นับเป็นเวลาถึง 8 ปี ที่ สถาบันการแพทย์จักรีนฤบดินทร์ ยืนหยัดเคียงข้างสังคมไทย
จากก้าวแรก ยุคแห่งการบุกเบิก สู่วันเดินหน้านวัตกรรมทางการแพทย์ ขยายบริการเฉพาะทาง ส่งเสริมการเรียนรู้แพทย์ยุคใหม่ เพื่อรองรับประชาชนอย่างทั่วถึง

ปักหมุดอำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ บ่มเพาะเมล็ดพันธุ์จนเติบโตขึ้นตามลำดับ ผงาดสู่ศูนย์กลางนวัตกรรมทางการแพทย์ของไทยอย่างเต็มภาคภูมิ
ทั้งยังเป็นพื้นที่ต้นแบบแห่งการเรียนรู้ การวิจัยและการรักษาด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์ ยกระดับมาตรฐานสาธารณสุขไทยสู่ระดับสากล พร้อมขับเคลื่อน ‘อัตลักษณ์รามาธิบดี’ สู่ระดับภูมิภาค โดยผสานความเป็นเลิศทางวิชาการเข้ากับหัวใจของความเป็นมนุษย์
จุดแข็ง ไม่ใช่แค่รักษา แต่สร้างบุคลากรยุคใหม่
เตรียม ‘แพทย์แห่งอนาคต’ ลดแออัด รพ.ในเมือง
รศ.นพ.ชนเมธ เตชะแสนศิริ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลรามาธิบดีจักรีนฤบดินทร์ เล่าถึงการเดินทางของสถาบันการแพทย์จักรีนฤบดินทร์ที่จะครบรอบ 8 ปี ในวันที่ 25 ธันวาคมนี้ ว่า ตั้งแต่ก่อสร้างสถาบันได้เน้นในเรื่องของ 4 E ได้แก่ เรื่องของการศึกษา การรักษาสิ่งแวดล้อม การประหยัดพลังงาน และมีชีวิตของการทำงานการเรียนที่ดีขึ้น แม้ช่วงแรกต้องบุกเบิกหลายด้าน

จุดแข็งของสถาบันไม่ใช่เพียงงานรักษา หากยังเป็นศูนย์สร้างบุคลากรทางการแพทย์ยุคใหม่ โดยเน้นหลักสูตรเฉพาะทางที่เตรียม ‘แพทย์แห่งอนาคต’
“ช่วงแรกที่มาเปิดคนไข้ยังไม่ได้เยอะมาก พอให้บริการได้ดีขึ้น ก็เริ่มมีการขยับการเรียนการสอนของนักศึกษาแพทย์ พร้อมก้าวสู่การเป็นโรงพยาบาลที่ลดความแออัดของเมือง และขยายบทบาทด้านการสอนแพทย์รุ่นใหม่อย่างเต็มระบบ
ตลอด 8 ปีที่ผ่านมา สถาบันการแพทย์จักรีนฤบดินทร์ยืนหยัดเคียงข้างประชาชน สะท้อนผ่านบทบาทสำคัญโดยเฉพาะในช่วงการแพร่ระบาดของโรคอุบัติใหม่อย่างโควิด-19 จนถึงปัจจุบัน สถาบันได้ก้าวสู่การเป็นศูนย์รวมนวัตกรรมการศึกษาและการรักษาอย่างครบวงจร ในปี 2567 รองรับผู้ป่วยนอก 341,000 ราย ผู้ป่วยฉุกเฉิน 16,462 ราย และผู้ป่วยใน 10,813 ราย ซึ่งสามารถช่วยลดความแออัดของโรงพยาบาลในเมืองได้อย่างมีประสิทธิภาพ”
ทั้งยังเป็นพื้นที่บ่มเพาะเมล็ดพันธุ์รามาธิบดีด้วยนวัตกรรมการเรียนรู้สมัยใหม่ และหลักสูตรเฉพาะทาง เช่น แพทย์นักบริหาร และแพทย์นวัตกร เพื่อเตรียมบุคลากรให้พร้อมรับมือกับโรคอุบัติใหม่และความท้าทายทางด้านสาธารณสุขที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคต” รศ.นพ.ชนเมธกล่าว ก่อนเน้นย้ำว่า

สถาบันการแพทย์จักรีนฤบดินทร์ ยังคงเดินหน้าพัฒนาความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง ผลักดันงานวิจัย และสร้างความร่วมมือระดับภูมิภาค เพื่อมุ่งสู่การเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์และการวิจัยในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ภายใต้อัตลักษณ์รามาธิบดี ที่ผสานความเป็นเลิศทางวิชาการเข้ากับหัวใจแห่งความเป็นมนุษย์ และด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ซึ่งทรงให้ความสำคัญกับการดูแลประชาชนให้ได้รับการรักษาที่เหมาะสมแม้จะอยู่ห่างไกล สถาบันจึงมุ่งขยายบทบาทสู่การกระจายองค์ความรู้ นวัตกรรม และบริการทางการแพทย์ไปยังภูมิภาคต่างๆ เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนทุกพื้นที่เข้าถึงการดูแลสุขภาพที่ได้มาตรฐานอย่างเสมอภาคและทั่วถึง ไม่ว่าจะอาศัยอยู่ในเมืองใหญ่หรือพื้นที่ห่างไกล
นวัตกรรม ‘ร่างซอฟต์’ น้ำยา ‘สูตรเฉพาะ’
ไม่กี่แห่งในประเทศ กายวิภาคศาสตร์ครบวงจร
ช่วงพรีคลินิกคือรากฐานสำคัญของการหล่อหลอมแพทย์รุ่นใหม่ให้พร้อมทั้งด้านความรู้ ทักษะ และความเข้าใจในความเป็นมนุษย์ โดยมีหัวใจสำคัญคือ อาคารกายวิภาคคลินิก ศูนย์กลางการเรียนรู้ด้านกายวิภาคศาสตร์ครบวงจร ที่นำ นวัตกรรม ‘ร่างซอฟต์’ (Soft Cadaver) ซึ่งมีเพียงไม่กี่แห่งในประเทศไทย มาใช้ในการเรียน การวิจัยและการฝึกหัตถการจริง เทคโนโลยีการคงสภาพเนื้อเยื่อให้นุ่มและให้การเคลื่อนไหวใกล้เคียงร่างกายมนุษย์

ณ ห้องปฏิบัติการผ่าตัดกายวิภาคคลินิกและศึกษาวิจัย อ.ดร.เบญริตา จิตอารี อาจารย์สาขาพรีคลินิก โรงเรียนแพทย์รามาธิบดี กล่าวว่า ‘ร่างซอฟต์’ ที่ว่านี้ บางสถาบันเรียกว่า ‘ร่างสด’ ไม่ได้ใส่น้ำยาใดๆ เลย แต่เก็บรักษาด้วยความเย็น อย่างไรก็ตาม ที่นี่มีน้ำยาพิเศษ ที่คิดค้นสูตร ทำวิจัย และนำมาฉีด
“ร่างซอฟต์ สำคัญกับการนำมาฝึกแพทย์เฉพาะทาง ทุกสาขา เช่น หมอกระดูก หมอศัลยกรรมทั่วไป หมอหู คอ จมูก หมอศัลยกรรมประสาท ที่ต้องมาฝึกผ่าตัด การส่องกล้องผ่าตัด มีแค่ที่รามาธิบดี และที่จุฬาฯ ซึ่งแตกต่างจากร่างแข็งที่ขยับไม่ได้ สีซีด กลิ่นแรง
ระยะเวลาในการใช้ร่างซอฟต์ สามารถนำเข้าออกได้ 6-10 ครั้ง แต่ร่างแข็งจะสามารถอยู่ได้ทั้งปี เราพยายามจะใช้ให้ครบทุกส่วนของร่างกาย แต่สุดท้ายก็ต้องยอมรับว่า ร่างก็ต้องเสื่อมสภาพไปตามเวลา คนใช้คิวหลังๆ จะเริ่มใช้ยาก มีกลิ่น โดยปัจจุบันมีร่างซอฟต์ประมาณ 100 ร่าง” อ.ดร.เบญริตาให้ข้อมูล
สำหรับเงื่อนไข ข้อจำกัดในการบริจาคร่างอาจารย์ใหญ่ อ.ดร.เบญริตาย้ำว่า หากเกี่ยวข้องกับคดี, อุบัติเหตุ โรคติดต่อร้ายแรง รวมถึงวัณโรคต่างๆ จะปฏิเสธทันที เพราะเมื่อนำมาฝึกผ่าตัด มีโอกาสที่จะแพร่เชื้อให้กับผู้เรียน
“ทุกครั้งของการรับร่างอาจารย์ใหญ่ ต่อให้ประวัติทางการแพทย์จะแจ้งว่าไม่มีโรค แต่เจ้าหน้าที่ก็จะทำการตรวจก่อนนำร่างมาทุกครั้ง ถ้าเกิดตรวจเจอ จะทำการแจ้งรายงานผลให้ญาติดู และปฏิเสธการรับร่างทันที”
ทั้งนี้ อาคารกายวิภาคคลินิกยังโดดเด่นด้วยนวัตกรรมการเรียนรู้ครบวงจร ผสานเทคโนโลยีล้ำสมัย เช่น VR สำหรับศึกษากายวิภาคสามมิติ หรือ Anatomage Table เพื่อการสำรวจโครงสร้างร่างกายเชิงลึก และห้องผ่าตัดจำลอง (Hybrid OR) สำหรับฝึกหัตถการขั้นซับซ้อนเสมือนจริง รวมถึงระบบ Live Teaching และ Remote Learning ที่ทำให้ผู้เรียนเข้าถึงองค์ความรู้ได้ทุกที่ทุกเวลา ขณะเดียวกันยังเสริมสร้างความคิดสร้างสรรค์และการพัฒนาเทคโนโลยีทางการแพทย์ ผ่านความร่วมมือกับห้องปฏิบัติการวิศวกรรมชีวการแพทย์ (Biomedical Engineering)

เปิดโอกาสให้แพทย์ วิศวกร และนักวิจัย ร่วมกันสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อตอบโจทย์ผู้ป่วยไทยอย่างแท้จริง อาคารแห่งนี้จึงไม่เพียงพัฒนาทักษะทางคลินิก แต่ยังบ่มเพาะแพทย์รุ่นใหม่ที่เข้าใจทั้งร่างกาย เทคโนโลยี และหัวใจของการดูแลมนุษย์ พร้อมนำองค์ความรู้ไป
ยกระดับระบบสุขภาพไทยอย่างทั่วถึง
พื้นที่เสมือนจริงก่อนลงสนาม
ฝึก ‘นักเรียนแพทย์’ รับมือวินาทีชีวิต
‘แพทย์ที่ดี ไม่ได้หยุดอยู่แค่การรู้ทฤษฎี แต่ต้องพร้อมรับมือกับสถานการณ์จริงได้’ แนวคิดนี้คือหัวใจของการเรียนรู้ที่ศูนย์การเรียนรู้ทักษะทางการแพทย์เสมือนจริงรามาธิบดี (RASME) ซึ่งได้รับการรับรองมาตรฐานระดับนานาชาติจาก Society for Simulation in Healthcare (SSH)
หนึ่งในหัวใจสำคัญของการเรียนแพทย์คือการได้สัมผัสประสบการณ์เสมือนจริงมากที่สุดก่อนก้าวเข้าสู่การดูแลผู้ป่วยจริง จึงมีการพัฒนาห้องจำลองสถานการณ์ต่างๆ เพื่อให้ผู้เรียนได้ฝึกทักษะภายใต้สภาพแวดล้อมที่ควบคุมและปลอดภัย โดยเฉพาะ ‘ห้องคลอดจำลอง’ ที่ถูกออกแบบให้ใกล้เคียงสถานการณ์จริงที่สุด ทุกขั้นตอนโดยใช้หุ่นจำลอง

อ.นพ.ณัฐดนัย มั่นเกษตรกิจ ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายการศึกษา อธิบายว่า นี่เป็นการเรียนรู้อีกรูปแบบหนึ่งที่นักศึกษา หรือแม้แต่บุคลากรในโรงพยาบาลก็ใช้ โดยเน้นที่การเรียนการสอนด้วยการใช้หุ่นจำลองเป็นหลัก ก่อนไปเจอผู้ป่วย เปรียบเสมือน ‘พื้นที่ฝึกปฏิบัติก่อนเผชิญสนามจริง’
“หุ่นนี้สามารถใช้ได้ค่อนข้างหลากหลาย เปิดโอกาสให้นักศึกษาจากหลากหลายสาขาวิชาชีพ ได้เรียนรู้จากสถานการณ์จำลองที่เหมือนจริงมากที่สุด ตั้งแต่ห้องตรวจผู้ป่วยนอก (OPD) ห้องผ่าตัด ห้องฉุกเฉิน ไปจนถึงพื้นที่จำลองอุบัติเหตุหมู่ ผู้เรียนจะได้ฝึกกับหุ่นจำลองเสมือนจริง ที่ตอบสนองเหมือนมนุษย์ ทั้งด้านสัญญาณชีพและอาการทางคลินิก เพื่อฝึกดูแลผู้ป่วยในภาวะหัวใจหยุดเต้น การดูแลทารกแรกเกิด การบริหารจัดการอุบัติเหตุหมู่”
อีกหนึ่งจุดเด่นของ RASME คือ การจำลองสถานการณ์แบบทีมสหสาขาวิชาชีพ (Interprofessional Simulation) ที่เปิดโอกาสให้แพทย์ พยาบาล และทีมจากหลายสาขาวิชาชีพได้เรียนรู้ร่วมกัน เข้าใจบทบาทของกันและกัน ฝึกการสื่อสาร การประเมินสถานการณ์ และการตัดสินใจภายใต้ความกดดัน รูปแบบการเรียนรู้เช่นนี้สะท้อนการทำงานจริงในโรงพยาบาล และช่วยเสริมศักยภาพให้การดูแลผู้ป่วยเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ปลอดภัย และเป็นทีมมากยิ่งขึ้น
ทุกการเรียนรู้ดำเนินภายใต้ ระบบควบคุมและสังเกตการณ์แบบเรียลไทม์ ช่วยให้อาจารย์สามารถประเมิน ให้คำแนะนำ และทบทวนเหตุการณ์ย้อนหลังได้อย่างละเอียด ส่งเสริมให้ผู้เรียนเข้าใจจุดแข็ง จุดที่ต้องพัฒนา และต่อยอดทักษะได้อย่างต่อเนื่อง
เบอร์ต้นในเอเชียแปซิฟิก
‘เวชภัณฑ์ปลอดเชื้อ’ ระบบอัตโนมัติสมบูรณ์แบบ
ในระบบบริการสาธารณสุขที่ซับซ้อน ทุกขั้นตอนตั้งแต่ผู้ป่วยยังไม่เห็นล้วนมีความสำคัญ โดยเฉพาะงานเวชภัณฑ์ปลอดเชื้อ พื้นที่ต้นน้ำของระบบการรักษาที่ได้รับการออกแบบตามมาตรฐานสากล ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของความปลอดภัยทั้งหมด สถาบันให้ความสำคัญกับขั้นตอนนี้เป็นพิเศษ ด้วยการสร้างระบบงานเวชภัณฑ์ปลอดเชื้อที่ทันสมัยระดับภูมิภาค โดยเป็นระบบอัตโนมัติที่มีความสมบูรณ์แบบและใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในเอเชียแปซิฟิก เพื่อให้ทุกการรักษาที่เกิดขึ้นภายในโรงพยาบาลเป็นไปอย่างปลอดภัยที่สุด ผ่านแนวคิด 3P คือ เน้นความปลอดภัยของผู้ป่วย บุคลากร และความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม

แบ่งสัดส่วนพื้นที่การทำงานอย่างชัดเจน โดยแบ่งเป็น 3 ห้องสำคัญ ซึ่งมีบทบาทต่อคุณภาพแบบครบวงจร ได้แก่
ห้อง Disinfection Room หรือโซนสีแดง เป็นพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูงสุดของกระบวนการทำความสะอาดเครื่องมือแพทย์ เนื่องจากเป็นจุดรับอุปกรณ์ที่ใช้แล้วจากห้องต่างๆ ทั่วโรงพยาบาล เครื่องมือทุกชิ้นในโซนนี้ถือว่าไม่ปลอดเชื้อ และต้องผ่านขั้นตอนทำลายเชื้อตามมาตรฐานก่อนส่งต่อเข้าสู่ห้อง Clean Zone
ห้อง Clean Zone หรือโซนสีฟ้า พื้นที่สำหรับตรวจสอบอุปกรณ์หลังการทำความสะอาด กำจัดสิ่งปนเปื้อนที่หลงเหลือ และจัดเตรียมอุปกรณ์ให้พร้อมเข้าสู่กระบวนการบรรจุหีบห่อ
ห้อง Sterile Storage Zone หรือโซนสีเขียว พื้นที่จัดเก็บเครื่องมือการแพทย์ปลอดเชื้อ มีกฎข้อบังคับทั้งเรื่องของอุณหภูมิ ทุกหน่วยที่ใช้เวชภัณฑ์ปลอดเชื้อที่เบิกไป จะต้องมีการตรวจสอบทั้ง 67 หน่วยของโรงพยาบาล โดยมีการติดตามเครื่องมือแพทย์ด้วย QR Code / Barcode ที่ใช้กับผู้ป่วยทุกรายและสามารถตรวจสอบข้อมูลการทำปราศจากเชื้อโรคได้ 100% ตามมาตรฐานของ JCI
งานเวชภัณฑ์ปลอดเชื้อมีเครื่องล้างเครื่องมือและเครื่องนึ่งฆ่าเชื้อโรคระบบ Auto-Load ที่ช่วยรับ-ส่งอุปกรณ์เข้า-ออกแบบอัตโนมัติ ลดการสัมผัสความร้อน และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและความปลอดภัยกับเจ้าหน้าที่
นอกจากนี้ งานเวชภัณฑ์ปลอดเชื้อยังสะท้อนความใส่ใจต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ผ่านการออกแบบตามแนวคิด Green Campus เช่น การเลือกระบบทำลายเชื้อโรคที่ไม่มีสารอันตรายต่อสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อม ระบบบำบัดน้ำเสียที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และการเลือกใช้น้ำยาฆ่าเชื้อที่ไม่ทำลายธรรมชาติ
ทำให้ที่นี่ไม่เพียงเป็นต้นน้ำของมาตรฐานการรักษาที่ปลอดภัย แต่ยังเป็นต้นแบบของระบบสาธารณสุขยุคใหม่ ที่ผสานนวัตกรรม ความปลอดภัย และความรับผิดชอบต่อสังคมเข้าด้วยกันอย่างครบวงจร
ไม่ใช่แค่สร้างตึก ‘ทุกบาท’ คือโอกาสและความหวัง
เข้าถึงการรักษา พัฒนาองค์ความรู้
ท่ามกลางการเติบโตของสถาบัน ในช่วง 8 ปีที่ผ่านมา หนึ่งในพลังเงียบที่ผลักดันให้โครงการด้านการรักษา การศึกษา และการวิจัย เดินหน้าอย่างมั่นคงคือ ‘พลังแห่งการให้’ จากประชาชนทั่วประเทศ ซึ่งหล่อเลี้ยงภารกิจของสถาบันอย่างต่อเนื่องและทำให้พื้นที่แห่งนี้กลายเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมทางการแพทย์ที่เติบโตได้อย่างยั่งยืน

พรรณสิรี คุณากรไพบูลย์ศิริ ผู้จัดการมูลนิธิรามาธิบดี ในพระบรมราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เผยว่า สถาบันการแพทย์จักรีนฤบดินทร์ คือผลลัพธ์อันงดงามจากสายธารน้ำใจของผู้ให้ทั่วประเทศ ที่ร่วมหล่อเลี้ยงให้เกิดพื้นที่ด้านการรักษา การศึกษา และการวิจัยอันสร้างประโยชน์ต่อสังคมอย่างยั่งยืน เงินบริจาคทุกบาทไม่ได้หยุดเพียงแค่การก่อสร้างอาคารหรือจัดหาเครื่องมือแพทย์ แต่เป็นโอกาสในการเข้าถึงการรักษา เทคโนโลยีทางการแพทย์ และองค์ความรู้ใหม่ ที่ส่งต่อถึงผู้ป่วย
พลังของการให้ แม้เพียงเล็กน้อยก็สามารถก่อให้เกิดคลื่นแห่งความหวังแก่ผู้ป่วยนับไม่ถ้วน สะท้อนความหมายของ ‘คำว่าให้ ไม่สิ้นสุด’
รัตนาพร กุลหงษ์

