อนรับ’ สุดแสบสันต์สนั่นรั้วแม่โดม

Advertisement

อาทิ กระดาษระบุข้อความว่า “Welcome to มธ krub แม่ทัพภาค 2, วันก่อนยิงฟอสฟอรัสขาว วันนี้สอนธรรมะ, ทหารมีไว้รักษาชายแดน แต่แม่ทัพมีไว้หาแสง, ประชาชนเจ็บ ทหารตาย แม่ทัพได้แสง” คือ ตัวอย่างของความแซ่บที่เพิ่ง…เริ่มต้นเท่านั้น

ฉากถัดไปหลังจากก้าวเข้าไปในห้องบรรยาย ที่แน่นไปด้วยนักศึกษาเข้าร่วมรับฟังบรรยายกว่า 240 คน ต้องเจอกับคำถามของนักศึกษาที่ขยี้ปมการเมือง จับไมค์ถามออกมาตรงๆ ว่า ‘คิดอย่างไรกับทหารที่ยุ่งการเมือง?’

อีกทั้งสื่อมวลชนก็ทำหน้าที่จ่อไมค์ถาม พลางให้ชี้แจงว่า ทำไมขณะนี้ไม่ได้อยู่กับลูกน้องที่แนวหน้า แต่มาเดินสาย (ถูกสปอตไลต์ส่อง) อยู่ที่กรุงเทพฯ?

พร้อมกับชวน พล.ท.บุญสินลงดีเทลขยายคีย์เวิร์ด ‘คนดี’ ที่พูดในห้องบรรยายนั้น ว่าผู้นำคนใหม่ที่เข้ามาควรมีคุณสมบัติอย่างไร จึงจะช่วยแก้สถานการณ์การปะทะบริเวณชายแดนได้ ท่ามกลางบรรยากาศภาคการเมืองที่กำลังคุกรุ่นฝุ่นตลบอย่างน่าติดตาม

คลาสอาณาบริเวณศึกษา
สร้างความตระหนัก ‘พลเมืองชาติ-โลก’

เริ่มฟังจากมุมของแม่งานในครั้งนี้ รศ.ดร.ดุลยภาค ปรีชารัชช อาจารย์คณะศิลปศาสตร์แห่งรั้วแม่โดม เกริ่นว่า วันนี้ก็เป็นโอกาสที่ดีมากๆ ของรายวิชาความรู้เบื้องต้นอาณาบริเวณศึกษา

รศ.ดร.ดำรงค์ อดุลยฤทธิกุล, ผศ.ดร.ศิริรัตน์ ณ ระนอง, รศ.ดร.ดุลยภาค ปรีชารัชช และ ผศ.อัครพงษ์ ค่ำคูณ ร่วมให้การต้อนรับและแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ท่ามกลางนักศึกษากว่า 240 คน ที่เข้าร่วมรับฟังอย่างใกล้ชิด

“การบรรยายนี้เป็นเรื่องที่น่ายินดีและน่าจับตามองเป็นอย่างมาก หวังว่านักศึกษาและพี่น้องสื่อมวลชนจะได้รับความรู้ ประสบการณ์ที่มีประโยชน์จากแม่ทัพภาคที่ 2 ซึ่งมีคุณูปการยิ่งต่อนักศึกษาที่เรียนวิชาอาณาบริเวณศึกษา ที่โฟกัสไปยังบริเวณดินแดน รวมถึงการปรับตัวเข้ากับสังคม และคนรุ่นใหม่จะเป็นผู้นำในการเปลี่ยนแปลงสังคมที่สำคัญในหลายมิติ” รศ.ดร.ดุลยภาคเผยความตั้งใจ

จากนั้นส่งไมค์ต่อให้ รศ.ดร.ดำรงค์ อดุลยฤทธิกุล รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ มธ. กล่าวต้อนรับ

“ขอขอบคุณในการปฏิบัติหน้าที่ของทหารของเรา ที่ได้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเสียสละในฐานะของแนวหน้า วันนี้ท่านให้เกียรติมาบรรยายพิเศษ โดยเฉพาะหัวข้อในเรื่องการวางยุทธศาสตร์แล้ว เรามีโอกาสอันดีที่จะได้เรียนรู้จากผู้ที่ปฏิบัติโดยตรง

หัวข้อดังกล่าวนั้นมีความซับซ้อน ละเอียดอ่อน และมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการธำรงไว้ซึ่งอธิปไตยของชาติ และยังมีส่วนสำคัญในการเชื่อมโยงกับเศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรม ที่สะท้อนถึงความสัมพันธ์ของประเทศเพื่อนบ้านและประชาคมโลกด้วย ซึ่งไม่ใช่แค่การรักษาความมั่นคง แต่ยังเป็นการวางรากฐานของการอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุขและยั่งยืน ขอขอบคุณท่านแม่ทัพภาคที่ 2 ที่สละเวลามาถ่ายทอดวิสัยทัศน์ ประสบการณ์อันมีค่าที่จะช่วยสร้างความเข้าใจ และความตระหนักรู้ให้แก่พวกเรา

อีกทั้งยังจะเป็นการทำให้เราตระหนักในหน้าที่และความรับผิดชอบ ในฐานะความเป็นพลเมืองของชาติและพลเมืองโลกต่อไป” รศ.ดร.ดำรงค์ทิ้งท้าย

ทหารยุคใหม่ ไม่ยุ่งการเมือง
หน้าที่หลัก ‘ปกป้องชาติตามรัฐธรรมนูญ’

เมื่อเริ่มการบรรยายพิเศษ พล.ท.บุญสิน หรือแม่ทัพกุ้ง ย้อนเล่าถึงการต้อนรับว่า วันนี้คุณป้าทั้งหลายนั่งรถไฟมาถึงตี 2 คนหนึ่งนั่งรถไฟมากอด แล้วก็น้ำตาไหล เพื่ออะไรไม่ทราบเหมือนกัน ไม่ได้ไปโน้มน้าว หรือล้างสมองใครทั้งสิ้น

พล.ท.บุญสิน พาดกลาง บรรยายพิเศษ หัวข้อ “วิสัยทัศน์ หลักธรรมะและการวางยุทธศาสตร์ป้องกันชายแดน” ณ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ เมื่อวันที่ 2 กันยายนที่ผ่านมา

พร้อมตอบคำถาม ‘นักศึกษา’ ที่ยกมือพร้อมกับคำถามที่ว่า ตนไม่รู้ว่าจะถามคำถามนี้ได้หรือไม่ เนื่องจากบอกว่าไม่ยุ่งการเมือง ซึ่งอยากจะถามว่า “การที่ทหารมายุ่งการเมืองนั้น ส่วนตัวรู้สึกอย่างไรบ้าง?”

พล.ท.บุญสินตอบกลับว่า คำถามนี้ตอบได้ ต้องบอกว่าทหารยุคใหม่ไม่ต้องใช้วาทศิลป์อะไรมาก เอาสั้นๆ ห้วนๆ ตอบได้คำถามนี้

“ทหารไม่ยุ่งการเมือง มันจะเท่ สง่างามมาก มันจะเป็นหลักเป็นแก่นให้กับแผ่นดินนี้ คุณจะว่าอย่างไรก็เรื่องของคุณ การเมือง สภาผู้แทนราษฎร รัฐสภา คุณก็ว่ากันไป แต่อย่าเอาอำนาจที่มันผิดๆ มาสั่งทหาร เพราะทหารมีหน้าที่ปกป้องประเทศชาติตามรัฐธรรมนูญ และปฏิบัติตามคำสั่งที่ถูกต้องตามกฎหมายเท่านั้น เราถูกสั่งสอนมาแบบนี้

และทหารที่คุณแต่งเครื่องแบบในหน้าที่อยู่ คุณต้องไม่ยุ่งการเมือง ถ้าไปยุ่งเมื่อไหร่การเมืองนั้นก็จะได้คุณเป็นลูกน้องเพิ่มมาอีก แล้วประเทศชาติ ประชาชนอีกขั้วหนึ่งล่ะ เขาจะพึ่งใคร คำพูดนี้จะต้องอยู่ในปากคนที่อยู่ในตำแหน่งทหารทุกคน” พล.ท.บุญสินกล่าววรรคทอง

ก่อนจะย้ำต่อไปว่า เราต้องเป็นหลัก ไม่ใช่เอนเป็นไม้หลักปักขี้เลน ถึงมีคำแรกที่พูดว่า ‘ไม่ยุ่งการเมืองไง’ ตนยืนยันและคำนี้มันก็มัดคอมาจนถึงทุกวันนี้

“ถามว่ามีพรรคการเมืองมาติดต่อไหม มีอยู่แล้ว 5-6 พรรค แต่พอแล้ว ชีวิตนี้ คือกลับมาหาธรรมะอีกแล้ว

สุดท้ายคนเราอายุไม่เกิน 100 ปี ตอนนี้ก็ 60 กว่าแล้ว จะเอาอะไรนักหนาชีวิต เราเอาศักดิ์ศรีเราไม่ดีกว่าเหรอ เห็นคนมีเงินไหม มีเงินเยอะแต่สุดท้ายมีคนเผาศพไม่กี่คน เอาวงศ์ตระกูลเราไม่ดีกว่าเหรอ เราทำตัวอย่างให้ประเทศชาติ พี่ๆ น้องๆ เราได้เห็น ไม่ดีกว่าเหรอ

พี่กุ้งจะเป็นอย่างนี้ตลอด เกษียณจากแม่ทัพ แต่ไม่เกษียณจากสายเลือดคนไทย ยังอยู่ช่วยเหลือในงานที่ช่วยประเทศชาติได้” พล.ท.บุญสินยันหนักแน่น ก่อนจะย้ำเคลียร์จบประเด็นอย่างหนักแน่นที่ว่า จะไม่ลงเล่นการเมืองแน่นอนหรือไม่ เพราะหลายคนก็มองว่า (ทหาร) เป็นความหวัง?

พล.ท.บุญสินตอบกลับทิ้งท้ายอย่างทันควัน “ก็รอดูว่าผมพูดจริงหรือเปล่า…?”

พร้อมจูบปาก ‘แม่ทัพกัมพูชา’
ถ้าไม่ทะเลาะกันอีกชั่วกัลปาวสาน!

ถัดมา นักศึกษายิงตรงอีกหนึ่งคำถามว่า ตอนนี้สถานการณ์ชายแดนแบ่งออกเป็น 3 ฝ่าย คือ ทหาร การเมือง และประชาชน คิดว่าจะทำอย่างไรให้คนไทยกับคนกัมพูชาอยู่ร่วมกันได้ โดยที่ทั้ง 2 ฝ่ายมีความสงบสุขต่อกัน?

พล.ท.บุญสินกล่าวว่า ทำอย่างไรประชาชนถึงจะกลับมาเหมือนเดิม ง่ายนิดเดียวคือ ผู้นำเขาคิดอย่างไร ถ้าเขาคิดว่าอยากคืนดีกับเราด้วยความบริสุทธิ์ใจ มันทำได้หมด เพราะคนประเทศกัมพูชาเขาเชื่อผู้นำ

“แม่ทัพกุ้งพร้อมที่จะไปจูบปากกับแม่ทัพเขมร ถ้าผู้นำเขามีความตั้งใจจริง มันอยู่ที่ผู้นำเขานะ เขมรน่ะ มันทำได้ถ้าผู้นำเขาบอกว่าต่อไปนี้เขมรกับสยาม หรือคนไทย เราจะไม่ทะเลาะกันอีกตราบชั่วกัลปาวสาน ว่าแล้วแม่ทัพบุญสิน กับแม่ทัพเขมร กอดกันสิ กอดกันปั๊บ แล้วก็หอมแก้ม

มันทำไมจะไม่ดีกันล่ะ มันอยู่ที่ผู้นำ แต่ถ้าอยากให้ประชาชนรักกัน แต่ผู้นำไม่ยอม มันไม่มีประโยชน์ ปัจจุบันนี้เขาได้ทำอย่างนั้นหรือยัง โพสต์แต่ละโพสต์เสี้ยมให้ทะเลาะกันทั้งนั้น แนวคิดเขาต้องเปลี่ยนไป ต้องคุยกันเป็นเรื่องเป็นราวก่อนทั้ง 2 ประเทศ ใช้เวลานิดหนึ่ง กาวใจตัวผู้นำก่อน

พอมาหน่วยทหาร ผู้ว่าฯ นายอำเภอ กำนัน มาแห่งานบุญเข้าไปร่วมกัน มันก็จะมีสเต็ปนั้นขึ้นมา ไม่นานก็กลับมาเหมือนเดิม แต่ขึ้นกับผู้นำ…อย่างที่ว่า” พล.ท.บุญสินแง้มทางออก

แจงเหตุ ‘ไม่อยู่กับลูกน้องแนวหน้า’
ทำไมต้อง ‘เดินสาย’ บรรยายรัวๆ หลากสถานศึกษา

เข้าสู่ช่วงท้าย ผู้สื่อข่าวถาม-ชวนให้แจงสยบ ‘ดราม่า’ ว่า ท่านไม่ได้อยู่กับลูกน้องตามแนวหน้า แต่มาอยู่ที่กรุงเทพฯ จะชี้แจงว่าอย่างไร?

พล.ท.บุญสินกล่าวว่า ตามจริงแล้วเรามีผู้บังคับบัญชาตามระดับชั้นอยู่แล้ว ปัจจุบันก็มีรองแม่ทัพที่ท่านอยู่ตรงนั้นประจำ ในห้วงนี้ที่เป็นช่วงการปรับสภาพ เสริมความมั่นคงและการเจรจานั้น ตนก็ถือโอกาสนี้มาพบปะพูดคุยกับน้องๆ ลูกหลานในสถานศึกษาที่เขาอยากจะทราบ

“อันนี้ก็แล้วแต่ความคิดเห็น ผมก็ทำหน้าที่ตอนที่ว่างเว้นจากช่วงที่ไม่ได้รบกัน ผมก็ฉวยโอกาสนี้มาพบปะพี่น้องประชาชน นักเรียน นักศึกษา แต่ถ้ามีการรบเราก็ไม่ทิ้งอยู่แล้ว ซึ่งเมื่อมีเวลาผมก็วนเข้าไป มันก็มีผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้นอยู่แล้ว

ก็ขอฝากพี่น้องที่มีความคิดว่า เป็นห่วงนะ เราก็เป็นห่วงเช่นกัน เพราะว่าเราก็อยากจะทำหน้าที่ให้ครอบคลุมหลายๆ มิติในส่วนที่เราทำได้ ฝากไปถึงพี่น้องคนไทยที่คิดว่า เอ๊ะ!? ทำไมแม่ทัพไม่ได้อยู่ตรงนั้นตลอด จริงๆ แม่ทัพมีงาน 20 จังหวัดด้วย และหลายสถานศึกษาที่อยากให้ไปพบลูกหลานของเราด้วย

ผมก็อยากทำหน้าที่ทุกวัน ในส่วนที่เราทำให้ประเทศชาติ รู้รักสามัคคีได้ ทำได้ก็จะทำ ส่วนถ้ามีแนวโน้มสถานการณ์ที่ไม่ดี มันก็แน่นอนว่าผู้บังคับการหน่วยก็ต้องอยู่ที่นั่น” พล.ท.บุญสินตอบชัด

เรียกได้ว่าตลอดคลาส ‘แม่ทัพกุ้ง’ ตอบฉะฉาน-ยืนยันเสียงแข็ง เคลียร์ชัดทั้งปมลงเล่นการเมือง รวมถึงท่าทีการปฏิวัติของกองทัพ ซึ่งกำลังมัดตัวผู้พูดไว้อีกครั้ง ต่อหน้าสาธารณชนอย่างชัดแจ้ง