หน้าแรก ประชาชื่น 17 ปี ‘บราเดอ...

17 ปี ‘บราเดอร์ อาสาอนุรักษ์’ ฟื้นป่าชายเลน สร้างระบบนิเวศยั่งยืน ‘ธุรกิจสำเร็จต้องควบคู่การรับผิดชอบต่อโลก’

27.09.25 | 12:33 น.
17 ปี ‘บราเดอร์ อาสาอนุรักษ์’ ฟื้นป่าชายเลน สร้างระบบนิเวศยั่งยืน ‘ธุรกิจสำเร็จต้องควบคู่การรับผิดชอบต่อโลก’

17 ปี ‘บราเดอร์ อาสาอนุรักษ์’
ฟื้นป่าชายเลน สร้างระบบนิเวศยั่งยืน
‘ธุรกิจสำเร็จต้องควบคู่การรับผิดชอบต่อโลก’

ป่าชายเลน (Mangrove forest) หรือที่หลายคนคุ้นเคยในชื่อป่าโกงกาง จัดอยู่ในประเภทป่าไม่ผลัดใบ มีลักษณะเป็นป่าที่น้ำทะเลท่วมถึงพบตามชายฝั่ง

ประเทศไทยมีพื้นที่ป่าชายเลนกระจายตัวในจังหวัดต่างๆ หนึ่งในนั้นคือสมุทรสงคราม ซึ่งตั้งอยู่บริเวณที่ราบลุ่มทะเล ริมอ่าวไทย มีแม่น้ำแม่กลองไหลผ่าน ส่งผลให้พื้นที่ดังกล่าวพบป่าชนิดนี้ในหลายอำเภอ สะท้อนถึงระบบนิเวศที่อุดมสมบูรณ์ที่เกิดขึ้นทั้งพืชพรรณ ต้นไม้ สัตว์น้ำ สัตว์บก

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันต้องยอมรับว่าทรัพยากรทางธรรมชาติเหล่านี้ถูกทำลายไปมาก เนื่องจากปัจจัยมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการขยายตัวของอุตสาหกรรมและชุมชน การทำการเกษตร แม้กระทั่งการเพาะเลี้ยงสัตว์

หากมนุษย์ยังคงละเลย ไม่ตระหนักถึงความสำคัญของป่าชายเลน อนาคตข้างหน้าเราอาจไม่มีโอกาสได้เห็นระบบนิเวศชนิดนี้อีก

Advertisement

ล่าสุด บริษัท บราเดอร์ คอมเมอร์เชี่ยล (ประเทศไทย) ผู้นำโซลูชั่นด้านการพิมพ์ จัดกิจกรรม “บราเดอร์ อาสาอนุรักษ์และฟื้นฟูธรรมชาติป่าชายเลน ครั้งที่ 17” ภายใต้ Brother Group Environmental Vision 2050 ที่มุ่งหวังสร้างชุมชนและระบบนิเวศที่ยั่งยืนระยะยาวในระดับโลก ควบคู่ไปกับการขับเคลื่อนองค์กรอย่างรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม

เดินหน้าปลูกต้นโกงกาง จำนวน 500 ต้น ฟื้นฟูระบบนิเวศชายฝั่งทะเล และสร้างสมดุลทางธรรมชาติ พร้อมสืบสานความรู้และภูมิปัญญาชุมชนด้านสมุนไพรพื้นบ้านและวิถีแพทย์แผนไทยเมื่อ 19 กันยายนที่ผ่านมา ณ ศูนย์อนุรักษ์ป่าชายเลนคลองโคน จ.สมุทรสงคราม

ผู้บริหารบริษัท บราเดอร์ คอมเมอร์เชี่ยล (ประเทศไทย) ร่วมปลูกต้นโกงกาง ณ ศูนย์อนุรักษ์ป่าชายเลนคลองโคลน
จ.สมุทรสงคราม

‘บราเดอร์’ ยืนหยัด อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม
เคียงข้างชุมชน ยึดมั่นปรัชญา At Your Side

ธีรวุธ ศุภพันธุ์ภิญโญ กรรมการผู้จัดการ บริษัท บราเดอร์ คอมเมอร์เชี่ยล (ประเทศไทย) จำกัด เล่าว่า Brother ยึดมั่นในปรัชญา At Your Side ที่พร้อมเคียงข้างสังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อมมาโดยตลอด และเชื่อมั่นว่าการทำธุรกิจให้ประสบความสำเร็จต้องควบคู่ไปกับการรับผิดชอบต่อโลกที่เราอาศัยอยู่ ซึ่งกิจกรรมปลูกและฟื้นฟูป่าชายเลน ยังเชื่อมโยงเข้ากับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน หรือ SDGs (Sustainable Development Goals) ที่กำหนดโดยสหประชาชาติ (UN) ทั้งในด้านการรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (SDG ข้อที่ 13) การอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล (SDG ข้อที่ 14) และการปกป้อง ฟื้นฟู และสนับสนุนการใช้ระบบนิเวศบนบกอย่างยั่งยืน (SDG ข้อที่ 15)

ทั้งหมดคือกลไกสำคัญที่ทำให้องค์กรเติบโตอย่างมั่นคง ควบคู่กับการสร้างคุณค่าแก่สังคมและสิ่งแวดล้อม

“ปัจจุบันสิ่งแวดล้อมมีการเปลี่ยนแปลงไปเยอะมาก สังเกตจากภัยธรรมชาติที่รุนแรงขึ้น ไม่ว่าจะเป็นปัญหาน้ำท่วม หรือเหตุการณ์ที่ไม่ควรเกิดขึ้นก็เกิด เช่น แผ่นดินไหวในกรุงเทพฯ ก็ตาม

ล่าสุด มีข่าวว่าภูเขาน้ำแข็งที่ใหญ่ที่สุดทางขั้วโลกเหนือแตกออกมา ซึ่งเป็นเรื่องที่น่ากลัว ไม่แน่ใจว่าผลที่ตามมาจะมีอะไรบ้าง

ฉะนั้น สิ่งที่บราเดอร์พยายามช่วยมาตลอดทั้งเรื่องสิ่งแวดล้อมและสังคม ที่เรายืนหยัดและพยายามทำทุกๆ ปี อยากให้ทุกท่านภูมิใจในสิ่งที่เราทำในวันนี้ เพราะก็เป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยป้องกันการกัดเซาะทะเลในบ้านเรา นอกจากนี้ ยังเป็นการช่วยสัตว์น้ำให้สามารถมีชีวิตและขยายพันธุ์สืบต่อได้” ธีรวุธกล่าว

มนุษย์ สิ่งแวดล้อม ชุมชน
เชื่อมโยง ผูกพัน พึ่งพา

ด้าน พรภัค อุไพศิลป์สถาพร ผู้จัดการทั่วไป ฝ่ายการเงินและการบริหาร บริษัท บราเดอร์ คอมเมอร์เชี่ยล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า บริษัท บราเดอร์ ประกอบด้วยผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย 6 กลุ่มด้วยกัน ซึ่งแน่นอนว่ากลุ่มแรกคือผู้ถือหุ้นของบริษัท พาร์ตเนอร์ทางธุรกิจ ลูกค้า รวมถึงพนักงานของเราทั้งหมด และสองสิ่งที่ขาดไม่ได้คือสิ่งแวดล้อมและชุมชนท้องถิ่น

“ป่าโกงกางถูกทำลายไปเกือบครึ่งนี่คือสาเหตุหลักของการฟื้นฟู และแท้จริงแล้วป่าโกงกางถูกทำลายด้วยธรรมชาติเช่นเดียวกันไม่เฉพาะมนุษย์ การจัด CSR (Corporate Social Responsibility-ความรับผิดชอบขององค์กรต่อสังคม) เป็นสิ่งที่เราจะต้องผูกกันตลอดไม่ว่าจะเป็นมนุษย์เพราะมนุษย์ต้องพึ่งพาธรรมชาติ

ฉะนั้น หลักของความยั่งยืน หรือ Sustainability ต้องสร้างความสมดุลระหว่างสองสิ่งนี้” พรภัคกล่าว

ไม่เพียงความใส่ใจในธรรมชาติที่เสี่ยงสูญสิ้น บราเดอร์ ยังดูแลชุมชนในท้องถิ่นโดยให้ความสำคัญกับการศึกษา พรภัคเล่าด้วยว่า ได้เดินทางไปเยี่ยมชมโรงเรียนวัดคลองโคลน ซึ่งมีเด็กนักเรียนราว 40-50 คน

“เด็กๆ น่ารักทีเดียวแต่ขาดคุณทรัพย์ พวกเราจึงไปสร้างห้องสมุดให้น้องๆ ไปทาสี ช่วยบำรุงรักษาห้องครัวให้มีสุขลักษณะที่ดีขึ้น ซึ่งต้องขอบคุณ Business Partner ที่สละเงินและเวลามาช่วยทาสีรั้วให้นักเรียน” พรภัคเล่า

ปลูก ‘โกงกาง’ 500 ต้น ไม่เพียงลดโลกร้อน
เบรกกัดเซาะชายฝั่ง เพิ่มปริมาณสัตว์น้ำ

ด้าน  ปภัสร์พงษ์ รัตนพงศ์ธระ ผู้ดูแลศูนย์อนุรักษ์ป่าชายเลนคลองโคลน เผยว่า ดีใจที่บราเดอร์ยังคงสานต่อกิจกรรมดีๆ อย่างนี้ทุกปี ภายใต้จุดประสงค์หลักคือการอนุรักษ์ธรรมชาติสิ่งแวดล้อม และฟื้นฟูระบบนิเวศป่าชายเลน

“โกงกางไม่ได้เป็นแค่ไม้ที่ช่วยลดโลกร้อนได้ดีที่สุดอย่างเดียว แต่ยังช่วยลดการกัดเซาะชายฝั่งซึ่งสิ่งนี้สำคัญมาก เพราะหลายพื้นที่หมดงบประมาณหลวงหลายร้อยล้าน พันล้าน ในการทำเขื่อนหรือแนวการป้องกันกัดเซาะชายฝั่ง แต่ถ้าเราปลูกต้นโกงกางปัญหานี้จะจบไปเลย

และยังทำให้มีสัตว์น้ำเพิ่มขึ้นด้วย เนื่องจากป่าชายเลนให้ความร่มเย็นและออกซิเจน ส่วนรากของต้นโกงกางยังเป็นแหล่งเพาะพันธุ์สัตว์น้ำ เป็นเหมือนปะการังให้กุ้ง หอย ปู ปลา อาศัยและเพาะเลี้ยงตัวอ่อน

ฉะนั้น ยิ่งป่าเยอะมากเท่าไหร่ ก็เป็นการเพิ่มพื้นที่ในการว่างไข่มากเท่านั้น ทำให้สัตว์น้ำมีปริมาณออกมาสู่อ่าวไทยมากขึ้น เพราะที่เราไปเป็นปากแม่น้ำแม่กลอง เป็นแหล่งเชื่อมต่อระหว่างบกกับแผ่นดิน

ดังนั้น ทรัพยากร แร่ธาตุ สารอาหารต่างๆ ที่เกิดจากป่าชายเลนก็จะไปเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ให้แก่การประมงของประเทศด้วย

การปลูกป่าคนละไม้ละมือก็จะช่วยผลิตทรัพยากรธรรมชาติให้กลับสู่ประเทศไทยตลอดเวลา หลังจากปลูกไปแล้ว อีก 10 ปี 20 ปี มันก็จะทำหน้าที่ของมันเรื่อยไป

โดยพื้นที่ที่เข้าไปปลูก เรียกว่าเป็นพื้นที่ด้านใน ซึ่งโอกาสรอดจะมากกว่า 80% วันนี้ปลูกไป 500 ต้น การันตีเลยว่ารอดเกิน 400 ต้น แน่นอน อย่างไรก็ตาม เรื่องอัตราการรอดก็ขึ้นอยู่กับวิธีการปลูกด้วย” ปภัสร์พงษ์อธิบายอย่างเห็นภาพ

(จากซ้าย) กิตติพงศ์ กนกวิไลรัตน์ ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายขายและการตลาด, ธีรวุธ ศุภพันธุ์ภิญโญ,
คุณพ่อและปภัสร์พงษ์ รัตนพงศ์ธระ, พรภัค อุไพศิลป์สถาพร และรัสสิญากร ตัณฑวณิชย์ ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายบริการลูกค้า
ผู้อำนวยการอนามัยคลองโคลนให้ความรู้เกี่ยวกับพืชสมุนไพรในท้องถิ่น

ผอ.อนามัยคลองโคลน ชี้เป้า 4 พืชท้องถิ่น
สารพัดสรรพคุณทางยา

นอกจากส่งเสริมการอนุรักษ์ธรรมชาติแล้ว กิจกรรมในครั้งนี้ บราเดอร์ ยังเล็งเห็นถึงความสำคัญของการดูแลสุขภาพของชุมชนกับกิจกรรมวิธีแพทย์แผนไทย โดยมีกระทรวงสาธารณสุขมาให้ความรู้เกี่ยวกับสมุนไพรพื้นถิ่นที่ช่วยบำรุงร่างกาย และการทำหัตถกรรมผ้ามัดย้อมสีธรรมชาติจากเปลือกต้นโกงกางอีกด้วย

“ถิ่นหอยแครง แหล่งกะปิ เขตดำริปลูกป่า ล้ำค่าทรัพยากร”

คือคำขวัญตำบลคลองโคลนที่ สนอง คล้ำฉิม ผู้อำนวยการอนามัยคลองโคลน หัวหน้าทีมวิทยากรบรรยายจากกระทรวงสาธารณสุข ใช้กล่าวต้อนรับ พร้อมให้ความรู้เกี่ยวกับพืชท้องถิ่นที่สามารถพบได้ทั่วไป แต่พบมากในตำบลคลองโคลน

“มีคนเคยกล่าวไว้ว่าพืชทุกชนิดมีสรรพคุณทางยาหมดเลย ไม่มีชนิดไหนไม่มีสรรพคุณ เพียงแต่ว่าเราจะรู้หรือไม่แค่นั้นเอง ยกตัวอย่างสมุนไพรที่เกิดขึ้นในพื้นที่ของเรา ทั้ง 4 ชนิดที่มีสรรพคุณทางยาที่หลากหลาย

ตัวแรก เหงือกปลาหมอ เป็นพืชชายทะเลพบได้ทั้งในน้ำจืดและน้ำกร่อย ฤทธิ์ทางยาช่วยขับเสมหะ บำรุงประสาท และแก้อักเสบ

สอง หญ้าดอกขาว บางพื้นที่เรียกหญ้าหมอน้อยหรือหญ้าสามวัน เนื่องจากออกดอกสามวันแล้วก็เหี่ยว ช่วงแรกที่ออกดอกจะเป็นสีม่วงพอเริ่มแก่จะเปลี่ยนเป็นสีขาว เป็นพืชที่สามารถใช้เป็นสรรพคุณได้ทุกส่วนทั้ง ราก ลำต้น ผลดอก และใบ มีรสในการทำให้ชุ่มคอ บรรเทาอาการไอ แก้อาการหวัด ลดความดันโลหิตสูง-เบาหวาน และมีสรรพคุณเด่นคือสามารถสกัดเป็นแคปซูล หรือผง เพื่อเลิกบุหรี่ได้ เพราะมีสารโซเดียมไนเตรต มีฤทธิ์ทำให้ลิ้นเฝื่อนลดอาการอยากบุหรี่

สาม ต้นขลู่ มีต้นกำเนิดจากอินเดีย พบมากในเขตป่าชายเลน มีสรรพคุณช่วยลดน้ำตาลในเลือด และใบสามารถนำไปต้มลดอาการผื่นคันได้อีกด้วย

และสุดท้าย ชะคราม ส่วนใหญ่มักนำมาประกอบอาหาร ช่วยบำรุงประสาทและสายตาสำหรับคนที่สายตาพร่ามัว” สนองแจงสรรพคุณแบบละเอียดยิบ

กล่าวได้ว่านอกจากจะเป็นองค์กรที่เล็งเห็นความสำคัญของการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมแล้ว บราเดอร์ ยังสนับสนุนส่งเสริมสังคมรอบด้าน โดยเฉพาะการศึกษาและอาชีพเพื่อชีวิตที่ยั่งยืนอย่างมีคุณภาพของผู้คนอีกด้วย

มาลาศรี เพ็ชรไทย