ห้วงแห่งความเงียบงัน
ภาวะลืมไม่ได้จำไม่ลง หลัง 6 ตุลา 2519
ห้วงแห่งความเงียบงัน ภาวะลืมไม่ได้จำไม่ลง หลัง 6 ตุลา 2519
ผลงาน ธงชัย วินิจจะกูล
สุภัตรา ภูมิประภาส แปลจากต้นฉบับภาษาอังกฤษ “MOMENTS of SILENCE: The Unforgetting of the October 6, 1976, Massacre in Bangkok”
นับเป็นหนังสือวิชาการที่มีกลิ่นอายของบันทึกความทรงจำต่อเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519
ชวนผู้อ่านรื้อฟื้น “ความทรงจำ” ที่ถูกลดทอน บิดเบือน เปลี่ยนแปลง ทั้งจากเหยื่อของความรุนแรง ผู้กระทำความรุนแรงในวันนั้น และคนรุ่นหลังที่ได้รับรู้ถึงเหตุการณ์ 6 ตุลา
ภายใต้สังคมที่ปกคลุมด้วย “ความเงียบ” ทั้งโดยสมัครใจและไม่สมัครใจของผู้ถูกกระทำที่รอดชีวิต ครอบครัวของผู้ที่จากไป และผู้กระทำที่เคยภาคภูมิใจกับวีรกรรมในวันนั้นของตน
แม้เหตุการณ์จะผ่านไปเกือบครึ่งศตวรรษ แต่ความยุติธรรมต่อสิ่งที่เกิดขึ้นในวันที่ 6 ตุลาคม 2519 ยังคงไม่ปรากฏ และกลายเป็น “ภาพหลอน” ในสังคมไทยจนถึงทุกวันนี้
“6 ตุลา 2519” คือเหตุการณ์สังหารหมู่กลางเมืองหลวงที่กระทำกันอย่างโจ่งแจ้งที่สุด โดยมีหลักฐานทั้งภาพถ่าย วิดีโอ และเอกสารต่างๆ ที่ถ่ายทอดความรุนแรงออกสู่สายตาของสาธารณชน รวมถึงมี “คน” ที่เป็นประจักษ์พยานในเช้าวันนั้นอย่างชัดเจน แต่จนถึงวันนี้เวลาก็ล่วงเลยมาเกือบครึ่งศตวรรษแล้ว ความยุติธรรมที่ผู้ถูกกระทำและครอบครัวสมควรได้รับก็ยังคงเงียบงัน
สำหรับเหตุผลที่ฝ่ายขวาใช้เป็นข้ออ้างในการก่อความรุนแรงนั้นเรื่องเล่าหนึ่งที่รับรู้กันโดยทั่วไปก็คือ พวกเขาเชื่อว่ากลุ่มนักศึกษาที่ออกมาเคลื่อนไหวที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เป็น “คอมมิวนิสต์” ซึ่งถือเป็นการคิดต่างจากอุดมการณ์ทางการเมืองของรัฐไทยที่คนไทยควรยึดถือ
ด้วยความเชื่อนี้ จึงเสมือนว่าพวกเขาได้รับการ “อนุญาต” ให้กำจัดคนเหล่านี้ได้
ทว่า เหตุผลดังกล่าวอาจเป็นหนึ่งในอีกหลายเหตุผลที่ทับซ้อนกันในหมู่คนที่เป็นฝ่ายขวา ทำนองเดียวกับในฝ่ายนักศึกษา พวกเขาทั้งหมดเป็นคอมมิวนิสต์จริงหรือไม่ นั่นเป็นคำถามหนึ่ง หรือจริงๆ อุดมการณ์ของพวกเขาซับซ้อนเกินกว่าจะเหมารวมเป็นแบบใดแบบหนึ่ง
หากเป็นการเหมารวมอาจเป็นวิธีที่ฝ่ายขวาใช้เป็นข้ออ้างก่อความรุนแรง
อย่างไรก็ดี คำถามที่สำคัญไม่น้อยไปกว่าก็คือ เพียงเพราะเห็นต่างทางการเมืองจึงสามารถกระทำความโหดร้ายทารุณได้ถึงเพียงนั้นเลยหรือ
ห้วงแห่งความเงียบงัน: ภาวะลืมไม่ได้จำไม่ลง หลัง 6 ตุลา 2519 พาผู้อ่านไปสำรวจความทรงจำและความเงียบงันอันเนื่อง
มาจากเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 ทั้งในมุมของผู้ถูกกระทำ ผู้กระทำ และคนรุ่นหลังที่ได้มีโอกาสรับรู้และรำลึกถึงเหตุการณ์นี้ในแบบ
ของตน
ทั้งผู้เขียนและผู้แปลไม่ได้ปฏิเสธความเกี่ยวข้องของตัวเองกับ 6 ตุลา ดังนั้น หนังสือเล่มนี้จึงเป็นพันธกิจสำคัญของทั้งผู้เขียนและผู้แปลที่มุ่งหวังจะบอกเล่าประวัติศาสตร์อันโหดร้ายนี้อย่างเข้าใจ และให้คนอ่านได้ไตร่ตรองอย่างถี่ถ้วนด้วยตัวเอง
สำนักพิมพ์มติชน มุ่งหวังว่าสักวัน 6 ตุลาจะมีพื้นที่ในเรื่องเล่าประวัติศาสตร์กระแสหลักเหมือนที่ประวัติศาสตร์เรื่องอื่นๆ ได้รับมากขึ้น ไม่เป็นเพียงแค่ “เชิงอรรถ” หรือข้อความสั้นๆ ที่ไม่สลักสำคัญดังที่เคยเป็นมา
หนังสือ “MOMENTS of SILENCE: The Unforgetting of the October 6, 1976, Massacre in Bangkok” เล่มนี้ ได้รับรางวัล EUROSEAS HUMANITIES BOOK PRIZE ประจำปี 2565 จากสมาคมยุโรปเพื่อเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา (European Association for Southeast Asian Studies – EuroSEAS) ที่มอบให้แก่หนังสือเชิงวิชาการยอดเยี่ยมเกี่ยวกับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ตีพิมพ์ในสาขามนุษยศาสตร์ และได้รับรางวัลจอร์จ แมคที เคฮิน ประจำปี 2566 (George McT. Kahin Prize) จากสมาคมเอเชียศึกษา (Association for Asian Studies – AAS) สหรัฐอเมริกา มอบให้แก่นักวิชาการที่สร้างผลงานยอดเยี่ยมด้านเอเชียตะวันออกเฉียงได้ศึกษา
โดยมีคำประกาศเกียรติคุณ EUROSEAS HUMANITIES BOOK PRIZE ประจำปี 2565
ความตอนหนึ่งว่า
“หนังสือที่ทรงพลังทางอารมณ์เล่มนี้ เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ความทรงจำของเหตุการณ์ที่เป็นจุดพลิกผันของการเมืองไทย นั่นคือการสังหารหมู่นักศึกษาที่กระทำโดยรัฐ ณ มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร ความริเริ่มสร้างสรรค์ของหนังสือเล่มนี้ ส่วนหนึ่งอยู่ที่แนวทางศึกษาแบบสหวิทยาการ ที่อาศัยประวัติศาสตร์และมานุษยวิทยา ทั้งในด้านแหล่งข้อมูลและวิธีการนำเสนอ แต่สิ่งที่ทำให้หนังสือเล่มนี้โดดเด่นอย่างแท้จริง คือบทบาทของผู้เขียนในฐานะแกนกลางของเรื่องเล่า
ธงชัย วินิจจะกูล เป็นอดีตแกนนำนักกิจกรรมในเดือนตุลาคม 2519 เขารอดชีวิตจากการสังหารหมู่ และมีบทบาทสำคัญในการรำลึกถึงเหตุการณ์ดังกล่าวนับตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา
ในแง่นี้ หนังสือเล่มนี้ถือเป็นผลงานชิ้นเอกของงานเขียนเชิงวิชาการแบบสะท้อนตนเอง ด้วยเหตุที่ผู้เขียนสามารถจัดการกับความท้าทายเกี่ยวกับสถานะของตนเองในการบอกเล่าเรื่องราวได้อย่างชาญฉลาดและประณีตลึกซึ้ง หนังสือเล่มนี้ประสบความสำเร็จในด้านระเบียบวิธีวิจัยหลายประการ โดยหนึ่งในความโดดเด่นเป็นพิเศษ คือการสัมภาษณ์ผู้กระทำในเหตุการณ์สังหารหมู่ และการเล่าเรื่องราวจากการสัมภาษณ์เหล่านั้นด้วยความรอบคอบและระมัดระวังของผู้เขียน
นอกจากนี้ หนังสือเล่มนี้ยังสร้างคุณูปการทางทฤษฎีที่สำคัญ โดยได้นำเสนอแนวคิดเรื่อง ภาวะ ‘ลืมไม่ได้จำไม่ลง’ (unforgetting) หรือทางต้นของความทรงจำ (memory impasse) มาสู่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา ซึ่งถือเป็นปรากฏการณ์สำคัญของภูมิภาคนี้”
ขณะที่ คำประกาศเกียรติคุณ รางวัลจอร์จ แมคที เคฮิน ประจำปี 2566 (George McT. Kahin Prize) มีความว่า
“นับตั้งแต่สงครามสหรัฐอเมริกา-อินโดจีน จนถึงรัฐประหารในเมียนมาเมื่อปี 2564 เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษายุคใหม่ได้เติบโตขึ้นผ่านการส่งเสียงต่อต้านความเงียบงันที่ถูกกดปราบอันเนื่องมาจากการใช้ความรุนแรงของรัฐและอิทธิพลของจักรวรรดิ งานวิชาการที่กล้าหาญชิ้นนี้แบกรับภาระในการเปิดเผยประวัติศาสตร์ที่ถูกฝังกลบไว้ และผลักดันปะทะ
กับภาวะ ‘ลืมไม่ได้จำไม่ลง’ (ซึ่งหมายถึง ‘ภาวะที่ไม่สามารถถ่ายทอดความทรงจำออกมาได้อย่างชัดเจนและมีความหมาย’) อย่างไม่ลดละ
หนังสือของธงชัย วินิจจะกูล เล่มนี้กล่าวถึงห้วงเวลาที่เป็นบาดแผลทางจิตใจของคนในชาติจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในประเทศไทย และปฏิเสธที่จะปล่อยให้ความเงียบงันนั้นดำรงอยู่ต่อไป ผู้เรียนรู้เรื่องราวของผู้ถูกกระทำ และชี้ชัดในสิ่งที่เป็นความรับผิดชอบของผู้กระทำผ่านกระบวนการวิจัยอย่างละเอียดรอบคอบ งานของธงชัย วินิจจะกูล มีความเป็นส่วนตัว เปี่ยมด้วยความมุ่งมั่น และสั่นสะเทือนความรู้สึก
งานวิจัยคำนึงและนำประวัติศาสตร์การเมืองและพลวัตของ
รูปแบบการเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นในฉากทัศน์กรุงเทพฯ มาประกอบการวิเคราะห์ ผลงานชิ้นนี้ทำให้ ‘สถานที่’ มีความหมาย ขณะเดียวกันผู้เขียนก็ได้แสดงให้เห็นว่า เหตุใดประวัติศาสตร์เอเชียตะวันออก เฉียงใต้จึงมีความสำคัญต่อการทำความเข้าใจความรุนแรงทาง
การเมืองทั่วโลก”
มาร่วมย้อนความทรงจำที่ถูกกดทับไว้ด้วย “ความเงียบงัน” ต่อเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 ผ่านเนื้อหาทั้งบันทึกความทรงจำและบทวิเคราะห์เชิงวิชาการผ่าน 520 หน้า กว่า 12 บท
ดังนี้
อารัมภบท เช้าวันพุธที่ 6 ตุลาคม
บทที่ 1 6 ตุลา ลืมไม่ได้จำไม่ลง
บทที่ 2 การสังหารหมู่และคำถามที่ยังรอคำตอบ
บทที่ 3 จุดเริ่มต้นของความทรงจำ
บทที่ 4 การพิจารณาคดีและจุดเริ่มต้นของความเงียบงัน
บทที่ 5 ความเงียบที่ไม่สงบหลังปี 2521
บทที่ 6 งานรำลึกในปี 2539
บทที่ 7 ความเงียบที่ดี
บทที่ 8 ความทรงจำที่เลื่อนไหล
บทที่ 9 ความเงียบของหมาป่า
บทที่ 10 ปฏิบัติการของความทรงจำ คนเดือนตุลา
บทส่งท้าย หลอน
เพราะความทรงจำเกี่ยวกับเหตุการณ์สังหารหมู่ที่แม้แตกกระจัดกระจายและหลอกหลอน ไม่ได้อยู่เพียงแค่ในหนังสือ ภาพยนตร์ หรือในงานรำลึกเท่านั้น หากแต่อยู่ข้างในตัวเราทุกคน
⦁⦁⦁
ห้วงแห่งความเงียบงัน ภาวะลืมไม่ได้จำไม่ลง หลัง 6 ตุลา 2519
ผลงาน ธงชัย วินิจจะกูล
แปลโดย สุภัตรา ภูมิประภาส
ภาพปกและภาพเปิดบทโดย ตะวัน วัตุยา
สั่งซื้อล่วงหน้าได้ตั้งแต่วันนี้ – 30 กันยายนนี้
ที่เว็บไซต์สำนักพิมพ์มติชน www.matichonbook.com
โทร 0-2589-0020 ต่อ 3350-3360
(เริ่มจัดส่งหนังสือตั้งแต่วันที่ 3 ตุลาคมเป็นต้นไป)
ราคาเพียง 456 บาท จากราคาปกติ 570 บาท
รับทันทีลายเซ็นนักเขียนและผู้แปล
พิเศษ พร้อมรับของที่ระลึก โปสการ์ดขนาด 10×15 cm. และที่คั่นหนังสือขนาด 4.5×15 cm. รวม 4 ชิ้น ในลวดลายพิเศษผ่านสัญลักษณ์แห่งความทรงจำต่อเหตุการณ์ 6 ตุลา ผ่านปลายฝีแปรงของศิลปินตะวัน วัตุยา
ติดตามทุกช่องทางของสำนักพิมพ์มติชนที่
Line : @matichonbook
Youtube : @MatichonBooks
Tiktok : @matichonbook
Twitter : @matichonbooks
Instagram : matichonbook

