หน้าแรก ประชาชื่น ช่วยด้วย!! หน...

ช่วยด้วย!! หนูอยากมีบ้าน เสียงจาก ‘พะยูน’ สะท้อนอนาคตทะเลไทย

6.10.25 | 14:35 น.

ช่วยด้วย!! หนูอยากมีบ้าน เสียงจาก ‘พะยูน’ สะท้อนอนาคตทะเลไทย

ข่าวที่ปรากฏบนสื่อทั้งออนไลน์ ออฟไลน์ เมื่อเดือนสิงหาคม 2568 บอกเล่าถึงการพบ “พะยูน” กลุ่มใหม่ 5 ตัว จากการออกสำรวจตรวจสุขภาพสัตว์ทะเลหายากของเจ้าหน้าที่ศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเล และชายฝั่งทะเลอันดามันตอนล่าง (ศวอล.) โดยใช้โดรนไร้คนขับถ่ายภาพได้บริเวณชายฝั่งทะเลจังหวัดตรัง พะยูนทั้ง 5 ตัวพบกระจายอยู่ตามที่ต่างๆ คือบริเวณเกาะมุกด์ 1 ตัว, บริเวณหาดหยงหลำ 3 ตัว และบริเวณบ้านปากคลอง 1 ตัว สร้างความตื่นเต้นและยินดีให้กับเจ้าหน้าที่และชาวบ้านประชาชนที่ทราบข่าว ที่ยังได้เห็นพะยูนตัวเป็นๆ แหวกว่ายอยู่ในทะเลไทย อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เกิดขึ้นนี้อาจจะไม่ใช่สัญญาณที่บ่งบอกว่าท้องทะเลไทยอุดมสมบูรณ์ ถึงแม้ว่า “พะยูน” จะเป็นตัวดัชนีชี้วัดความอุดมสมบูรณ์ของท้องทะเลก็ตาม เนื่องจากที่ผ่านมาจำนวนประชากรพะยูนในประเทศไทยลดลงอย่างมาก

ภาพทั้งหมดจากเพจมูลนิธิอนุรักษ์แนวปะการังและสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลไทยฯ

จากการสำรวจของสถาบันวิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ล่าสุดปี 2568 ซึ่งมีการสำรวจหลายครั้ง พบว่าจำนวนพะยูนลดลงมากกว่า 50% หรือลดลงครึ่งหนึ่งจากที่เคยมี ตัวเลขเดิมสูงสุดที่เคยสำรวจพบในปี 2566 มีพะยูนในทะเลไทยจำนวน 248 ตัว ขณะนี้เหลือเพียง 114 ตัว!!

เกาะลิบง จังหวัดตรัง ได้ชื่อว่า “เมืองหลวง” ของพะยูน จากเดิมที่มีการค้นพบประชากรพะยูนที่มากถึง 200 ตัว ปัจจุบันจำนวนพะยูนลดลงอย่างมากเหลือเพียงไม่ถึง 100 ตัว แต่จังหวัดตรังก็ยังคงเป็นที่อยู่อาศัยสำคัญของพะยูน เพราะมีแหล่งหญ้าทะเลขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ซึ่งหญ้าทะเลถือเป็นซุปเปอร์มาร์เก็ตหลักของพะยูนเลยทีเดียว

Advertisement

“พะยูน” จัดเป็นสัตว์ทะเลเลี้ยงลูกด้วยนมชนิดหนึ่งที่สำคัญต่อระบบนิเวศหญ้าทะเล และยังเป็นสัตว์ป่าสงวนที่หายาก (ไม่ใช่สัตว์ป่าคุ้มครอง) ตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 ทั้งยังอยู่ในบัญชีหมายเลข 1 ของอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศ (CITES) ซึ่งห้ามทำการค้าโดยเด็ดขาด ยกเว้นเพื่อการศึกษาและวิจัย ปัจจุบันพะยูนมีสถานะใกล้สูญพันธุ์ โดยสาเหตุใหญ่คือแหล่งหญ้าทะเลที่เป็นอาหารไม่เพียงพอต่อความต้องการ โดยเฉพาะพื้นที่หญ้าทะเลบริเวณเกาะลิบง จังหวัดตรัง เมืองหลวงของพะยูนพื้นที่หญ้าทะเลสูญหายไปหลายหมื่นไร่

มูลนิธิอนุรักษ์แนวปะการังและสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลไทย ในสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ได้เข้าไปช่วยเหลือพะยูนผ่านการทำงานอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลในวงกว้าง เช่น ทำงานอนุรักษ์แนวปะการังและระบบนิเวศใต้ทะเล ซึ่งเป็นแหล่งอาหารและถิ่นที่อยู่สำคัญของพะยูน การปกป้องและฟื้นฟูถิ่นที่อยู่ของพะยูน รวมถึงการลดภัยคุกคามต่างๆ จากน้ำมือมนุษย์ที่ส่งผลกระทบต่อพะยูนและสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลอื่นๆ รวมถึงรณรงค์และสร้างความตระหนักให้สังคมเห็นถึงความสำคัญของการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล และปัญหาการเสื่อมโทรมของระบบนิเวศ ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญที่จะทำให้สิ่งมีชีวิตใต้ทะเลอยู่รอด โดยเฉพาะ “พะยูน” สัตว์หายากที่ใกล้จะสูญพันธุ์

ดร.ก้องเกียรติ กิตติวัฒนาวงศ์

ดร.ก้องเกียรติ กิตติวัฒนาวงศ์ ผู้เชี่ยวชาญฯ สถาบันวิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะนักวิชาการมูลนิธิอนุรักษ์แนวปะการังและสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลไทย อธิบายถึงปัญหาที่เกิดขึ้นว่า เมื่อต้นปี 2567 ทางฝั่งอันดามันสำรวจพบความเปลี่ยนแปลงของระดับน้ำทะเลต่ำกว่าระดับปกติหรือน้ำทะเลแห้งผิดปกติ ทำให้หญ้าทะเลในหลายพื้นที่มีการหดสั้นลง และเกิดการทับถมของตะกอนเข้ามาด้วย จึงทำให้หญ้าทะเลมากกว่า 20,000 ไร่สูญหาย เมื่อหญ้าทะเลตายส่งผลกระทบต่อสัตว์ทั้งหลายที่ใช้ชีวิตอยู่ในบริเวณดังกล่าว เพราะหญ้าทะเลมีความสำคัญอย่างยิ่ง

ในฐานะเป็นแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำ แหล่งอาหารของสัตว์ทะเล เช่น พะยูน เต่าทะเล นอกจากนี้ หญ้าทะเลยังช่วยกรองและปรับปรุงคุณภาพน้ำ เป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่อาหารในระบบนิเวศทางทะเล

“เมื่อหญ้าทะเลตายได้ส่งผลต่อพะยูนที่ต้องพึ่งพาหญ้าทะเลเป็นอาหารหลัก กลายเป็นว่าพะยูนไม่มีอาหารกิน พะยูนบางส่วนจึงป่วยเพราะขาดอาหาร มีร่างกายผอมผิดปกติ เมื่อขาดอาหารมากขึ้นๆ โอกาสป่วยก็เพิ่มมากขึ้น พะยูนจึงเริ่มอพยพไปหาแหล่งที่มีหญ้าทะเลแหล่งอื่น เราพบว่าพะยูนจากจังหวัดตรังมีการอพยพไปในหลายพื้นที่ รวมถึงตามแนวชายฝั่งทั้งอันดามันตอนบนและตอนล่าง ซึ่งฝั่งอันดามันตอนล่างพบว่ามีพะยูนอย่างน้อย 3 ตัวไปเสียชีวิตที่ประเทศมาเลเซีย มีการยืนยันจากนักวิชาการประเทศมาเลเซียว่าตลอด 15 ปีที่ผ่านมา เขาไม่เคยพบพะยูนเลย เพราะฉะนั้นพะยูน 3 ตัวที่ไปเสียชีวิตที่นั่น มีแนวโน้มอย่างมากว่าเป็นการย้ายถิ่นไปหากิน และไปเสียชีวิตที่นั่น” ผู้เชี่ยวชาญฯจากสถาบันวิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งกล่าว

ไม่เพียงแต่พะยูน 3 ตัวที่อพยพย้ายถิ่นแล้วไปตายในน่านน้ำมาเลเซีย อีกส่วนหนึ่งที่พบคือมีการอพยพไปทางฝั่งอันดามันตอนบน เข้าไปในอ่าวพังงา จังหวัดพังงา จังหวัดภูเก็ต ไปจนถึงจังหวัดระนอง

ดร.ก้องเกียรติชี้ว่า การอพยพย้ายถิ่นของพะยูนกลุ่มนี้มีนัยสำคัญ ไม่ได้แปลว่าพะยูนในจังหวัดภูเก็ต พังงา มีจำนวนเพิ่มมากขึ้น ยกตัวอย่างที่จังหวัดภูเก็ต เท่าที่พบมีพะยูนอยู่ไม่เกิน 10 ตัว แต่เมื่อช่วงต้นปี 2568 พบว่ามีพะยูนเข้ามาในบริเวณพื้นที่มากถึง 60 กว่าตัว เพื่อมาหากินตามแหล่งหญ้าทะเลที่ยังคงหลงเหลืออยู่ จำนวนพะยูนที่เพิ่มขึ้นในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตไม่ได้หมายความถึงการเพิ่มจำนวนประชากรของพะยูน แต่เพิ่มขึ้นเนื่องจากอพยพมาจากที่อื่น “ข้อมูลที่เป็นข้อเท็จจริงระบุว่าการเพิ่มจำนวนประชากรของพะยูนโดยธรรมชาตินั้น ถ้าพะยูน 100 ตัว ในระยะเวลา 1 ปี เขาสามารถเพิ่มประชากรได้ประมาณ 5% เท่านั้น จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะมีพะยูนเกิดขึ้นใหม่ถึง 60 ตัว” การพบพะยูนจำนวนมากก็เพราะเป็นการอพยพมาหากินตามแหล่งหญ้าทะเล แต่แหล่งหญ้าทะเลที่ภูเก็ตไม่เพียงพอ ฉะนั้น ในเวลา 2-3 เดือนหลังจากนั้น พะยูนก็ย้ายถิ่นไปที่อื่น เช่น อาจย้ายกลับไปที่จังหวัดตรัง หรือกระบี่ ส่วนที่เกาะลิบงปัจจุบันเริ่มมีการอพยพกลับเข้าไปบ้างแล้ว แต่จากการสำรวจจำนวนประชากรพะยูนล่าสุดที่เกาะลิบงมีประมาณ 50-60 ตัว จากเดิมที่เคยมีมากถึง 170 ตัว

ตัวอย่างหญ้าทะเลบางชนิดภาพจากโครงการจัดการความรู้เพื่อผลประโยชน์แห่งชาติทางทะเล สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.)

การลดลงของจำนวนประชากรพะยูนในปัจจุบัน นอกเหนือจากสาเหตุหลักที่ขาดแหล่งหญ้าทะเลส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตของพะยูนอย่างมาก ทำให้พะยูนขาดอาหารเสี่ยงต่อการอดอยากและเสียชีวิตแล้ว สาเหตุอื่นที่สำคัญไม่แพ้กันเป็นเรื่องของ “ขยะทะเล” พะยูนอาจกินขยะพลาสติก เช่น ถุงพลาสติก แผ่นห่อพลาสติก และบรรจุภัณฑ์ต่างๆ เข้าไป โดยเข้าใจผิดว่าเป็นอาหาร ทำให้เกิดการอุดตันในทางเดินอาหาร ระบบย่อยอาหาร เกิดการบาดเจ็บหรือเสียชีวิตได้ เช่นกรณีของ “มาเรียม” พะยูนสาวน้อยที่เสียชีวิตในปี 2562 ที่จังหวัดกระบี่ มีสาเหตุมาจากการกินขยะพลาสติก นอกจากนี้ การติดพันกับเครื่องมือประมงที่เป็นขยะ ก็เป็นอันตรายอย่างยิ่ง เพราะทำให้พะยูนไม่สามารถขึ้นมาหายใจบนผิวน้ำได้และจมน้ำตายในที่สุด เนื่องจากพะยูนหายใจด้วยปอด ไม่ใช่เหงือกเหมือนปลาทั่วไป เมื่อติดอวนแล้วไม่สามารถขึ้นมาบนผิวน้ำเพื่อหายใจได้ก็จะจมน้ำตาย จากสถิติการเกยตื้นของพะยูนในปี 2566 พบว่ามีพะยูนเกยตื้นเสียชีวิตถึง 32 ตัว จากทั้งหมด 36 ตัว และพะยูนหลายตัวที่เสียชีวิตมีสาเหตุจากการกินขยะและเครื่องมือประมง

การตายของพะยูนและการลดลงของประชากรพะยูนตามข้อมูลข้างต้น ไม่เพียงแต่เกิดจากภัยธรรมชาติ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลกเดือดที่ทำให้ทะเลร้อนจัดจนเกิดการฟอกขาวปะการัง หรือทำลายแหล่งหญ้าทะเล แต่ยังมีภัยคุกคามที่เกิดจากน้ำมือมนุษย์ด้วย ไม่ว่าปัญหามลพิษขยะทะเล และน้ำเสียจากกิจกรรมต่างๆ การท่องเที่ยวที่ไร้จิตสำนึก ไม่ตระหนักถึงความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมทางทะเล

มูลนิธิอนุรักษ์แนวปะการังและสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลไทย ในสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เป็นอีกแรงที่ร่วมทำงานอนุรักษ์พะยูน โดยจับมือกับชุมชน และเจ้าหน้าที่ภาครัฐหลายส่วน ให้ความรู้แก่ชุมชน เด็กและเยาวชน สร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับพะยูน รวมทั้งกิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อมอื่นๆ เช่น การปลูกป่าชายเลน การเก็บขยะจากทะเล ฯลฯ

หากมนุษย์เรายังละเลยที่จะใส่ใจและช่วยกันลดปัญหาพลาสติกและน้ำเสีย จะส่งผลให้สัตว์ทะเลหายากหลายชนิดสูญพันธุ์ ไม่เพียงแต่พะยูนเท่านั้นที่จะหายไปจากท้องทะเลไทย แต่สัตว์ทะเลหายากชนิดอื่นๆ ก็จะค่อยๆ สูญพันธุ์ไป เหลือเพียงภาพถ่ายไว้ให้คนรุ่นหลังได้ศึกษา

กรรณิการณ์ ฉิมสร้อย