หน้าแรก ประชาชื่น รางวัลชมนาด ค...

รางวัลชมนาด ครั้งที่ 14 สู่พรุ่งนี้บนเวทีโลก เปิดเล่มแชมป์ ‘ลี้ หลบ หลีก’ ปรารถนา ‘เสรีภาพ’ ในสภาวะถูกกดขี่

3.11.25 | 12:15 น.

รางวัลชมนาด ครั้งที่ 14 สู่พรุ่งนี้บนเวทีโลก
เปิดเล่มแชมป์ ‘ลี้ หลบ หลีก’
ปรารถนา ‘เสรีภาพ’ ในสภาวะถูกกดขี่

มอบรางวัลไปแล้วอย่างเป็นทางการ สำหรับ ‘รางวัลชมนาด (Chommanard Book Prize) ครั้งที่ 14’ ณ ธนาคารกรุงเทพ สำนักงานใหญ่ เมื่อช่วงบ่ายของวันพฤหัสบดีที่ 30 ตุลาคมที่ผ่านมา

ธนาคารกรุงเทพ ร่วมกับ สำนักพิมพ์ประพันธ์สาส์น เช่นเดิม จัดงานประกาศผลโดยมี ชาติศิริ โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) เป็นประธานมอบรางวัลท่ามกลางผู้บริหาร และแขกผู้มีเกียรติจากหลากแวดวงร่วมเป็นสักขีพยานคับคั่ง อาทิ ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ, อาทร เตชะธาดา กรรมการบริหาร บริษัท สำนักพิมพ์ประพันธ์สาส์น จำกัด, เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ พ.ศ.2536, รศ.ดร.คุณหญิงวินิตา ดิถียนต์ (ว.วินิจฉัยกุล, แก้วเก้า) ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ พ.ศ.2547, กนกวลี พจนปกรณ์ อดีตนายกสมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย, ชมัยภร แสงกระจ่าง ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ พ.ศ.2557 และ ดร.อรุโณชา ภาณุพันธุ์ ผู้จัดละครและประธานบริษัท บรอดคาซท์ไทย
เทเลวิชั่น จำกัด เป็นต้น

เวที‘นักเขียนหญิงไทย’
เปิดประตูรุ่นใหญ่-รุ่นใหม่ แสดงพลังความคิด

ดร.กอบศักดิ์ กล่าวเปิดงานว่า รางวัลชมนาดเป็นเวทีที่เปิดโอกาสให้กับนักเขียนหญิงไทยได้แสดงพลังของความคิดและจินตนาการถ่ายทอดเรื่องราวผ่านตัวอักษรที่เปี่ยมคุณค่าไม่เพียงแต่วรรณกรรมไทย แต่มุ่งหวังไปสู่ระดับสากล นับเป็นรางวัลอันเป็นสัญลักษณ์ของการส่งเสริมพลังแห่งเสียงของผู้หญิงผ่านรูปแบบตัวอักษรและการสร้างแรงบันดาลใจให้กับสังคมไทย ให้เห็นถึงคุณค่ามุมมองของความคิด ความฝัน ของ
ผู้หญิงทุกคน

Advertisement

“ผมคิดว่ารางวัลชมนาดได้เปิดประตูให้กับนักเขียนหญิงทั้งรุ่นใหญ่ และรุ่นใหม่ ได้แสดงศักยภาพทางความคิดและความรู้สึกอย่างเสรีผ่านเรื่องราวที่สะท้อนชีวิต ความฝัน ความกล้า ความหวัง ไม่เพียงแต่ความงดงามของภาษา แต่ขยายขอบเขตความเข้าใจของมนุษย์ซึ่งเป็นหัวใจของวรรณกรรม เรียกได้ว่าเป็นพื้นที่ให้กับเสียงของนักเขียนสตรีที่ให้มุมมองใหม่อันแตกต่างออกไป ทั้งอารมณ์ อำนาจภายใน การค้นหาตนเอง ความรู้สึกความเปราะบางของชีวิต รวมถึงภาษาที่สะท้อนถึงความละเอียดอ่อน” ดร.กอบศักดิ์เอ่ยบนเวที

มติเอกฉันท์ ‘ลี้ หลบ หลีก’ ชนะใจกรรมการ
กระชับ ทันสมัย คล้ายภาพยนตร์ เข้ารสนิยม ‘คนรุ่นใหม่’

สำหรับปีนี้มีผู้เข้าร่วมส่งประกวดทั้งหมด 45 เรื่อง ผ่านเข้ารอบตัดสินจำนวน 8 เรื่อง ได้แก่ รอยหยก โดย วัรชญา ศรีมงคล, Jane โดย อาทิชา ตันธนวิกรัย, ม่อนผางู โดย อรุณี ตันศิริ, ฝันนั้นจงเป็นจริง โดย คีตาญชลี แสงสังข์, Flee to Free ลี้ หลบ หลีก โดย ณัฐชา ลีเลิศสกุลวงษ์, โรมานซ์นิจนิรันดร์ โดย รติธรณ ใจห้าว, คุณยายอยู่ในครัว โดย เสาวรี เอี่ยมละออ, Tragedy of Love แด่เธอผู้เป็นที่รัก โดย ศิรินทร์ ไกรเชนทร์

โดยผลงานได้รับ รางวัลชนะเลิศ รางวัลชมนาดครั้งที่ 14 คือ นวนิยายเรื่อง Flee to Free ลี้ หลบ หลีก โดย ณัฐชา ลีเลิศสกุลวงษ์ หรือ Xeiji (เซจิ) เป็นผลงานแนว ไซไฟ-แอ๊กชั่น-ดิสโทเปีย ที่สะท้อนความปรารถนาใน “เสรีภาพของมนุษย์” แม้ต้องอยู่ในสภาวะกดขี่

นวนิยายเล่มนี้พาผู้อ่านกระโดดข้ามเวลาไปสู่ปี พ.ศ.3000 ประเทศไทยถูกแบ่งเป็นสองชั้น-ชั้นในคือ “กรุงเทพมหานคร” ที่รัฐทุ่มพัฒนามนุษย์กึ่งกลไกและความรุ่งโรจน์ทางเทคโนโลยี ส่วนชั้นนอกคือ “ชานเมือง” ที่ผู้คนดิ้นรนเอาชีวิตรอดท่ามกลางความขาดแคลน ตัวละคร “มุก” ผู้ผ่านการทดลองจนกลายเป็นกึ่งกลไก “หนี” ออกจากห้องทดลองด้วยแรงขับของจิตสำนึกแม้ไร้ความทรงจำ และถูก “บางอย่าง” ตามล่า ก่อนต้องเผชิญหน้าความจริงของการมีอยู่ ว่าจะปฏิเสธหรือหลบหนี เมื่อคำถามสุดท้ายคือ เสรีภาพแท้จริงมีอยู่หรือไม่ ในโลกที่มนุษย์ยังถูกจองจำภายใน

ผลงานเล่มนี้โดดเด่นด้วยการเล่าเรื่องที่กระชับ ฉับไว เรียงฉากต่อคล้ายภาพยนตร์ ทันสมัย และเข้ากับรสนิยมคนรุ่นใหม่ จึงได้รับรางวัลชนะเลิศจากคณะกรรมการด้วยมติเอกฉันท์ โดยคว้าเงินรางวัล 100,000 บาท และค่าลิขสิทธิ์จัดพิมพ์ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ

สำหรับ รางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 1 ได้แก่ Tragedy of Love แด่เธอผู้เป็นที่รัก โดย ศิรินทร์ ไกรเชนทร์ รับเงินรางวัล 50,000 บาท และสิทธิจัดพิมพ์ฉบับภาษาไทย

เนื้อหาเล่าถึงความรักและความผิดบาปของ “ไอวี่” หุ่นยนต์บำบัดที่มีจิตสำนึก อุทิศตนปกป้อง “โรส” ผู้บอบช้ำยาวนาน 11 ปี จนต้องแลกด้วยชีวิตของผู้อื่น เมื่อความรักของเครื่องจักรเดินทางมาปะทะความยุติธรรมของมนุษย์ เรื่องตั้งคำถามกับขอบเขตความเป็น “ชีวิต” และความรับผิดชอบทางศีลธรรมอย่างเข้มข้น

รางวัล รองชนะเลิศอันดับที่ 2 ได้แก่ คุณยายอยู่ในครัว โดย เสาวรี เอี่ยมละออ รับเงินรางวัล 30,000 บาท และสิทธิจัดพิมพ์ฉบับภาษาไทย ผลงานเล่าโลกภายในของเด็กชายที่สูญเสียคุณยายไปด้วยความทรงจำอันโหดร้าย ต้องเยียวยาตัวเองด้วยจินตนาการอันงดงาม ทับซ้อนกับภาพจริงที่แหว่งวิ่น ก่อนจะเกือบสูญเสียแก่นวิญญาณแห่งความเป็นมนุษย์ นับเป็นผลงานที่พาเข้าไปปลายแหลมของความว้าเหว่และการเยียวยาอย่างอ่อนโยน

เมื่อ ‘มนุษย์เทียม’ ในโครงการรัฐ
ปรารถนา ‘เสรีภาพ’ ในสภาวะถูกกดขี่

เซจิ ณัฐชา เจ้าของผลงาน เผยว่า นวนิยาย Flee to Free ลี้ หลบ หลีก เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับมนุษย์เทียมในโครงการวิจัยของรัฐบาลที่ต้องการศึกษาการรวมมนุษย์เข้ากับปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่งในขณะที่ปัญญาประดิษฐ์มันสามารถทำได้หลายอย่าง สามารถรวบรวมข้อมูลจากหลายๆ แหล่งมารวมเป็นก้อนเดียว แต่ว่าสิ่งที่ AI ทำไม่ได้ก็คือลางสังหรณ์ สัญชาตญาณ ยังไง AI ก็ทำไม่ได้ แต่มนุษย์มี และจะเป็นอย่างไรถ้านำมนุษย์กับปัญญาประดิษฐ์มารวมกัน

“จริงๆ แล้วส่วนตัวคิดว่า AI เป็นปัญญาประดิษฐ์ที่ช่วยประมวลผล เป็นเครื่องมือช่วยเหลือที่มาจากเทคโนโลยีที่มนุษย์คิดค้น บางคนอาจจะมองว่า AI เก่งจังเลย ทำนู่นนั่นได้แต่จริงๆ มันก็มาจากข้อมูลที่มนุษย์ป้อนเข้าไปในระบบ” ณัฐชาเล่า

เมื่อถามถึงการสร้างสรรค์ผลงานแนวไซไฟ ณัฐชาเผยว่า แม้ตนจะจบสายวิทย์มา แต่ก็สอบตกวิชาฟิสิกส์ จึงเป็นเรื่องยากในการเขียนงานไซไฟเพราะต้องพยายามทำความเข้าใจในสิ่งที่ไม่เคยเข้าใจ สำหรับในตลาดนิยายไซไฟ มีเพียงนิยายแปลที่ได้รับความนิยม และตนก็ได้มีโอกาสรับชมภาพยนตร์ ‘ตาคลี เจเนซิส’ ซึ่งเป็นภาพยนตร์ไซไฟไทยที่พบได้น้อย เมื่อดูจบก็รู้สึกเสียดายที่พอเป็นงานที่คนไทยคิด คนไทยสร้าง ก็จะไม่มีคนอ่านหรือดูอยู่ดี

“ที่เลือกเป็นเซตติ้ง (ฉาก) ประเทศไทยเพราะว่าอยากจะให้คนอ่านรู้สึกเชื่อมโยง เพราะบางทีคนเห็นคำว่าไซไฟ คนก็จะไม่อ่านแล้ว ถ้าเป็นเซตติ้งประเทศไทย กรุงเทพฯ นนทบุรี เกาะเกร็ดอะไรอย่างนี้ คนก็จะนึกภาพตามได้ว่า อ๋อ… มันเป็นแบบนี้นะ ก็จะเข้าใจเรื่องได้มากขึ้น” เจ้าของรางวัลชนะเลิศอธิบาย ก่อนเผยด้วยว่า โอกาสหน้าอยากลองเขียนนวนิยายแนวสืบสวนดู เพราะชื่นชอบมานานแล้วและมีนักเขียนที่ติดตามอยู่

“ตอนนี้กำลังศึกษาวิธีการเขียน และคิดว่าอาจจะใช้เวลาฝึกเขียนสักพัก หากมีโอกาสอยากจะเขียนแนวสืบสวนดู อาจจะมีผสมเรื่องความลี้ลับ และเรื่องแฟนตาซีด้วย” ณัฐชาแย้ม

ต่อยอด ‘ชมนาด’ ผลักดันนักเขียนหญิงเอเชีย สู่นานาชาติ

พิสุทธิ เลิศวิไล กรรมการบริหาร บริษัท สำนักพิมพ์ประพันธ์สาส์น จํากัด เปิดเผยถึงก้าวต่อไปของรางวัลชมนาดว่า จะขยายเวทีสู่ระดับนานาชาติที่รวบรวมนักเขียนสตรีได้ทั่วโลก โดยจะผลักดันผลงานที่ได้รับรางวัลให้ถูกแปล และเผยแพร่ในหลากหลายภาษา เพื่อให้เสียงของนักเขียนหญิงในช่วงแรกจากเอเชียได้ดังก้องบนเวทีโลก ซึ่งต่อยอดภายใต้ชื่อ “The Chommanard Women’s Literary Award” ที่จะเปิดรับผลงานจาก
นักเขียนหญิงในกลุ่มประเทศอาเซียน จีน ฮ่องกง และไต้หวัน โดยผู้ชนะเลิศจะได้รับเงินรางวัล 500,000 บาท โดยจะประกาศรายชื่อผู้เข้ารอบ Shortlist วันที่ 1 ธันวาคม 2568 ณ ร้านหนังสือเอเชียบุ๊คส์ สาขาไอคอนสยาม

“เรามีความเชื่อว่าวรรณกรรมของผู้หญิง ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของผู้หญิง แต่คือเรื่องของมนุษย์ เรื่องของหัวใจ ความหวัง และศักดิ์ศรีแห่งชีวิต ในฐานะผู้บริหาร ขอขอบคุณนักเขียนหญิงทุกท่านที่กล้าแสดงพลังความเชื่อและจิตวิญญาณผ่านงานเขียนที่งดงาม”

พิสุทธิได้กล่าวขอบคุณผู้สนับสนุน พันธมิตรทุกฝ่ายและคณะกรรมการทุกท่านที่ร่วมสร้างสรรค์เวทีนี้ด้วยความศรัทธาและมุ่งมั่น

“เราไม่ได้มองว่ารางวัลชมนาดคือรางวัลวรรณกรรมธรรมดา แต่คือสัญลักษณ์ของพลังของผู้หญิงที่เปี่ยมด้วยความงาม ความเข้มแข็ง และความอบอุ่น

ท้ายสุดนี้ผมอยากเชิญทุกคนร่วมเดินบนเส้นทาง ส่งต่อแรงบันดาลใจผ่านงานเขียน เพื่อให้เสียงของผู้หญิงและให้รางวัลชมนาดเป็นแสงเล็กๆ ที่ส่องนำทางความหวังต่อไป” พิสุทธิกล่าวทิ้งท้าย

โครงการประกวดงานวรรณกรรม ประเภทนวนิยาย นักเขียนหญิง รางวัลชมนาดครั้งที่ 15 เปิดรับต้นฉบับตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายนนี้เป็นต้นไป ด้วยความยาว 120-200 หน้ากระดาษ A4 ขนาดตัวอักษร 16 พอยต์ ส่งต้นฉบับพิมพ์พร้อมสำเนา 2 ชุดแนบไฟล์ในแฟลชไดรฟ์ หรือส่งอีเมล์ที่ [email protected]