หน้าแรก ประชาชื่น อุษาคเนย์ที่(...

อุษาคเนย์ที่(เคย)ลับ เรื่องเล่าที่หล่นหายและเหลือเชื่อ

29.10.25 | 11:51 น.

อุษาคเนย์ที่(เคย)ลับ
เรื่องเล่าที่หล่นหายและเหลือเชื่อ

เคยสงสัยหรือไม่ว่า

เมอร์ไลอ้อนคือตัวอะไร

ทำไมต้องปักตะไคร้ให้ฝนหยุด

จะเข้ที่เป็นเครื่องดนตรีกับจระเข้ที่เป็นสัตว์เกี่ยวข้องกันไหม

Advertisement

เทพทันใจ คือเทพองค์ใดกันแน่

คำตอบของคำถาม และคำอธิบายที่จะช่วยไขเรื่องลับอีกมากมายในภูมิภาคอุษาคเนย์ รวบรวมเอาไว้ในหนังสือ “อุษาคเนย์ที่(เคย)ลับ” ผลงาน องค์ บรรจุน ที่จะพาผู้อ่านไขความลับของวัฒนธรรม ประเพณี วิถีชีวิตของผู้คนในดินแดนอุษาคเนย์ และอาจทำให้ผู้อ่านนึกถึงบรรยากาศในวัยเด็ก หรือบ้านเกิดขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว

หนังสือเล่มใหม่จากหมวด Slipa-Zip คลังข้อมูลของวัฒนธรรม และวิถีชีวิตของผู้คนทั่วดินแดนอุษาคเนย์ ที่เริ่มเจือจางในการรับรู้ของผู้คนทั่วไปภายใต้อำนาจรัฐฯ ศาสนาใหญ่ หรือกาลเวลา ให้ได้กลับมาเฉิดฉายในการรับรู้ของคนยุคร่วมสมัยอีกครั้ง พร้อมกับเนื้อหาย่อยง่าย และภาพประกอบ 4 สีตลอดเล่ม

องค์ บรรจุน ผู้เขียน ร่ายมนต์ไว้ในคำนำที่โปรยหัวข้อว่า ‘อุษาคเนย์: ดินแดนร่วมราก ร่วมเรื่องเล่า ร่วมเงาอดีต’ ว่า

“อุษาคเนย์” หรือเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หาใช่เพียงพื้นที่ทางภูมิศาสตร์ซึ่งถูกล้อมรอบด้วยเทือกเขาและมหาสมุทร หากแต่คือดินแดนแห่งเครือญาติชาติพันธุ์ร่วมรากทางวัฒนธรรม ที่แผ่รากซ้อนทับยาวนานหลายพันปี มอญ ลาว เขมร จาม มลายู พม่า เวียด เมี่ยน กะเหรี่ยง อาข่า ชวา กูย และกลุ่มชาติพันธุ์อีกมากยากจะนับได้ถ้วน ล้วนมีสายใยที่มองเห็นได้และมองไม่เห็นยกโยงถึงกัน ผ่านภาษา ความเชื่อ จารีตประเพณี และเรื่องเพศ ซึ่งถูกทำให้ธรรมดาในทุกพื้นที่ชีวิตและความทรงจำร่วมที่ยังคงฝังแน่นในผืนแผ่นดินและผู้คนอุษาคเนย์มิได้ดำรงอยู่ด้วยความโดดเดี่ยว แต่ลมหายใจของแต่ละชาติพันธุ์ต่างเชื่อมร้อยเป็นสาย สะท้อนผ่านลายถักทอผืนผ้าแห่งความหลากหลาย ทั้งจากเสียงกลองบูชา ท่วงท่าร่ายรำบวงสรวง และเครื่องเซ่นที่บรรจงจัดด้วยศรัทธาต่อผีน้ำ ผีทุ่ง และทวยแถน ตลอดจนความเชื่อเรื่องวิญญาณบรรพชน ไปจนถึงกลิ่นอายสำรับโบราณที่แฝงปรัชญาและวิถีชีวิตไว้ในทุกคำ

เรื่องเล่าที่หล่นหายและเหลือเชื่อแต่ในขณะเดียวกัน ความลึกลับของอุษาคเนย์กลับเป็นสิ่งที่ถูกลืม

ไม่ว่าด้วยกาลเวลา อำนาจทางการเมืองทั้งจากภายในและนอกภูมิภาค

โดยเฉพาะวาทกรรมจากโลกภายนอกที่บดบังและเบียดขับวิธีการบันทึกประวัติศาสตร์แบบมุขปาฐะของผู้คนดึกดำบรรพ์โดยคนท้องถิ่นที่เคยดำรงอยู่มานานหลายชั่วอายุคน ในเมื่อเรื่องเล่าของโต้ง ร่างทรง ม้าขี่ นัต เทพทันใจ ไอ้ไข่ ผีบ้าน ผีเรือน ท้าวเวสสุวรรณ หรือพิธีกรรมประหลาด เช่น พิธีบวงสรวงปลาบึก หรือพิธีไกวเปลกล่อมศพที่อาจถูกจัดเข้าหมวดหมู่งมงาย ไร้เหตุผล ไร้หลักฐานเชิงประจักษ์ ความเชื่อโบราณว่าด้วยอาหารที่ต้องปรุงตามตำราเพื่อขมาผีฟ้า หรือให้ได้รสแห่งบุญ ถูกแทนที่ด้วยสูตรทันสมัยตามกูรูออนไลน์

สิ่งเหล่านี้จึงค่อยๆ ถูกกลืนหายไปจากภาพจำของอุษาคเนย์ เหลือเพียงภาพท่องเที่ยวย้อนรอยซีรีส์ แหล่งชิมช้อป หรือมรดกโลกที่แลดูเรียบร้อยเป็นแถวเป็นแนว ทว่า เบื้องหลังภาพอันเป็นระเบียบเกิดขึ้นโดยการเกณฑ์ผู้คนและบ้านเรือนออกไปจากภูมิลำเนา ดังเรื่องเล่าของอุษาคเนย์ซึ่งเคยอยู่ และยังอยู่ แม้จะถูกความพยายามปกปิดซ่อนเร้น

อุษาคเนย์ที่(เคย)ลับ เล่มนี้จึงไม่ใช่เพียงการรวมบทความสารคดีประวัติศาสตร์วัฒนธรรม หากแต่เป็นการเปิดม่าน เปิดชั้นดิน เปิดกองธุลี เผยเรื่องเล่าที่เคยอยู่ในเงาให้เห็นภาพซ้อนอีกชั้นของอุษาคเนย์ ดินแดนที่ไม่ได้มีเพียงศาสนสถานหลังคาสีทองแวววาว หากแต่เต็มไปด้วยคนไกวเปลกล่อมศพ แม่หม้ายปักตะไคร้ ผีบ้านผีเรือน บรรพชนจระเข้ คนล่าปลาบึกด้วยพิธีกรรม คนจุดลูกหนูเผาศพแข่งกัน คนตัดนิ้วมือประท้วง ผู้หญิงที่ยอมทำทุกวิถีทางให้งามตามอุดมคติแม้ต้องเจ็บตัว คนผู้เชื่อในสังคมผู้หญิงเป็นใหญ่ สัตว์ในตำนานซึ่งดึงดูดการท่องเที่ยวร่วมสมัย คนชายขอบขาดไร้ทรัพยากรแต่มั่งคั่ง คนแปลงผีเป็นเทพ คนให้ความสำคัญกับสีแดงเหนือสิ่งอื่นใด

ทำอย่างไรเราจะเข้าใจประวัติศาสตร์เรื่องเล่าเหล่านี้ในแบบที่มิใช่ความลับ หากแต่เป็นความทรงจำที่เคยถูกปิดซ่อนเพราะโลกที่หมุนเร็วเกินกว่าความทรงจำจะตามทัน

เปิดหนังสือ เปิดตา เปิดใจ การหยิบเอาเรื่องเล่าดึกดำบรรพ์มาเล่าอีกครั้ง จึงมีใช่เพียงการเสพความแปลก หรือความย้อนยุด หากแต่เป็นการเปิดพื้นที่ให้ “ความรับฟังสิ่งที่อาจจะเคยเชื่อที่ถูกมองข้าม” ได้กลับมามีที่ทางในบทสนทนาร่วมสมัย ความรู้ที่เคยถูกเรียกว่างมงาย ไร้เหตุผล ถูกลดทอนให้เป็นเพียงความบังเอิญหรือเรื่องเล่าของคนไม่มีการศึกษา เมื่อเราเปิดใจให้เรื่องราวเหล่านี้ได้เปล่งเสียง ความเข้าใจต่ออุษาคเนย์ก็อาจเปลี่ยนแปลงไป จากภาพจำที่มีต่อภูมิภาคหนึ่งของโลกที่เชื่อง่าย ล้าหลัง และอยู่ใต้ร่มเงาอารยธรรมอื่น กลับกลายเป็นแหล่งแห่งองค์ความรู้ วัฒนธรรม และความซับซ้อนที่เชื่อมโยงมนุษย์เข้ากับโลก ทั้งในมิติของร่างกาย จิตวิญญาณ และประวัติศาสตร์วัฒนธรรมร่วมราก

มาร่วมไขความลับของผู้คนบนดินแดนอุษาคเนย์ผ่านเนื้อหาน่าสนใจกว่า 17 บท 336 หน้า ได้แก่

1 พิธีกรรมไกวเปลกล่อมศพ

2 ปราสาทตั้งศพมอญ ลูกหนู ชนชั้นสูง และเกมแข่งขัน

3 ฝนตก ตะไคร้ แม่หม้าย และสาวพรหมจรรย์

4 ผีเรือนผู้กำกับชีวิตคนบนเรือน

5 ต็วงอะโลก อาณาเขต ความหมาย และพิธีกรรมเขมร

6 พระอินทร์ที่ถูกทำให้เป็นหัวหน้านัตพม่า และเทพทันใจของคนไทย

7 จระเข้ จะเข้ ดนตรี และบูชายัญ

8 แม่น้ำโขง พิธีป่า และปลาบึกจำศีล

9 สิงคโปร์ เมอร์ไลอ้อน มาสคอต และแรงดึงดูดทางการท่องเที่ยว

10 วัฒนธรรมการประท้วงตัดนิ้วมือตนเอง

11 ความงามตามอุดมคติของผู้หญิงมอญ เมี่ยน จีน ฝรั่งเศส และอื่นๆ

12 เวียดนาม วูลาน และร่องรอยสังคมมาตาธิปไตย

13 “รอยะฮ์” ยำผลไม้เสี่ยงทายเพศของชาวอินโดนีเซีย

14 สีแดงกับวัฒนธรรมไทย จีน มอญ แอฟริกา และอื่นๆ

15 อาข่า ชนกลุ่มน้อยผู้มั่งคั่งบนที่สูงรัฐฉาน

16 ตำนานพระอุปคุต เรือเหาะ และลอยกระทง

17 ตำนานพระลอยน้ำของศรีลังกา มอญ และสยาม

ขอชวนผู้อ่านเปิดหนังสือเล่มนี้ด้วยความสงสัยใคร่รู้ ปราศจากอคติ ปราศจากท่าทีเหนือกว่า และพร้อมรับฟังสิ่งที่อาจจะเคยเชื่อว่า “ไม่มีอยู่จริง” หรือเลือกที่จะ “ไม่ใส่ใจ” บางเรื่องราวทำให้คุณหัวเราะ บางตอนอาจทำให้คุณตกตะลึง บางย่อหน้าอาจสะกิดใจให้คุณนึกถึงบ้านหลังเก่า ปู่ย่าตายาย หรือพิธีกรรมที่เคยได้ยินแต่ไม่เข้าใจ เพราะมองไม่เห็น บางเรื่องอาจชวนให้ตั้งคำถามว่า “สิ่งที่เรียกว่าความจริงนั้น ใครเป็นผู้มีสิทธิเล่า”

ติดตามทุกช่องทางของสำนักพิมพ์มติชนที่

Line : @matichonbook

Youtube : Matichon Book

Tiktok : @matichonbook

Twitter : matichonbooks

Instagram : matichonbook

โทร 0-2589-0020 ต่อ 3350-3360