หน้าแรก ประชาชื่น ‘โชซ็อน นครเร...

‘โชซ็อน นครเร้นรัก’ ปลดเปลื้องประวัติศาสตร์เปล่าเปลือยวัฒนธรรมทางเพศจากพงศาวดาร

12.11.25 | 11:12 น.

หากพูดถึงเกาหลีในยุคราชวงศ์โชซ็อน ความคิดแรกของคุณจะนึกถึงอะไร? ดินแดนแห่งความรุ่งอรุณอันสงบ ดินแดนแห่งฤๅษี หรือดินแดนแห่งนักปราชญ์

เกาหลีในยุคราชวงศ์โชซ็อน เป็นอีกหนึ่งยุคสมัยที่เต็มไปด้วยอารยธรรมและเรื่องราวประวัติศาสตร์ซึ่งสะท้อนผ่านสื่ออยู่เสมอ แต่เบื้องหลังความสงบนี้ อีกแง่มุมหนึ่งของยุคสมัยกลับไม่อาจหลีกเลี่ยงแรงปรารถนาทางเพศ วัฒนธรรมทางเพศที่ถูกซ่อนเร้นและจารึกอยู่ในเอกสารโบราณและพงศาวดารโชซ็อน อาจเป็นสิ่ง
ที่ไม่เคยถูกเปิดอ่านมาก่อน

“โชซ็อน นครเร้นรัก” ผลงาน พัค ย็อง-กยู แปลโดย ธาคุณ ไวยธิรา ร่วมถักทอสายธารความคิดของผู้คนในอดีต ผ่านเรื่องบนเตียง แม้เป็นเพียงเสี้ยวหนึ่งของประวัติศาสตร์ที่ถูกซ่อนหลังบานประตูห้องนอนของเหล่ายังบันหรือชนชั้นสูง ผู้สวมบทนักปราชญ์ราชบัณฑิตแห่งโชซ็อน เปิดเผยพฤติกรรมทางเพศอันโลดโผนของพวกเขา บางครั้งถึงขั้นละเมิดศีลธรรม พร้อมตีแผ่ชีวิตของสตรีผู้เป็นสัญลักษณ์ทางเพศแห่งยุค ทั้งคีแซ็ง นางใน หมอหญิง และอนุภรรยา ผ่านสื่อเร้าอารมณ์อย่างชุนฮวา (ภาพวาดเรื่องเพศ) และยุกตัม (เรื่องเล่าลามก) เราจะได้สำรวจค่านิยม การรับรู้เรื่องเพศ และความย้อนแย้งของชนชั้นปกครองในโชซ็อน ทั้งหมดนี้ช่วยสร้างความเข้าใจพื้นฐานของสังคมปิตาธิปไตยที่ยังทรงอิทธิพลต่อวัฒนธรรมเกาหลีปัจจุบัน

กฎหมายโชช็อนสุดเข้ม
‘ความรู้สึกรัก’ ยังถูกขังในจารีต
แต่งงานไม่ผ่าน ‘พ่อสื่อแม่สื่อ’ สังคมไม่ยอมรับ

พัค ย็อง-กยู ผู้เขียน บอกเล่าอย่างน่าสนใจว่า ความต้องการตามสัญชาตญาณของมนุษย์ที่รุนแรงที่สุดได้แก่ ความต้องการอาหารและความต้องการทางเพศ หากลองมองย้อนไปในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ ความต้องการอาหารและความต้องการทางเพศล้วนเป็นแรงกระตุ้นอันยิ่งใหญ่ที่ก่อให้เกิดการพัฒนาอารยธรรม ความพยายามในการเติมเต็มความหิวชักนำไปสู่การพัฒนาอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีแบบก้าวกระโดด ความปรารถนาที่มีต่อความงดงามทางเพศขยายอนาคตของศิลปะและวัฒนธรรม

Advertisement

พูดอีกอย่างก็คือ อารยธรรมทางวัตถุของมนุษย์ เหมือนผลิตผลของความต้องการอาหาร ส่วนอารยธรรมทางจิตวิญญาณก็คือผลิตผลของความต้องการทางเพศ อย่างไรก็ดี ความต้องการอาหารเป็นสิ่งที่ได้รับการเคารพสักการะมาช้านาน ในขณะที่ความต้องการทางเพศกลับกลายเป็นสิ่งต้องห้าม

อย่างที่ทุกท่านทราบดี ความต้องการอาหารมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับการเอาชีวิตรอด ส่วนความต้องการทางเพศก็กับการสืบพันธุ์ การเอาชีวิตรอดเป็นปัญหาที่เร่งด่วนที่สุด ส่วนการสืบพันธุ์นั้นเป็นปัญหาของอนาคตที่ยังมาไม่ถึง มนุษย์เอาแต่เติมเต็มท้องที่ว่างเปล่าอยู่เสมอนับตั้งแต่วันที่ลืมตาขึ้นมาดูโลกจนไม่ทันคิดถึงอนาคต เหตุสืบเนื่องจากสิ่งนี้คือ การห้ามมีให้แสดงออกทางเพศอย่างเข้มงวด

ในการนั้น โดยมากมักมีจุดประสงค์บางประการของบรรดาผู้ที่ถูกเรียกว่าผู้มีอำนาจ หรือก็คือความประสงค์ของบรรดาผู้ที่ครอบครองผลิตผลจากความต้องการทางเพศช่อนอยู่ คนพวกนั้นใส่ตรวนให้กับความต้องการทางเพศของบรรดาผู้ที่ไม่มีอำนาจเพื่อจะระบายแรงปรารถนาของพวกตนได้อย่างเต็มที่

พวกเขาออกกฎหมาย สร้างระบบศักดินา หรือโครงสร้างระบอบเพื่อล้อมกรอบและจำกัดความต้องการทางเพศของบรรดาผู้ที่ไม่มีอำนาจ ไม่ว่าจะยุคสมัยไหน ผู้ที่มีอิสระที่สุดภายใต้สังคมอันปิดกั้น

เรื่องเพศย่อมเป็นบุรุษที่มีอำนาจ ซึ่งหมายความว่า ยิ่งความไม่เท่าเทียมทางเพศระหว่างชายหญิงรุนแรงมากขึ้นเท่าใด ระดับพฤติกรรมทางเพศที่บรรดาบุรุษผู้มีอำนาจ ซึ่งเป็นคนกลุ่มน้อยพึงกระทำได้ก็จะยิ่งเปิดกว้างมากขึ้นเท่านั้น และภายใต้สังคมศักดินา ชายหญิงไม่เท่าเทียมกัน

ในขณะที่บุรุษผู้มีอำนาจกำลังเพลิดเพลินกับการใช้สตรีเพื่อความหฤหรรษ์ทางเพศ สตรีก็จะตกเป็นเหยื่อสังเวยเรื่องเพศเพื่อการดังกล่าว โซซ็อนเป็นตัวอย่างอันดีสำหรับเรื่องนั้น

กฎหมายของโชซ็อนห้ามมิให้แสดงออกทางเพศอย่างเข้มงวด แม้แต่การแสดงความรู้สึกรักก็ยังถูกกักขังเอาไว้ในจารีตและข้อจำกัดของระบอบ การคบหากันของหญิงชายเป็นสิ่งที่ไม่อาจนึกฝัน การแต่งงานกันโดยไม่ผ่านพ่อสื่อแม่สื่อเป็นเรื่องที่สังคมไม่ยอมรับ ถึงแม้จะแต่งงานกันไปแล้ว แต่หากพบภายหลังว่าแอบคบหากันก่อนแต่งงานก็จะถูกสั่งให้หย่ากันตามที่กฎหมายกำหนด

เมื่อการจำกัดการแสดงออกทางความรักรุนแรงเช่นนี้ การที่คู่สามีภรรยาจะรักกันอย่างเป็นสุขจึงไม่ใช่เรื่องง่าย การร่วมเพศกันระหว่างสามีภรรยาจึงมักจะเป็นการทำแบบขอไปทีเพื่อให้มีลูกหลานสืบสกุลเท่านั้น

ทว่า ความต้องการทางเพศเป็นสัญชาตญาณของมนุษย์ที่ไม่ว่าจะปิด จะกลั้น หรือซ่อนเอาไว้ด้วยวิธีใดๆ ก็ไม่อาจผนึกไว้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ในทางกลับกัน ยิ่งพยายามผนึกก็ยิ่งระบายออกมาในรูปแบบที่แปลกประหลาด บรรดานักปราชญ์ที่ภายนอกดูประพฤติตนเป็นบัณฑิตผู้สูงส่ง แต่ภายในกลับลามกจกเปรตสุดโต่ง ซ้ำร้ายพวกเขายังตระเตรียมเครื่องมือในรูปแบบของระบอบเพื่อสิ่งนั้น

เปิดพงศาวดารโชซ็อน
ปลดเปลื้องเปลือกหุ้มประวัติศาสตร์เปล่าเปลือย

ธาคุณ ไวยธิรา ผู้แปล ระบุไว้ในคำนำว่า สมัยก่อนผู้แปลเคยสงสัยว่าเหตุใดภาพยนตร์ฉายโรงในประเทศเกาหลีจึงมี “ซิบกูกึม ยองฮวา (ภาพยนตร์ที่ห้ามคนอายุต่ำกว่า 19 ปีรับชม)” ที่เปิดเผยเรื่องทางเพศอย่างโจ่งแจ้งปะปนอยู่มาก หากพูดถึงเรื่องที่ติดตาตรึงใจก็เช่น มีอิน (เธอ… เขา..และรักของเรา) มัดซินนึน เซ็กซือ คือรีโก ซารัง (รักนี้…ไม่มียั้ง)

ซังฮวาจ็อม (อำนาจ ราคะ ใครจะหยุดได้) อินกันจุงดก (แรงรักมรณะ) และที่น่าแปลกคือ หนึ่ง ดารานำของภาพยนตร์ทุกเรื่องที่กล่าวมาล้วนแต่มีชื่อเสียงทั้งนั้น และสอง ในจำนวนนั้นมีทั้งภาพยนตร์ที่อิงและไม่อิงประวัติศาสตร์แต่กลับมีพื้นหลังเป็นยุคอดีตอยู่จำนวนมาก

ในที่สุด สิ่งที่ผู้แปลสงสัยมานานก็ค่อนข้างคลี่คลายกระจ่างใจ การได้แปลหนังสือเล่มนี้ช่วยเปิดโลกเกาหลีศึกษาของผู้แปลเป็นอย่างมาก ด้วยอะไรที่ไม่คิดว่าจะได้เห็นก็ได้เห็น เพราะแม้ผู้แปลจะมีประสบการณ์การแปลและอ่านนิยายที่สาธยายฉากอีโรติกแบบโจ่งแจ้ง ก็ยังรู้สึกว่าเรื่องที่เคยคิดว่าแรงแล้วกลับยังไม่แรง
เท่าบางเรื่องในหนังสือเล่มนี้ ดังนั้น ผู้แปลมั่นใจว่าผู้อ่านหลายๆ ท่านจะประหลาดใจกับเรื่องราวที่ได้อ่านในหนังสือเล่มนี้ ส่วนบางท่านก็อาจจะรู้อยู่แล้วจึงไม่ประหลาดใจเท่า ซึ่งจุดนี้ก็ขึ้นกับท่านผู้อ่านว่ามีคติกับประเทศเกาหลีเช่นไร ส่วนตัวผู้แปลจัดอยู่ในกลุ่มแรกอย่างที่ได้เกริ่นไป

แต่เหนือสิ่งอื่นใด การแปลหนังสือเล่มนี้ยากเลยทีเดียว เพราะนอกจากจะต้องใช้ราชาศัพท์แล้ว ชื่อกระทรวงหรือกรมต่างๆ ก็เทียบกับกระทรวงกรมในปัจจุบันไม่ค่อยได้ ที่สำคัญคือส่วนที่ยกมาจากบันทึกในพงศาวดารราชวงศ์โชซ็อนก็ต้องแปลให้ดูมีความโบราณ เพราะภาษาต้นทางเป็นภาษาที่คนปัจจุบันไม่ได้ใช้จริงๆ ตอนแปลบางชื่อหรือบางสำนวน ผู้แปลเองก็คิดไม่ตกเช่นกัน หากรู้สึกว่าภาษาอ่านยากไปบ้าง ก็ต้องขออภัยจากใจมา ณ ที่นี้

ผู้แปลเชื่อว่าผู้อ่านที่ชื่นชอบประวัติศาสตร์นอกกรอบจะต้องชอบหนังสือที่ปลดเปลื้องเปลือกหุ้มประวัติศาสตร์ยุคหนึ่งของเกาหลีออกมาได้เปล่าเปลือยที่สุดเล่มนี้ สำหรับผู้ที่ชื่นชอบซีรีส์ย้อนยุคของเกาหลีก็คงตื่นเต้นกับการปรากฏตัวของบุคคลที่มีชื่อเสียงบางคน เช่น ฮวังจีนี, แดจังกึม, ชังอกจ็อง ฯลฯ และจะต้องลุ้นยิ่งกว่าว่าบุคคลเหล่านั้นจะมาสร้างวีรกรรมฉาวโฉ่อะไรหรือไม่ เนื่องจากชื่อหนังสือก็บอกใบ้มาระดับหนึ่งแล้ว

เอาเป็นว่า หากคุณผู้อ่านพร้อม ก็พลิกไปสำรวจมุมมืดของโชซ็อนหน้าถัดไปได้เลย

อิสตรี เอโรทิซิซึ่ม ‘กิจกาม’ เรื่องฉาว 3 องก์ต้องอ่าน

ว่าแล้วมาร่วมปลดเปลื้องเปลือกหุ้มประวัติศาสตร์แห่งยุคโชซ็อนผ่าน 3 องก์ ได้แก่

องก์ที่ 1 อิสตรีที่กลายเป็นสัญลักษณ์
ทางเพศ

– คีแซ็ง บุปผาที่รู้ความ
– คุง-นยอ โฉมงามที่ถวิลหาได้แต่กษัตริย์
– อึย-นยอ เส้นบางๆ ระหว่างหมอหญิงกับคีแซ็งตำหนักยา
– ช็อบ ความเจ็บช้ำของคนหูตาไว แต่ต้องหลั่งน้ำตาร้อยลิตร

องก์ที่ 2 เอโรทิซิซึ่มในชุนฮวาและยุกตัม

– ชุนฮวา กามิกศิลป์
– ยุกตัม ดัชนีวัดตัณหา

องก์ที่ 3 กิจกามและเรื่องฉาวในยุคโชซ็อน

– เซ็กส์สเปกตรัมในยุคโชซ็อน
– เรื่องฉาวเขย่าราชสำนัก

เป็นอีกเล่มห้ามพลาด ทั้งคอซีรีส์ และเอฟซีประวัติศาสตร์

 

ติดตามทุกช่องทางของสำนักพิมพ์มติชนที่

Line : @matichonbook

Youtube : @MatichonBooks

Tiktok : @matichonbook

Twitter : @matichonbooks

Instagram : matichonbook

โทร. 02-589-0020 ต่อ 3350-3360