‘เครือมติชน’ ผู้นำเว็บข่าว สื่อออนไลน์อันดับ 1 ของประเทศ

25.04.17 | 15:33 น.

การรับข้อมูลข่าวสารผ่านช่องทางออนไลน์ กลายเป็นวิถีชีวิตคนในสังคมไทยปัจจุบัน โดยเฉพาะการเข้าถึงผ่านสมาร์ทโฟนที่ทำให้การเข้าถึงข่าวสารฉับไวรายวินาที ซึ่งเป็นไปตามกระแสโลก

ล่าสุดจากการจัดอันดับของ ทรูฮิต (Truehits) ผู้เก็บสถิติเว็บไซต์ไทย โดยสำนักบริการเทคโนโลยีสารสนเทศภาครัฐ ได้จัดอันดับเว็บไซต์ปี 2017 ปรากฏว่าเว็บไซต์ข่าวสด www.khaosod.co.th ขึ้นมาเป็นอันดับ 1 ของเว็บไซต์ทั่วประเทศทุกหมวดหมู่ โดยมีคนดูเฉลี่ยต่อวันที่ 1,065,488 (คำนวณตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2560-22เมษายน 2560)
นับเป็นพัฒนาการอีกก้าวที่สำคัญของสื่อออนไลน์ในเครือมติชนที่เว็บไซต์ข่าวสดขยับตำแหน่งจากอันดับ 1 ในหมวดสื่อ มาสู่ตำแหน่งอันดับ 1 ของเว็บไซต์ทุกหมวดทั่วประเทศ
สิ่งต่อไปที่ต้องทำคือการมองหาแนวทางพัฒนาในก้าวต่อไป

ความนิยมจาก ‘ความเชื่อมั่น’

“อันดับเว็บไซต์ปี 2017 จะเห็นว่าตอนนี้เว็บเบอร์ 1 เมืองไทยคือข่าวสด เป็นเหตุผลว่าทำไมถึงต้องประกาศตัว ตีฆ้องร้องป่าวให้คนทราบ เพราะมีความเชื่อเดิมๆ ว่าเว็บชื่ออะไรเป็นอันดับ 1 และในทางธุรกิจ เมื่อเป็นที่ 1 แล้วก็ต้องพยายามบอกให้รู้ เพราะไม่ใช่ข้อมูลทั่วไปที่คนจะเข้ามาดู”

ฐากูร บุนปาน กรรมการผู้จัดการเครือมติชน กล่าวถึงงานแถลงข่าวการเป็นเว็บไซต์อันดับ 1 ของข่าวสดที่จะจัดขึ้นในวันที่ 26 เมษายนนี้

“10 อันดับแรกของเว็บในเกือบทุกประเทศในโลกจะมีเว็บสื่อเข้าไปแทรกอยู่ 3-4 เว็บเสมอ ในยุคที่ข่าวสารท่วมท้นชนิดที่พูดกันว่าใครก็เป็นนักข่าวได้ สิ่งที่ต้องรักษาไว้คือความน่าเชื่อถือ ความถูกต้อง จุดยืนที่เป็นธรรม สามารถสร้างความไว้วางใจให้คนได้ ซึ่งเป็นค่านิยมที่เราถูกปลูกฝังสั่งสอนกันมาในการทำข่าว ไม่ว่าจะเป็นช่องทางไหนก็ตาม คุณต้องรักษาแก่นนี้ไว้”

Advertisement

ปรากฏการณ์ที่เว็บไซต์สำนักข่าวขึ้นมาเป็นอันดับหนึ่งได้นั้น ฐากูรมองว่าเป็นเรื่องธรรมดา เมื่อความกระหายใคร่รู้เป็นธรรมชาติหนึ่งของมนุษย์ เว็บไซต์ข่าวก็ได้เข้ามาตอบสนอง แต่ใครจะทำได้ดีกว่า ทำแล้วมีคนอ่านให้ความเชื่อถือแค่ไหนเป็นอีกเรื่องหนึ่ง

สิ่งที่จะสร้างความนิยมของสื่อออนไลน์แต่ละแห่งนั้น ฐากูรมองว่านอกจากความเร็วในการเสนอข่าวแล้ว ยังต้องรักษาความถูกต้องของเนื้อหา ซึ่งจะนำไปสู่ความเชื่อมั่น

“เขาเปิดอ่านเพราะเชื่อว่าคุณไม่โกหก ไม่มั่ว เขาเอาไปพูดต่อได้ แค่นั้นเอง แก่นของงานยังเหมือนเดิม แต่ต้องเปลี่ยนวิธีการนำเสนอให้เข้ากับรสนิยมคนยุคใหม่”

ในแก่นการนำเสนอข่าวกับรูปแบบที่เปลี่ยนไป โดยมีปัจจัยเรื่องความเร็วเข้ามาเกี่ยวข้อง ฐากูรยืนยันว่าการตรวจสอบความถูกต้องของข่าวออนไลน์ต้องใช้มาตรฐานเดียวกับการทำหนังสือพิมพ์ เป็นหลักการที่ยึดถือไว้เพื่อให้มาตรฐานความน่าเชื่อถือของข่าวคงเดิม

 

ฐากูร บุนปาน

โลกข้อมูลข่าวสารที่ขยายกว้างออกไป

แนวทางที่จะพัฒนาต่อไป ฐากูรวางเป้าสื่อออนไลน์ไว้ด้วยการเดินไปพร้อมกันทั้งเครือ

โดยในเครือมติชนมีเว็บไซต์หนังสือพิมพ์ 3 เว็บไซต์ คือ ข่าวสด มติชน และประชาชาติธุรกิจ หลายครั้งที่ประชาชาติธุรกิจขึ้นมาติด 1 ใน 10 เว็บสื่อ และบ่อยครั้งที่มติชนขึ้นมาติด 1 ใน 10 เว็บทั่วประเทศ

“เรามีเว็บไซต์ของนิตยสารในเครือ 4 เว็บ ศิลปวัฒนธรรม มติชนสุดสัปดาห์ เส้นทางเศรษฐี เทคโนโลยีชาวบ้าน แต่ละเว็บมีกลุ่มลูกค้าเฉพาะของตัวเอง น่าสนใจว่าศิลปวัฒนธรรมมีคนเข้าอ่านเว็บไซต์วันละเป็นแสน มากกว่ายอดพิมพ์หนังสือไม่รู้กี่เท่า ส่วนมติชนสุดสัปดาห์ไปได้ดีในเฟซบุ๊ก จากบทความที่นำมาตัด คัด ย่อลง Instant Articles ของเฟซบุ๊ก แต่ละชิ้นคนอ่านหมื่นปลายจนถึงแสนกลางๆ แปลว่าถ้าทำให้ดี ถ้าเนื้อหาตรงกับความต้องการของผู้อ่าน เขารู้สึกว่าเป็นประโยชน์ มันก็ไปได้เองไม่ว่าจะเป็นเว็บไหน

“คนเสพสาระบนโลกดิจิทัลเยอะขึ้นเรื่อยๆ เมื่อ 10 ปีที่แล้ว หนังสือพิมพ์ทุกฉบับทั่วประเทศขายรวมกันอยู่ 2.2 ล้านฉบับ นาทีนี้ขายรวมอยู่ประมาณ 1.2 ล้านฉบับ แต่คนอ่านเฉพาะเว็บสื่อในเครือมติชน วันหนึ่งเกือบ 2 ล้านแล้ว และยังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

“อย่าดูถูกคนอ่าน เขาต้องการเสพสาระ คุณมีให้เขาหรือเปล่า คุณนำเสนอได้ถูกจริตเขาหรือเปล่า” ฐากูรกล่าว

ส่วนอีกลูกเล่นที่จะเพิ่มเข้ามาในสื่อออนไลน์เครือมติชน คือ “คลิปวิดีโอบนเฟซบุ๊ก” ที่ฐากูรเผยว่าเฉพาะเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา คนดูไลฟ์ในเฟซบุ๊กข่าวสดทั้งหมด 98.4 ล้านคน เฉลี่ยวันละ 3 ล้านกว่าคน คนดูมากกว่าคนอ่าน 3 เท่า

“ตลาดเป็นอย่างนี้ มหาชนอยากดูยังไง สื่อมีหน้าที่ตอบสนองอยู่แล้ว วิธีนำเสนออาจเปลี่ยนไป แต่หลักการและจุดยืนคุณต้องมั่นคงชัดเจน”

แนวทางการพัฒนาที่วางไว้ คือ

1.พัฒนาโปรดักต์ โดยเฉพาะการตอบสนองเรื่องไลฟ์สตรีมและคลิปวิดีโอ ควบคู่กับสื่อที่เป็นตัวอักษร ซึ่งสื่อผสมเป็นกระแสที่สื่อทั่วโลกกำลังมุ่งไป

2.ขยายฐานการอ่าน วันนี้คนกดเข้าดูเว็บไซต์ในเมืองไทยเฉลี่ย 14 ล้านคนต่อวัน และวันหวยออกเพิ่มเป็น 17 ล้าน ฐากูรมองว่ายังน้อยอยู่ ในฐานะคนผลิตข้อมูลข่าวสารต้องการให้มีการแพร่กระจายมากที่สุด เพื่อลดความเหลื่อมล้ำของสังคม โดยเริ่มจากความเหลื่อมล้ำของข้อมูลข่าวสาร ซึ่งจะต้องเริ่มที่การพัฒนาตัวเอง

3.การทำบิ๊กดาต้า ตอบสนองเรื่องธุรกิจ เมื่อมีฐานลูกค้าในมือแล้ว โลกดิจิทัลสามารถจำแนกพฤติกรรมผู้อ่านได้ว่าอ่านข่าวตอนไหน อ่านข่าวอะไร เป็นข้อมูลวิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้า ซึ่งคลังข้อมูลอยู่กับแพลตฟอร์มใหญ่อย่างกูเกิลและเฟซบุ๊ก นำมาสู่เรื่องโฆษณาที่จะแสดงผลตามพฤติกรรม ซึ่งการทำบิ๊กดาต้าจะนำไปใช้ประโยชน์ได้ในการโฆษณาและเพิ่มมูลค่าข่าว

การพัฒนาสื่อทุกรูปแบบที่มีอยู่ในเครือมติชน หมายรวมถึง “สื่อสิ่งพิมพ์” ซึ่งเป็นฐานที่มติชนเติบโตมาและมีความเชี่ยวชาญ สื่อทุกรูปแบบที่มติชนมีจะมีฐานผู้อ่านเฉพาะตัว ทั้งหนังสือพิมพ์ นิตยสาร และหนังสือเล่ม

“หนังสือพิมพ์” หากมองว่าคนที่โตมากับสื่อชนิดนี้ ในวันนี้มีอายุ 40 ปี ยังมีลมหายใจอีกถึง 20-30 ปี ซึ่งระหว่างนั้นจะต้องพัฒนาเปลี่ยนแปลงเรื่อยไป สถานการณ์วงกาหรนังสือพิมพ์วันนี้เริ่มอยู่ตัว ไม่ได้ดิ่งอย่างที่หลายคนคาดการณ์

“หนังสือเล่ม” ผลสรุปจากงานสัปดาห์หนังสือฯปีนี้ออกหนังสือน้อยกว่าปีที่แล้ว แต่มียอดขายเท่ากัน และหนังสือขายดีที่สุดคือ “ร้อยเรื่องราววังต้องห้าม” ที่ราคาสูงราวเก้าร้อยกว่าบาท สะท้อนว่าหากเป็นหนังสือที่ดี คนก็ยอมจ่ายเงินได้ เทรนด์วงการหนังสือที่มติชนมองจึงอาจเป็นการทำน้อยลง แต่ทำให้ดีขึ้น ทั้งเนื้อหาและรูปเล่ม ไม่ใช่การทำหว่านอย่างเดิม

เป็นแนวทางพัฒนาสื่อที่สอดคล้องกันทั้งเครือ คือการปรับตัวตามสถานการณ์โลก ตอบสนองผู้อ่านในทุกรูปแบบ โดยการคงแก่นด้านคุณภาพและความน่าเชื่อถือ

เป็นคำยืนยันในฐานะผู้ผลิตข้อมูลข่าวสารรายใหญ่ของประเทศ

 

สุริวงค์ เอื้อปฏิภาน

ตอบคำถามสังคมอย่างน่าเชื่อถือ-ฉับไว

ส่วนมุมมองจากคนทำงาน สุริวงค์ เอื้อปฏิภาน บรรณาธิการหนังสือพิมพ์ข่าวสด มองปัจจัยความสำเร็จของข่าวสดว่ามาจากฐานการทำข่าวหนังสือพิมพ์ที่เป็นเหมือนกันทั้งเครือมติชน เน้นข่าวที่เชื่อถือได้ ติดตามประเด็นเจาะข่าว โดยเฉพาะข่าวสดที่อยู่ในแวดวงหนังสือพิมพ์หัวสีซึ่งมีสื่ออื่นยึดครองมานาน แต่สามารถเติบโตขึ้นมาได้ด้วยข่าวเจาะระดับสะเทือนสังคม

“เรามีความน่าเชื่อถือเป็นเอกลักษณ์ มีความสุภาพ เน้นข้อมูล ไม่หยาบคาย ฐานนี้เป็นต้นทุนที่สำคัญของสื่อในเครือ”

เมื่อข่าวสดเริ่มทำสื่อออนไลน์ก็โตขึ้นเรื่อยๆ โดยอาศัยฐานข่าวหนังสือพิมพ์รายวันเป็นวัตถุดิบสำคัญ

“เราเปิดหูตาให้กว้างในการมองกระแสความเป็นไปของสังคมในทุกชั่วโมงนาที เพื่อที่จะมีข่าวสารข้อมูลตอบสนองกระแสสังคม เราต้องฉับไวในจุดนี้ จุดสำคัญที่ทำให้ประสบความสำเร็จในสื่อออนไลน์ ปฏิเสธไม่ได้ว่ามาจากรากฐานของข่าวหนังสือพิมพ์ที่ดี มีความน่าเชื่อถือ มีประสิทธิภาพสูง”

จากประสบการณ์การทำข่าวออนไลน์ สุริวงค์ยอมรับว่าโซเชียลมีเดียกลายเป็นกระแสหลักของสังคม เมื่อทุกคนอยู่กับสมาร์ทโฟน ความฉับไวและการนำเสนอเรื่องที่คนต้องการรู้ในเวลานั้นเป็นจุดสำคัญ แต่ไม่ใช่เพียงแค่เอาเร็วตามกระแส แต่ข่าวสดมีฐานความน่าเชื่อถือของหนังสือพิมพ์ที่ทุกวันนี้ดำเนินควบคู่ไปพร้อมๆ กันกับออนไลน์ โดยกอง บก.จะทำงานร่วมกันทั้งสองช่องทาง เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน

ส่วนความถูกต้องของข่าวออนไลน์ที่มีความรวดเร็ว บก.ข่าวสดยืนยันว่าต้องทำให้ได้มาตรฐานเท่าเทียมกับหนังสือพิมพ์ หากพบข้อผิดพลาดก็รีบตรวจสอบและแก้ไข

“แน่นอน เราต้องตอบความอยากรู้อยากเห็นของสังคมในทุกเวลานาทีให้ได้ทางออนไลน์ โดยไม่ทิ้งเรื่องความน่าเชือถือและมุมมองต่อปัญหาสังคม เราจะไม่ประณามคนตามกระแส ต้องมีมุมมองรอบด้าน พูดถึงปัญหาให้ครบทุกทาง เพราะปัญหาสังคมมีความซับซ้อนมากขึ้น”

การปรับตัวของคนทำข่าว โดยเฉพาะที่วันนี้จะมีวิดีโอเพิ่มเติมเข้ามาในสื่อออนไลน์ สุริวงค์เผยว่า สถานการณ์สื่อที่เปลี่ยนไปจะทำให้นักข่าวมีความสามารถสูงขึ้น แพรวพราวรอบด้านมากขึ้น

ปิดท้ายด้วยคำยืนยันจากบรรณาธิการข่าวสดที่มุ่งหมายจะรักษาตำแหน่งผู้นำสื่อออนไลน์ของประเทศไทยต่อไป

“เราต้องพัฒนาไปอีกเรื่อยๆ มุ่งสู่การเป็นเว็บไซต์ที่มีความสมบูรณ์พร้อมสำหรับคนอ่านทุกด้านทุกเรื่อง ต้องทำให้ได้”

ในความฉับไวของโลกออนไลน์ต้องการข้อมูลข่าวสารที่มีคุณภาพ “เครือมติชน” ยืนยันความเป็นผู้นำในฐานะผู้ผลิตข้อมูลข่าวสารรายใหญ่ของประเทศ

การแถลงข่าว “Khaosod Number 1” จะจัดขึ้นในวันพุธที่ 26 เมษายน เวลา 13.00 น. ที่ห้องประชุมอาคารข่าวสด หรือติดตามแบบเรียลไทม์ผ่านเฟซบุ๊กไลฟ์ทางแฟนเพจ Khaosod-ข่าวสด