หน้าแรก ประชาชื่น ‘ราชทัณฑ์’ ชำ...

‘ราชทัณฑ์’ ชำระประวัติศาสตร์ 110 ปี เติบโต เปลี่ยนผ่าน จาก กรมคุก ดัดสันดาน สู่สถาบันฟื้นฟูชีวิต

10.10.25 | 12:09 น.

‘ราชทัณฑ์’ ชำระประวัติศาสตร์
110 ปี เติบโต เปลี่ยนผ่าน
จาก กรมคุก ดัดสันดาน สู่สถาบันฟื้นฟูชีวิต

นับแต่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดฯให้ตราพระราชบัญญัติจัดตั้งกรมราชทัณฑ์ขึ้น เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม พ.ศ.2458 โดยรวมกองมหันตโทษ ลหุโทษ และเรือนจำทั้งหลาย ขึ้นเป็นกรม มี มหาอำมาตย์ตรี พระยาชัยวิชิตวิศิษฎ์ธรรมธาดา (ขำ ณ ป้อมเพชร์) เป็นอธิบดีคนแรก เส้นทางประวัติศาสตร์ของกรมราชทัณฑ์จึงเริ่มต้นขึ้น

13 ตุลาคมนี้ ในพุทธศักราช 2568 กรมราชทัณฑ์ จะก้าวสู่วาระครบรอบ 110 ปี

บนเส้นทางอันยาวนาน กรมราชทันฑ์ ก้าวผ่านเหตุการณ์หลากหลายในบริบทสังคมและการเมืองไทย อีกทั้งสถานการณ์ของโลก อันส่งผลต่อการราชทัณฑ์ไทยอย่างไม่อาจปฏิเสธได้ การโยกย้ายสังกัดกระทรวง กระทั่งยุบเลิกเหลือเป็น ‘แผนก’ แล้วยกฐานะขึ้นใหม่ เกิดขึ้นตามลำดับในห้วงเวลากว่า 1 ศตวรรษ

ถอดรหัส 3 ชื่อ ‘ราชทัณฑ์’ ภาษาอังกฤษ
บ่งชี้แนวคิด เริ่มต้นที่ ‘กรมคุก’ มุ่งหน้า ‘สถาบันแก้ไขฟื้นฟู’

Advertisement

ประวัติศาสตร์ราชทัณฑ์ต่างยุค หลากสมัย บ่มเพาะเคี่ยวกรำจนผลิดอกออกผล มีพัฒนาการหลายระลอก ตั้งแต่ช่วงเวลาที่ยังเป็น Prison Department แปลตรงตัวว่า ‘กรมคุก’ มุ่งจัดระเบียบ สร้างเอกภาพในการคุมขังนักโทษ ประยุกต์ระบบคุกอาณานิคม ผสมการลงทัณฑ์แบบจารีต ก่อนปรับแนวคิดสู่ Penitentiary Department เน้นการ ‘ดัดสันดาน’ ให้กลับตัวเป็นพลเมืองดี โดยนำความรู้อาชญาวิทยาและทัณฑวิทยาแบบตะวันตกมาปรับใช้หลังเปลี่ยนแปลงการปกครอง

กระทั่งท้ายที่สุด กรมราชทัณฑ์ เปลี่ยนชื่อภาษาอังกฤษเป็น Department of Corrections บ่งชี้แนวคิด ‘แก้ไขฟื้นฟู’ ยกระดับสอดคล้องมาตรฐานสหประชาชาติหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 และใช้คำดังกล่าวสืบมาถึงปัจจุบัน

กรมราชทัณฑ์วันนี้ ในฐานะหน่วยงานภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงยุติธรรม ยังคงขับเคลื่อนภารกิจอย่างหนักแน่น ไม่หยุดยั้ง ภายใต้วิสัยทัศน์คืนคนดีสู่สังคม ป้องกันการกระทำผิดซ้ำ โดยเล็งเห็นความสำคัญของการมอบโอกาสปรับปรุงพฤตินิสัย บำบัด ฟื้นฟู ส่งเสริมผู้ต้องขังให้ตั้งต้นชีวิตใหม่อย่างมีคุณภาพ

จึงกล่าวได้ว่า กรมราชทัณฑ์เปรียบได้ดั่ง ‘โรงเรียนแห่งชีวิต’ ที่ตั้งอยู่หลังรั้วกำแพงเรือนจำ

จาก ‘ตาต่อตา ฟันต่อฟัน’
ถึงมาตรฐานโลก ‘ข้อกำหนดแมนเดลลา’

ในวาระครบรอบ 110 ปี กรมราชทัณฑ์ เมื่อครั้ง สหการณ์ เพ็ชรนรินทร์ นั่งเก้าอี้อธิบดี มีแนวคิดจัดทำหนังสือ ‘ชำระประวัติศาสตร์ราชทัณฑ์’ เพื่อบันทึก สำรวจ ตรวจสอบ ชำระ และนำเสนอข้อมูลหลักฐานหลากหลาย ทั้งภาพถ่ายเก่า โบราณวัตถุ และเอกสารล้ำค่า รวมถึงบันทึกปากคำบุคคลร่วมสมัย สะท้อนถึงพัฒนาการแนวคิดที่ก้าวหน้าขึ้นตามลำดับ จากยุคจารีตที่ลงโทษทัณฑ์แบบตาต่อตา ฟันต่อฟัน สู่ยุคใหม่ที่เน้นการปรับแก้ไขพัฒนาพฤตินิสัย ยกมาตรฐานการปฏิบัติขั้นต่ำ ถึงข้อกำหนดกรุงเทพ และข้อกำหนดแมนเดลา โอบรับมาตรฐานโลก

‘พระราชทานอภัยโทษ’ น้ำพระทัยใหญ่หลวง
ใต้ร่มบารมีจักรีวงศ์

นอกจากนี้ ยังได้จัดทำหนังสือ ‘กรมราชทัณฑ์ ใต้ร่มพระบารมี’ เพื่อเผยแพร่พระราชกรณียกิจ แนวพระราชดำริ ที่มีต่อการราชทัณฑ์ไทย ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณในพระมหากษัตริย์ และพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ โดยมีการค้นคว้าข้อมูล ร้อยเรียงเรื่องราวอันทรงคุณค่า ตั้งแต่การพัฒนาการคุก การตะรางครั้งสำคัญในสมัยรัชกาลที่ 5 โดยโปรดเกล้าฯให้จัดซื้อที่ดินสร้าง ‘คุกใหม่’ ย่านตรอกคำ พระนคร สร้างรากฐานอันนำไปสู่การก่อเกิดกรมราชทัณฑ์ และมีพัฒนาการสืบมา

อีกทั้ง น้ำพระทัยที่มีต่อพสกนิกรทุกหมู่เหล่า รวมถึงผู้เคยกระทำพลั้งพลาด โดยในสมัยรัตนโกสินทร์มีการพระราชทานอภัยโทษในโอกาสต่างๆ อันถือเป็นพระราชอำนาจที่สืบทอดมาตั้งแต่กรุงศรีอยุธยา ทั้งการพระราชทานอภัยโทษเป็นการเฉพาะตัว และการพระราชทานอภัยโทษเป็นการทั่วไปตามโบราณราชประเพณีในโอกาสอันเป็นมงคลของบ้านเมือง รวมถึงพระราชวิสัยทัศน์ที่สะท้อนผ่านโครงการในพระราชดำริ และพระดำริ ในรัชกาลปัจจุบัน อันเกี่ยวเนื่องกับการราชทัณฑ์

ระดม ‘นักประวัติศาสตร์’ ค้นลึก รีเช็กยิบ
เปิดเอกสาร ‘ไม่เคยตีพิมพ์ที่ใดมาก่อน’

หนังสือ ‘ชำระประวัติศาสตร์ราชทัณฑ์’ และ ‘กรมราชทัณฑ์ใต้ร่มพระบารมี’ มากมายด้วยภาพถ่ายเก่าทรงคุณค่า ชำระปรับแก้ข้อมูลบางส่วนที่เคยสับสน คลาดเคลื่อน ลงรายละเอียดกระทั่งการ ‘สะกดชื่อ’ และนามสกุล ที่ไม่ตรงกัน ยกหลักฐานประกอบพร้อมเชิงอรรถที่ผ่านการค้นคว้าจากนักประวัติศาสตร์ตัวจริง โดยมี ผศ.ดร.ศรัญญู เทพสงเคราะห์ ผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์ราชทัณฑ์อันดับต้นของประเทศ รับเป็นที่ปรึกษา ร่วมด้วย รศ.ดร.รุ่งโรจน์ ภิรมย์อนุกูล อาจารย์คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง และ  ดร.วิราวรรณ นฤปิติ นักวิจัยประจำสถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ค้นคว้าเอกสารโบราณล้ำค่าจากหอจดหมายเหตุแห่งชาติ โดย พนมกร นวเสลา ภัณฑารักษ์ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร

ตรวจสอบข้อมูลอย่างละเอียด โดย เจนจิรา เบญจพงศ์ นักวิชาการอิสระ

เปิดเผยเอกสารบางชุด ที่ไม่เคยตีพิมพ์เผยแพร่ต้นฉบับอย่างเป็นทางการมาก่อน อาทิ ลายพระหัตถ์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงตอบกลับรายงานของพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระนเรศวรฤทธิ์ เสนาบดีกระทรวงนครบาล ว่าด้วยการเปิดคุกใหม่, รายงานการจัดพิธีเปิดคุกใหม่และเคลื่อนย้ายนักโทษ รวมทั้งขอรื้อคุกหน้าวัดโพธิ์, สำเนาพระบรมราชโองการพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เรื่อง พระราชทานตราประจำตำแหน่งอธิบดีกรมราชทัณฑ์

อีกทั้งส่วนหนึ่งของพระราชหัตถเลขา รัชกาลที่ 6 พระราชทานอภัยโทษ ซึ่งกรมราชทัณฑ์เก็บรักษาต้นฉบับไว้ จำนวน 81 ฉบับ นับแต่พุทธศักราช 2459-2463

นับเป็นหนังสือชุดอันทรงคุณค่าที่ไม่เพียงตั้งใจชำระประวัติศาสตร์ของตัวเอง ทว่า กรมราชทัณฑ์ได้ฝากไว้ซึ่งความก้าวหน้าทางวิชาการ บันทึกหน้าหนึ่งและหลายหน้ากระดาษของกระบวนการยุติธรรมไทยที่ไม่อาจแยกจากประวัติศาสตร์ของชาติจากอดีตสู่ร่วมสมัย พร้อมก้าวสู่ปีที่ 111 อย่างเต็มภาคภูมิ

พรรณราย เรือนอินทร์-เรื่อง
สุรินทร์ มุขศรี-ภาพ