Galleries’ Nights 2025 340 ปีสัมพันธ์ไทย–ฝรั่งเศส ผสาน ‘ขนบ’ ผสม ‘ความร่วมสมัย’

26.11.25 | 12:22 น.

Galleries’ Nights 2025
340 ปีสัมพันธ์ไทย–ฝรั่งเศส
ผสาน ‘ขนบ’ ผสม ‘ความร่วมสมัย’

จบลงไปหมาดๆ สำหรับงานศิลปะร่วมสมัยแกลเลอรี่ไนต์ 2568 (Galleries’ Nights 2025) ซึ่งปักหมุดยังนครพิงค์เชียงใหม่ระหว่างวันที่ 14-15 พฤศจิกายน ก่อนมูฟมายังกรุงเทพฯเมืองฟ้าอมรระหว่างวันที่ 21-22 พฤศจิกายนที่ผ่านมา

แน่นอนว่า แม่งานยังคงเป็นสถานเอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำประเทศไทย โดยในครั้งนี้เป็นปีที่ 12 นับจากครั้งแรกในปี 2556 โดยได้รับแรงบันดาลใจจากเทศกาล “Nuit Blanche” (The Sleepless Night) ของประเทศฝรั่งเศสที่เนรมิตเมืองต่างๆ โดยเฉพาะกรุงปารีส ให้เป็นพื้นที่จัดแสดงผลงานศิลปะขนาดใหญ่ เปิดโอกาสให้ผู้คนได้เข้าถึงงานศิลปะอย่างใกล้ชิดตลอดทั้งค่ำคืน

Galleries’ Nights เติบโตต่อเนื่อง โดยได้รับความสนใจจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ เอกชน และประชาชนมากมายที่หลั่งไหลเข้าร่วม ย้อนไปในปี 2567 มีการจัดแสดงผลงานในแกลเลอรี่มากกว่า 100 แห่งในกรุงเทพฯและเชียงใหม่ โดยมีผู้เข้าร่วมงานกว่า 30,000 คน

ภายใต้ความมุ่งหวังในการส่งเสริมให้ทุกคนสามารถเข้าถึงศิลปะได้อย่างเท่าเทียม โดยเน้นบทบาทของศิลปะในฐานะแรงบันดาลใจ เครื่องมือสะท้อนสังคม และสื่อกลางในการเชื่อมโยงผู้คนจากหลากหลายภูมิหลัง อีกทั้งยกระดับกิจกรรมสู่เทศกาลศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัยระดับประเทศ ด้วยการขยายการจัดกิจกรรมสู่ภูมิภาคต่างๆ เพื่อส่งเสริมศิลปะในฐานะองค์ประกอบสำคัญของการพัฒนาทางวัฒนธรรมและสังคมอย่างยั่งยืน

Advertisement

สำหรับความพิเศษของปีนี้ คือวาระการเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 340 ปี ความสัมพันธ์ไทย-ฝรั่งเศส ที่มั่นคงยืนนาน กับแนวคิด ‘ผสานขนบธรรมเนียมและความร่วมสมัย’ ให้ดำรงอยู่ร่วมกันอย่างกลมกลืนผ่านงานศิลปะร่วมสมัย

เปิดพื้นที่ให้ศิลปินกว่า 200 คน จากแกลเลอรี่กว่า 80 แห่ง ทั้งในกรุงเทพฯและเชียงใหม่ มาร่วมถ่ายทอดผลงานสร้างสรรค์ภายใต้เจตนารมณ์การแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมและมิตรภาพระหว่างฝรั่งเศส-ไทย

นอกจากนี้ ยังได้นำเสนอศิลปะที่ผสานความเป็นไทยดั้งเดิมกับแนวทางร่วมสมัย สะท้อนการพัฒนาทางวัฒนธรรมอย่างสร้างสรรค์ และส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทยและศิลปินท้องถิ่นสู่นานาชาติ โดยปีนี้ยังเน้นประเด็นความเท่าเทียมทางเพศโดยได้รับการสนับสนุนจากองค์กร Archives of Women Artists, Research & Exhibitions (AWARE) จากประเทศฝรั่งเศส โดยจะมีการระบุสัญลักษณ์พิเศษ ณ แกลเลอรี่ที่จัดแสดงผลงานของศิลปินสตรี เพื่อเชิดชูบทบาทของสตรีในวงการศิลปะ

งานดังกล่าว แถลงข่าวอย่างอบอุ่นตั้งแต่ต้นเดือนพฤศจิกายน โดยฝ่ายวัฒนธรรมและความร่วมมือ สถานเอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำประเทศไทย โดยเริ่มด้วยคำกล่าวต้อนรับโดย สเตฟาโน ราโบลลี แพนเซรา ผู้อำนวยการบางกอก คุนส์ฮาเลอ

ตามด้วยสุนทรพจน์จาก ฌ็อง-โกลด ปวงเบิฟ เอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำประเทศไทย, รองศาสตราจารย์ มานพ มานะแซม อาจารย์คณะวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และ ลิซ ตัลโบต์ บาร์เร ที่ปรึกษาด้านความร่วมมือและวัฒนธรรม สถานเอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำประเทศไทย

จากนั้น เช็กอินเชียงใหม่ 14-15 พฤศจิกายน ขึ้นรถแดงฟรีที่หอศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ถนนนิมมานเหมินท์ ไปตาม Route A B C ตามเลือก พบกับ 15 แกลเลอรี่ที่เข้าร่วมอย่างอบอุ่น อาทิ 31st Century Museum of contemporary spirit

กับนิทรรศการ สุนทรียะแห่งความฝันและความหวัง (Aesthetic of Hope and Dreams) โดย คามิน เลิศชัยประเสริฐ ที่ร่วมมือกับ อัตตา แกลเลอรี่ อีกทั้งศิลปินร่วมแสดงจาก FreeDom Bar และผู้เข้าร่วมโครงการ Dream Mapping Workshop, Wattana Art Gallery

คอลเล็กชั่นผลงานศิลปะสะสม โดย วัฒนะ วัฒนาพันธุ์, Figurelab Art Studio

นิทรรศการ: COLOR BODY ATTACK และคอลเล็กชั่นของ Figurelab Studio, Pongnoi Community Art นิทรรศการ ART IS EVERYWHERE… โดย batosz fraczek และ

Light Bulb Drawing the Red Herring โดย Rebecca Olsen เป็นต้น

ข้ามช็อตมายัง 21-22 พฤศจิกายน ปักหมุดแบงค็อก ไทยแลนด์ นั่ง ‘มูฟมี’ ฟรี 52 คัน 28 เส้นทางรอบกรุง พบศิลปินกว่า 200 คนที่ร่วมจัดแสดงผลงาน ณ แกลเลอรี่กว่า 80 แห่ง

งานนี้ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และ ศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าฯกทม. ไม่พลาด ร่วมขึ้นตุ๊กตุ๊กชมผลงานศิลปะ ณ กาฐมาณฑุ อาร์ต แกลเลอรี่ และ Daedalus Studio ย่านบางรัก

ขณะที่ ‘พิพิธภัณฑ์สามัญชน’ จัดกิจกรรม ‘จินตนาการใหม่ (สัญลักษณ์) รัฐธรรมนูญใหม่’

ชวนราษฎรลองออกแบบสัญลักษณ์ รัฐธรรมนูญ เวอร์ชั่นใหม่ๆ ทะลุกรอบภาพจำพานรัฐธรรมนูญเดิมลงบนจานกระดาษ พร้อมกวักมือชวนชมคอลเล็กชั่นรัฐธรรมนูญที่ผลิตขึ้นในยุคคณะราษฎร ณ BBQ International Gallery ถนนนราธิวาสราชนครินทร์ 22

นับเป็นความทรงจำดีๆ อีก 1 ปี พร้อมรอนับถอยหลังสู่ Galleries’ Nights ปีต่อๆ ไป ที่พร้อมจะกลายเป็นหนึ่งในเทศกาลฮิตประจำท้ายปีของคนไทย อย่างน้อยก็ 2 เมืองใหญ่ อย่าง ‘กรุงเทพฯ-เชียงใหม่’ ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว