แม้สถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้จะคลี่คลายมาพักใหญ่ โดยวันนี้อยู่ในภาวะ ‘ฟื้นฟู-เยียวยา’ พร้อมๆ กับการเร่งกำจัด ‘ขยะ’ กองมหาศาล ล่าสุด ขยับโยกย้ายงานเคาต์ดาวน์ปีใหม่ จากหาดใหญ่ ไปสงขลา
การฝ่าวิกฤตที่ทั้งเศรษฐกิจและจิตใจของผู้คนพังทลาย คือสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญ
เสวนา ‘รวมพลัง มธ. สร้างภูมิใต้ : ฟื้นฟูตนเองและชุมชนหลังน้ำท่วม’ โดย สื่อสารองค์กรมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จึงมีขึ้นหมาดๆ เพื่อร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองทั้ง ‘สุขภาพกาย-สุขภาพใจ-ความปลอดภัยบ้าน-กฎหมาย’ ครบมิติ
เยียวยา 9 พัน ใครยื่นขอได้?
‘หนี้สิน’ กลางเหตุสุดวิสัย
ช่องเคลมประกันภัย ประชาชนควรรู้สิทธิ

เปิดวงเสวนาโดย ผศ.ดร.พิมพ์กมล กองโภค อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวถึงประเด็นสำคัญหลังน้ำลด คือ กลไกการเยียวยา การฟื้นฟู และการเข้าถึงสิทธิต่างๆ ของประชาชนผู้ประสบภัย ซึ่งหลายคนอาจยังมีข้อสงสัย โดยเฉพาะเรื่องเงินเยียวยาหลังเหตุอุทกภัย ในกรณีเงินเยียวยา 9,000 บาทนั้น บ่อยครั้งเกิดความสับสนว่า ใครควรเป็นผู้รับสิทธิ เจ้าของบ้าน หอพัก อพาร์ตเมนต์ หรือผู้เช่าที่อาศัยอยู่

“เบื้องต้น หากเป็นเจ้าของบ้านที่อยู่อาศัยด้วย ขั้นตอนจะง่ายกว่าใช้เพียงบัตรประชาชนก็สามารถยื่นขอได้ แต่สำหรับผู้เช่า แม้จะมีสิทธิได้รับเงินเยียวยาเช่นกัน เพราะทรัพย์สินที่เสียหายเป็นของผู้เช่าโดยตรง แต่ต้องมีหลักฐานเพิ่มเติม ได้แก่ สัญญาเช่า หนังสือยืนยันจากเจ้าของบ้าน ดังนั้น ควรมีการพูดคุยและตกลงร่วมกัน เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย” ผศ.ดร.พิมพ์กมลอธิบาย
จากนั้นยังกล่าวถึงภาระหนี้สินหลังวิกฤต ซึ่งสร้างผลกระทบทั้งต่อเจ้าหนี้และลูกหนี้ โดยมีมาตรการช่วยเหลือจากภาครัฐและสถาบันการเงิน เช่น พักชำระเงินต้น 3 เดือนแรก ลดดอกเบี้ย ขยายระยะเวลาผ่อนชำระสูงสุด 12 เดือน (ขึ้นอยู่กับนโยบายแต่ละธนาคาร) ส่วนผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ เพื่อใช้ฟื้นฟูธุรกิจและซ่อมแซมสถานที่ได้ ในประเด็นการผิดสัญญาหรือเหตุการณ์ทางกฎหมาย
อื่นๆ เหตุการณ์น้ำท่วมอาจเข้าข่าย ‘เหตุสุดวิสัย’ แม้มีการเตือนภัย แต่ข้อมูลบางพื้นที่อาจคลาดเคลื่อนทำให้ประชาชนไม่สามารถเตรียมรับมือได้ทัน จึงสามารถใช้อ้างอิงเพื่อไม่ให้ตกเป็นลูกหนี้ผิดนัดได้ในบางกรณี เช่น การส่งมอบสินค้าไม่ทันตามกำหนด

เพราะทรัพย์สินเสียหายโดยตรง
สำหรับเรื่องการเคลมประกันภัย หากเป็นประกันชั้น 1 จะครอบคลุมความเสียหายจากอุทกภัยอยู่แล้ว แนะนำให้ถ่ายภาพและวิดีโอความเสียหายให้ครบทุกมุม ลงบันทึกประจำวันกับตำรวจ เพื่อให้ข้อมูลชัดเจนก่อนดำเนินการติดต่อบริษัทประกัน

“ท้ายที่สุดประชาชนทุกคนควรรับรู้สิทธิของตนเอง และติดต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเข้าถึงความช่วยเหลือได้อย่างถูกต้องและเป็นธรรมที่สุด” ผศ.ดร.พิมพ์กมลแนะ
น้ำลด โรคไม่ลด ‘ภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุข’
‘ขยะ’ เรื่องใหญ่ ไม่ใช่เชื้อจากศพ

ด้าน ผศ.รณภูมิ สามัคคีคารมย์ รองคณบดีฝ่ายวิชาการและสื่อสารองค์กร และอาจารย์ประจำคณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มองว่า สถานการณ์น้ำท่วมครั้งนี้ถือเป็น ‘ภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุข’ ไม่ใช่เพียงภาวะภัยธรรมชาติหรือเหตุการณ์ชั่วคราว เพราะหลังน้ำลด กลับเป็นช่วงที่ความเสี่ยงด้านสุขภาพเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
“แม้ประชาชนจำนวนมากกังวลว่าศพอาจเป็นแหล่งแพร่เชื้อ แต่ในความเป็นจริงประเทศไทยสามารถควบคุมความเสี่ยงนี้ได้ดี และโรคที่สามารถแพร่จากศพ เช่น อีโบลาหรือวัณโรค ไม่ได้เกิดในกลุ่มประชาชนทั่วไปในบริบทประเทศไทย จึงไม่ควรตื่นตระหนกในประเด็นนี้
สิ่งที่ต้องกังวลจริงๆ คือ น้ำเน่าเสียที่เกิดจากขยะ อินทรีย์วัตถุ และสิ่งปฏิกูลที่หมักหมมอยู่ตามพื้นที่ ซึ่งเป็นแหล่งสะสมของโรคในสิ่งแวดล้อม และอาจส่งผลต่อสุขภาพได้ในระยะยาว หากไม่มีการจัดการอย่างเป็นระบบ ฝากถึงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่าต้องเร่งจัดการกองขยะที่ประชาชนนำมากองไว้หน้าบ้านหรือริมถนน เพราะพื้นที่เหล่านี้จะกลายเป็นแหล่งเพาะพันธุ์เชื้อโรค หนู แมลงวัน และสัตว์นำโรคอื่นๆ เชื้อโรคไม่ได้เลือกเวลา และไม่ได้เลือกคน”

สำหรับประชาชนในพื้นที่ ผศ.รณภูมิ แนะว่า จุดเริ่มต้นของการป้องกันคือการสำรวจร่างกายตนเองก่อนลงพื้นที่ทำความสะอาดบ้าน หากมีแผลเปิดควรปิดอย่างมิดชิด เพราะน้ำเสียเสี่ยงทำให้ติดเชื้อได้ง่าย โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ เด็ก และผู้ป่วยเรื้อรัง นอกจากนี้ยังเตือนว่า การทำความสะอาดบ้านหลังน้ำลดทำให้เกิด ฝุ่น สปอร์เชื้อรา และสารเคมีตกค้าง หากไม่มีหน้ากากอนามัยอย่างเหมาะสม สามารถใช้ผ้าสะอาดหรือกระดาษทิชชูพับหลายชั้นผูกปิดจมูกและปากชั่วคราวได้ ในส่วนการบริโภคและสุขอนามัยประจำวัน แนะนำให้ผู้บริโภคและผู้ประกอบการอาหารทำความสะอาด ฆ่าเชื้อบ่อยครั้ง โดยสามารถใช้คลอรีน น้ำส้มสายชู หรือสารทำความสะอาด เช่น ไฮเตอร์ ในอัตราส่วนที่เหมาะสม เพื่อป้องกันเชื้อโรคปนเปื้อนเข้าสู่ร่างกาย
หัวใจเยียวยาคือ ‘สุขภาพจิต’
สำรวจอารมณ์ผ่านแอพพ์ ‘หมอพร้อม’
จับสัญญาณ ‘ต้องขอความช่วยเหลือ’

อีกหนึ่งวิกฤตที่ไม่อาจมองข้าม คือ สภาพจิตใจ ซึ่ง ผศ.บุรชัย อัศวทวีบุญ ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา และอาจารย์ประจำสาขาจิตวิทยา คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มองว่า การฟื้นฟูหลังน้ำท่วมไม่ได้มีเพียงการซ่อมบ้านหรือฟื้นฟูทรัพย์สินเท่านั้น แต่หัวใจของการเยียวยาจริงๆ คือดูแลสภาพจิตใจของผู้ประสบภัย เมื่อเผชิญเหตุการณ์ซ้ำซากและสูญเสียหลายอย่างพร้อมกัน คนจำนวนมากจะเกิด ‘ภาวะสิ้นหวัง’ ทว่า ความหวังคือแรงสำคัญที่ทำให้มนุษย์รู้สึกอยากมีชีวิตต่อ หากเริ่มรู้สึกชา เบื่อ ไม่อยากพูด ไม่อยากทำอะไร หรือคิดว่าทุกอย่างไม่มีทางดีขึ้น นั่นคือสัญญาณที่ต้องขอความ
ช่วยเหลืออย่างจริงจัง
ผู้ประสบภัยสามารถเข้าถึงบริการด้านสุขภาพจิตได้ด้วยตนเองผ่านแอพพลิเคชั่น ‘หมอพร้อม’ โดยในระบบมีแบบประเมินสุขภาพจิต และหากผลประเมินอยู่ในระดับที่ต้องได้รับการดูแล ระบบจะเชื่อมต่อไปยังสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ซึ่งจะมีเจ้าหน้าที่ติดต่อกลับภายในไม่เกิน 24 ชั่วโมง ในช่วงที่ต้องรับข่าวสารจำนวนมาก โดยเฉพาะข่าวน้ำท่วม ข่าวความเสียหาย หรือภาพสะเทือนใจ ควรสำรวจสภาวะอารมณ์ของตนเองทุกครั้ง หากพบว่ารู้สึกเครียด โกรธ หดหู่ หรือมองโลกในแง่ลบมากขึ้น ควรจำกัดขอบเขตการรับรู้ หรือพักจากการเสพข่าว เพื่อไม่ให้จิตใจจมกับอารมณ์เชิงลบหรือความคิดโทษตนเอง คนอื่น หรือสถานการณ์
ผศ.บุรชัยย้ำว่า เมื่อความเจ็บปวดผ่านไป สิ่งสำคัญคือ การสร้างความหวัง ผ่านการกำหนดเป้าหมายและวางแผนเป็นขั้นตอนว่าจะเดินต่ออย่างไร เพราะในระยะยาว เมื่อสถานการณ์ดีขึ้น ความช่วยเหลือจากภาครัฐหรือภาคเอกชนจะลดลง ผู้ประสบภัยจำนวนมากอาจรู้สึกถูกทิ้งหรือยังไม่พร้อมตั้งหลัก จึงเป็นหน้าที่ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการวางระบบช่วยเหลือระยะยาวไม่ใช่เฉพาะช่วงวิกฤต
“การฟื้นตัวไม่ได้หมายถึงกลับไปเหมือนเดิม แต่คือกลับมาเข้มแข็งกว่าที่เคย และความหวังจะเป็นตัวนำทางเราไปสู่การฟื้นฟูอย่างแท้จริง”
แนะป้องกัน ‘เชิงระบบ’ ไม่ใช่แค่ ‘แก้เฉพาะหน้า’
อุโมงค์ระบายน้ำ ต้นทุนสูง แต่คุ้มค่ากว่าแก้มลิง

ด้าน รศ.ดร.สุรภาพ แก้วสวัสดิ์วงศ์ ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายบริหารศูนย์รังสิตและสุขศาสตร์ และอาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมโยธา คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ แนะว่า หลังสถานการณ์น้ำลด ประชาชนควรให้ความสำคัญกับการตรวจสอบบ้านเป็นอันดับแรก โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีระดับน้ำท่วมสูงและขังเป็นเวลานาน เพราะอาจเกิดความเสียหายเชิงโครงสร้างที่ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า
“ควรตรวจสอบว่าโครงสร้างมีร่องรอยน้ำกัดเซาะหรือไม่ รวมถึงรอยแตกร้าวบริเวณเสา คาน หรือผนังรับน้ำหนัก หากพบรอยแตกที่มีความกว้างตั้งแต่ขนาดนิ้วชี้ไปจนถึงนิ้วโป้ง ถือว่าเป็นสัญญาณอันตราย ควรย้ายออกไปพักในศูนย์อพยพชั่วคราวก่อนเพื่อความปลอดภัย พร้อมเรียกวิศวกรมาตรวจประเมินเพิ่มเติม
อีกประเด็นสำคัญ คือ การเกิดสนิมบริเวณโครงสร้างเหล็กหรือเหล็กเสริมภายในคอนกรีต แม้จะเห็นเพียงผิวเผินแต่ในระยะยาวสนิมสามารถขยายตัว ทำให้เหล็กเสริมอ่อนแรงและกระจายตัวได้ หากปีหน้าหรืออนาคตเกิดน้ำท่วมซ้ำ โครงสร้างอาจยิ่งเสียหายมากกว่าเดิม” อาจารย์วิศวะอธิบายอย่างเห็นภาพ

ยอดจองโรงแรมช่วงปีใหม่หาย 100%
จากนั้น เสนอแนะในเชิงนโยบายและผังเมืองว่าจำเป็นต้องคิดในมุมวิศวกรรมเพื่อป้องกันปัญหาเชิงระบบ เช่น การทำช่องเปิดระบายน้ำหรือดันท่อระบายในพื้นที่ชานเมืองและพื้นที่เพาะปลูก เพื่อให้น้ำสามารถไหลออกได้เร็วขึ้น ไม่ได้หมายความว่าน้ำจะไม่ท่วม แต่จะช่วยให้ระดับน้ำไม่สูงและลดความเสียหายได้มาก สาเหตุที่ถนนบางจุดเสียหายจนเป็นหลุมหรือยุบตัวมาจากแรงดันของน้ำที่ดันใต้ชั้นถนนเป็นเวลานาน
“การเปิดจุดระบายจะช่วยลดแรงดันนอกจากนี้แนวคิดที่ว่ามีประโยชน์อย่างมากแต่ยังไม่ได้รับการดำเนินการอย่างจริงจังคือ การสร้างอุโมงค์ระบายน้ำ ซึ่งแม้ต้นทุนสูง แต่ในบางกรณีอาจคุ้มค่ากว่าการสร้างพื้นที่รับน้ำแบบแก้มลิง และยังสามารถทำเป็นระบบรากฝอยเชื่อมต่อท่อขนาดเล็กหลายเส้นเข้าสู่อุโมงค์หลักได้” รศ.ดร.สุรภาพกล่าว ก่อนทิ้งท้ายว่า
หากประเทศไทยต้องเผชิญเหตุการณ์แบบนี้ซ้ำในอนาคต การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานใหม่ควบคู่กับการบำรุงรักษาระบบเดิมถือเป็นเรื่องจำเป็น ไม่ใช่แค่ซ่อมหลังเกิดเหตุแต่ต้องออกแบบเมืองให้พร้อมรับมือภัยพิบัติในระยะยาว
อคิรา ทองโม้

