หน้าแรก ประชาชื่น โอเพนเฮาส์ โอ...

โอเพนเฮาส์ โอเพนฮาร์ต ‘ปราปต์ บุนปาน’ เปิดหมดใจ The Bloomer หมุดหมายใหม่‘เครือมติชน’

16.11.25 | 11:27 น.

โอเพนเฮาส์ โอเพนฮาร์ต
‘ปราปต์ บุนปาน’ เปิดหมดใจ
The Bloomer หมุดหมายใหม่‘เครือมติชน’

จริงจัง จริงใจ และตรงไปตรงมาอย่างแทบจะถึงที่สุด สำหรับเนื้อหาและคำในใจจาก ปราปต์ บุนปาน กรรมการผู้จัดการ บริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) บนเวที Matichon Open House 2025 ณ เกษร เออร์เบิร์น รีสอร์ต ชั้น 19 เกษร ทาวเวอร์ กรุงเทพฯ เมื่อ 11 พฤศจิกายนที่ผ่านมา

ประกาศนำประสบการณ์ 50 ปีจากสื่อเก่า สู่ความผลิบาน พร้อมปฏิรูปการทำงานสู่หมุดหมายใหม่ ภายใต้แนวคิด “The Bloomer For All” สะท้อนพลังการทรานส์ฟอร์มองค์กรสู่สื่อดิจิทัลเต็มรูปแบบ โดยมีบุคคลในแวดวงต่างๆ จากหลากหลายหน่วยงานเข้าร่วมอย่างคับคั่ง

“เครือมติชนเราพร้อมเดินไปสู่แพลตฟอร์มใหม่ๆ เราเป็นองค์กรที่ทั้งครุ่นคิด ยังมีความฝันถึงอนาคตไม่น้อยกว่าการเป็นองค์กรที่พยายามรักษาอดีตของตัวเองเอาไว้ นี่เป็นโอกาสที่ดีในรอบหลายปี ที่ทำให้เครือมติชนได้ใคร่ครวญ ไตร่ตรอง ทบทวนตัวเอง ถึงสถานภาพ บทบาท จุดอ่อน จุดแข็ง ของเครือมติชน ว่าคืออะไร เพื่อหาตำแหน่งแห่งที่ที่เหมาะสมในปี 2569 ต่อเนื่อง 2570” เอ็มดีมติชนเอื้อนเอ่ย

ก่อนขีดเส้นใต้อีกว่า เครือมติชน พร้อมไปต่อ ด้วยการแปรเอาความเก่าแก่ ซึ่งหลายคนอาจค่อนขอดว่า มติชนคือสื่อของเบบี้บูมเมอร์ รุ่นหลังสงคราม ให้กลายเป็นความผลิบาน การเปลี่ยนผ่าน ความเติบโตไปสู่จุดหมายใหม่ๆ

Advertisement

“ในความเป็นวิชาชีพสื่อมวลชน เครือมติชนมีคำถามสำคัญๆ กับตัวเองหลายข้อ อย่างแรกซึ่งเป็นคำถามใหญ่ คือ เราจะเอาอย่างไรกันต่อ โดยเฉพาะหนังสือพิมพ์รายวัน ที่เป็นธุรกิจหลัก เป็นสินค้าหลักของเรา

ในปี 2569 เครือมติชนต้องตีโจทย์ให้แตก ว่าเราจะทำอย่างไรกับ นสพ. โดยเฉพาะ นสพ.รายวัน

เราจะเป็น The Bloomer เป็นความงอกงาม เบ่งบานที่ตอบโจทย์ทั้งผู้บริโภคก็ดี พาร์ตเนอร์ก็ดี ทั้งในภาคสังคม ภาคเศรษฐกิจ ภาคธุรกิจ รวมถึงภาครัฐให้ดียิ่งขึ้น

ในอีกแง่มุมหนึ่ง ประสบการณ์ร่วม 50 ปีของเรา ซึ่งจะมีสื่อในเครือมติชน คือประชาชาติธุรกิจ ก้าวสู่ปีที่ 50 ในปีหน้า ก็เป็นเหมือนผืนดินอุดมสมบูรณ์ที่จะทำให้ต้นไม้ใหญ่ชื่อมติชน ขยายกิ่งก้านสาขา ผลิดอก ออกผลใหม่ๆ ทั้งในปี 2569 และทศวรรษถัดไป” ปราปต์รีแคป พร้อมบทสรุป ตั้งแต่ 10 นาทีแรก

และบรรทัดถัดจากนี้ คือ เนื้อหากว่า 1 ชั่วโมงเต็มของวิสัยทัศน์เอ็มดีค่ายประชาชื่นในค่ำคืนโอเพนเฮาส์

เปิดยอดเอนเกจเมนต์ 685 ล้าน
บทพิสูจน์ ‘เครือมติชน’
เอฟซี ‘แมส-เฉพาะทาง’ เหนียวแน่น

สิ่งที่ต้องเน้นย้ำ คือ เครือมติชนปรับตัว ทำงานอย่างแข็งขันในโลกออนไลน์ และโซเชียลมีเดียมานานเป็นสิบปี พิสูจน์ได้จากยอดคนดู คนอ่านในทุกแพลตฟอร์มของเครือมติชนมหาศาล ส่วนใหญ่มาจากเฟซบุ๊กข่าวสดออนไลน์อย่างที่ทุกคนทราบกันดีว่าเป็นกลุ่มแมสที่เข้าถึงมวลชนวงกว้าง ขณะเดียวกัน สื่อหัวอื่นๆ ของเครือมติชน ทั้งมติชนทีวี มติชนออนไลน์ มติชนสุดสัปดาห์ ประชาชาติธุรกิจ ศิลปวัฒนธรรม เส้นทางเศรษฐี เทคโนโลยีชาวบ้าน ก็มีผู้ติดตาม ผู้อ่าน ผู้ชมเฉพาะของตัวเองเหนียวแน่น ทั้งหมดนี้ทำให้เรามีเอนเกจเมนต์ที่ค่อนข้างดี โดย 10 เดือนแรกของปี คือ 685 ล้าน ถือว่าอยู่ในขั้นมหาศาล

อีกด้านหนึ่ง ผมอาจจะอยากดักคอไว้ก่อน คือ ตัวเลขทั้งหมดนี้ มันเป็นรูปธรรมสูง แต่ก็เป็นนามธรรมมากพอๆ กัน หมายความว่า เรามีเลขสถิติเยอะ แต่นำไปสู่อะไรได้บ้าง จับต้องได้จริงหรือเปล่า ถ้าเราเป็นเจ้าของธุรกิจอาจถามว่า ถ้ามาลงโฆษณากับสื่อออนไลน์ในเครือมติชน จะพาโปรดักต์ไปสู่กลุ่มเป้าหมายได้จริงไหม

เราพยายามทำการบ้านอยู่ไม่น้อย และผมคิดว่าในปี 2568 เรามีกรณีศึกษา 3 กรณีที่อยากเล่าสู่กันฟัง

กรณีแรก คือ พ็อคเก็ตบุ๊กของเครือมติชน ในช่วงราว 5 ปีที่ผ่านมา เรามียอดขายทางออนไลน์ที่ดีขึ้น ผ่านระบบอีคอมเมิร์ซ เฉพาะใน SHOPEE ซึ่งเราขายได้เยอะที่สุด ในปี 2567 เพิ่มกว่าปี 2566 ราว 125% ขณะที่ปี 2568 ยอดขาย 10 เดือนแรก มากกว่าของปี 2567 ไปแล้ว

กรณีที่ 2 มติชนทีวี ซึ่งเป็นช่องยูทูบแนวข่าวการเมือง ซึ่งมีการนำหนังสือเล่มของสำนักพิมพ์มติชนมาปักตะกร้า สิ่งที่น่าสนใจคือ ต่อให้คนมาคลิกดู และซื้อผ่านการปักตะกร้า แต่ถ้าเขาไปซื้อสินค้าอื่นต่อด้วย ยอดขายตรงนั้นจะถือว่าเป็นยอดที่ก่อขึ้นโดยมติชนทีวีเช่นกัน ซึ่งทำให้เราได้ส่วนแบ่งตรงนี้ด้วย

ทั้งนี้ การที่มติชนทีวีเป็นช่องข่าวการเมือง เจ้าของสินค้าอาจคิดว่า ไม่น่าจะขายของได้ แต่กลายเป็นว่า ผู้ชมที่มี LOYALTY กับข่าวการเมือง ก็ซื้อ เพราะเชื่อว่าเป็นการอุดหนุนช่องที่เขาชมอยู่

เพราะฉะนั้น ถ้าสรุปตัวเลขภาพรวมก็ชัดเจนว่าราว 9 เดือนแรกของปี 2568 เรามีความสามารถในการทำให้มีการซื้อสินค้าเกิน 6,000 รายการ ซึ่งอาจยังไม่ถึงขั้นมหาศาล แต่เป็นแนวโน้มที่น่าสนใจ และเราพยายามในเรื่องนี้มาตลอดในช่วง 4-5 ปีหลัง แต่ยังไม่ประสบความสำเร็จพอจนกระทั่งมาเจอเคสนี้

กรณีที่ 3 เรามีรางวัล FEEDxKhaosod Award ซึ่งเพิ่งจัดไปในเดือนกันยายนที่ผ่านมา โดยมีรางวัลป๊อปปูลาร์โหวตให้แฟนคลับดาราโหวต ทาร์เกตหลักคือแฟนดอม ดารา Y

สิ่งที่น่าสนใจคือ เราเปิดให้โหวต 1 เดือน มีคนโหวตเข้ามาซึ่งเป็นการโหวตแบบมีค่าใช้จ่ายโดยสร้างรายได้ให้เรา 7 หลัก

ผู้จ่ายสูงสุด มี 2 ท่าน คนไทย 1 ต่างชาติ 1 ซึ่งจ่ายเกิน 1 แสนบาทต่อคน เพราะฉะนั้นผมกำลังจะบอกว่า 3 เคสนี้ ในเชิงตัวเลขแม้ไม่ได้ประสบความสำเร็จระดับสูงสุด แต่แสดงให้เห็นว่าเครือมติชนมีหนทางแปรตัวผู้ชมที่หลายคนมองว่าเป็นจำนวนนับที่จับต้องไม่ได้ให้กลายเป็นผู้บริโภคที่พร้อมจับจ่ายใช้สอย ซื้อสินค้าและบริการบางอย่าง โดยมีสื่อออนไลน์ในเครือมติชนเป็นสื่อกลาง

‘50 ปีประชาชาติธุรกิจ’ เปลี่ยนผ่านดีเอ็นเอ
จากหนังสือพิมพ์ สู่สื่อดิจิทัล

ธุรกิจสื่อไทยรวมถึงเครือมติชนเอง ปัจจุบันต้องสู้กับความท้าทายหลายๆ เรื่อง ประชาชาติธุรกิจคือตัวอย่างหนึ่งที่มีความชัดเจน โดยเป็นหนังสือพิมพ์ที่เกิดในช่วงความขัดแย้งรุนแรงทางการเมืองในปลายทศวรรษ 2510 ยุคนั้นเรามีรัฐบาลเผด็จการที่ปิดหนังสือพิมพ์จำนวนมาก ทางรอดเดียวที่จะสามารถทำงานเพื่อสานต่ออุดมการณ์ของตนเองต่อไปได้ในยุคนั้น คือการหลบมาทำหนังสือพิมพ์ตัวอื่นก่อน จึงเป็นจุดกำเนิดของการทำหนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ ซึ่งตามมาด้วยหนังสือพิมพ์มติชนในเวลาต่อมา

ในวาระเข้าสู่ปีที่ 50 ของประชาชาติธุรกิจ ในปี 2569 จะมีการดำเนินงานแบ่งเป็น 4 บทหลักๆ ดังนี้

1.เนื้อหาพิเศษในวาระ 50 ปี ที่จะพูดถึงประวัติศาสตร์ของประชาชาติธุรกิจ และประวัติศาสตร์ของสังคมเศรษฐกิจไทย เผยแพร่ผ่านหนังสือพิมพ์รายวันประชาชาติธุรกิจ เว็บไซต์ออนไลน์ประชาชาติธุรกิจ และพ็อคเก็ตบุ๊กประชาชาติธุรกิจที่บอกเล่าเรื่องราวในวาระ 50 ปี

2.อีเวนต์หรืองานสัมมนา ซึ่งเป็นงานที่ประชาชาติธุรกิจจัดเป็นประจำและเป็นจุดเด่น เช่น เรื่อง ESG และทุกปลายปีเราจะมีงานที่เรียกว่า Outlook คาดการณ์เศรษฐกิจไทยในปีถัดไป เป็นต้น

3.อวอร์ดคืออีกหนึ่งงานพิเศษที่จะเข้ามา โดยเราจะจัดงานฉลองประชาชาติธุรกิจในวันที่ 29 พฤษภาคม 2569 เป็นการจัดงานรางวัลธุรกิจ ไฮไลต์ของงานคือการมอบรางวัล “Prachachat Business Awards” โดยเราได้พาร์ตเนอร์คือ “ครีเดนดาต้า” มาช่วยสร้างกระบวนการคัดสรร

4.ประชาชาติธุรกิจพร้อมร่วมมือกับพันธมิตร โดยเฉพาะองค์กรธุรกิจจำนวนมากที่ยืนอยู่คู่คนไทยมาอย่างยาวนาน 50-60 ปี ในกรอบระยะเวลาใกล้เคียงกัน หรือองค์กรที่กำลังมีวาระการเฉลิมฉลองให้กับตนเองในปี 2569 ไม่ว่าจะครบรอบ 1 ทศวรรษ หรือ 20-30 ปี เราอยากเชิญมาร่วมออกแบบกิจกรรมพิเศษที่จะเฉลิมฉลองให้กับตนเอง บอกเล่าเรื่องราวที่มีประสบการณ์และมีคุณค่ากับสังคม

เครือมติชน มีคนหลายรุ่น เราพยายามเปลี่ยนผ่าน DNA ของประชาชาติธุรกิจที่เป็นฉบับหนังสือพิมพ์ ให้มาอยู่ในสื่อที่ใหม่ที่สุดคือวิดีโอ เราเตรียมรายการวิดีโอออนไลน์ ซึ่งวางไว้ 7 คอนเทนต์ ตัวอย่างเช่น รายการสัมภาษณ์ธุรกิจระดับนำของประเทศในเชิงลึก

นอกจากนี้ ยังมีรายการ ‘ไรซิ่ง’ ซึ่งเปิดพื้นที่ให้ผู้ประกอบการรุ่นใหม่, รายการ ‘เจนนี่’ สำรวจพฤติกรรมของผู้บริโภครุ่นใหม่ และเด็ก GEN Z

อีกหนึ่งรายการที่น่าสนใจคือ ‘ใหญ่ 40 พลัส’ จับกลุ่มวัยทำงาน เนื้อหาเกี่ยวกับไลฟ์สไตล์และการดูแลตัวเองของคนวัย 40 อัพ

‘ONE MATICHON’ ตัวตน อัตลักษณ์
หลอมรวม 3 ยูนิต สู้ศึกสนามใหม่

ด้วยตัวตนและอัตลักษณ์ของมติชน ผมคิดว่าหลายๆ ท่านที่ติดตามสื่อของเราไม่ว่าจะผ่านสื่อสิ่งพิมพ์หรือออนไลน์ ก็จะสังเกตได้ว่าสื่อที่ใช้แบรนด์ในเครือมีหลายมติชนมากๆ คือ หนังสือพิมพ์มติชนรายวัน มติชนออนไลน์ มติชนสุดสัปดาห์ และมติชนทีวี โดยมีขนาดใหญ่-เล็ก และมีความเชี่ยวชาญแตกต่างกันออกไป

ปี 2569 มันได้เวลาแล้วที่จะผนึกกำลังของมติชนที่มีอยู่ให้เป็น ONE MATICHON เราจะทำให้ทั้ง 3 ยูนิตทำงานร่วมกันมากขึ้น เพื่อให้แข็งแกร่งด้านเนื้อหาและความหลากหลายในการนำเสนอมากขึ้น โดยเป็นโอกาสที่เราจะปรับอะไรบางอย่างเพื่อต่อสู้ในสนามแข่งขันใหม่ๆ ได้ดีขึ้น

Big Story ปีแห่งการเลือกตั้ง
Thailand Election 2026

ถามว่า ภารกิจแรกๆ ที่ ONE MATICHON จะทำคืออะไร เราจะทำรายงานพิเศษ เป็น Big Story ขนาดยาว ในประเด็นข่าวที่สังคมกำลังสนใจ โดยระดมเนื้อหาจากบุคลากรทั้ง 3 กอง บก. มาร้อยเรียงงานให้เป็นงานประเด็นเดียวกัน แต่มีขนาดยาวขึ้น ใน 1 รายงานพิเศษ จะมีตั้งแต่ที่มาของปัญหา มุมคิดที่แตกต่างของคนในสังคม ซึ่งมีทั้ง Text และคลิปวิดีโอ

ในปี 2569 เราจะทำรายงานประเภทนี้ให้ได้อย่างน้อยคือสัปดาห์ละ 1 ชิ้น ขณะเดียวกัน ปีหน้าคือปีของการเลือกตั้ง แน่นอนว่า เราให้ความสำคัญกับการเลือกตั้งทุกระดับ ทั้ง อบต. ทั้งเลือกตั้งทั่วไป เลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร แน่นอนว่าไฮไลต์ยังอยู่ที่การเลือกตั้งทั่วไป หรือเลือกตั้ง ส.ส. ซึ่งน่าจะอยู่ในช่วงไตรมาสแรกของปีหน้า

ขอประกาศที่นี่เป็นครั้งแรก คือ เครือมติชนจะเปิดตัว โปรเจ็กต์ที่ใช้ชื่อว่า “Thailand Election 2026” เราจะมีเวทีดีเบต ทั้งเรื่องของนโยบายระหว่างตัวแทนพรรคการเมือง เวทีดีเบตระหว่างแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี

การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นการเลือกตั้งที่มีเงื่อนไขพิเศษเพิ่มเข้ามา คือน่าจะมีการลงประชามติด้วย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการประชามติแก้ไขรัฐธรรมนูญ เรื่องยกเลิก MOU 43-44 ซึ่งเราพร้อมที่จะเปิดเวทีให้ทุกภาคส่วนในสังคมเข้ามาระดมความคิดเห็น และแน่นอนว่าจะมีตัวรายงานสดผลคะแนนทั้งในเว็บไซต์ และรายการทีวีออนไลน์

สุดท้าย เรายังยืนยันที่จะทำโพลออนไลน์ สำรวจความนิยมของผู้นำ ของพรรคการเมือง และแนวโน้มของผลประชามติ โดยวิเคราะห์ผลโพลอย่างละเอียด มีพันธมิตรทั้ง คณะรัฐศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยในส่วนกลาง และภูมิภาค

มรดกตกทอดอย่างหนึ่งจากหนังสือพิมพ์ที่สื่อออนไลน์เกิดใหม่อาจมีไม่มาก คือการมีระบบผู้สื่อข่าวส่วนภูมิภาคที่กว้างขวาง ครอบคลุมแทบทุกจังหวัด โดยเราเริ่มมีการประชุม เตรียมงาน ที่จะใช้ทรัพยากรบุคคลให้เป็นคณะทำงานที่มีประสิทธิภาพในแคมเปญเลือกตั้ง

‘ไทยแลนด์ เฮลท์แคร์’ ขยับโจทย์
มหกรรมสุขภาพแห่งอนาคต ไม่จุดประเด็นดราม่า

มติชน Thailand Healthcare เราเคลมได้ว่านี่คือมหกรรมสุขภาพ เจ้าใหญ่ เจ้าแรกๆ ของเมืองไทย ที่จัดมา 17 ปี แล้ว นับถึงปี 2568 มีคนเข้างานรวม 17 ปี เกิน 800,000 คน มีผู้มาใช้บริการตรวจสุขภาพฟรีเกิน 80,000 คน

ในปี 2569 จะพยายามขยับขยายโจทย์ของตนเองให้เป็นมหกรรมสุขภาพแห่งอนาคต ครอบคลุม กิจกรรมที่เชื่อมโยงไปถึงประเด็นอย่าง Longevity เรื่อง Wellness เรื่องการใช้เทคโนโลยี หรือนวัตกรรมมาดูแลสุขภาพ รวมถึงเรื่องอาหารเสริม เรื่องสมุนไพรต่างๆ โดยเป็นมหกรรมสุขภาพที่สามารถเข้าถึงประชากรหลากหลายกลุ่มได้มากขึ้น จากงานที่ตรวจสุขภาพฟรี ไปสู่งานที่ดูแลสุขภาพอย่างครบทุกมิติ ครบทุกวงจร และอีกหนึ่งอย่างคือ พอเราแตะเรื่อง Longevity เรื่อง Wellness เรื่องอาหารเสริม อย่างน้อยด้วยความที่เป็นสื่อที่ทำงานมานาน เราจะไม่จุดประเด็นที่ทำให้สังคมเข้าใจผิด จะไม่มีดราม่า

‘หนังสือเล่ม’ สุดสตรอง รายได้อันดับ 2
เป็นรองแค่ ‘โฆษณา-อีเวนต์’

ตัวหนังสือเล่ม เป็น Strong Products ของเครือมติชนเหมือนกัน หนังสือพิมพ์รายวัน อยู่ในช่วงของ พระอาทิตย์อัสดง แต่หนังสือเล่มยังเป็น ตะวันที่ไม่ตกดิน สำนักพิมพ์มติชน ยังมีความสำเร็จที่วัดได้ จากหลายๆ มาตรวัด

ปัจจุบันเราเน้นตีพิมพ์หนังสือสารคดี ความรู้ด้านประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม เศรษฐกิจ การเมือง ทั้งหนังสือที่เขียนด้วยนักเขียนไทย นักวิชาการไทย และหนังสือแปลจากต่างประเทศ และได้รับรางวัลจากสถาบันต่างๆ มากมาย มีหนังสือที่มียอดพิมพ์เกิน 10,000 เล่ม หลายๆ เล่ม

ปัจจุบันโครงสร้างรายได้ของเครือมติชน ธุรกิจหนังสือเล่ม ทำรายได้ก้อนใหญ่อันดับที่สอง ก้อนใหญ่ที่สุดคือ โฆษณาและอีเวนต์

นอกจากนี้ เรายังมีบริการที่สอดคล้องกันไป ของ Matichon Premium Print คือการรับผลิตหนังสือเล่ม รวมถึงสิ่งพิมพ์อื่นๆ เช่น รายงานประจำปี หนังสือเฉลิมฉลองวาระพิเศษขององค์กรต่างๆ ชีวประวัติบุคคล รวมไปถึงไดอารี่ ปฏิทิน เราทำได้หมด โดยพันธกิจคือสิ่งพิมพ์ยังไม่ตาย และเรามีความรู้ ความเชี่ยวชาญ

Feed Music ครั้งที่ 3 ‘บทวัดมือ’
ข่าวสดออนไลน์ แปรผู้ชมเป็น ‘ผู้บริโภค’

นิวโปรดักต์คือสิ่งที่จะนำมติชนไปสู่แนวใหม่ๆ ซึ่งทำมาแล้วหลายสิ่ง และจะมีโปรดักต์ใหม่ ที่จะเกิดขึ้นเป็นครั้งแรกในปี 2569 ที่ผ่านมา เรามี Feed Music โดย Feed สื่อไลฟ์สไตล์-บันเทิงของเครือมติชน ซึ่งจัดดนตรีในสวนปักหลักที่สนามหญ้ามิวเซียมสยามมาแล้ว 2 ครั้ง โดยพยายามทำให้เป็นงานดนตรีสำหรับคนทุกวัย

โดยในปีนี้ วันที่ 13-14 ธันวาคมนี้ จะมี Feed Music ครั้งที่ 3 ที่เราได้ AIS มาร่วมจอย โดยมีศิลปินหลักสองวงคือโมเดิร์นด็อก เป็นตัวแทนของคน 90 และ ETC. เป็นตัวแทนจากยุค 2000 บวกด้วยวงดนตรีของคนรุ่นใหม่ในระดับมหาวิทยาลัยอีก 4 วง ถือเป็นงานที่เราให้น้ำหนักกับคนรุ่นใหม่มากขึ้นแต่ก็ยังมีคนรุ่นเก๋า มาเป็นตัวหลักและแรงบันดาลใจ

อีกหนึ่งงานที่อยากเล่าต่อเนื่องกัน คืองานที่จัดโดยข่าวสดและข่าวสดออนไลน์ คือ หน้าฮ้าน Festival คอนเซ็ปต์หลักๆ คือเทศกาลผสานวัฒนธรรมแห่งยุค, E-san-pop Uprising, Viral food Culture, Festival Lifestyle

พันธกิจจริงๆ ที่สำคัญอันหนึ่งซึ่งต่อเนื่องจากสิ่งที่ผมพูดไป คือมันเป็นบทวัดมือเหมือนกัน ว่าข่าวสดออนไลน์ ซึ่งเป็นสื่อที่แมสมากๆ เข้าถึงกลุ่มคนวงกว้างมาก สุดท้ายแล้วเราจะแปร Audience (ผู้ชม) มาเป็น Consumer (ผู้บริโภค) ได้อย่างไร งานนี้เป็นงานขายบัตร มันจะพิสูจน์ว่าแฟนของข่าวสดมีกำลังซื้อมากแค่ไหน

ขณะเดียวกันในแง่ของเนื้อหา จะมี 2 หมวดหมู่ หลักๆ หมวดหมู่แรกเป็นงานดนตรีหรือเป็นคอนเสิร์ตที่รวบรวมทุกแนวดนตรีที่ ป๊อปและแมส ไล่มาตั้งแต่ ลูกทุ่ง หมอลำ อีสานอินดี้ ฮิพฮอพ ทีป๊อป ตัวอย่างที่ชัดเจนเลยคือ ศิลปิน ซึ่งคอนเฟิร์มแล้วเราจะมีตั้งแต่ลำไย ไหทองคำ ข้ามไปถึง ฟักกลิ้ง ฮีโร่ นอกจากนี้ เราจะคัดเลือกร้านอาหารที่โด่งดังใน TikTok ในโซเชียลมีเดีย มาออกบูธ จัดขึ้นในช่วงต้นปี 2569 ที่ริมทะเลสาบ เมืองทองธานี นี่เป็นอีกงานที่เราภูมิใจนำเสนอ

เส้นทางเศรษฐี สานต่อ T-Brand to China 2.0
เทคโนโลยีชาวบ้าน จัดแน่ Techno Forum 2026

สื่อนิตยสารดั้งเดิมของเครือมติชนที่หลายท่านน่าจะรู้จัก คือ เส้นทางเศรษฐีและเทคโนโลยีชาวบ้าน ซึ่งปัจจุบันเราไม่ได้ผลิตนิตยสารทั้ง 2 เล่มในเชิงกระดาษออกมาแล้ว แต่แปรไปเป็นสื่อออนไลน์ร้อยเปอร์เซ็นต์ โดยจุดแข็งคือ เส้นทางเศรษฐี เป็นสื่อสำหรับผู้ประกอบการ SME เล็กและใหญ่ที่มีอิมแพกต์เยอะมาก

เส้นทางเศรษฐีมีโปรเจ็กต์หนึ่งที่น่าสนใจ คือ ในปี 2568 เครือมติชนจัดโปรเจ็กต์ฉลองความสัมพันธ์ไทย-จีน ในภาพใหญ่เราจัดงานที่เชิญทั้งตัวแทนสถานทูต ตัวแทนนักธุรกิจมาเฉลิมฉลอง แต่ในภาพย่อยเราจัดกิจกรรมคู่ขนานซึ่งหนึ่งในนั้น คือ

T-Brand to China ซึ่งเป็นเวิร์กช็อปของเส้นทางเศรษฐี ว่าผู้ประกอบการไทยที่สนใจจะเจาะตลาดจีน เขาจะเข้าใจตลาดจีนได้อย่างไร ปรากฏว่ามีผู้ประกอบการรายย่อยจำนวนมากเข้ามาซื้อคอร์สเต็มจำนวน ทุกคนตั้งใจเรียนตั้งใจฟัง ตั้งใจถาม ตั้งใจตอบ ในระดับที่ว่าอบรมเสร็จแล้ว ยังมีการต่อคิวคุยกับวิทยากรอีก

ดังนั้น ในปี 2569 จึงจะมีการจัด T-Brand to China 2.0 ซึ่งยังเน้นย้ำประเด็นหลัก คือพาผู้ประกอบการไทยไปเจาะตลาดจีนหรือเข้าใจตลาดจีน และแบรนด์ไทยจะจับคู่กับอินฟลูเอนเซอร์จีนได้อย่างไรบ้าง

นอกจากนี้ เส้นทางเศรษฐียังพยายามริเริ่ม Business Trip คือ การจัดทัวร์ที่เน้นธุรกิจล้วนๆ พาผู้ประกอบการ SME ไปสำรวจธุรกิจในจีน

ส่วนคู่แฝด คือ เทคโนโลยีชาวบ้าน ซึ่งเป็นสื่อเกษตรที่อยู่มานานมาก และยังมีอิมแพกต์สูงในหมู่เกษตรกร ปี 2568 มีการจัดสัมมนาว่าด้วยพืชมูลค่าสูง เช่น ไข่ผำ วานิลลา โกโก้ มีผู้เข้าฟังเต็มพื้นที่ มีการออกร้านโดยเกษตรกร ถือเป็นงานของเกษตรกร เพื่อเกษตรกร โดยปี 2569 จะต่อ
ยอดด้วยงาน Techno Forum 2026 โดยให้ความสำคัญกับเทคโนโลยี ในธีม AI เกษตรอัจฉริยะ

ZAB History สับประวัติศาสตร์
‘ศิลปวัฒนธรรม’ แผงก็วาง ออนไลน์ก็ปัง

สุดท้ายในหมวดนี้ คือ นิตยสารศิลปวัฒนธรรมรายเดือน ซึ่งปัจจุบันเรายังมีวางแผงอยู่ แต่ในขณะเดียวกัน กอง บก.ก็ทำสื่อออนไลน์อย่างแข็งขัน ผมอยากนำเสนอพอดแคสต์ที่ดำเนินการโดยกองบรรณาธิการศิลปวัฒนธรรม ชื่อรายการ ‘สับประวัติศาสตร์’ หรือ ZAB History เป็นการทำประวัติศาสตร์ให้เข้าใจง่าย ฟังเพลิน เข้าถึงคนในวงกว้าง เพราะไม่ใช่นิตยสารประวัติศาสตร์ที่เขียนในเชิงวิชาการแบบร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่แน่นอนว่าจุดยืนที่เราย้ำเสมอ คือ เครือมติชนไม่มั่ว เรามีหลักฐานอ้างอิงชัดเจน

ที่ทำกันมาแล้วประมาณ 1 ปี เผยแพร่ 3 สัปดาห์ต่อหนึ่งตอน โดยในปี 2568 มีหลายตอนที่คนดูคนฟังเยอะระดับแสนวิว เช่น เรื่องเจ้าฟ้าจุ้ย โอรสพระเจ้าตาก เรื่องพระราชพินัยกรรมของรัชกาลที่ 3 การขึ้นครองราชย์ของรัชกาลที่ 4 ขณะเดียวกันก็มีประเด็นที่คนให้ความสนใจเยอะคือวิถีชีวิตของสามัญชนในอดีต เช่น การฝังมุกของผู้ชายอุษาคเนย์ โดยในปี 2569 ZAB History จะยังสานต่อภารกิจนี้

มติชนอวอร์ด ตีโจทย์ช่องว่าง ไอเดียแตกต่าง
‘ไม่ได้สักแต่จะมอบ’

เรื่องอวอร์ด พูดภาษาบ้านๆ เลย คือเราไม่ได้สักแต่จะมอบ และเราไม่ได้จัดงานมอบรางวัลเพราะหวังแค่จะหาสปอนเซอร์ แต่พันธกิจในฐานะสื่อที่อยู่มานานมีมากกว่านั้น มันคือการประมวลและประเมินค่า การให้รางวัลของเครือมติชนเป็นเหมือน Alternative award เป็นรางวัลทางเลือกที่มีไอเดียบางอย่างแตกต่างจากงานมอบรางวัลอื่นๆ ในสังคมไทย ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน

ตัวอย่างแรกคือในปลายปี 2567 เราจัดงานมติชน อวอร์ด ไฮไลต์คือรางวัลมติชนเกียรติยศ โดยผู้มีเกียรติคนแรกที่ได้รับ คือคุณอรุณ วัชระสวัสดิ์ การ์ตูนนิสต์การเมืองคนสำคัญของเมืองไทย โดยมาจากการตีโจทย์ของเราซึ่งมองเห็นช่องว่าง และคำถามสำคัญ คือ ทำไมไม่ได้เป็นศิลปินแห่งชาติสักที คุณอรุณเป็นทั้งจิตรกรฝีมือเยี่ยมและเป็นนักประพันธ์ฝีมือดีที่เล่าเรื่องโดยไม่ผ่านตัวอักษร เป็น Alternative National Artist ของเมืองไทย โดยที่ภาครัฐติดกับข้อจำกัดหรือระเบียบบางอย่าง แต่เอกชนอย่างมติชนสามารถประกาศยกย่องคนอย่างนี้ได้

ประเด็นที่ 2 ผมว่าต่อเนื่องด้วยคอนเซ็ปต์คล้ายๆ กัน เรามีรางวัลบันเทิง คือ Feed award เริ่มต้นด้วยปี 2565 เป็นงาน Feed Y Capital ซึ่งมอบรางวัล Feed Y ให้ดารานักแสดงผู้กำกับและซีรีส์ Y เป็นเวทีแรกของเมืองไทย เพราะเราประเมินว่านี่คือความเป็นไปได้ใหม่ๆ ของอุตสาหกรรมบันเทิงไทยในยุคนั้น ปัจจุบัน บทพิสูจน์ชัดแล้วว่าคอนเทนต์ประเภทนี้กลายเป็นทางหลักทางหนึ่งของวงการบันเทิงไทยแล้ว

อันสุดท้าย ซึ่งผมเกริ่นมาตั้งแต่ช่วงต้น คือ เรามี ประชาชาติ Business Award ซึ่งเป็นโปรเจ็กต์ใหม่ล่าสุดที่จะเกิดขึ้นในปีหน้า รางวัลนี้ จะแบ่งเป็นสองหมวด หมวดแรก เราร่วมมือกับ ครีเดนดาต้า โดย คุณป้อม ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ เป็นรางวัลที่ประเมินจากตัวเลขสถิติของบริษัทจดทะเบียนในประเทศไทยที่มีกว่าล้านบริษัท

เราคงจะไม่ได้ให้รางวัลแค่กับกิจการที่ทำรายได้หรือผลกำไรสูงสุด แต่อาจมีโจทย์อื่นๆ ที่น่าสนใจด้วย เช่น มันมีกิจการไหนไหมที่เสียภาษีสูงสุด หมายความว่าเขามี contribution กับสังคมเยอะอยู่เหมือนกัน ซึ่งอันนี้เป็นไอเดียที่น่าสนใจ

ส่วนที่สองเป็นรางวัลที่เกิดขึ้นจากวาระ 50 ปีของประชาชาติธุรกิจ เป็นเหมือนรางวัลในเชิงคุณค่า มอบให้ภาคธุรกิจที่อยู่คู่สังคมไทยมายาวนานและสร้างคุณูปการบางอย่างให้สังคม

ขณะเดียวกันผมเริ่มต้นด้วยมติชนเกียรติยศ แต่เราประกาศปี 2567 ปีนี้จะเว้นวรรคไปหน่อย อย่างไรก็ตาม ในปี 2569 มติชนเกียรติยศจะกลับมาด้วยภารกิจ 2 ประการ

ประการแรกคือ ปีหน้าเราจะมอบรางวัล มติชนเกียรติยศ ให้นักคิดนักเขียนในทางเศรษฐศาสตร์

เพื่อล้อไปกับวาระก้าวสู่ปีที่ 50 ของประชาชาติธุรกิจ และในปี 2570 มติชนก็จะก้าวสู่ปีที่ 50 เหมือนกัน

ทีมข่าวเฉพาะกิจ