การแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ เรื่อง รามเกียรติ์ ตอน “สัตยาพาลี” ที่กำลังแสดงอยู่ ณ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทยในขณะนี้ถือได้ว่าครบเครื่อง
การแสดงโขนดังกล่าว มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เป็นผู้จัด
นักแสดงที่เข้าร่วม ทางมูลนิธิฯเปิดโอกาสให้เยาวชนรุ่นใหม่ อายุ 15-25 ปี สมัครเข้ามาให้คัดเลือก
เปิดรับสมัครทั้งโขนพระ โขนยักษ์ โขนลิง ละครพระ และละครนาง
สมัครกันไปตั้งแต่เดือนมิถุนายน และมาแสดงในเดือนพฤศจิกายนถึงธันวาคมนี้
มุ่งมั่นทุ่มเทในการฝึกซ้อม จนใครที่มีโอกาสได้ไปชมการแสดงโขนครั้งนี้ ต้องตื่นตา ตื่นใจ และสนุกสนานกับการแสดง
ต้องทึ่งกับความสามารถของนักแสดง ทั้งตัวพระ ตัวนาง ตัวลิง ยักษ์ และอื่นๆ
สำหรับการแสดงโขน เรื่องรามเกียรติ์ ตอน “สัตยาพาลี” ย่อๆ ได้ว่า พาลี เป็นพญาวานร เดิมชื่อ พญากากาศ ครั้งก่อนเคยร่วมด้วยช่วยกันทำให้เขาพระสุเมรุที่เอียงทรุดกลับไปตั้งตรงได้อีกครั้ง
ด้วยความดีความชอบดังกล่าว พระอินทร์ได้ตั้งชื่อใหม่ว่า พาลี มีตรีเพชรสุกานต์ เป็นอาวุธ
ได้รับพรว่าเมื่อต่อสู้กับศัตรู กำลังของศัตรูครึ่งหนึ่งจะโอนมาเป็นพลังของพาลี
หลังจากนั้นพระอินทร์ได้ฝากนางเทพดาราในผอบไปมอบให้สุครีพน้องชายของพาลี ขณะที่พระนารายณ์ทูลทัดทานเพราะเกรงจะเกิดความผิดพลาด เนื่องจากนางเทพดาราเป็นหญิงงาม หากปล่อยไปกับบุรุษอาจเกิดความ
เสื่อมเสีย
ทางด้านพาลีได้ให้คำสัตย์สาบานว่า หากคิดทรยศต่อสุครีพขอให้ตายด้วยศรพระนารายณ์ และรับอาสานำผอบไปให้สุครีพ
สุดท้ายเมื่อพาลีเปิดผอบดูก็กระทำผิดคำสัตย์ และได้นางเทพดาราเป็นชายา
เท่ากับว่าพระยาพาลีผิดคำที่ได้สัตย์สาบานไว้
เหตุการณ์ยุ่งเหยิงได้เกิดขึ้น ส่วนจะเป็นเช่นไร แม้จะรู้อยู่แล้ว เพราะรามเกียรติ์เป็นเรื่องยอดฮิตที่ทุกคนคุ้นเคย
แต่ก็อยากให้ไปติดตามการแสดงโขนครั้งนี้
เพราะการแสดงโขนนี้ยิ่งใหญ่อลังการ ฉากเหาะเหินเดินอากาศ รวมถึงการต่อสู้บนท้องนภา ดูแล้วตื่นเต้น เร้าใจ
เทคนิคการแปลงกายของตัวละคร อาทิ ทศกัณฐ์ที่แปลงกายเป็นปูยักษ์ไปดักทำร้ายพาลีก็จัดได้เนียน
การยกทัพเข้าราวีกัน ระหว่างทัพของพระราม กับทัพของทศกัณฐ์ ที่นั่งช้างเข้าปะทะก็ยิ่งใหญ่
การสู้กันระหว่างกองทัพลิง กับเหล่าทัพยักษ์ปีศาจที่ฆ่าไม่ตาย แต่ในที่สุดก็ต้องตาย ก็ไม่ธรรมดา
การแสดงโขนครั้งนี้ผู้ร่วมแสดงต่างมีความสามารถ ไม่ว่าจะแสดงเป็นทศกัณฐ์ พระราม พระลักมณ์ หนุมาน พาลี สุครีพ ทรพา ทรพี รวมไปถึงเหล่าเสนาอำมาตย์ที่สร้างความสนุกสนาน และเล่าเรื่องราวต่างๆ ให้ผู้ฟังได้เข้าใจ
เมื่อแสดงอยู่บนเวทีใหญ่ภายใต้แสงสีที่สวยงาม ประกอบกับเสียงดนตรี และเสภาที่ไพเราะ ท่ามกลางบรรยากาศอันเย็นสงบ
การซาบซึ้งต่อการแสดงที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้าก็เกิดขึ้น
การแสดงโขนครั้งนี้ ตอกย้ำถึงศิลปะ และทำให้รู้สึกภาคภูมิใจในความสามารถของนักแสดงชาวไทย
ในวันที่ได้ร่วมชมการแสดง ผู้คนจากทั่วสารทิศต่างมารวมกันที่ห้องประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย
และร่วมกันชมการแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ตอน สัตยาพาลี นี้ตามพระราชเสวนีย์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงห่วงใยโขนซึ่งเป็นสมบัติทางศิลปวัฒนธรรมอันงดงามของไทยจะเสื่อมสูญไป
พระองค์ทรงสนับสนุนฟื้นฟู กระทั่งบัดนี้การแสดงโขนได้รับความนิยมจากเยาวชนจากทั่วประเทศ
การแสดงโขนมีผู้สืบสาน รักษา และต่อยอด
การแสดงโขนเป็นเช่นนี้ได้ก็เนื่องด้วยพระมหากรุณาธิคุณในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

