คุ้มไม่คุ้ม พร้อมไม่พร้อม?
มองข้ามช็อต สัมปทานแร่‘แรร์เอิร์ธ’
ไทยได้หรือเสีย?
ถกกันหนักมากแทบทุกภาคส่วน เมื่อ อนุทิน ชาญวีรกูลนายกรัฐมนตรี จรดปากกาลงนามร่วมกับ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ “บันทึกความเข้าใจเรื่องความร่วมมือในการพัฒนาความหลากหลายของห่วงโซ่อุปทานของแร่ธาตุที่มีความสำคัญในระดับโลก และการส่งเสริมการลงทุน” หรือ MOU แร่ ‘แรร์เอิร์ธ’ (rare earth elements)
ทำเอาประชาชนร่วมเสิร์ชเน็ตถามเอไอว่า อะไรคือแร่ ‘แรร์เอิร์ธ’ ก่อนตามมาด้วยคำถามและข้อวิพากษ์โดยเฉพาะจากนักวิชาการสาขาต่างๆ ว่า ไทยคุ้มหรือไม่ ได้หรือเสีย จากกรณีนี้
วัตถุดิบต้นน้ำอุตสาหกรรม ‘เทคโนโลยีชั้นสูง’
ก่อนอื่น มาทำความเข้าใจเบื้องต้นว่า แรร์เอิร์ธ คืออะไร? ข้อมูลจาก กรมทรัพยากรธรณี ระบุว่า แรร์เอิร์ธ คือ ธาตุหายากซึ่งใช้เป็นวัตถุดิบต้นน้ำสำคัญยิ่งยวดในกระบวนการผลิตของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีชั้นสูงหลากประเภทของโลกปัจจุบันและอนาคต อาทิ ด้านโลหะผสม ตัวเร่งปฏิกิริยาในอุตสาหกรรมยานยนต์และปิโตรเคมี อุตสาหกรรมเซรามิก/แก้ว สารเรืองแสง เช่น หลอดแอล
อีดี, หลอดฟลูออเรสเซนต์, การแสดงผลจอแบน เลเซอร์ แบตเตอรี่โซลิดสเตตแบบชาร์จไฟได้ (Ni-MH) ไฟเบอร์ออปติก และอื่นๆ
นอกจากนี้ ยังเป็นองค์ประกอบสําคัญในเทคโนโลยีสมัยใหม่ต่างๆ เช่น เซลล์เชื้อเพลิงโซลิดสเตต (solid state fuel) ตัวนํายิ่งยวด (superconductors) การระบายความร้อนด้วยแม่เหล็ก การกักเก็บไฮโดรเจน และแม่เหล็กถาวรประสิทธิภาพสูง ซึ่งมีความสําคัญอย่างมากสำหรับเทคโนโลยีชั้นสูงต่างๆ เช่น กังหันลม, รถยนต์ไฮบริด ไปจนถึงไดรฟ์บันทึกข้อมูล (HD drives) ลําโพง และไมโครโฟนโทรศัพท์มือถือ โดยธาตุหายากแต่ละตัวมีการนำไปใช้ประโยชน์ที่หลากหลายแตกต่างกันไป
90 ล้านเมตริกตัน แร่แรร์เอิร์ธสำรองทั้งโลก ไทย ‘อันดับ 12’
แม้จะเรียกธาตุหายาก (rare earth elements) ทว่า สามารถพบได้ในเนื้อหินเกือบทุกชนิดที่เป็นส่วนประกอบของเปลือกโลก แหล่งแร่ที่ให้ธาตุหายาก พบกระจายตัวทางด้านตะวันตกของประเทศไทย ตั้งแต่ภาคเหนือจนถึงภาคใต้ เช่น จังหวัดเชียงราย แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ อุทัยธานี กาญจนบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร ระนอง พังงา และสุราษฎร์ธานี
ในไทยยังมีทรัพยากรแร่ที่นำมาใช้ประโยชน์ในด้านต่างๆ อีกมากมายในชีวิตประจำวันของเราตั้งแต่ผสมอยู่ในยาสีฟัน โถสุขภัณฑ์ จานชามเซรามิก โทรศัพท์มือถือ ยานยนต์ จนถึงโครงสร้างถนนหนทางและตึกสูงระฟ้า จากข้อมูลบัญชีทรัพยากรแร่ของไทย ปี พ.ศ.2566 ร้อยละ 19 ของพื้นที่ประเทศไทยมีทรัพยากรแร่มากกว่า 40 ชนิด โดยชนิดทรัพยากรแร่ที่พบในปริมาณมากที่สุดเกือบร้อยละ 60 ของทั้งประเทศ คือ เกลือหิน ที่กระจายอยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย การสำรวจจุดค้นพบทรัพยากรแร่ที่สำคัญสามารถต่อยอดนำข้อมูลวิชาการเพื่อพัฒนาการสำรวจศึกษาทรัพยากรธรณีที่สำคัญอื่นๆ ในอนาคต
สำหรับอันดับประเทศผลิตแรร์เอิร์ธ (ปี 2024) ได้แก่ 1.จีน 270,000 เมตริกตัน 2.สหรัฐ 45,000 เมตริกตัน 3.เมียนมา 31,000 เมตริกตัน 4.ไทย, ออสเตรเลีย, ไนจีเรีย เท่ากันที่ 13,000 เมตริกตัน 5.อินเดีย 2,900 เมตริกตัน
ขณะที่ปริมาณแร่แรร์เอิร์ธสำรองของทั้งโลก อยู่ที่มากกว่า 90 ล้านเมตริกตัน โดยประเทศไทยอยู่อันดับ 12 ที่ 4,500 เมตริกตัน
เอ็มโอยูไม่ผูกมัดทางกฎหมาย ‘ยกเลิกได้’
แจง เข้าครม.-กฤษฎีกาก่อนเซ็น
ครั้นเกิดกระแสตั้งคำถาม ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ให้สัมภาษณ์สื่อระหว่างการเข้าร่วมประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 47 ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ มาเลเซีย โดยอธิบายว่าบันทึกความเข้าใจนี้เป็นเรื่องใหม่ที่เติมเข้ามา ทางกระทรวงการต่างประเทศแจ้งมาว่า ทางสหรัฐอเมริกาขอให้ไทยมาลงนามข้อตกลงนี้ด้วยกัน ทางกระทรวงการต่างประเทศได้พิจารณาอย่างรอบคอบ นำเข้าคณะรัฐมนตรี และสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาพิจารณาแล้ว กฤษฎีกาให้ความเห็นว่าไม่มีข้อผูกพันทางกฎหมาย สามารถยกเลิกได้
“เรื่องนี้ไม่มีข้อผูกพัน เป็นความร่วมมือถ่ายทอดความรู้ที่จะเป็นประโยชน์กับเรา เรื่องห่วงโซ่อุปสงค์อุปทาน ไม่มีข้อผูกพันการลงทุนระหว่างกัน แต่เปิดความร่วมมือในการศึกษาร่วมกัน และยังไม่ลงทุนใดๆ ทาง ครม.ได้ตรวจผ่านทางกฤษฎีกาไม่ผูกพันทางกฎหมาย และสามารถยกเลิกได้จากฝั่งใดฝั่งหนึ่ง รวมถึงไม่มีข้อผูกพันการลงทุน ไม่กระทบใดๆ ทุกอย่างเขียนใน MOU ชัดเจน” ศุภจีย้ำชัด
ห่วงกระทบสิ่งแวดล้อม น้ำปนเปื้อนโลหะหนัก
แนะราชการเตรียมความพร้อม ประชาชนต้องมีส่วนร่วม
ด้าน นักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ อย่าง สนธิ คชวัฒน์ ชมรมนักวิชาการสิ่งแวดล้อมไทย ห่วงใยในผลกระทบเพราะในไทยยังไม่มีการดำเนินการขุดแร่ในเชิงพาณิชย์ เพียงแต่ทำกันเองแบบชาวบ้าน โดยอธิบายในรายละเอียดว่า แร่หายาก ส่วนใหญ่ได้มาจากการทำเหมือง ด้วยวิธีการที่ต้องขุดหน้าดินและใช้สารเคมีเพื่อชะล้างโลหะออกจากแร่ หรือโดยการเจาะและปั๊มสารเคมีเข้าไปในชั้นหิน เช่น ใช้สารแอมโมเนียมซัลเฟตเพื่อละลายธาตุหายากออกมาแล้วนำมาสกัดด้วยสารเคมีอีกครั้ง ดังนั้นน้ำเสียที่เกิดจากการผลิตจะปนเปื้อนด้วยโลหะหนัก ปริมาณมาก ถ้าปล่อยทิ้งออกมาจะปนเปื้อนต่อสิ่งแวดล้อม
กระบวนการเหล่านี้ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างมาก รวมถึงเกิดการปนเปื้อนของดิน อากาศ และน้ำ ด้วยสารเคมีที่เป็นพิษและวัสดุกัมมันตรังสี เช่น ทอเรียมและยูเรเนียม ซึ่งนำไปสู่ปัญหาระยะยาว เช่น มลพิษที่ปนเปื้อนลงสู่น้ำใต้ดินและของเสียที่สามารถสร้างความเสียหายต่อระบบนิเวศและชุมชนในท้องถิ่นได้
สนธิแนะว่า การทำเหมืองแร่หายาก หน่วยราชการที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมทรัพยากรธรณีและกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและเหมืองแร่ จะต้องเตรียมความพร้อมต้องกำหนดหลักการและแนวทางปฏิบัติในการทำเมืองให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ต้องมีมาตรการในการป้องกันและลดผลกระทบจากการปล่อยน้ำเสีย, มาตรการจัดเก็บตะกอนหางแร่, การป้องกันกากตะกอนแร่ทั้งที่เป็นกัมมันตภาพรังสีและไม่เป็นปนเปื้อนน้ำใต้ดินและน้ำผิวดินและระบบนิเวศ, มาตรการป้องกันมลพิษทางอากาศ รวมทั้งจะต้องให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมและให้ความเห็นว่าสมควรให้มีการดำเนินการในพื้นที่ชุมชนหรือไม่และควรกำหนดให้โครงการดังกล่าวทุกขนาด จะต้องทำรายงานการประเมินผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพด้วย

‘สัมปทาน’ แร่แรร์เอิร์ธ ‘ไทยไม่พร้อม’
‘รัฐบาลชั่วคราว’ ไม่เหมาะเคาะ
ปิดท้ายที่มุมมองของ รศ.ดร.จารุประภา รักพงษ์ อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่ชี้ว่าไทยยังไม่พร้อมเข้าไปในห่วงโซ่อุปทานการผลิตแร่แรร์เอิร์ธ เพราะยังไม่มีกฎหมายรองรับ ขาดมาตรการควบคุม ไม่มีความรู้และเทคโนโลยีที่เหมาะสม
“ในช่วงเวลาอันใกล้หรืออย่างน้อยคือในปีนี้ ไทยยังไม่มีความเหมาะสมและความจำเป็นที่จะเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในห่วงโซ่อุปทานของการผลิตแร่แรร์เอิร์ธ ที่ถือกันว่าเป็นอุตสาหกรรมที่สุ่มเสี่ยงต่อการทำลายสิ่งแวดล้อมเป็นวงกว้างได้เช่นเดียวกับอุตสาหกรรมถ่านหิน เพราะไทยยังไม่มีความพร้อมใดๆ ทั้งการไม่มีกฎหมายรองรับในการควบคุมดูแลอุตสาหกรรมการผลิตแร่แรร์เอิร์ธ ไม่มีความพร้อมด้านองค์ความรู้ เทคโนโลยี่ และกระบวนการผลิตที่เหมาะสมที่จะไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ไปจนถึงไม่มีความพร้อมด้านการรับรู้และความเข้าใจของประชาชน” รศ.ดร.จารุประภากล่าว
อาจารย์นิติศาสตร์ท่านนี้ยังมองว่า ‘รัฐบาลชั่วคราว’ ไม่เหมาะที่จะให้สัมปทานประเทศอื่น ควรรอรัฐบาลหน้าที่ได้รับฉันทามติจากประชาชนแล้วค่อยผลักดันจะเหมาะสมกว่า กล่าวคือ รัฐบาลในปัจจุบันถือเป็นรัฐบาลชั่วคราวที่เข้ามาทำภารกิจตามกรอบเวลาที่กำหนด จึงไม่เหมาะสมที่จะผลักดันในการให้สัมปทานเพื่อผลิตหรือการขุดแร่แรร์เอิร์ธแก่ประเทศอื่นๆ รวมไปถึงการนำเข้าแร่จากประเทศอื่นๆ เพื่อนำมาผลิตต่อด้วย
หากต้องผลักดันสิ่งต่างๆ เหล่านี้ ประเทศไทยควรมีกฎหมายเพื่อกำกับดูแลห่วงโซ่อุปทานการผลิตแร่แรร์เอิร์ธก่อน ซึ่งก็ต้องผ่านกระบวนถกเถียงและมีมติเห็นชอบจากรัฐสภาตามกระบวนการ ฉะนั้นรัฐบาลชุดต่อไปซึ่งได้รับการเลือกตั้ง และได้รับฉันทมติมาจากประชาชนจะมีความเหมาะสมกว่าในการผลักดันการให้สัมปทาน
“สิ่งที่รัฐบาลปัจจุบันทำได้และควรทำ คือการเตรียมความพร้อม ทั้งมิติการศึกษา การร่างข้อกฎหมาย หรือการหามาตรการควบคุมป้องกันผลกระทบ และสำรวจหาพื้นที่ที่มีแร่อย่างเป็นทางการ ซึ่งต้องอยู่ภายใต้กรอบของกฎหมายและเป็นการสำรวจที่ไม่ก่อให้เกิดมลพิษพร้อมทั้งรับเอาการถ่ายทอดเทคโนโลยีองค์ความรู้เกี่ยวกับอุตสาหกรรมนี้ ทั้งจากสหรัฐ หรือประเทศอื่นๆ ที่เข้ามายื่นข้อเสนอเช่นกัน” รศ.ดร.จารุประภาแนะ
แนะเปิดดีลกว้าง รวม ‘EU-จีน’
ข้อเสนอที่ดี ไม่ใช่แค่ ‘จำนวนเงิน’
ส่วนประเด็น MOU ซึ่งไม่ได้ผูกพันทางกฎหมายนั้น นักวิชาการท่านเดียวกันชี้เป้าว่า หากมีการเจรจารายละเอียดเรื่องนี้กันอีกครั้ง ประเทศไทยควรแสดงท่าทีว่าไม่ได้เปิดรับแค่การลงทุนจากสหรัฐเท่านั้น แต่ไทยยังเปิดกว้างที่จะให้ความร่วมมือกับประเทศอื่นๆ ด้วย เช่น สหภาพยุโรป (EU) หรือจีน โดยหลักการสำคัญคือ ขึ้นอยู่กับข้อเสนอว่าประเทศใดมีความน่าสนใจที่สุด
ทั้งนี้ ข้อเสนอที่ดีอาจไม่ได้หมายถึงแค่จำนวนเงินเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงมาตรการเรื่องการคุ้มครองสิ่งแวดล้อม หรือการถ่ายทอดองค์ความรู้เทคโนโลยีที่ดีกว่าด้วย หากไทยสามารถดำเนินการได้ตามแนวทางเหล่านี้ที่ไม่ได้อิงไปทางสหรัฐมากนัก ก็จะส่งผลดีต่อภาพลักษณ์ของไทยในเวทีระหว่างประเทศและเป็นการสะท้อนไปยังจีนว่าไทยไม่ได้ทิ้งน้ำหนักทางการค้าไปยังสหรัฐมากเกินไป
“สิ่งที่รัฐบาลควรให้ความสำคัญไม่แพ้กัน คือการปรับปรุงข้อกฎหมายตรวจสอบย้อนกลับเพื่อป้องกันมลพิษข้ามแดน จากเหมืองแร่แรร์เอิร์ธเถื่อนในประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งส่วนหนึ่งกำลังสร้างมลพิษทางสิ่งแวดล้อมให้กับแม่น้ำกกของไทยในเวลานี้ โดยในกรณีที่ผู้ประกอบการไทยมีการนำเข้าแร่มาจากประเทศเพื่อนบ้าน แล้วนำมาผลิตต่อเพื่อให้เกิดความบริสุทธิ์ของแร่ในไทย จะต้องไม่เป็นแร่ซึ่งมีที่มาจากเหมืองแร่ที่สร้างมลพิษทางน้ำและทางอากาศให้ไทย หากตรวจสอบย้อนกลับแล้วพบว่ามีที่มาจากเหมืองแร่ที่ก่อให้เกิดมลภาวะ ก็ควรจะยุติการนำเข้าทันที เรื่องนี้เป็นประเด็นที่มีปัญหามาอย่างต่อเนื่อง และรัฐบาลควรเร่งดำเนินการแก้ไข” รศ.ดร.จารุประภาทิ้งท้าย
สำหรับอนาคตไทยกับแร่ ‘แรร์เอิร์ธ’ จะเดินไปสู่จุดใด ยังเป็นประเด็นที่ต้องติดตาม
ทีมข่าวเฉพาะกิจ

