อ่านสร้างอนาคต มูลนิธิเสริมกล้าจับมือ‘สกร.’ผนึก‘เครือมติชน’ ส่งต่อความรู้สู่ห้องสมุดชุมชน

10.11.25 | 12:30 น.

 

ในยุคที่สื่อออนไลน์กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน

การอ่าน ‘หนังสือเล่ม’ อาจดูเหมือนกิจกรรมที่ถูกลดความสำคัญลงไป

แต่ ‘การอ่าน’ ยังคงเป็นรากฐานสำคัญของการเรียนรู้ การคิดวิเคราะห์ และการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ที่จะต่อยอดไปสู่อนาคต

อย่างไรก็ตาม ปัญหาสำคัญที่ยังคงมีอยู่ในหลายพื้นที่ ‘การเข้าไม่ถึงหนังสือ’ โดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกล ห้องสมุดชุมชนจึงมีบทบาทสำคัญมาก ทว่า ด้วยเหตุที่งบประมาณในการจัดหาหนังสือไม่เพียงพอ และการเข้าถึงสื่อการเรียนรู้ยังไม่ทั่วถึง ส่งผลให้เด็กและเยาวชนจำนวนไม่น้อยขาดโอกาสในการพัฒนาทักษะการอ่าน และการเรียนรู้นอกห้องเรียน

Advertisement

มูลนิธิเสริมกล้า จึงร่วมกับ บริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) และ กรมส่งเสริมการเรียนรู้ กระทรวงศึกษาธิการ ผนึกกำลังส่งมอบหนังสือในโครงการ “Read for the future ส่งเสริมการอ่าน สร้างอนาคต”

เพื่อส่งเสริมและขยายโอกาสในการเข้าถึงการอ่าน ซึ่งเป็นแนวทางการสนับสนุนการเรียนรู้ตลอดชีวิตของเยาวชน ให้กับ 20 ห้องสมุดชุมชนทั่วประเทศ

โดยพิธีถูกจัดขึ้น ณ โถงอาคารชั้น G บริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) เขตจตุจักร กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายนที่ผ่านมา

‘มูลนิธิเสริมกล้า’ ดูแลเด็กทุกมิติ
หวัง ‘อ่าน’ เพิ่ม เสริมการเรียนรู้

เศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรีและผู้ก่อตั้งมูลนิธิเสริมกล้า กล่าวว่า ด้วยความสัมพันธ์ที่มีกับเครือมติชนมานับ 10 ปี จึงได้รับฟังเรื่องของการอ่านมายาวนานและอยากจะมีส่วนร่วมในการเข้ามาอยู่ในโครงการที่เกี่ยวข้องกับการอ่าน เพื่อสนับสนุนให้เด็กได้มีการอ่านมากขึ้น

จึงพยายามหาช่องทาง โดยตั้งแต่ออกมาจากตำแหน่งนายกฯ ก็ได้เข้ามาทำงานที่มูลนิธิฯ ทำให้ได้มีเวลามากขึ้น

“มูลนิธิฯ ดูแลเด็กในทุกมิติ ทั้งเรื่องของ กีฬา สุขภาพ การเรียนรู้ ซึ่งในส่วนของหนังสือหลายคนอาจมองข้ามเพราะเป็นของที่อาจจะไม่ค่อยทันสมัย เนื่องจากปัจจุบันนี้มีเทคโนโลยีต่างๆ เข้ามา เช่น E-Book โทรศัพท์ แท็บเล็ต แต่เราต้องตระหนักให้ดีว่าเรื่องของค่าใช้จ่ายที่จะเข้าถึงเทคโนโลยีเหล่านั้น อาจจะไม่สามารถเข้าถึงได้ทุกคน” เศรษฐากล่าว

เครือมติชน ย้ำภารกิจ
นำพา ‘ความรู้’ สู่ ‘ระบบทางการ’

ปราปต์ บุนปาน กรรมการผู้จัดการ บริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) เผยว่า ภารกิจของเครือมติชน จริงๆ แล้วคือการผลิตหนังสือ ทั้งในรูปแบบพ็อคเก็ตบุ๊กหรือและนิตยสารต่างๆ จำนวนมาก เพื่อสร้างองค์ความรู้ให้กับสังคม

ด้านหนึ่ง ในฐานะเอกชนก็จะส่งความรู้ในหนังสือเหล่านี้ผ่านกลไกการตลาดด้วยการจำหน่ายหนังสือตามปกติ

“อีกด้านหนึ่ง ภารกิจที่เครือมติชนพยายามทำมาอย่างต่อเนื่องคือพยายามนำพาความรู้ที่ผลิตขึ้นมาเข้าสู่ระบบที่เป็นทางการด้วย

หนึ่งในนั้นก็คือการนำหนังสือเข้าสู่ห้องสมุดของภาครัฐ ซึ่งเข้าใจว่าโครงการนี้ก็จะเป็นช่องทางหนึ่งที่ช่วยนำพาความรู้ผ่านหนังสือที่เครือมติชนผลิตขึ้นเข้าไปสู่ระบบการเรียนรู้ที่เป็นทางการได้มากขึ้น” ปราปต์กล่าว

สกร.สร้างโอกาสตลอดชีวิต
เปิดประตูสู่อนาคตผ่าน 20 ห้องสมุดชุมชน

ด้าน เกศทิพย์ ศุภวานิช อธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) กล่าวว่า สกร.ถือเป็นรากฐานของทุกครัวเรือนเพราะดูแลประชาชนทุกช่วงวัย พื้นที่ใดที่การศึกษาเข้าไปไม่ถึงหรือไม่มีสถานศึกษา สกร.มีหน้าที่เข้าไปจัดตั้งศูนย์การเรียนรู้ในพื้นที่เหล่านั้นเพื่อให้เกิดการเรียนรู้ในทุกพื้นที่และเป็นการสร้างโอกาสให้ประชาชนตั้งแต่ปฐมวัย

และในส่วนของการศึกษาขั้นพื้นฐาน สกร.ก็มีหน้าที่ในการดูแลผู้ที่ไม่มีโอกาสได้เข้ามาเรียนรู้ตามระบบ ไม่ว่าจะเป็น เด็กที่หลุดออกจากระบบการศึกษา ผู้คนในสถานพินิจ ถือเป็นหน้าที่ของ สกร.ที่จะต้องเข้าไปเสริมความรู้และสร้างโอกาสให้ผู้คนเหล่านั้น จึงเป็นส่วนหนึ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องมีสื่อและอุปกรณ์ที่จะเข้าถึงองค์ประกอบของการเรียนรู้ซึ่งในนั้นก็คือหนังสือ และอีกสิ่งที่ต้องดำเนินการเพิ่มเติม ก็คือการทำตาม พ.ร.บ.ส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ.2566 ที่มุ่งเน้นในเรื่องของการพัฒนาตนเองและการพัฒนาตลอดชีวิต

ฉะนั้น สิ่งเหล่านี้จึงกลายเป็นภาระที่ทาง สกร.ต้องมีหน้าที่ความรับผิดชอบเพื่อตอบโจทย์ตามที่กฎหมายได้บัญญัติไว้

“การอาศัยภาคีเครือข่ายที่เข้มแข็งอย่างมูลนิธิเสริมกล้า ที่ดิฉันได้มีโอกาสร่วมงานในฐานะอธิบดี สกร.ครั้งแรก ที่ได้มีการมอบหนังสือให้กับห้องสมุดชุมชน 20 แห่งทั่วประเทศ ห้องสมุดเหล่านั้นก็ได้รับการเติมองค์ความรู้ที่เข้มแข็งผ่านหนังสือที่มีคุณภาพจากเครือมติชน

ดิฉันมองว่าโครงการนี้เป็นการมอบโอกาสให้อนาคตที่แตกต่างของแต่ละคน ซึ่งเริ่มได้จากการหยิบหนังสือที่สนใจเข้ามาอ่าน โครงการนี้จึงทำให้บรรยากาศของการเลือก การมองหนังสือที่สนใจมีเพิ่มมากขึ้น และเมื่อยิ่งอ่านก็จะยิ่งเกิดความลึกซึ้ง กลายเป็นเสน่ห์ของวัฒนธรรมการอ่านที่ทำให้ความรู้ซึมซับเข้าไปสู่ผู้อ่านอย่างแท้จริง” เกศทิพย์กล่าวทิ้งท้าย

‘พลังเครือข่าย’ ยิ่งใหญ่ โยงใยทั่วประเทศ
ตอบโจทย์บรรณารักษ์ท้องถิ่น

ว่าที่ร้อยเอก ดร.อาศิส เชยกลิ่น ผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมและพัฒนานวัตกรรมการเรียนรู้ กล่าวว่า พลังของ สกร.เอง ไม่เพียงพอที่จะผลักดันการอ่านและการเรียนรู้ให้กับประชาชนทุกช่วงวัย มองว่าการเรียนรู้ยิ่งใหญ่มาก ทางเครือมติชนกับทางมูลนิธิเสริมกล้าเข้ามาเป็นส่วนช่วยที่จะมาสนับสนุนพวกเราดีใจมาก

“พลังเครือข่ายเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่มาก เรารับปากว่าจะขยายงานสิ่งเหล่านี้ออกไปให้ยิ่งใหญ่ที่สุด

สกร.เองมีหลายหน่วยการเรียนรู้ที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นห้องสมุดประชาชน 925 แห่งทั่วประเทศ บ้านหนังสือชุมชน 18,742 แห่งทั่วประเทศ ห้องสมุด สกร. ระดับตำบล เป็นห้องเรียนสาธารณะขนาดเล็ก ไว้ในชุมชนอีก 7,400 แห่งทั่วประเทศ นี่คือพลังที่จะขับเคลื่อนหวังว่าจะเป็นพาร์ตเนอร์ที่ดีต่อไป เพื่อสร้างสังคมทางการเรียนรู้” ว่าที่ร้อยเอก ดร.อาศิสเล่า

ด้าน ไชยเดช ไฝทอง คุณครูสถาบันส่งเสริมและพัฒนานวัตกรรมการเรียนรู้ กล่าวว่า รู้สึกยินดีและดีใจที่ผู้ใหญ่มองเห็นถึงความสำคัญของหนังสือ ในฐานะที่เป็นบุคลากรที่ดูแลกำกับเรื่องของห้องสมุดโดยตรง

ในส่วนของ กรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) เรามีทั่วประเทศ เชื่อว่าหลายๆ ส่วนยังคงขาดแคลนเรื่องงานห้องสมุดที่สัมพันธ์กัน มองว่าการอ่านคือความสำคัญเป็นการวางรากฐานให้คนได้มีการพัฒนาในการเรียนรู้ การอ่านสามารถที่จะสร้างอาชีพได้ อย่างเช่นพอดแคสต์ก็ต้องอาศัยในการอ่านเยอะ

การที่หนังสือจะเข้าไปสู่พื้นที่ห้องสมุดได้ ถ้าไม่มีหน่วยงานที่เข้าไปบริจาค ลำพังคุณครูหรือผู้บริหาร อาจจะไม่มีเครือข่ายรองรับตรงนี้ เรื่องของความยากลำบากก็เป็นเรื่องที่สำคัญ พอมีบริการตรงนี้ลงไปก็เชื่อว่าจะเป็นการตอบโจทย์ผู้ดูแล โดยเฉพาะบรรณารักษ์เพราะขับเคลื่อนด้วยบรรณารักษ์ เขาก็ต้องการอยู่แล้ว

“เรื่องของการส่งต่อมีนำร่องอยู่ 20 จังหวัด ซึ่งสามารถใช้บริการร่วมกันสามารถค้นคว้าได้ ส่วนการส่งต่อ เครือมติชนก็จะมีการดูแล เชื่อว่าจะเป็นการสร้างปฏิสัมพันธ์ที่ดี” ไชยเดชกล่าว

เสียงจาก ‘ห้องสมุดประชาชน’
อยุธยา-ชลบุรี ชี้หนังสือเล่มสร้าง ‘สมาธิ’
จุดเริ่มความคิดสร้างสรรค์

ด้าน รัชนุช สละโวหาร ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เผยว่า รู้สึกดีใจเป็นอย่างยิ่งที่ห้องสมุดประชาชนจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้รับมอบหนังสือในครั้งนี้ เพราะที่ผ่านมายังขาดแคลนหนังสือจำนวนมาก

“หนังสือเปิดโลกเปิดชีวิต และยังทำให้มีสมาธิ

สื่อดิจิทัลอาจจะผ่านไปเร็ว แต่หนังสือเราจะค่อยๆ อ่านทำความเข้าใจมากกว่า เปิดหนังสือเปลี่ยนชีวิต ความรู้เหล่านี้จะสามารถนำไปกระจายสู่ชุมชน สถานศึกษา และประชาชนในพื้นที่ ได้มีโอกาสเข้าถึงหนังสือคุณภาพ หนังสือถือเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาชีวิตของประชาชน เพราะการอ่านคือจุดเริ่มต้นของจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์

สำหรับ พระนครศรีอยุธยามีห้องสมุดประชาชน 17 แห่ง ซึ่งเป็นหน่วยขับเคลื่อนหลัก หลังจากนั้น หนังสือเหล่านี้จะกระจายยังห้องสมุดสาขาของชุมชน 209 ตำบล นอกจากนั้น ยังมีบ้านหนังสือชุมชน รถโมบายชุมชนที่มีคอมพิวเตอร์และสื่อการเรียนรู้

ขอฝากถึงรัฐบาลว่า ในอนาคต ส่งเสริมให้สำนักพิมพ์ต่างๆ ผลิตหนังสือดีๆ อย่างต่อเนื่อง และสนับสนุนกิจกรรมการอ่าน เช่น การประกวดหรือโครงการสำหรับเยาวชนและนิสิตนักศึกษา และไม่ทิ้ง AI เพราะเราต้องทันโลกด้วย” รัชนุชกล่าว

ด้าน วิบูลผล พร้อมมูล ผู้อำนวยการสํานักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจําจังหวัดชลบุรี หนังสือเป็นสิ่งสำคัญเป็นสิ่งที่ดีสำหรับที่จะให้คนทั่วไปได้อ่าน การอ่านผ่านหนังสือมันจับต้องได้ มีความรู้สึกน่าตื่นตาตื่นใจ

“การอ่านหนังสือเป็นสิ่งที่สำคัญ ต้องเริ่มตั้งแต่หนังสือเด็ก ถ้าฝึกนิสัยการอ่านอย่างต่อเนื่อง เมื่อโตเป็นผู้ใหญ่ ก็จะรักการอ่านซึ่งทำให้มีสมาธิจดจ่ออยู่กับองค์ความรู้ได้นานมากกว่าโซเชียล” วิบูลผลกล่าว

พร้อมเปิดใจเล่าด้วยว่า ทุกวันนี้ หนังสือดีๆ หนังสือใหม่ๆ นั้น ทางท้องถิ่นมีน้อยมาก เนื่องจากไม่ค่อยได้รับการจัดสรรเรื่องงบประมาณการซื้อหนังสือ ซึ่งแตกต่างกับเมื่อก่อน ที่มีงบในการสนับสนุนให้ไปเลือกซื้อในงานมหกรรมหนังสือฯ แต่ปัจจุบันไม่ค่อยมี จึงขาดแคลนหนังสือดีๆ ที่จะให้ประชาชนได้อ่าน

การอ่านต้องเป็นวาระแห่งชาติ
‘คลองเตย’ ชวนทุกภาคส่วนร่วมผลักดัน

ในส่วนของกรุงเทพมหานคร ดร.ปรีชา ผลชมภู่ ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับเขตคลองสามวา ในฐานะตัวแทนผู้อำนวยการสํานักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำกรุงเทพมหานคร เผยมุมมองว่า ข้อดีของการอ่านหนังสือ คือการเปิดโลกกว้าง ให้ได้เรียนรู้ในสิ่งที่ไม่รู้ เพื่อนำไปพัฒนาตัวเอง และผู้อื่น

“เป็นเรื่องดีที่กิจกรรมนี้มีเครือข่ายนำหนังสือมาให้ บางหนังสือเรายังไม่ได้เห็น ยังไม่ได้อ่าน มันก็จะมีสิ่งต่างๆ มาเพิ่มพูนและขยายความรู้มากขึ้น ใครอ่านใครได้ เหมือนการออกกำลังกาย ใครออกกำลังกายก็ได้สุขภาพ ใครอ่านหนังสือก็ได้ความรู้” ดร.ปรีชากล่าว

ทางด้าน ธเนตร หลงศรี ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับเขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร กล่าวว่า เทคโนโลยีมีความสำคัญมากของผู้เรียนในยุคปัจจุบัน แต่ก็ยังมีผู้เรียนบางส่วนที่ยังเข้าไม่ถึงในเทคโนโลยี หรือการอำนวยความสะดวกในการอ่านเหล่านี้

เพราะฉะนั้น สิ่งหนึ่งที่จะชดเชยผู้เรียน ก็คือการมีหนังสือให้ไว้สำหรับผู้เรียนได้ใช้ในการอ่าน เพิ่มพูนความรู้และทักษะของตัวเอง

“การส่งเสริมการอ่าน ควรเป็นวาระแห่งชาติ คือส่งเสริมให้ประชาชนเกิดการเรียนรู้ เกิดการอ่าน ไม่ว่าจะเป็นสื่ออิเล็กทรอนิกส์ สื่อสิ่งพิมพ์ หรือหนังสือ รวมถึงอยากให้ทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมในการขับเคลื่อน การรณรงค์ ให้ประชาชนเป็นผู้ที่มีนิสัยรักการอ่าน เพื่อเสริมสร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต หรือประชาชนที่เรียนรู้ตลอดชีวิต

ขอเชิญชวนทุกคนช่วยหาแนวทางหรือมาตรการ โน้มน้าว เชิญชวนเยาวชนของเรา ให้อ่านหนังสือที่มีสาระ ความรู้ ในเชิงวิชาการมากยิ่งขึ้น” ธเนตรกล่าว

ด้าน เสกสรรค์ โพธิ์แก้ว บรรณารักษ์ สถาบันส่งเสริมและพัฒนานวัตกรรมการเรียนรู้ กล่าวว่า หนังสือเป็นสิ่งสำคัญในทุกช่วงวัย เป็นอีกมุมหนึ่งให้ผู้คนได้เรียนรู้ศึกษา การมอบหนังสือครั้งนี้ก็จะส่งผลดีให้กับทางห้องสมุดที่ได้รับไปมอบให้กับประชาชนที่ยังขาดงบประมาณในการซื้อหนังสือ ส่งผลให้ประชาชนทุกช่วงวัยได้เข้าถึงหนังสือทุกๆ เล่ม

“เราจะนำหนังสือที่ได้รับไปทำกิจกรรมและให้บริการแก่ผู้ใช้บริการภายในห้องสมุด สร้างประโยชน์ให้กับผู้ใช้บริการให้ได้มากที่สุด ให้เข้าถึงหนังสือมากที่สุด” เสกสรรค์เผย

‘ตลิ่งชัน’ สู้ศึกสื่อออนไลน์
ห้องสมุดยุคใหม่ต้อง ‘แอร์เย็น แกดเจ็ตครบ’

ปิดท้ายที่ ว่าที่ร้อยตรี อนิรุทธิ์ อับดุลลากาซิม ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับเขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร กล่าวว่า หนังสือเป็นสิ่งที่มีความสำคัญเสมอ เนื่องจากเป็นแหล่งที่รวมองค์ความรู้ที่หลากหลาย หนังสือไม่ใช่สิ่งที่ขาดแคลนมาก แต่ว่าบรรยากาศในห้องสมุดต่างหากซึ่งเป็นสิ่งที่มีความสำคัญมากกว่าหนังสือ ก็คือบรรยากาศของห้องสมุด จะนำพาคนที่จะเข้าไปใช้บริการ เช่น ถ้าห้องสมุดมีแอร์ มีโต๊ะ เก้าอี้

“สิ่งสำคัญก็คือบรรยากาศ แต่ถ้าเราอยากจะสู้กับสื่อออนไลน์ ณ ตอนนี้ ต้องปรับเปลี่ยนรูปแบบหรือว่าแนวความคิดเดิมๆ ของการใช้ห้องสมุด เช่น ห้ามนำอะไรเข้าไปทานในห้องสมุด คือต้องสร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลายให้กับคนที่เข้าไปใช้บริการ” ว่าที่ร้อยตรี อนิรุทธิ์ฝากไอเดีย

เพราะการอ่านไม่ใช่เพียงการเปิดหนังสือ แต่คือการเปิดอนาคต สร้างโอกาสผ่านทุกตัวอักษร