หน้าแรก ประชาชื่น แท็งก์ความคิด...

แท็งก์ความคิด : ถึงเวลาโชว์ฝีมือ

23.11.25 | 11:03 น.

แท็งก์ความคิด : ถึงเวลาโชว์ฝีมือ

การกระจายอำนาจของไทยที่มองเห็นผลเกิดขึ้นหลังจากปี 2540 เมื่อประเทศอนุญาตให้มีการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนท้องถิ่น

มีการแก้กฎหมายเพื่อเอื้อให้ท้องถิ่นมีศักยภาพเพียงพอที่จะพัฒนาตัวเอง

มีแนวทางถ่ายโอนหน่วยงานสำคัญๆ ไปให้ท้องถิ่นรับผิดชอบ

และที่สำคัญคือ การจัดสรรงบประมาณให้ท้องถิ่นมากขึ้น

Advertisement

เมื่อกฎหมายเปิดทาง ราชการสนับสนุน เอกชนเห็นพ้อง ท้องถิ่นก็สามารถเติบโต

รางวัลหลายอย่างที่เกี่ยวกับการส่งเสริมท้องถิ่นผุดขึ้นมากมาย และทำให้ผลงานของท้องถิ่นปรากฏให้สังคมรับรู้

และยอมรับว่าท้องถิ่นทั่วไทยเติบโตแข็งแรงขึ้น

หนึ่งในรางวัลที่ได้รับความเชื่อถือจากวันนั้นถึงวันนี้คือ รางวัลพระปกเกล้า

แม้ช่วงเวลาก่อนหน้านี้ รางวัลพระปกเกล้าจะสะดุดไปบ้าง แต่ก็คงเป็นการสะดุดเพื่อขยับสู่การก้าวกระโดด

เชื่อว่าท้องถิ่นทั่วไทยคงแว่วข่าวนี้กันบ้างแล้ว

ข่าวคราวที่ว่าสถาบันพระปกเกล้ากำลังอัพเกรดรางวัลพระปกเกล้าขึ้นมา

ใช่แล้ว เป็นรางวัลพระปกเกล้าที่ท้องถิ่นทั่วประเทศคุ้นเคยนั่นแหละ แต่คราวนี้มาแบบเหนือชั้น

เรียกได้ว่าท้าทายความสามารถของท้องถิ่นทั่วประเทศมากยิ่งขึ้น

ฟังๆ ดูรางวัลพระปกเกล้าที่กำลังขับเคลื่อนนี้ หากทำสำเร็จจะตอกย้ำความสำคัญของการกระจายอำนาจ

ตอกย้ำความสำคัญของการปกครองส่วนท้องถิ่น

ย้ำว่าท้องถิ่นที่เจริญจะทำให้พลเมืองมีความสุข

ย้อนกลับไปที่รางวัลพระปกเกล้าเดิม คงจำกันได้ว่ารางวัลนี้แบ่งออกเป็น 3 ประเภท

หนึ่ง เป็นรางวัลพระปกเกล้าที่มอบให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่โดดเด่นด้านโปร่งใส มีส่วนร่วม

สอง เป็นรางวัลพระปกเกล้าที่มอบให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่โดดเด่นด้านเครือข่าย

สาม เป็นรางวัลพระปกเกล้าที่มอบให้แก่ท้องถิ่นที่มีความโดดเด่นด้านลดความเหลื่อมล้ำ

ความจริงแล้วก่อนหน้านั้นมีรางวัลพระปกเกล้าที่มีความโดดเด่นเรื่องสมานฉันท์ด้วย

แต่เมื่อปีสองปีที่ผ่านมา รางวัลนี้ชะงักไปนิดหนึ่ง อาจเป็นเพราะสถาบันพระปกเกล้าทำมานานพอสมควร

ทำมานานจนมองเห็นแล้วว่า ท้องถิ่นทั่วประเทศวันนั้นกับท้องถิ่นทั่วประเทศในวันนั้น มีพัฒนาการสูงเยี่ยม

หลายแห่งมีความโดดเด่นมากกว่า มีส่วนร่วม สร้างเครือข่าย ลดเหลื่อมล้ำ หรือสมานฉันท์ เพียงอย่างใดอย่างหนึ่ง

หากแต่ได้ประยุกต์ใช้กลไกทั้งหมดเข้ามาพัฒนาพื้นที่ของตัวเอง

มีแผนพัฒนาเป็นของท้องถิ่น มีชาวบ้านเข้าร่วม มีหน่วยราชการและเอกชนช่วยเสริม มีผลลัพธ์ที่ดี

ผลแห่งความสำเร็จที่เกิดขึ้นในท้องถิ่นหลายแห่งน่าจะสรุปเป็นต้นแบบ

ด้วยเหตุนี้เองละกระมัง จึงแว่วข่าวว่า รางวัลพระปกเกล้าที่กำลังจะเปิดรับสมัครท้องถิ่นที่พร้อมเข้ามาประกวด จะเป็นรางวัลที่ท้าทายความสามารถของท้องถิ่นมากขึ้น

ท้องถิ่นที่เมื่อหลายปีก่อนโน้น เคยถูกมองไปในทางลบมากกว่าทางบวก

แต่หลายปีที่ผ่านมา ท้องถิ่นได้พิสูจน์ตัวเองมาแล้ว จนหลายแห่งกลายเป็นต้นแบบของการพัฒนา

รางวัลพระปกเกล้าที่กำลังจะเปิดรับสมัคร จะเป็นอีกตัวช่วยที่ทำให้ผลงานของท้องถิ่นได้รับการกล่าวขาน

ฟังแล้วอยากชักชวนให้ท้องถิ่นมาร่วมพิสูจน์ความสามารถ

พิสูจน์ว่าการกระจายอำนาจนั้นทำให้ชาวบ้านได้ประโยชน์จริง

พิสูจน์ว่าคนในท้องถิ่นก็มีศักยภาพที่จะพัฒนาท้องถิ่นให้เจริญ

พิสูจน์ว่าคนที่ได้มาจากการเลือกตั้ง สามารถทำเพื่อประชาชนที่เลือกพวกเขาเข้าไปบริหาร

และพิสูจน์ พิสูจน์ พิสูจน์ ให้เห็นคุณภาพของท้องถิ่นทั่วไทย

รายละเอียดของรางวัลจะมีกฎเกณฑ์อย่างไรคงต้องติดตาม

แต่สำหรับแฟนๆ รางวัลพระปกเกล้า รับรองว่าไม่ผิดหวัง

ใครมีผลงานดี มีผลงานเด่นจนได้รับรางวัล เขาและเธออาจกลายเป็นบุคคลในระดับตำนานของท้องถิ่น

ส่วนใครที่พลาดจากรางวัลก็จะได้มุมมอง แนวคิด และวิชาเพิ่มจากผู้เชี่ยวชาญด้านท้องถิ่นของสถาบันพระปกเกล้า

รางวัลนี้จึงมีแต่ให้กับให้ ส่วนผู้เข้าประกวดมีแต่ได้กับได้

ด้วยความหวังว่าอะไรก็แล้วแต่ที่ท้องถิ่นได้รับจะถูกนำไปพัฒนาพื้นที่ให้เจริญ

เพื่อความสุขของคนท้องถิ่น ซึ่งก็คือความสุขของคนไทย

นฤตย์ เสกธีระ