หน้าแรก ประชาชื่น วรรณกรรม คือท...

วรรณกรรม คือทางนำสันติภาพ เปิดแพลตฟอร์มประชันความคิด ‘นิยายจีนระดับโลก’ เชื่อมหัวใจคนในภูมิภาค

12.09.25 | 12:35 น.

วรรณกรรม คือทางนำสันติภาพ
เปิดแพลตฟอร์มประชันความคิด
‘นิยายจีนระดับโลก’ เชื่อมหัวใจคนในภูมิภาค

การเขียนคือวัจนภาษาอย่างหนึ่ง ที่มนุษย์ใช้เป็นเครื่องมือสื่อสาร

นับเป็นกระบวนการสำคัญในการถ่ายทอดความรู้ ความคิด ความรู้สึกสู่ผู้อ่านผ่านตัวอักษร

‘นวนิยาย’ เองนับเป็นหนึ่งในรูปแบบงานเขียนที่ผู้แต่งถ่ายทอดเรื่องราวต่างๆ สู่ผู้อ่านได้อย่างลึกซึ้งถึงรสชาติ

ซึ่งต้องบอกว่าในปัจจุบันเกิดใหม่ขึ้นมากมาย หลายแนวหลายสัญชาติ ทั้งยูริใสกิ๊งของญี่ปุ่น ย้อนยุคพีเรียดแบบไทย หรือจอมบัลลังก์ข้ามพิภพฉบับจีนแผ่นดินใหญ่ ที่มักจะถูกหยิบมาเป็นต้นฉบับ บ้างก็
รีเมกเขียนเป็นนวนิยาย เนื่องจากพล็อตเรื่องที่น่าติดตาม ไม่ว่าจะเป็นพระเอกถูกคำสาปมีแค่นางเอกเท่านั้นที่ถอนคำสาปได้ การปลอมตัวขององค์หญิงองค์ชายกำมะลอ หรือศึกแย่งชิงอำนาจในราชวงศ์ ฯลฯ

Advertisement

เหล่านี้ ล้วนเป็นเรื่องราวที่สร้างความบันเทิง แรงบันดาลใจ และดึงดูดทุกเพศทุกวัยไม่น้อยทีเดียว

ยังไม่นับอีกหลายแนวที่ให้ทั้งสาระ สอดแทรกเกร็ดประวัติศาสตร์ได้อย่างแยบยล น่าติดตาม

‘วรรณกรรมจีนมีการสืบทอดที่ยิ่งใหญ่ วรรณคดีคือวิถีชีวิตของชาวโลก’

คือคำนิยามของ พินิจ จารุสมบัติ ประธานสภาวัฒนธรรมไทย-จีนและส่งเสริมความสัมพันธ์ และอดีตรองนายกรัฐมนตรีของไทย ในงานการแข่งขันการเขียนนวนิยายจีนระดับโลก ที่จัดขึ้นโดยหนังสือพิมพ์ Singapore Lianhe Zaobao และ SPH media เพื่อส่งเสริมเยาวชนในการแสดงออก สนับสนุนความเข้าอกเข้าใจข้ามวัฒนธรรม อีกทั้งเป็นเวทีเปิดให้โชว์ความสามารถด้านวรรณกรรมให้กับประเทศตามแนวเส้นทาง Belt and Road

อันเป็นการส่งเสริมการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมในภูมิภาค

ในโอกาสนี้ Huwei de Bi นักเขียนนวนิยายออนไลน์ชื่อดังจาก เย่ เหวิน (Yue wen) บินข้ามฟ้าเข้าร่วมงานและแบ่งปันประสบการณ์การสร้างผลงาน เมื่อ 7 กันยายนที่ผ่านมา ซึ่งเรื่อง “Dao Gui Yi Xian” ของเขา ได้รับคัดเลือกให้เข้าร่วมโครงการพิเศษวันฮาโลวีนของ Universal Studios Singapore นับเป็น IP ต้นฉบับภาษาจีนเรื่องแรกที่ถูกนำไปใช้ในต่างประเทศ

พร้อมทั้งยังได้เชิญ Sui Ting นักเขียนจากสิงคโปร์ มาร่วมพูดคุยและแลกเปลี่ยนประสบการณ์การเขียนและความคิดสร้างสรรค์ทางวัฒนธรรม อย่างอบอุ่นเป็นกันเอง ณ บ้านดุสิตธานี กรุงเทพฯ

สืบทอดความคิด-ชี้นำสันติภาพ
บทบาทใหญ่ซ่อนอยู่ใน ‘วรรณกรรมจีน’

พินิจ ทายทักแขกผู้มีเกียรติที่มีภูมิปัญญาด้านวรรณกรรมวรรณคดีที่รัก ทั้งจีน ไทย สิงคโปร์ ที่พร้อมใจมาร่วมงานประกวดวรรณกรรมระดับโลกซึ่งจัดขึ้นที่ไทย ในวันพระจันทร์เต็มดวง ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 10 พอดิบพอดี

ทั้งอุปทูต ‘หยาง เสี่ยวหลง’ ผู้มีความร่วมมือกับประเทศไทยมาอย่างยอดเยี่ยม ท่านหวัง เฉิน รองผู้จัดการใหญ่ Yue Wen แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ร่วมกันสร้างคุณูปการ คุณประโยชน์ระหว่างสองประเทศเป็นอย่างมาก

และมิตรใหม่ สุภาพสตรีที่มีความรู้ที่เก่งกาจ Lianhe Zaobao มาดามแห่งหนังสือพิมพ์เจ้าใหญ่ในสิงคโปร์ พร้อมยกย่องสุภาพสตรีท่านนี้ เป็นผู้นำที่ถือว่าเก่งมาก

“นักปราชญ์ราชบัณฑิต ผู้มีบุญญาด้านความรู้ วรรณคดี วรรณกรรมในโลกนี้ ล้วนแต่สร้างความสุข ความร่มเย็น สันติภาพ ให้มวลมนุษย์อยู่ด้วยอย่างมีความสุข”

“คำกล่าวสุนทรพจน์ของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ในงานความร่วมมือของเซี่ยงไฮ้นั้น บอกถึงอนาคตของมวลมนุษยชาติในโลกนี้อย่างชัดเจนที่สุด ท่านกล่าวว่า โลกนี้มันเปลี่ยนแปลง เราต้องร่วมมือกันจัดระเบียบโลกให้มีความเสมอภาค ยุติธรรม เท่าเทียมกัน ไม่แทรกแซงกัน ให้โลกอยู่อย่างสันติสุข สันติภาพ”

อดีตรองนายกฯ ยกถ้อยคำของผู้นำจีน ที่สะท้อนภารกิจสำคัญ คือการที่ประเทศนานาชาติต้องผลักดันให้มวลมนุษยชาติอยู่ร่วมด้วยความร่มเย็นเป็นสุข โดยในวันที่ 3 ก.ย. ทางประเทศจีนได้จัดงานยิ่งใหญ่ที่สุด (พิธีสวนสนามเฉลิมฉลองครบรอบ 80 ปี สิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 และขับไล่ญี่ปุ่นผู้รุกรานออกจากแผ่นดินจีน)

“ผมมีเพื่อนเป็นคนจีนเยอะ ถามว่าเขารู้สึกอย่างไร กับการจัดงานเมื่อวันที่ 3 ก.ค. ที่จัตุรัสเทียนอันเหมิน เพราะเป็นการจัดงานที่ยิ่งใหญ่มาก โลกทั้งโลกสั่นสะเทือน และขบวนแสนยานุภาพ อาวุธต่างๆ ของจีน ยาวนับ 10 กิโลเมตร ทุกคนบอกเป็นเสียงเดียวว่า

‘เขาภูมิใจมากที่เป็นคนจีน’ ภูมิใจในแสนยานุภาพของกองทัพ อาวุธ แต่เหนือกว่านั้นคือความภูมิใจในความเป็นจีน ที่ประธานาธิบดีประกาศว่า มุ่งไปสู่สันติภาพโลกไม่รุกรานใคร

ทุกคนในโลกนี้ดูถ่ายทอดสดเห็นพิธีการงานครั้งนี้แล้วขนลุก เพราะมันยิ่งใหญ่เหนือกว่านั้น คือผู้นำประกาศก้องไปทั่วโลกว่า ‘จีนยึดแนวทางสันติภาพ’ สันติสุขของโลกนี้ นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นมาไม่กี่วัน ก่อนเรามาจัดงานในวันนี้” พินิจเผย

ในมุมมองของ พินิจ เชื่ออย่างยิ่งว่า ‘วรรณคดีคือวิถีชีวิตของชาวโลก’

ด้วยในสังคมมวลมนุษยชาติ ไม่ว่าจะยุคไหน ตั้งแต่สมัยประธานาธิบดีจีน เหมา เจ๋อตง นักวรรณคดี นักวรรณกรรม ระดับโลก เราจะพบว่า บันทึกต่างๆ นับเป็น ‘อมตะ’ วรรณกรรมของประชาชนที่ลุกขึ้นต่อสู้เพื่อสันติสุข สันติภาพ เป็นนักวรรณกรรมที่รักชาติ

วรรณกรรมของจีนมีการสืบทอดที่ยิ่งใหญ่ยาวไกลมาก ทั้งสามก๊ก ขงจื่อ ไซอิ๋ว และอื่นๆ อีกมากมาย และที่ได้รับการเชิดชู ต้องรักชาติ ประชาชน สังคม เราบรรยายเพื่อสังคมที่สงบสุขร่มเย็น อันนี้คือวรรณกรรมที่ยอดเยี่ยม พร้อมทั้งมีบทบาทต่อสังคมและชี้นำความคิดของประชาชน

“ผมเห็นด้วยมีการประกวดในวันนี้ วรรณกรรมเองก็มีการเปลี่ยนแปลง เพราะโลก สมัยเปลี่ยนไป เช่น วรรณกรรมของไซอิ๋ว โด่งดังมากในจีนและทั่วโลก หรือซุนหงอคง ที่เด็กทั่วโลกยกย่องและดู

“ตัวอักษรที่เราบรรยาย เราเขียน มีความหมายต่อประชาคมโลกและมวลมนุษยชาติอย่างยิ่ง

ผมขอสนับสนุนส่งเสริมการประกวดวรรณกรรมระดับโลกในครั้งนี้ ให้เกิดสันติสุข สันติภาพ ความร่มเย็น และความสุขของมวลมนุษยชาติร่วมกัน” ประธานสภาวัฒนธรรมไทย-จีนฯ อวยชัยทิ้งท้าย

หวังพลังจากนวนิยาย
เชี่อมหัวใจ คนในภูมิภาคเดียวกัน

หันไปทาง Woo Mun Ngan รองบรรณาธิการ หนังสือพิมพ์ Lianhe Zaobao แห่งสิงคโปร์ ปลาบปลื้มใจอย่างยิ่งที่ทุกคนได้มาเยี่ยมเยือนและส่งมอบกำลังใจ อีกทั้งเป็นสักขีพยานในการแข่งขันเขียนนวนิยายจีนในหนนี้

ซึ่งต้องบอกว่า กรุงเทพฯ เป็นสถานีแรก ที่เปิดให้ศิลปินได้มาแชร์ผลงาน

ส่วนตัวแล้ว มองนวนิยายหรือวรรณคดี เป็นดั่งวิถีชีวิต ดังที่ท่านพินิจกล่าวไว้ และยังเป็นสะพานเชื่อมโยงความรู้สึกของคนทุกคน

งานในวันนี้จัดขึ้นเพื่อพบเยาวชนที่สายตายาวไกล และมีความรู้สึกที่แท้จริงเกี่ยวกับชีวิตปัจจุบันทุกวันนี้

“นี่เป็นเวทีการเขียนนวนิยายระดับโลก ไม่เพียงภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แต่สำหรับคนที่เขียนถึงวิถีชีวิต”

“กรุงเทพฯ ก็เป็นสถานที่สำคัญ และจะเป็นจุดที่เราเลือกเดินทางไปสู่เมืองทุกเมืองของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพราะทุกที่คือพี่น้องกัน สำหรับคนที่ใช้ชีวิตในภูมิภาคนี้ จะได้รู้สึกรักในภูมิภาคนี้

“เราหวังว่างานในวันนี้จะทำให้พลังการแต่งนวนิยายในภูมิภาค คึกคักยิ่งขึ้น และเสียงของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จะนำพานวนิยายจีนไปสู่ทั่วโลก”

Woo Mun Ngan บอกด้วยว่ารู้สึกยินดีมาก ที่เชิญนักเขียนจาก เย่ เหวิน และอีก 2 ท่านมาในวันนี้ เพราะเป็นโอกาสสำคัญที่แลกเปลี่ยนความคิดและจัดการเขียนนวนิยายและวรรณคดี

“กรุงเทพฯ เป็นเมือง Creative City ก็หวังว่าเมืองนี้จะทำให้นักเขียนทุกท่าน เมื่อมาถึง เกิดความรู้สึกที่จะเขียนให้ดียิ่งขึ้น

หวังว่างานนี้จะทำให้นักเขียนมีความกระตือรือร้นในการเขียนนวนิยาย และนิทานดีๆ จะถูกเปิดให้ค้นพบในงานของเรา ขอบคุณบริษัทเย่เหวิน ที่มาร่วมจัดงานนี้ รวมถึงคนไทย คนสิงคโปร์และคนจีน หวังว่านวนิยาย นิทานดีๆ ของจีนจะได้เดินทางสู่ทั่วโลก” คือความหวังของรอง บก.หนังสือพิมพ์ชื่อดังแห่งสิงคโปร์

อยากให้คน ‘อยากเขียน’
พลิกอนาคตอาชีพ นักเขียนไม่ไส้แห้ง

“ทุกวันนี้มีคำพูดว่า ภาพยนตร์ของฮอลลีวู้ด ละครโทรทัศน์ของเกาหลีใต้ แอนิเมชั่นของญี่ปุ่น นวนิยาย อินเตอร์เน็ตของจีน”

หวัง เฉิน รองประธานกรรมการฝ่ายวิเทศสัมพันธ์กลุ่ม Yue wen ลั่นวาจา ถึง 4 ปรากฏการณ์วัฒนธรรมของโลก

หันไปซูมดูในส่วนของนวนิยายจีน กลุ่ม Yue wen ถือเป็นบริษัทตัวเปิดที่ทำนวนิยาย โดยเขายังเล่าถึงความคิดแรกเริ่มที่มองว่า คนที่อยากเป็นนักเขียนก็จะได้มีพื้นที่ไปเขียนในอินเตอร์เน็ต ถ้าคนอ่านรู้สึกว่าบทความหรือนิทานชิ้นไหนที่เขียนดี มีคุณค่า เขาก็จะยอมจ่ายเอง

ด้วยความที่ตีพิมพ์ในรูปแบบดิจิทัล ทำให้เกิดความแตกต่างจากการพิมพ์แบบรูปเล่มในด้านปริมาณ ซึ่งแน่นอนว่าจะเข้าถึงผู้อ่านเป็นวงกว้างยิ่งกว่าเดิม

หวัง เฉิน ให้ความเห็นด้วยว่า ปัจจัยสำคัญที่สุดของสิ่งที่พิมพ์ออกมา คือ การสื่อสารและประชาสัมพันธ์ แน่นอนว่าหลายคนปรารถนาที่จะเป็นนักเขียน ไม่เพียงในแง่ของอาชีพ หรือการสอนวรรณคดีในมหาวิทยาลัย แต่เพราะ ‘อยากเขียน’ และนิทานที่เขาเขียนมีคนชอบ

นักประพันธ์ได้บรรลุความปรารถนา และได้เงิน รวยด้วย นี่คือสิ่งที่บริษัททำ

“เราจะเปลี่ยนชะตากรรมของคน ไม่เพียงแต่ว่าเขาจะเป็นนักเขียน แต่ชีวิตเขาจะเปลี่ยน หรือใช้ชีวิตอีกแบบหนึ่ง เช่น เรามีนักเขียนในฟิลิปปินส์แต่ก่อนเขาก็ไม่มีงาน แต่มีพรสวรรค์ ฉะนั้นสิ่งที่เราภาคภูมิใจคือเราทำเครื่องพิมพ์ดิจิทัล จะได้เปลี่ยนสถานการณ์ ความหวังก็จะเกิดขึ้นกับนักเขียน”

หวัง เฉิน บอกเลยว่า งานที่จัดอาจจะเกี่ยวกับนวนิยายก็จริง แต่ไม่ได้จำกัดแค่เพียงนวนิยายเท่านั้น จะเป็นบทกวี หรืออะไรก็ได้ ขอแค่เป็นวรรณกรรมก็พอ

“ ‘เราอยากให้คนอยากเขียน’ แล้วมันแตกต่างกับการแข่งขันการเขียนเวทีอื่นอย่างไร คือคุณรู้ว่า จะมีคนมาดูทั่วโลก

สำหรับบริษัทเราคือ มี 200 ล้านนักอ่านนวนิยาย ฉะนั้นอักษรที่เราเขียน จะมีคนเห็นแน่นอน มีทั้งคนชอบ บางครั้งมีคนด่า นี่ก็คือความแตกต่างกัน

เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการแข่งขันในครั้งนี้ จะทำให้คนไทยที่อ่านออกเขียนภาษาจีนได้ ได้มีโอกาสเดินทาง

ไม่แน่ว่าในวันข้างหน้า อาจจะมีนิยายไทยในแพลตฟอร์ม ที่ออกไปสู่สายตาคนทั่วโลกด้วย” หวัง เฉิน ทิ้งท้าย

นวนิยาย แม้เป็นแขนงหนึ่งของวรรณกรรรม แต่สามารถสร้างเสริมเติมแต่งเรื่องราวได้ตามจินตนาการ ไม่ว่าจะเพื่อถ่ายทอดความรู้ สร้างความบันเทิง หรือแม้แต่จรรโลงสังคมก็ตาม