แท็งก์ความคิด : ถึงเวลาโชว์ฝีมือ
การกระจายอำนาจของไทยที่มองเห็นผลเกิดขึ้นหลังจากปี 2540 เมื่อประเทศอนุญาตให้มีการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนท้องถิ่น
มีการแก้กฎหมายเพื่อเอื้อให้ท้องถิ่นมีศักยภาพเพียงพอที่จะพัฒนาตัวเอง
มีแนวทางถ่ายโอนหน่วยงานสำคัญๆ ไปให้ท้องถิ่นรับผิดชอบ
และที่สำคัญคือ การจัดสรรงบประมาณให้ท้องถิ่นมากขึ้น
เมื่อกฎหมายเปิดทาง ราชการสนับสนุน เอกชนเห็นพ้อง ท้องถิ่นก็สามารถเติบโต
รางวัลหลายอย่างที่เกี่ยวกับการส่งเสริมท้องถิ่นผุดขึ้นมากมาย และทำให้ผลงานของท้องถิ่นปรากฏให้สังคมรับรู้
และยอมรับว่าท้องถิ่นทั่วไทยเติบโตแข็งแรงขึ้น
หนึ่งในรางวัลที่ได้รับความเชื่อถือจากวันนั้นถึงวันนี้คือ รางวัลพระปกเกล้า
แม้ช่วงเวลาก่อนหน้านี้ รางวัลพระปกเกล้าจะสะดุดไปบ้าง แต่ก็คงเป็นการสะดุดเพื่อขยับสู่การก้าวกระโดด
เชื่อว่าท้องถิ่นทั่วไทยคงแว่วข่าวนี้กันบ้างแล้ว
ข่าวคราวที่ว่าสถาบันพระปกเกล้ากำลังอัพเกรดรางวัลพระปกเกล้าขึ้นมา
ใช่แล้ว เป็นรางวัลพระปกเกล้าที่ท้องถิ่นทั่วประเทศคุ้นเคยนั่นแหละ แต่คราวนี้มาแบบเหนือชั้น
เรียกได้ว่าท้าทายความสามารถของท้องถิ่นทั่วประเทศมากยิ่งขึ้น
ฟังๆ ดูรางวัลพระปกเกล้าที่กำลังขับเคลื่อนนี้ หากทำสำเร็จจะตอกย้ำความสำคัญของการกระจายอำนาจ
ตอกย้ำความสำคัญของการปกครองส่วนท้องถิ่น
ย้ำว่าท้องถิ่นที่เจริญจะทำให้พลเมืองมีความสุข
ย้อนกลับไปที่รางวัลพระปกเกล้าเดิม คงจำกันได้ว่ารางวัลนี้แบ่งออกเป็น 3 ประเภท
หนึ่ง เป็นรางวัลพระปกเกล้าที่มอบให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่โดดเด่นด้านโปร่งใส มีส่วนร่วม
สอง เป็นรางวัลพระปกเกล้าที่มอบให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่โดดเด่นด้านเครือข่าย
สาม เป็นรางวัลพระปกเกล้าที่มอบให้แก่ท้องถิ่นที่มีความโดดเด่นด้านลดความเหลื่อมล้ำ
ความจริงแล้วก่อนหน้านั้นมีรางวัลพระปกเกล้าที่มีความโดดเด่นเรื่องสมานฉันท์ด้วย
แต่เมื่อปีสองปีที่ผ่านมา รางวัลนี้ชะงักไปนิดหนึ่ง อาจเป็นเพราะสถาบันพระปกเกล้าทำมานานพอสมควร
ทำมานานจนมองเห็นแล้วว่า ท้องถิ่นทั่วประเทศวันนั้นกับท้องถิ่นทั่วประเทศในวันนั้น มีพัฒนาการสูงเยี่ยม
หลายแห่งมีความโดดเด่นมากกว่า มีส่วนร่วม สร้างเครือข่าย ลดเหลื่อมล้ำ หรือสมานฉันท์ เพียงอย่างใดอย่างหนึ่ง
หากแต่ได้ประยุกต์ใช้กลไกทั้งหมดเข้ามาพัฒนาพื้นที่ของตัวเอง
มีแผนพัฒนาเป็นของท้องถิ่น มีชาวบ้านเข้าร่วม มีหน่วยราชการและเอกชนช่วยเสริม มีผลลัพธ์ที่ดี
ผลแห่งความสำเร็จที่เกิดขึ้นในท้องถิ่นหลายแห่งน่าจะสรุปเป็นต้นแบบ
ด้วยเหตุนี้เองละกระมัง จึงแว่วข่าวว่า รางวัลพระปกเกล้าที่กำลังจะเปิดรับสมัครท้องถิ่นที่พร้อมเข้ามาประกวด จะเป็นรางวัลที่ท้าทายความสามารถของท้องถิ่นมากขึ้น
ท้องถิ่นที่เมื่อหลายปีก่อนโน้น เคยถูกมองไปในทางลบมากกว่าทางบวก
แต่หลายปีที่ผ่านมา ท้องถิ่นได้พิสูจน์ตัวเองมาแล้ว จนหลายแห่งกลายเป็นต้นแบบของการพัฒนา
รางวัลพระปกเกล้าที่กำลังจะเปิดรับสมัคร จะเป็นอีกตัวช่วยที่ทำให้ผลงานของท้องถิ่นได้รับการกล่าวขาน
ฟังแล้วอยากชักชวนให้ท้องถิ่นมาร่วมพิสูจน์ความสามารถ
พิสูจน์ว่าการกระจายอำนาจนั้นทำให้ชาวบ้านได้ประโยชน์จริง
พิสูจน์ว่าคนในท้องถิ่นก็มีศักยภาพที่จะพัฒนาท้องถิ่นให้เจริญ
พิสูจน์ว่าคนที่ได้มาจากการเลือกตั้ง สามารถทำเพื่อประชาชนที่เลือกพวกเขาเข้าไปบริหาร
และพิสูจน์ พิสูจน์ พิสูจน์ ให้เห็นคุณภาพของท้องถิ่นทั่วไทย
รายละเอียดของรางวัลจะมีกฎเกณฑ์อย่างไรคงต้องติดตาม
แต่สำหรับแฟนๆ รางวัลพระปกเกล้า รับรองว่าไม่ผิดหวัง
ใครมีผลงานดี มีผลงานเด่นจนได้รับรางวัล เขาและเธออาจกลายเป็นบุคคลในระดับตำนานของท้องถิ่น
ส่วนใครที่พลาดจากรางวัลก็จะได้มุมมอง แนวคิด และวิชาเพิ่มจากผู้เชี่ยวชาญด้านท้องถิ่นของสถาบันพระปกเกล้า
รางวัลนี้จึงมีแต่ให้กับให้ ส่วนผู้เข้าประกวดมีแต่ได้กับได้
ด้วยความหวังว่าอะไรก็แล้วแต่ที่ท้องถิ่นได้รับจะถูกนำไปพัฒนาพื้นที่ให้เจริญ
เพื่อความสุขของคนท้องถิ่น ซึ่งก็คือความสุขของคนไทย
นฤตย์ เสกธีระ

