เทรนด์ใหม่ ไม่รอป่วย
‘บำรุงราษฎร์’ เปิดนวัตกรรมเชิงรุก
ปักหมุด ‘ภูเก็ต’ ฮับอินเตอร์
ในยุคที่ผู้คนหันมาให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันมากขึ้น การเลือกแพคเกจสุขภาพที่เหมาะกับร่างกายของตนเอง ท่ามกลางตัวเลือกที่หลากหลายจนกลายเป็นเรื่องยาก โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ จึงนำองค์ความรู้ด้าน Data Science ที่สั่งสมมายาวนาน กว่า 45 ปี มาต่อยอดเป็นนวัตกรรมทางการแพทย์ เพื่อตอบโจทย์การดูแลสุขภาพที่ออกแบบเฉพาะบุคคลอย่างแท้จริง
และที่สำคัญยิ่งคือการขับเคลื่อน ‘การดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน’ เพราะปัจจุบันเทรนด์การดูแลสุขภาพเปลี่ยนไปแล้ว โรงพยาบาลจะไม่ได้เป็นโรงพยาบาลที่ดูแลแค่การเจ็บป่วย จะเป็นการดูแลเชิงรุก (Proactive care) ทำให้ผู้รับบริการมีชีวิตที่ยืนยาวอย่างมีคุณภาพให้มากที่สุด
ล่าสุด เปิดตัวนวัตกรรม ‘Smart Personalized HealthMatch’ และ ‘Biological Age’ สะท้อนชัดถึงความเป็นผู้นำในด้าน Smart Preventive Health เพื่อสร้างเส้นทางสุขภาพเฉพาะบุคคลที่แม่นยำและตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของแต่ละบุคคล
ไม่เพียงช่วยให้คนไทยมีสุขภาพที่ดีอย่างยั่งยืน แต่ยังมุ่งดึงดูดผู้รับบริการชาวต่างชาติ ทั้งผู้พำนักในประเทศไทยและนักท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ สร้างรายได้และเสริมความแข็งแกร่งให้เศรษฐกิจไทยในระยะยาว
นอกจากนี้ ยังทุ่มเม็ดเงินกว่า 4,300 ล้านบาท ในการตัดสินใจลงทุนไปกับการสร้างโรงพยาบาลในจังหวัดภูเก็ต เพื่อขับเคลื่อนประเทศไทย สู่ศูนย์กลางด้านการแพทย์ขั้นสูงของภูมิภาค (Medical Hub) ผ่านบริการสุขภาพมูลค่าสูงและเทคโนโลยีทางการแพทย์สมัยใหม่อีกด้วย
นับถอยหลัง ปี’70 ปักหมุด The Andaman Hub
ศูนย์กลางการแพทย์ภาคใต้ตอนบน
ในถ้อยแถลง ‘Future-Proof Your Health’ Achieve a Healthier Future with Personalized, Precise Health Check-ups ศูนย์ตรวจสุขภาพ: Health Check-up Center โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์’ เมื่อ 11 ธันวาคมที่ผ่านมา ดร.อาทิรัตน์ จารุกิจพิพัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ เปิดเผยว่า
เมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา ได้ตัดสินใจซื้อที่ดิน 16.5 ไร่ ตรงข้ามสนามกอล์ฟ บลูแคนยอน คลับ ซึ่งห่างจากสนามบินภูเก็ตไม่ถึง 10 นาที เพื่อลงทุนสร้างโรงพยาบาลขนาด 212 เตียง 5 ปีแรกจะเปิด 120 เตียง เป็นระบบที่เรียกว่า Ecosystem มี One Stop Service ด้วยคอนเซ็ปต์ใหม่ Vital life ทั้งในด้านการแพทย์เฉพาะทาง (Specialty Medicine) และการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน (Preventive Care) คาดว่าจะสร้างเสร็จภายในปี 2570 ในชื่อ ‘โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ อินเตอร์เนชั่นแนล ภูเก็ต’ ยกระดับมาตรฐานใหม่ของการดูแลสุขภาพด้วยเทคโนโลยีทันสมัยและทีมแพทย์เฉพาะทางระดับโลก
นอกจากนี้ ยังจัดซื้อที่ดินเพิ่มเติมใกล้พื้นที่โรงพยาบาลอีกราว 6 ไร่ เพื่อพัฒนาเป็นที่พักอาศัยสำหรับแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ ช่วยอำนวยความสะดวกในการเดินทางและสนับสนุนคุณภาพชีวิตของบุคลากรในระยะยาว
ดร.อาทิรัตน์ตอกย้ำวิสัยทัศน์ Medical & Wellness Destination ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายภาครัฐ ที่ต้องการโปรโมตธุรกิจทางการแพทย์ โดยโรงพยาบาลแห่งใหม่นี้จะช่วยเพิ่มความสะดวกในการเข้าถึงบริการทางการแพทย์ ลดระยะเวลาการเดินทางของผู้รับบริการในพื้นที่ รวมถึงรองรับชาวต่างชาติที่เดินทางเข้ามารับบริการด้านสุขภาพ โดยใช้แนวคิด Hub and Spoke Model เป็นโครงสร้างการให้บริการ สำหรับผู้ป่วยที่มีภาวะเจ็บป่วยซับซ้อน สามารถส่งต่อการรักษาจากภูเก็ตมายังกรุงเทพฯได้
นี่คือ The Andaman Hub ศูนย์กลางทางการแพทย์ที่ครอบคลุมตลาดพรีเมียมภาคใต้ตอนบนซึ่งมีประชากรกว่า 2.4 ล้านคน ไม่ว่าจะเป็นผู้รับบริการเดิม หรือผู้รับบริการรายใหม่ ที่เดินทางมาจากจังหวัดพังงา กระบี่ และสุราษฎร์ธานี
เจาะกลุ่มพรีเมียม ‘ภูเก็ต’ ตอบโจทย์
ประชากรคุณภาพ ไทย-อินเตอร์
นภัส เปาโรหิตย์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Chief Marketing Officer โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ เสริมว่า ศักยภาพของภูเก็ตไม่ได้มาจากนักท่องเที่ยวเท่านั้น แต่ยังมาจากประชากรคุณภาพสองกลุ่มหลักที่อยู่อาศัยในจังหวัดภูเก็ต คิดเป็น ชาวต่างชาติ 115,000 คน ชาวไทย 307,021 คน
นอกจากนี้ภูเก็ตยังตอบโจทย์ Ecosystem ของการใช้ชีวิตระดับนานาชาติ ซึ่งการมีอยู่ของโรงเรียนนานาชาติ 13 แห่ง และตลาดอสังหาริมทรัพย์ระดับลักชัวร์ที่เติบโตต่อเนื่อง เป็นเครื่องยืนยันถึงกลุ่มครอบครัวคุณภาพทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในระยะยาว
นอกจากนี้ภูเก็ตมีศักยภาพด้านเศรษฐกิจที่มั่นคง โดยมีผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัดต่อหัว (GPP per Capita) สูงถึง 395,915 บาท ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยของประเทศไทยถึง 62% สะท้อนถึงกำลังซื้อและศักยภาพทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งที่สุดในประเทศ
“จากปี 2558-2562 ได้เห็นถึงการเติบโตของแรงงานต่างชาติที่เข้ามาทำงานในประเทศ อัตราการเติบโตของใบอนุญาตทำงาน (Work Permits) สูงถึง 31% (CAGR) ตัวเลขอาจจะลดลงนิดหน่อยหลังจากเกิดโรคระบาดโควิด-19
ชาวต่างชาติเข้ามาขออนุญาตทำงานในธุรกิจ ทั้งอสังหาริมทรัพย์ โรงแรม การท่องเที่ยว แสดงให้เห็นถึงการหลั่งไหลเข้ามาของผู้เชี่ยวชาญและนักลงทุนอย่างต่อเนื่อง ทำให้ในปี 2567-2568 มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางมายังภูเก็ต เกือบ 10.1 ล้านคน เป็นเครื่องยืนยันว่าภูเก็ตคือประตูสู่ประเทศไทย และเป็นศูนย์กลางของ Medical Tourism ที่สำคัญ” นภัสกล่าว
เทรนด์ยุคใหม่ ไม่รอป่วย เปิด 2 นวัตกรรม
จับคู่แพคเกจสุขภาพ ระบบ ‘อัจฉริยะ’ แห่งแรกในไทย
จากนั้น มาลงรายละเอียด 2 นวัตกรรมล่าสุด ได้แก่ Smart Personalized HealthMatch ซึ่งเป็นระบบที่ช่วยจับคู่แพคเกจตรวจสุขภาพที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคลได้อย่างแม่นยำ และ การตรวจอายุทางชีวภาพ (Biological Age) ที่ช่วยวิเคราะห์อายุที่แท้จริงของร่างกายในระดับเซลล์ เพื่อประเมินความเสี่ยงของโรคเรื้อรังและวางแผนการดูแลสุขภาพในระยะยาวได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีเป้าหมายเพื่อขับเคลื่อนวงการแพทย์จากการดูแลเชิงรับ (Reactive Care) ไปสู่การสร้างสุขภาพเชิงรุก (Proactive Care) อย่างสมบูรณ์แบบ
การเปิดตัว 2 นวัตกรรมนี้ ทำให้โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ สามารถยกระดับเป็นหนึ่งในโรงพยาบาลอัจฉริยะที่ดีที่สุดในโลก ประจำปี 2569 หรือ World’s Best Smart Hospitals 2026 อันดับที่ 195 จาก 350 โรงพยาบาลชั้นนำทั่วโลก และเป็นอันดับ 1 ในประเทศไทย จากการสำรวจของ Newsweek ร่วมกับ Statista
พญ.ปัญจพาณ์ เหลืองอร่าม แพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์ป้องกัน (ตรวจสุขภาพ) และผู้อำนวยการฝ่าย Patient Safety & Medical Record Management โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ เผยถึงความสำคัญของ นวัตกรรมแรก คือ Smart Personalized HealthMatch ที่ช่วยในการเลือกแพคเกจตรวจสุขภาพเฉพาะบุคคลว่าเปรียบเสมือนผู้แนะนำโปรแกรมส่วนตัว เป็นระบบอัจฉริยะที่ทางโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์นำมาใช้เป็นแห่งแรกในประเทศไทย ซึ่งเป็นการวิเคราะห์ข้อมูลสุขภาพเบื้องต้น และจับคู่กับแพคเกจต่างๆ สำหรับผู้ใช้บริการโดยเฉพาะ
“ในฐานะแพทย์จะเจอตรวจสุขภาพคนไข้แล้วคนไข้ไม่แน่ใจว่าข้อมูลที่ได้ฉันจะเอาข้อมูลไปเลือกแพคเกจไหนดี เหมือนยืนอยู่กลางสี่แยก ความสับสนนี้ นำไปสู่การตั้งคำถามที่ว่าแล้วแพคเกจไหนที่เหมาะกับตัวเราจริงๆ ตัวเลือกที่มีอยู่ถ้าเลือกทั้งหมดจะเสียเงินเท่าไหร่ มันจะมีความสับสนที่นำไปสู่การเลือกที่ไม่ตรงจุด หรือบางครั้งอาจมองข้ามความสำคัญของความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้น ซึ่งสวนทางกับเทรนด์สุขภาพยุคใหม่ ที่ตอนนี้ไม่อยากเป็นโรคก่อน แต่อยากดูว่าสุขภาพเชิงรุกของเราเป็นอย่างไร และวางแผนสุขภาพที่ออกแบบมาเพื่อตัวเราเองโดยเฉพาะ” พญ.ปัญจพาณ์อธิบาย
40 ปี บำรุงราษฎร์ สั่งสมความรู้ จัดระเบียบข้อมูล
เปลี่ยน One Size Fit All สู่การออกแบบ ‘เฉพาะคุณ’
ด้วยประวัติอันยาวนาน ประสบการณ์อันล้ำค่ากว่า 40 ปี ของโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ จึงทำให้มีองค์ความรู้มากพอที่จะจัดระเบียบข้อมูลและนำมาเป็นอัลกอริทึมเพื่อพิจารณาความเสี่ยงในแต่ละบุคคล เปลี่ยนจากการดูแลสุขภาพ One Size Fit All เป็นการดูแลสุขภาพที่ออกแบบมาเพื่อคุณโดยเฉพาะ
สำหรับการทำงานของ Smart Personalized HealthMatch มีด้วยกัน 3 สเต็ป ได้แก่
สเต็ปที่ 1 เริ่มต้นที่การวิเคราะห์ เข้าไปที่เว็บไซต์บำรุงราษฎร์และเริ่มทำแบบประเมิน
สเต็ปที่ 2 ตอบคำถามสุขภาพ ด้วยข้อมูลที่จำเป็น เช่น เพศ อายุ พฤติกรรมการใช้ชีวิต อย่างการสูบบุหรี่ การดื่มแอลกอฮอล์ หรือความกังวลส่วนตัว เพื่อให้ระบบสามารถจัดระเบียบข้อมูลเบื้องต้น
สเต็ปที่ 3 รับผลการจับคู่ ระบบจะประมวลข้อมูลทั้งหมดแบบเรียลไทม์ และจะแนะนำแพคเกจหลัก หรือแพคเกจเสริมที่เหมาะสมเฉพาะบุคคล
“ประโยชน์ที่ได้รับไม่ใช่แค่ความสะดวกสบาย แต่อาจเพิ่มเรื่องของการยกระดับสุขภาพในหลายมิติ คำที่เราต้องการคือตรงจุด แม่นยำ เพราะบางคนบอกว่าอยากลงทุนในเชิงของสุขภาพ นี่แหละคือการตอบโจทย์ เพราะได้ตรวจในสิ่งที่จำเป็น และไม่มองข้ามความเสี่ยงสำหรับตัวบุคคล นวัตกรรมนี้ เปลี่ยนจากประสบการณ์ที่ซับซ้อน เหมือนยืนอยู่กลางสี่แยก และใช้เวลานาน ให้เหลือง่ายๆ ไม่กี่นาที ลดเวลา ความกังวลต่างๆ จากการหาข้อมูลด้วยตัวเอง” พญ.ปัญจพาณ์กล่าว
อายุตามปฏิทิน (ไม่เท่า) กับ อายุร่างกาย
‘ตรวจอายุทางชีวภาพ’ ทำนายโอกาสเกิดโรค
สำหรับนวัตกรรมที่ 2 คือ Biological Age ตรวจอายุทางชีวภาพ พญ.สุวรรณา สุวรรณพงษ์ แพทย์อายุรศาสตร์โรคหัวใจ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ และ Program Director ศูนย์ส่งเสริมสุขภาพไวทัลไลฟ์ อธิบายว่า คนเราจะมีอายุตามปฏิทิน หรือที่เรียกว่า Chronological Age คือ แจ้งเกิดวันไหนก็คือวันนั้น แต่ในทางการแพทย์ ตัวเลขอีกชุดหนึ่งที่สะท้อนความสำคัญกับสุขภาพมากกว่า คือ อายุทางชีวภาพ คนอายุ 50 เท่ากัน ไม่ได้หมายถึงว่าร่างกายจะอายุ 50 เท่ากัน
“อย่างรถที่ออกปีเดียวกัน คันหนึ่งขับอย่างเดียว กับอีกคันที่มีการตรวจเช็กระยะรถอย่างสม่ำเสมอ แน่นอนว่ารถที่เช็กระยะอย่างสม่ำเสมอใช้ได้ยาวนานกว่า เป็น 10 ปี ร่างกายของเราก็เช่นกัน Biological Age เป็นตัวที่บอกว่าโอกาสการเกิดโรคและโอกาสการเสียชีวิตของเราเท่ากับคนอายุเท่าไหร่ โรคที่ว่า คือ 1.โรคหัวใจและหลอดเลือด 2.โรคมะเร็ง 3.ความเสี่ยงของสมอง ไม่ว่าจะเป็น สมองเสื่อม อัลไซเมอร์ พาร์กินสัน และสุดท้ายคือโรคทางเมตาบอลิกต่างๆ ทั้งเบาหวานและไขมัน อายุที่เยอะขึ้นเท่าไหร่โอกาสที่จะเกิดโรคพวกนี้ เกิดเร็วกว่าอายุปฏิทินของเราจะเร็วขึ้นเท่านั้น” พญ.สุวรรณาอธิบายอย่างเข้าใจง่าย
จากนั้น เล่าต่อไปว่า คอนเซ็ปต์ของ Biological Age เกิดขึ้นมานานกว่า 10 ปี สมัยก่อนยังไม่สามารถสะท้อนการเกิดโรคได้ แต่ตอนนี้ด้วยฐานข้อมูลที่ได้มาเกือบ 2 แสนข้อมูลบวกกับอัลกอริทึมที่เป็นปัญญาประดิษฐ์ขั้นสูง สามารถนำมาพัฒนา โดยที่มีหลากหลายเพศ หลากหลายอายุ หลากหลายสัญชาติ ใช้กับใครก็ได้ จึงทำให้มั่นใจว่าโมเดลนี้มีความแม่นยำสูงและใช้ได้กับประชากรในวงกว้าง นอกจากนี้ ยังได้ตีพิมพ์ลง Scientific reports ซึ่งเป็นวารสารวิทยาศาสตร์ระดับนานาชาติในเครือ Nature โดยเน้นการเผยแพร่ผลงานวิจัยในหลากหลายสาขาวิชา ไม่จำกัดเพียงแค่ทางการแพทย์เท่านั้น
ทั้งนี้ การตรวจสุขภาพทั่วไปกับการตรวจอายุทางชีวภาพ Biological Age มีความแตกต่างกัน การตรวจสุขภาพทั่วไปยังมีความสำคัญ เพราะเป็นการตรวจก่อนที่จะมีภาวะแทรกซ้อนของโรค แต่การตรวจอายุทางชีวภาพเป็นหนึ่งในการทำนายอนาคตว่ามีโอกาสที่จะเกิดโรคมากแค่ไหน
“การนำทั้ง 2 นวัตกรรมมารวมกัน คือ ขั้นตอนที่ 1 ประเมินตนเองจาก Smart Personalized HealthMatch เพื่อหาแพคเกจตรวจสุขภาพพื้นฐานที่เหมาะสมที่สุด ขั้นตอนที่ 2 เจาะลึกลงไปในอายุชีวภาพเพื่อทำความเข้าใจว่า สภาวะร่างกายตอนนี้อายุเท่าไหร่ ขั้นตอนที่ 3 ผลที่ได้ทั้งหมด นำมาปรึกษาแพทย์ที่ได้รับการฝึกฝน จนมีความรู้พอที่จะแปลผล และออกแบบแผนสุขภาพเฉพาะบุคคล ไม่ใช่แค่การรักษา แต่ครอบคลุมถึงโภชนาการ การออกกำลังกาย และการดูแลที่จำเป็นอื่นๆ ทั้งหมดนี้คือการป้องกันไม่ให้เกิดโรค” พญ.สุวรรณาได้สรุป ก่อนทิ้งท้ายความมุ่งมั่นของโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ว่า
เป้าหมายสูงสุดไม่ใช่แค่การมีอายุยืน แต่ต้องมีคุณภาพชีวิตที่ดีด้วย ทั้งหมดนี้คือหัวใจของการดูแลสุขภาพในศตวรรษที่ 21

