หน้าแรก ประชาชื่น โลกล้ำยุค ‘เก...

โลกล้ำยุค ‘เกษตรกร’ ต้องล้ำด้วย ‘การเงิน-โซเชียล-ออนไลน์’ อัพสกิลอย่างไร ขึ้นแท่น ‘ผู้ประกอบการสีเขียว’

17.12.25 | 12:37 น.

โลกล้ำยุค ‘เกษตรกร’ ต้องล้ำด้วย
‘การเงิน-โซเชียล-ออนไลน์’
อัพสกิลอย่างไร ขึ้นแท่น ‘ผู้ประกอบการสีเขียว’

การดูแลสุขภาพผ่านการออกกำลังกาย การรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ รวมถึงการดูแลสุขภาพใจ เป็นกระแสที่ได้รับความนิยมจากทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย ทั้งกลุ่มคนรุ่นใหม่ ไปจนถึงกลุ่มผู้สูงวัย การเกิดโรคระบาดแห่งศตวรรษอย่างโควิด-19 เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้คนหันมาใส่ใจมิติดังกล่าวมากขึ้น ส่งผลให้ธุรกิจด้านสุขภาพมีอนาคตสดใส ในขณะที่ภาคการเกษตรต้องปรับตัวตามกระแสนิยมและความต้องการของผู้บริโภค เทคโนโลยีและงานวิจัย กลายเป็นจิ๊กซอว์สำคัญที่หนุนเสริมได้เป็นอย่างดี

งานเสวนา “สื่อสารเกษตร สร้างสรรค์ อนาคตสีเขียว” ว่าด้วยบทบาทของการสื่อสารทางการเกษตร จึงถูกจัดขึ้นโดยภาควิชาส่งเสริมและนิเทศศาสตร์เกษตร คณะเกษตร วิทยาลัยเขตกำแพงแสน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เมื่อ 4 ธันวาคมที่ผ่านมา ภายใต้การประชุมวิชาการ KU KPS Conference 2025 ณ อาคารศูนย์เรียนรวม 4 ห้อง 104 มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาลัยเขตกำแพงแสน โดยมีวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ เข้าร่วมคับคั่ง ดำเนินรายการโดย ดร.ดนชิดา วาทินพุฒิพร อาจารย์ประจำภาควิชาส่งเสริมและนิเทศศาสตร์เกษตร รั้วเกษตรศาสตร์

‘โลว์ คาร์บอน’ มาแล้ว ไม่ปรับตัว อยู่ไม่รอด
‘ความยั่งยืน’ โจทย์ใหญ่ ความท้าทายที่ต้องเผชิญ

ผศ.ดร.ชัยสิทธิ์ ทองจู คณบดีคณะเกษตร กำแพงแสน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เปิดเวทีว่า การเปลี่ยนแปลงด้านสภาพภูมิอากาศ ส่งผลต่อระบบนิเวศเกษตร ท้าทายต่อความยั่งยืน ระบบเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และสุขภาพ เพราะฉะนั้นการเกษตรที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน จึงเป็นการเกษตรที่ทุกฝ่ายควรนำไปเป็นแบบอย่าง

Advertisement

ด้าน วชิรา ไฝเจริญมงคล ผู้อำนวยการกองส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน กรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แลกเปลี่ยนมุมมองจากภาครัฐ ว่า คำว่า ‘วิสาหกิจชุมชน’ ถ้าแปลตรงตัวคือ ธุรกิจของชุมชน การรวมกลุ่มคนมาสร้างสินค้าหรือบริการ แล้วนำรายได้มาแบ่งปันกัน เมื่อ พ.ศ.2548 มีพระราชบัญญัติส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน จึงทำให้สามารถรวมกลุ่มตั้งแต่ 7 คน ขึ้นไปได้ โดยขอจดทะเบียนได้ที่สำนักงานเกษตรอำเภอหรือจดทะเบียนผ่านทางออนไลน์ ถ้าภายในชุมชนมีกลุ่มวิสาหกิจที่สร้างรายได้กลับคืนมา จะทำให้เกิดเศรษฐกิจฐานรากของชุมชน

ส่วนการปรับสู่เศรษฐกิจที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลามีความสำคัญมาก อย่างเรื่องของ ‘โลว์ คาร์บอน’ (Low Carbon)’ ในอนาคตถ้าไม่ปรับตัวจะอยู่ไม่รอด ทุกที่มีภาษีคาร์บอนเกิดขึ้น ซึ่งภาครัฐและหน่วยงานระหว่างประเทศได้กำหนด นโยบายกำแพงภาษีและเรื่องกฎ EUDR (EU Deforestation Regulation) คือ กฎระเบียบใหม่ของสหภาพยุโรป (EU) ที่มีเป้าหมาย ห้ามนำเข้า ซื้อขาย หรือส่งออกสินค้าเกษตรและผลิตภัณฑ์ไม้ที่มาจากการตัดไม้ทำลายป่าหรือทำให้ป่าเสื่อมโทรม ที่มีผลกระทบต่อเกษตรกร โดยต้องปรับตัว
ให้ได้ตาม ESG คือ Environment (สิ่งแวดล้อม), Social (สังคม) และ Governance (ธรรมาภิบาล) ซึ่งเป็นแนวคิดการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน โดยคำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม สังคม และการบริหารจัดการองค์กรที่ดีควบคู่ไปกับผลกำไร ESG คือ ต้นน้ำและเป็นทางรอด เพราะปัจจุบันถูกบังคับใช้ในตลาดหลักทรัพย์ ตัวอย่าง คือ การท่องเที่ยวในยุโรป กรีน ทัวริซึม (Green Tourism) คือ แนวคิดการท่องเที่ยวที่ยั่งยืน โดยเน้นการใส่ใจสิ่งแวดล้อม การส่งเสริมชุมชน และการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อลดผลกระทบเชิงลบต่อธรรมชาติและวัฒนธรรม ถ้าไม่ได้เป็น กรีนทัวริซึม
คนนำเที่ยวจะถูกปรับในราคาแพง

ผลักดันเกษตรกร ขึ้นแท่น ‘ผู้ประกอบการ’
รัฐหนุนพัฒนา ‘ทักษะการเงิน’

อีกประเด็นสำคัญคือ การผลักดันเกษตรกรให้เป็นผู้ประกอบการ ซึ่งภาครัฐจะสนับสนุนให้พัฒนาทักษะออนไลน์และทักษะด้านการเงิน วชิราเผยว่า อย่างแรกที่ต้องทำคือ BMC (Business Model Canvas) เครื่องมือสำหรับวางแผนธุรกิจ เป็นการวิเคราะห์ผู้บริโภคประกอบกับมีอินฟลูเอนเซอร์มาช่วยโปรโมตหรือสื่อสารให้ไปถึงผู้บริโภค ซึ่งส่วนใหญ่เกษตรกรมีการใช้ Facebook และ Line กลุ่ม เมื่อมี AI เข้ามา ทำให้ส่งผลกระทบต่อเกษตรกรโดยตรง ควรหาข้อมูลด้วยตัวเองประกอบกับการใช้ AI แพลตฟอร์มออนไลน์จึงเป็นช่องทางการตลาดอีกแบบหนึ่งสำหรับเกษตรกรและกลุ่มวิสาหกิจ

“ปัจจุบันประเทศไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงวัย ประชากรลดลง แต่นักท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้น ซึ่งเป็นการรักษาระดับการแข่งขันด้านการท่องเที่ยวได้ บริษัทขนาดใหญ่ใช้กรีน ปีหน้าบริษัทขนาดเล็กต้องใช้กรีนด้วย และภาคการเกษตรเป็นส่วนหนึ่งที่ตอบโจทย์การใช้ กรีน ทัวรึซึม ประกอบกับยุคที่เทคโนโลยีเข้ามามีส่วนในการใช้ชีวิตประจำวัน เกษตรกรต้องปรับตัวตามยุคสมัยที่มีการเปลี่ยนแปลง โดยการใช้ คอสตูมเมอร์ รีเลชั่นชิพ (Customer Relationship) เข้ามามีบทบาทในการสื่อสาร” ผอ.กองส่งเสริมวิสาหกิจชุมชนแนะ

นอกจากนี้ กล่าวถึง ‘เกษตรอินทรีย์’ ที่เป็น ‘ข้าว’ ส่วนใหญ่อยู่ในภาคอีสาน ส่งออกไปยุโรป มีเครือข่ายสมาชิก 800 กว่าราย โดยมี มาตรฐานไอโฟ่ม (IFOAM) คือ มาตรฐานการเกษตรอินทรีย์ระดับโลก กำหนดโดย สหพันธ์เกษตรอินทรีย์นานาชาติ (International Federation of Organic Agriculture Movements) ซึ่งเป็นเกณฑ์มาตรฐานขั้นต่ำที่หลายประเทศยอมรับและใช้เพื่อรับรองผลิตภัณฑ์เกษตรอินทรีย์ที่ปลอดภัยต่อผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม และวิสาหกิจชุมชน YSF เขาค้อ เป็นกลุ่มเกษตรกรผลิตผัก ที่ร่วมมือกันระหว่างอำเภอเขาค้อและอำเภอหล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ นอกจากการผลิตผักแล้วยังมีการนำผักที่ไม่ได้ใช้ไปทำปุ๋ยหมักชีวภาพเพื่อลดขยะ โดยมีการใช้มาตรฐาน PGS หรือระบบการรับรองพืชอินทรีย์แบบมีส่วนร่วม (Participatory Guarantee Systems) คือระบบการรับรองเกษตรอินทรีย์ที่ใช้การมีส่วนร่วมของชุมชนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย

สวนมะพร้าวอินทรีย์ Y.Farmily
จากห้องทดลอง สู่พื้นที่เรียนรู้

ด้าน อัครชัย ยัสพันธุ์ เจ้าของธุรกิจสวนมะพร้าว Y.Farmily ราชบุรี ผู้บุกเบิกแนวคิด ‘มะพร้าวอินทรีย์เพื่อชุมชน’ ที่ผสานองค์ความรู้เกษตรกับการสื่อสารอย่างสร้างสรรค์ ถ่ายทอดแรงบันดาลใจจากประสบการณ์จริงว่า เมื่อ 8 ปีก่อน ทางสวนยังไม่ได้เปิดให้คนเข้าไปทำกิจกรรม แต่เป็นห้องทดลองส่วนตัวเกี่ยวกับออร์แกนิค ไม่ใช้สารเคมี พอทำไปสักพักเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลง โดยนอกจากองค์ความรู้ ก็ต้องควบคู่ไปกับการลงมือทำจริงอีกด้วย จนปัจจุบันเปิดเป็นพื้นที่กิจกรรมเรียนรู้ธรรมชาติในวันเสาร์-อาทิตย์

“ผมหันมาสนใจประเด็นเรื่องออร์แกนิค เช่น ชันโรง ผึ้ง ผีเสื้อ ถ้าตัดหญ้าออกทั้งหมด ไม่มีวัชพืชและธรรมชาติ ทำให้สัตว์จำพวกนี้ไม่มีที่วางไข่ ส่งผลกระทบต่อการเจริญเติบโต เกิดการลดทอนจำนวนสัตว์พวกนี้ เพราะฉะนั้นการเกษตรจึงต้องคำนึงถึงเรื่องสิ่งแวดล้อมรอบข้าง ซึ่งเป็นการพึ่งพาซึ่งกันและกันระหว่างมนุษย์ สัตว์ และสิ่งแวดล้อม ทั้งหมดที่กล่าวมาจึงกลายมาเป็นจุดเริ่มต้นของการทำธุรกิจสวนมะพร้าวจนถึงปัจจุบัน”

อัครชัยแนะว่า อยากทำสวน ต้องใส่ใจรายละเอียดมากกว่าที่มาตรฐานที่กำหนด นั่นคือ Regenerative farming (วิธีการเกษตรที่มุ่งฟื้นฟู) ปัจจุบันที่สวนของตนมีการเก็บบันทึกเกี่ยวกับสัตว์มากกว่า 150 สปีชีส์ โดยมีการหยิบไปจัดกิจกรรม ให้เด็กลองจับผีเสื้อในสวนว่ามีกี่ชนิด ผีเสื้อที่จับได้วางไข่ที่ต้นไม้แบบไหนบ้าง พบว่ามีผีเสื้อและต้นไม้หลากหลายชนิดที่เด็กและผู้ปกครองไม่คุ้นเคย

“สิ่งที่น่าสนใจคือ ต้นไม้ในสวนที่ผีเสื้อไปวางไข่ ไม่ได้ปลูกแต่กลับขึ้นเองตามธรรมชาติ และกลยุทธ์สำหรับเกษตรกร ไม่ได้คิดว่าต้องทำสื่อให้อลังการ แต่ทำพอให้เข้าถึงผู้บริโภคได้ สำหรับที่สวนมะพร้าวมีการทำคอนเทนต์ แล้วยิงแอด (Advertising) แพลตฟอร์มเฟซบุ๊กในราชบุรี กรุงเทพฯ และกลุ่มครอบครัว” อัครชัยเผยกลยุทธ์

โซเชียลเกษตร คอนเทนต์ต้อง ‘มีสตอรี่’
น่าเชื่อถือ เข้าใจง่าย เคลื่อนไหวสม่ำเสมอ

ผศ.ดร.ทิพย์อนงค์ จินตวิจิต นักวิชาการด้านการสื่อสารสิ่งแวดล้อม หลักสูตรนิเทศศาสตรบัณฑิต คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม เจ้าของดุษฎีนิพนธ์เรื่อง ‘การสื่อสารเพื่อช่วงชิงพื้นที่ทางความคิด ในการเคลื่อนไหวด้านสิ่งแวดล้อม : กรณีโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้า ถ่านหินจังหวัดกระบี่’ คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า รูปแบบการสื่อสารเป็นสิ่งที่จำเป็น สำหรับการสื่อสารเพื่อการรณรงค์ โดยต้องกำหนดกลุ่มเป้าหมายว่าจะสื่อสารกับใครบ้าง ปัจจุบันยุคดิจิทัล ทุกคนมีสื่อเป็นของตัวเอง สามารถเข้าถึงสื่อในโซเชียล
มีเดียได้ ต่อมาคือ ช่องทางการสื่อสาร ผลิตสื่อที่สามารถเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคได้ และเป็นสื่อที่เข้าใจง่าย

“การสื่อสารเพื่อการรณรงค์ ทำให้เกิดการตระหนักรู้ สิ่งที่สำคัญ คือ งานวิจัย ตัวอย่างเช่น ตลาดสุขใจ สวนสามพราน เป็นตลาดที่รณรงค์เรื่องสิ่งแวดล้อม ผักปลอดสารพิษ และลดการใช้ถุงพลาสติก ถ้ามีต้นแบบของเกษตรกรหรือหาช่องทางการขายได้ จะทำให้เกิดผลของการสร้างการตระหนักรู้ให้กับกลุ่มผู้บริโภค ส่งผลให้ทั้งกลุ่มผู้บริโภคมีทางเลือกในการเลือกซื้ออาหารที่ปลอดภัยต่อสุขภาพเพิ่มมากขึ้น

การสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ เป็นการสื่อสารแบบ 2 ทาง ย้อนกลับไปที่โซเชียลมีเดียที่ส่งเสริมการเกษตรยุคใหม่ เช่น เพจเฟซบุ๊ก มีช่องอัตโนมัติในการสื่อสารกับลูกค้า เมื่อเขาเข้าไปส่องโซเชียลมีเดีย ข้อความอัตโนมัติจะส่งไปถึงลูกค้า ประกอบกับความต่อเนื่องในการสื่อสารด้วยการอัพเดตความเคลื่อนไหวสม่ำเสมอด้วยคอนเทนต์แบบมีสตอรี่เทลลิ่ง (Storytelling) และมีปฏิสัมพันธ์กับลูกค้า” ผศ.ดร.ทิพย์อนงค์อธิบาย

‘เอไอ’ มีประโยชน์ ใครก็ใช้ แต่อย่าทิ้ง ‘หนังสือ’

จากนั้น ผศ.ดร.ทิพย์อนงค์ยังระบุถึงการ ‘รีวิว’ ว่าเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ช่วยสร้างความน่าเชื่อถือในโลกออนไลน์ได้ ทำให้เกิดการขยายกลุ่มผู้บริโภคกลุ่มใหม่เพิ่มมากขึ้น ส่วน AI หรือปัญญาประดิษฐ์เป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์ แต่ต้องระมัดระวังเพราะมีทั้งข้อมูลที่ถูกและข้อมูลที่ผิด ความน่าเชื่อถือประมาณ 70 เปอร์เซ็นต์ จึงไม่ควรทิ้งการหาข้อมูลด้วยตัวเอง รวมไปถึงการค้นคว้าจากหนังสือ

“อินฟลูเอนเซอร์มีอิทธิพลในการโน้มน้าวความคิด การตัดสินใจ และพฤติกรรมของผู้ติดตามบนโซเชียลมีเดีย โดยการสร้างความน่าเชื่อถือผ่านคอนเทนต์ที่น่าสนใจ ส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อสินค้าของผู้บริโภค เรียกว่าเป็น ผู้นำทางความคิด หรือ KOL (Key Opinion Leader)

แม้ว่าอินฟลูเอนเซอร์มีความสำคัญ แต่คอนเทนต์ที่น่าสนใจและสามารถสร้างความน่าเชื่อถือได้ คือสิ่งที่สำคัญกว่า การนำเสนอคอนเทนต์รูปแบบใหม่ การไปลงสัมผัสจริง จะทำให้การสื่อสารผ่านสื่อออนไลน์มีประสิทธิภาพ” ผศ.ดร.ทิพย์อนงค์ทิ้งท้าย

ย้ำชัดว่าความร่วมมือระหว่างเกษตรกรรุ่นใหม่กับฟากฝั่งวิชาการ ผสานด้วยภาครัฐที่ขับเคลื่อนนโยบาย จะร่วมสร้างความเปลี่ยนแปลงสีเขียวขึ้นได้ ในโลกที่ก้าวล้ำไปข้างหน้าทุกวินาที