หน้าแรก ประชาชื่น วิถีชีวิตชาว ...

วิถีชีวิตชาว ‘ตลาด’ เสน่ห์ร่วมสมัยที่ไม่เคยเสื่อมสลาย

1.05.17 | 13:05 น.

วัฒนธรรมการซื้อขายและแลกเปลี่ยนสินค้า เป็นวัฒนธรรมที่อยู่คู่กับสังคมไทยมาอย่างยาวนาน ผ่านรูปแบบที่เรียกว่า “ตลาด” ซึ่งหลายคนรู้จักและคุ้นเคยกันอย่างดี

โดยในอดีตเน้นการแลกเปลี่ยนสิ่งของกัน ต่อมามีพัฒนาการด้วยการใช้เงินเป็นตัวกลางในการแลกเปลี่ยน ขณะที่รูปแบบของตลาดมีการเปลี่ยนแปลงและยกระดับอยู่เสมอ

ไชยณัฐ เจติยานุวัตร

ไชยณัฐ เจติยานุวัตร ผู้อำนวยการสำนักงานตลาด กรุงเทพมหานคร เล่าว่า ตลาดเมืองไทยเกิดขึ้นเป็นเรื่องเป็นราวช่วงรัชกาลที่ 3 รัชกาลที่ 4 ที่เริ่มมีการตัดถนน มีแหล่งชุมชน มีชาวต่างชาติ เช่น ชาวจีน ชาวตะวันตกเข้ามา แต่ละชุมชนต่างก็มีตลาดในชุมชนของตัวเองเรียกขานชื่อตลาดไปตามสัญชาติเป็นย่านๆ

เช่น ตลาดแขก อยู่บริเวณถนนตานี ถนนจักรพรรดิพงษ์ ถนนสาทร ถนนอิสรภาพ ตลาดญวน อยู่บริเวณถนนสามเสน บางโพ ตลาดมอญ อยู่บริเวณปากเกร็ด สามโคก ตลาดจีน อยู่บริเวณสำเพ็ง เยาวราช ยังมีตลาดร้านค้าแห่งแรกของพ่อค้าชาวตะวันตกในเมืองไทย คือ ห้างฮันเตอร์และเฮย์ ของนายฮันเตอร์ พ่อค้าชาวอังกฤษ ขายสินค้าที่เป็นที่ต้องการของชาวตะวันตก

ในระยะนั้น จึงเป็นร้านค้าที่เรียกว่า “ห้าง” ซึ่งในเวลาต่อมา ก็เกิดขึ้นอีกหลายห้าง เช่น ห้างบอมเบย์ ห้างมัทราส

Advertisement

พัฒนาการ “ตลาดน้ำ-บก” ถึง “ตลาดนัด”

นอกจากตลาดของชาวต่างชาติ ในขณะนั้นยังมีตลาดของชุมชนต่างๆ เกิดขึ้นมากมาย
ผู้อำนวยการสำนักงานตลาด เล่าว่า ด้วยลักษณะทางภูมิประเทศและการขนส่งที่เน้นทางเรือตลาดในอดีตจึงเน้นรูปแบบตลาดน้ำเป็นหลัก โดยมีตลาดที่เด่นๆ คือ ตลาดน้ำท่าเตียน ซึ่งนับเป็นตลาดน้ำแห่งแรกๆ ของเมืองไทย นอกจากนี้ยังมีตลาดบกหรือตลาดของชุมชมเกิดขึ้นมากมาย

ชาวบ้านยังพายเรือมาตลาดน้ำวัดไทร และยังมีเรือเเท็กซี่ รับส่งคน บางส่วนเดินเลียบมาตามรางรถไฟ โดยตลาดอีกฝั่งติดทางรถไฟสายแม่กลอง วงเวียนใหญ่-มหาชัย

“จุดประสงค์หลักของการก่อตั้งตลาดก็เพื่อรองรับชุมชนบริเวณนั้น ชุมชนสมัยก่อนเมื่อตั้งตลาดก็จะตั้งโรงหนังมีตึกแถวหรืออาคารพาณิชย์ล้อมรอบ เช่น ตลาดนางเลิ้ง ตลาดประชานิเวศน์ เป็นต้น ซึ่งตลาดชุมชนหลายแห่งยังมีอยู่จนถึงปัจจุบันเป็นตลาดโบราณ เช่นตลาดสามชุกที่สุพรรณ และตลาดร้อยปีต่างๆ”

ไชยณัฐ ยังเล่าถึงช่วงเวลาสำคัญที่ตลาดมีการพัฒนาอย่างมาก

ตลาดน้ำวัดไทร

“สมัยจอมพล ป.พิบูลสงคราม นโยบายของรัฐในตอนนั้นส่งเสริมให้รู้จักทำการค้า มีการตลาดนัดที่สนามหลวงเป็นตลาดนัดแรกๆ ต่อมาย้ายมาที่สวนจัตุจักรและเป็นโมเดลการพัฒนาให้กับตลาดนัดอื่น

“ตลาดนัดมาบูมสุดๆ ในปี 2540 ซึ่งเป็นยุคฟองสบู่แตก เกิดการเปิดท้ายขายขึ้น ทำแล้วดีก็เลียนแบบกัน เลยมีการเปิดท้ายขายของมากมาย ปัจจุบันพัฒนาต่อโดยผสมกับลักษณะของตลาดนัดจตุจักรเป็นตลาดนัดต่างๆ เช่นตลาดนัดเลียบด่วน โดยมีตลาดนัดลักษณะแบบนี้ทั้งในต่างจังหวัดและหัวเมืองต่างๆ” ไชยณัฐ อธิบาย

เสน่ห์ตลาดชุมชน อนาคตและการล่มสลาย

ปัจจุบันแม้มีทางเลือกอื่น ทั้งห้างสรรพสินค้าหรือซุปเปอร์มาร์เก็ต แต่ตลาดก็ยังอยู่ได้และได้รับความนิยมไม่เสื่อมคลาย

ไชยณัฐ ให้เหตุผลว่า ตลาดมีเสน่ห์ที่คนซื้อสามารถพูดคุยกับคนขายได้ ส่วนใหญ่คนซื้อของก็จะซื้อร้านเดิม มีการต่อรองราคาและการหยิบของแถม บางครั้งแค่ได้ถั่วฝักยาว 2 ต้นลูกค้าก็รู้สึกพอใจและมีความสุขแล้ว ในขณะที่ห้างทำไม่ได้ นอกจากนี้ตลาดยังเป็นที่พบปะ สังสรรค์ชุมนุมดื่มกาแฟของคนในชุมชน

“ตลาดประชานิเวศน์แม้จะเป็นตลาดในกรุงเทพฯ แต่ก็ยังมีสังคมแบบนี้อยู่ในตลาด เช่นข้าราชการเกษียณอายุนัดหมายนั่งคุยกันตอนเช้าๆ ซึ่งห้างยังไม่เปิด ตรงนี้เป็นลักษณะเฉพาะของตลาดที่มีเวลาเปิดปิดสนองตอบความต้องการของชุมชน ตรงนี้เป็นเรื่องของโอกาสที่จะปรับตัวตามชุมชน เป็นการศึกษาพฤติกรรมซึ่งกันและกัน”

ตลาดน้ำวัดไทร

ผู้อำนวยการสำนักงานตลาด ยังวิเคราะห์ถึง ปัจจัยที่ทำให้ตลาดสูญหาย เปลี่ยนแปลงลักษณะไป มีด้วยกันหลายสาเหตุ คือ

1.มีการเคลื่อนไหวของชุมชน หรือมีการเปลี่ยนแปลงสภาพของการเดินทาง อย่าง ปากคลองตลาดเมื่อก่อนเป็นตลาดผักผลไม้ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย เนื่องจากมีการขนส่งทางน้ำ แต่เมื่อเปลี่ยนมาขนส่งทางรถการจะเข้ามาใจกลางกรุงเทพฯ ค่อนข้างยากท้ายที่สุดก็เปลี่ยนตลาดผักผลไม้ไปอยู่ที่ตลาดไท

2.นโยบายของรัฐ เช่น นโยบายรัฐการจัดระเบียบย้ายตลาดนัดสนามหลวงมาเป็นตลาดนัดจตุจักร

3.เจ้าของตลาด บางตลาดรุ่นปู่-ย่า ทำไว้และรุ่นหลานไม่อยากทำต่อก็สูญหายไป

ไชยณัฐ วิเคราะห์อีกว่า อนาคตโอกาสที่ตลาดจะสูญหายไปเลยยากมาก เพียงแต่ว่ามันจะพัฒนาต่อไปยังไง อันหนึ่งที่สามารถสรุปได้เลยคือตลาดที่สกปรกจะต้องหายไป จะเหลือตลาดที่สภาพดี โดยมีชุมชนทั้งคนขายและคนซื้อจะเป็นตัวที่ผลักดันให้ดีขึ้น โดยมีรัฐช่วยกำกับดูแล

ตลาดน้ำวัดไทร

“อย่างการควบคุมดูแลของ กทม. การที่จะทำให้ดีขึ้นคือ 1.ปรับโครงสร้างด้านกายภาพ ซ่อมแซมภายนอก 2.ทำความเข้าใจผู้ค้า ถ้าผู้ค้าไม่ให้ความร่วมมือก็ยาก และ 3.ความน่าเชื่อถือของเครื่องชั่งน้ำหนัก ถือเป็นจุดอ่อนของตลาดถ้าเทียบกับห้างสรรพสินค้า สิ่งที่เราพยายามบอกกับผู้ค้าเลย คือเรื่องความซื่อสัตย์ โดยมีมาตรการประสานให้กระทรวงพาณิชย์มาตรวจบ่อยๆ และมีเครื่องชั่งน้ำหนักส่วนกลางให้ประชาชนได้ทดสอบ”

ไชยณัฐ ทิ้งท้ายว่า การยกระดับตลาดนอกจากปรับเรื่องกายภาพแล้วยังมีอีกหลายเรื่อง ที่อนาคตตลาดจะต้องทำคือต้องคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมมากขึ้น เช่น เรื่องการบำบัดน้ำเสีย เรื่องการลดพลังงานด้วย

ตลาดน้ำวัดไทร

“ตรอกหม้อ” สีสันแห่งตลาดเก่ากลางกรุง

ตลาดเก่าแก่กลางพระนครที่คาดกันว่ามีมาตั้งแต่ยุคสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นอย่างน้อย ตั้งอยู่ในชุมชนตรอกหม้อ ซึ่งได้รับชื่อแบบทางการจากสำนักงานเขตพระนครในภายหลังว่า ชุมชนราชบพิธพัฒนา เพราะอยู่ใกล้กับวัดราชบพิธ ในซอยเทศา ที่เดินทะลุไปยัง ‘เสาชิงช้า’ อีกฝั่งหนึ่ง เดิมชาวบ้านย่านนี้มีอาชีพปั้นหม้อดินขาย ต่อมากลายเป็นชุมชนใหญ่ที่ประกอบด้วยกลุ่มคนไทยและคนจีน ซึ่งมาตั้งรกรากทำการค้าเป็นจำนวนมาก

ตลาดตรอกหม้อ

ปัจจุบัน เป็นตลาดที่คลาคล่ำด้วยผู้คนตั้งแต่เช้ามืด ก่อนตลาดจะวายช่วงสาย ราว 11 โมง มีสินค้าครบครันตั้งแต่สายบัวในบึงไปจนถึงแซลมอนชิ้นสวย กุ้งหอยปูปลา เนื้อสัตว์นานาชนิด พืชผักสดกรอบทั้งพื้นเมืองและพืชเมืองหนาวเรียงรายในแผงสร้างสีสันตระการตา ผลไม้ไทยๆตั้งแต่กล้วยน้ำว้าจากเรือกสวนเคียงคู่ผลไม้นำเข้าอย่างมีศักดิ์ศรีไม่แตกต่าง

จุดแข็งอีกอย่างหนึ่งคือเมนูสำเร็จรูป โดยเฉพาะอาหารจีนที่มีให้ ‘ฟิน’ ตลอดสองข้างทาง ส่วนใหญ่ปรุงกันร้อนๆลงถาดพร้อมตักใส่ถุงเมื่อลูกค้าตะโกนสั่ง เมนูเด็ดคือ บ๊ะจ่าง ซาลาเปา หมั่นโถว และข้าวต้มพุ้ยร้อนๆพร้อมกับข้าวหอมกรุ่นชวนน้ำลายสอ

ตลาดตรอกหม้อ

ไม่เพียงเท่านั้น ยังมีสินค้าประเภทอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นถ้วยชาม เสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋า เครื่องสำอาง และของใช้ในบ้านวางขายตามแผง รวมทั้ง ‘โชว์ห่วย’ หรือร้านขายของชำของคนไทยเชื้อสายจีนในตึกแถวโบราณที่ยังคงความงามไม่เสื่อมคลาย

ของแห้งอย่างข้าวสาร เครื่องเทศ พริกแกงนานาชนิด ส่งกลิ่นผสมปะเปเป็นส่วนหนึ่งของบรรยากาศ การพูดคุยต่อรองราคา ถามสารทุกข์สุขดิบ รอยยิ้มทักทาย ไปจนถึงเสียงโหวกเหวก ความวุ่นวายโกลาหลขณะขนถ่ายสินค้า ภาพคุณแม่บ้านถือตระกร้าหวายจับจ่ายของสด ไม่อาจพบในร้านสะดวกซื้อหรือซุปเปอร์มาเก็ต

ตลาดตรอกหม้อ

สิทธิศักดิ์ สาครสินธุ์ หรือ ทอมมี่ หนึ่งในลูกค้าตลาดที่ยอมรับว่าตัวเองเป็น “มาร์เกต แอดดิก” แม้มีอาชีพหลักคือกราฟฟิกดีไซเนอร์นิตยสารดัง แต่เห็นตลาดที่ไหนเป็นต้องขอลงไปสำรวจ ทั้งยังเป็นคนทำครัวและฟู้ดสไตลิสต์งานชุกอีกด้วย

ทอมมี่บอกว่า ตลาดตรอกหม้อคือ 1 ใน 5ตลาดที่ดีที่สุดในกรุงเทพ เป็นพื้นที่ที่มีองค์ประกอบของคำว่าตลาดอย่างครบถ้วน สมบูรณ์ทุกประการ ไม่ว่าจะเป็นสินค้า วัตถุดิบ ผู้คน ชุมชน ทั้งยังรายล้อมด้วยสถานที่สำคัญอย่างวัดวาอาราม กระทรวง สถานที่ราชการ ไปจนตึกแถวของชาวบ้านที่งดงามคลาสสิก ทั้งเป็นที่พักอาศัยและขายสินค้า

ตลาดตรอกหม้อ

“เห็นตลาดตรอกหม้อครั้งแรก ต้องบอกว่าตะลึงเลย นึกถึงบรรยากาศตลาดยุคคุณพ่อคุณแม่ ของที่ขายก็เป็นของดี มีคุณภาพ ราคาไม่แพง พ่อค้าแม่ค้ามีความรู้ในสินค้าของตัวเอง เรียกว่าโปรเฟสชันแนลมากๆ อย่างแผงปลาเก๋า คนขายจะแนะนำได้ว่าต้องแล่ยังไง ไม่ใช่แค่ขายอย่างเดียวไปที่นี่แล้วคุ้มค่า เห็นทุกอย่างของความเป็นตลาด มีผู้คนที่เอื้ออาทรกัน มีพระบิณฑบาต มีชีวิตชีวาและหลากหลาย” ทอมมี่เล่าด้วยน้ำเสียงสดชื่น แม้ตื่นแต่เช้าตรู่เพื่อมาจ่ายตลาด

ตลาดสมัยใหม่ “สะอาด-เป็นระเบียบ”

หลายปีที่ผ่านมามีตลาดใหม่เกิดขึ้นมากมาย หลายแห่งโดดเด่นแซงหน้าอย่าง องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร หรือ อ.ต.ก. ที่นอกจะจะได้รับความนิยมมากแล้ว ล่าสุดเว็บไซต์ซีเอ็นเอ็น (CNN) เผยแพร่ 10 อันดับตลาดสดที่ดีที่สุดในโลก ปรากฏว่า ตลาด อ.ต.ก. ติดอันดับที่ 4 ตลาดสดที่ดีที่สุด

องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร หรือ อ.ต.ก. ที่ได้รับการยกย่องจาก ซีเอ็นเอ็น

คนไทยทุกคนต่างชื่นชมร่วมยินดี รวมถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่พอใจอย่างมาก และขอให้ตลาด อ.ต.ก.รักษาคุณภาพมาตรฐานเช่นนี้อย่างต่อเนื่อง และตลาดสดอื่นๆนำตัวอย่างการพัฒนาของตลาด อ.ต.ก. ไปประยุกต์ใช้ให้ดียิ่งขึ้น

อ.ต.ก.เป็นตลาดสดสุดสัปดาห์ที่เต็มไปด้วยผัก ผลไม้ อาหารทะเล อาหารสด อาหารปรุงสุก ของหวาน และอื่นๆ โดยมีจุดเด่นคือ ความสะอาด และความเป็นระเบียบ ใกล้เคียงกับ ตลาดบองมาร์เช่ ที่แม้จะไม่ใช่ตลาดใหญ่ แต่ก็มีสินค้าและบริการครบถ้วน

ประกาศ สุรวิทย์

ประกาศ สุรวิทย์ เจ้าของร้านขนมกุ๋ยฉ่ายอาม่า ซึ่งเป็นร้านขนมเจ้าแรกๆ ในตลาดบองมาร์เช่ ขายตั้งแต่ปี 2542

“เดิมอาม่าผมขายกุ๋ยฉ่ายอยู่แถวภาษีเจริญ ผมเป็นรุ่นหลานอยากสืบทอด ก็เริ่มขายที่เเผงของเพื่อน จากเดิมของอาม่าเป็นชิ้นใหญ่ก็ปรับเป็นลูกเล็กๆ พอคำ สักพักก็ย้ายมาขายที่ตลาดบองมาร์เช่ ตอนนั้นตลาดเปิดได้เพียง 4 วัน”

ประกาศ เล่าว่า ช่วงปีแรกที่มาขายค่อนข้างลุ่มๆ ดอนๆ จนเข้าปีที่ 2 เริ่มมีลูกค้าประจำ ขายดีขึ้นเรื่อยๆ จนปัจจุบัน

“ตลาดบองมาร์เช่เป็นตลาดที่มีเสน่ห์ สะอาดและเป็นระเบียบ มีการจัดโซนเป็นหมวดหมู่หาง่าย มีของหลากหลายทั้งของกินของใช้ โดยเฉพาะของกินเด็ดๆ มีชื่ออยู่ที่นี่มากมาย” เป็นหนึ่งเรื่องราวจากร้านค้าในตลาดชุมชน

ถึงแม้เวลาจะผ่านไปเนิ่นนานเพียงใด “ตลาด” ก็ยังเป็นหนึ่งในสถานที่สำคัญของชุมชนที่ขาดไม่ได้

ตลาดบองมาร์เช่ ย่านประชาชื่น