เคาต์ดาวน์สู่’รัฐบาลใหม่’
ชาวบ้านอยากได้อะไร?
พรรคไหนใช่ แคนดิเดตโดนใจ ในเลือกตั้ง 69
ปีใหม่ก็ต้องฉลอง
การเมืองก็ต้องจับจ้อง เพราะใกล้ถึงเวลาเคาต์ดาวน์สู่ ‘รัฐบาลใหม่’ ในการเลือกตั้งทั่วไปที่จะเกิดขึ้นทั่วไทยในวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้
ว่าแล้ว ลองไปสำรวจคอมเมนต์ชาวบ้านถึง ‘ของขวัญปีใหม่’ ที่ใจปรารถนา เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีกว่า ในศักราช 2569 และอีก 1 เทอมข้างหน้าไปพร้อมๆ กัน
ขอชายแดนสงบ ‘อยากให้จบที่รุ่นเรา’
จี้เคลียร์ปมของแพง แบงก์แดง 1 ใบ 2 คน ‘กินไม่อิ่ม’
“ไม่ต้องการของขวัญปีใหม่ แต่อยากให้การสู้รบชายแดนไทย-กัมพูชาจบเรื่องสักที ขอให้เด็ดขาดเพราะยืดเยื้อมานาน มีทหารเสียชีวิตหลายคน อยากให้จบที่รุ่นเรา อยากให้ประเทศเราสงบ รุ่นลูกรุ่นหลานจะได้ไม่ต้องลำบาก ไม่ต้องเสียงบประมาณโดยไม่มีประโยชน์
อยากให้รัฐบาลชุดใหม่แก้ปัญหาเรื่องข้าวของราคาแพง ช่วง 1-2 ปีมานี้ของทุกอย่างขึ้นราคา ตอนนี้เงิน 100 บาท กินข้าว 2 คนไม่อิ่ม ค่าครองชีพขึ้นไปสูงมาก แต่รายได้เราเท่าเดิมหรือน้อยกว่าเดิม
ตอนนี้ยังไม่ได้ตัดสินใจจะเลือกใคร ยังไม่มีพรรคไหนที่ชอบ”
สายชล เท็จแห้ว
อายุ 48 ปี ชาวจังหวัดพระนครศรีอยุธยา
อาชีพวินมอเตอร์ไซค์รับจ้าง หน้าตลาดประชานิเวศน์ 1
ตั้งใจกลับภูมิลำเนาไปเข้าคูหา
ถ้า ‘กินดีอยู่ดี’ วิกฤตอะไรก็ผ่านได้
อวยชัยคนไทยรักกัน ขอรัฐลุยปราบ ‘สแกมเมอร์’
“ผมเป็นคนนครพนม อยู่กรุงเทพฯมา 6-7 ปี ตอนแรกตั้งใจจะไปทำงานที่เกาหลีแต่เจอสถานการณ์โควิด-19 เลยไม่ได้ไป สุดท้ายตัดสินใจว่าไม่เลือกงานไม่ยากจน เลยไปทำงานเป็น รปภ.ที่บริษัทหนึ่ง ตอนนี้มาทำงานที่โรงเรียนดรุณพัฒน์ได้ 8-9 เดือน
ตอนแรกคิดว่ามาทำงานที่กรุงเทพฯแล้วจะอยู่ยาก นึกว่าที่กรุงเทพฯจะวุ่นวาย แต่ก็พอไปได้ ช่วงแรกกลัวเพราะเห็นข่าวอาชญากรรมเยอะ ปล้นจี้ ชิงทรัพย์ แต่พอมาอยู่จริง ส่วนมากเจอแต่คนเมา คนเร่ร่อนที่ออกจากบ้านใหญ่แล้วไม่มีงานทำ แต่ก็พยายามคุยเป็นมิตร ซึ่งเขาก็ไม่ได้เลวร้าย
ในฐานะคนต่างจังหวัดที่มาอยู่ในกรุงเทพฯ เรื่องการเดินทางถือว่าทำได้ดี เมื่อก่อนมีโปรโมชั่นรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย มันช่วยแบ่งเบาภาระ ลดรายจ่ายได้เยอะ แต่ปกติผมใช้วิธีการออกกำลังกายปั่นจักรยาน เขามีช่องทางให้คนเดินกับช่องทางจักรยานคู่กันด้วย ถือว่าทำได้ดีเลย อันนี้พูดความจริง ไม่ได้อวย
ระยะทางปั่นกลับบ้านผมประมาณ 5 กิโลเมตร ใช้เวลา 15 นาที ปั่นไปเรื่อยๆ ซึ่งก็ได้ออกกำลังกายไปในตัว ซึ่งนครพนมก็มีนโยบายแบบนี้แล้วด้วย คือช่องทางรถและทางปั่นจักรยานจากตัวเมืองไปอำเภอประมาณ 38 กิโลเมตร ติดริมแม่น้ำโขง วิวทิวทัศน์สวยงาม อีกประมาณสัก 3-4 ปี ว่าจะกลับไปทำงานที่บ้าน
ในส่วนการเลือกตั้งครั้งนี้ ก็ตามข่าวในเฟซบุ๊กอยู่บ้าง นโยบายดีทุกพรรค แต่อยู่ที่ว่าเขาจะทำหรือเปล่า เราเป็นประชาชนรากหญ้า ทุกรัฐบาลดีหมด บริหารบ้านเมืองก็ดีหมด แต่ก็อยากให้ทำตามนโยบายที่หาเสียงไว้ ส่วนที่อยากให้เน้นคือ เรื่องเศรษฐกิจ เพราะเศรษฐกิจมันเป็นศูนย์รวม ถ้าเศรษฐกิจดี ประชาชนก็กินดีอยู่ดี อย่างทุกวันนี้ก็มีข่าวน้ำท่วม วิกฤตร้ายแรงอย่างสงคราม ถ้าประชาชนสามารถกินดีอยู่ดีได้ ไม่ว่าวิกฤตอะไรก็จะผ่านไปได้ เมื่อก่อนค่าแรงขั้นต่ำเขาก็ทำกันมาได้แล้ว อย่างปริญญาตรีเงินเดือนเริ่มต้นที่ 15,000 บาท
ถ้าคนรู้จักพอเพียงเหมือนที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงสอนไว้ งดรายจ่าย เพิ่มรายได้ ไม่สร้างหนี้สิน ไม่เล่นการพนัน จะอยู่ได้ อันนี้ค่าแรง 500-600 กินไป 200 อีกร้อยหนึ่งก็ค่าบ้าน เรายังเหลือ 300 ต่อวัน ถ้าไปหลงกับการพนันคือเสร็จเลย เป็นหนี้เป็นสิน ไปกู้รายวัน ชักหน้าไม่ถึงหลัง
ส่วนโลกออนไลน์ทุกวันนี้มีข้อดี แต่ก็เป็นดาบสองคม รวดเร็วแต่ก็หลอกลวงง่าย เพราะทุกอย่างมันอยู่ในโทรศัพท์หมดแล้ว เราไม่ต้องมีเงินสดก็ได้ นั่งรถ สแกนจ่าย แล้วคราวนี้มิจฉาชีพก็จะตามมา มาหลอกลวง มาทำให้รัก
ผมเคยเจอกับตัวในเรื่องสแกมเมอร์ โทรมาเราบล็อกก็จบ ตั้งระบบไว้ถ้าเบอร์มิจฉาชีพมันจะขึ้นว่ามิจฉาชีพ ส่วนเบอร์ที่ไม่ได้เมมเบอร์ไว้เราก็ไม่ต้องรับสาย เพื่อนผมโดนบอกว่าคุณมีพัสดุมาส่งเกี่ยวพันกับยาเสพติด ห้ามบอกใคร โดนไป 20,000 กว่าบาท เงินที่ทำงานมาทั้งเดือนหมดเลย เขาใช้ AI มาทำเป็นตำรวจ ซึ่งเป็นสเต็ปของมิจฉาชีพ ถ้าเราไม่ได้ทำผิดอะไรจะไปกลัวทำไม ไปแจ้งความก็ไม่รู้จะได้เงินคืนไหม ปัญหานี้ไม่มีทางหมดไปถ้ายังเป็นแบบนี้อยู่ เพราะออนไลน์มันเป็นดาบสองคม คนไม่ค่อยดูข่าวก็ไม่ทันเกมพวกมิจฉาชีพ
ปีใหม่นี้ก็ขออวยพรให้คนไทยรักกัน ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด ใช่อยู่ที่ความคิดของแต่ละคนไม่เหมือนกัน ขนาดครอบครัวเดียวกันยังขัดแย้งกันได้เลย แล้วคนทั้งชาติจะไปเหลืออะไร ต่างคนต่างแนวคิด แต่อะไรที่เป็นหลักเกณฑ์ก็ควรจะทำตาม ไม่ให้เกิดปัญหา”
วินัย (สงวนนามสกุล)
อายุ 48 ปี ชาวนครพนม
เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย โรงเรียนดรุณพัฒน์ กรุงเทพฯ
หวังว่าอีก 3-4 ปีจะได้กลับไปทำงานยังภูมิลำเนา
หวังรัฐบาลใหม่เป็น ‘คนดี’
หาเสียงไว้อย่างไร ต้องทำให้ได้เหมือนที่พูด
“ของขวัญปีใหม่ ขอรัฐบาลชุดใหม่ที่เป็นคนดี แก้ปัญหาเศรษฐกิจอย่างจริงจัง ตอนนี้ค้าขายไม่ดีเลย หลังได้ฟังดีเบตจากแคนดิเดตนายกฯพรรคต่างๆ แล้ว เลือกตั้ง 69 จะยังเลือกพรรคเพื่อไทยเหมือนเดิม เพราะคิดว่าจะทำได้ดีกว่าทุกพรรค มีนโยบายที่น่าจะเป็นไปได้
ส่วนแก้ไขรัฐธรรมนูญก็เป็นเรื่องสำคัญ อยากให้รัฐธรรมนูญได้รับการแก้ไขด้วย
ฝากถึงรัฐบาลชุดใหม่ ถ้าทำนโยบายออกมา ขอให้ทำตามนโยบายให้ได้ ประชาชนอยากเห็นการกระทำให้ชัดเจนเหมือนคำพูด”
บัวแก้ว ชมพูเพชร
อายุ 55 ปี ชาวกาฬสินธุ์ ค้าขายยางรถยนต์ในกรุงเทพฯมา 30 ปี
ลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขตแล้ว
เศรษฐกิจต้องแก้ เชื่อมั่น ‘เพื่อไทย’ ผลงานจับต้องได้
ลูก 2 คนเลือก ‘ประชาชน’ เห็นต่างไม่ใช่ปัญหา
“ของขวัญปีใหม่อยากได้เศรษฐกิจดีขึ้น ค้าขายดี ตอนนี้ค้าขายถือว่าไม่ดีมากๆ อยากให้รัฐบาลชุดใหม่แก้ปัญหาที่อยากให้แก้ไขยังเป็นเรื่องเศรษฐกิจ เพราะอาชีพค้าขาย เศรษฐกิจถือว่าสำคัญที่หนึ่ง
ได้ฟังดีเบตจากแคนดิเดตนายกฯบางช่วง ชื่นชอบเบอร์ 9 พรรคเพื่อไทยเป็นพิเศษ ส่วนพรรคอื่นยังไม่มีผลงานที่สามารถจับต้องได้เหมือนเพื่อไทย ซึ่งมีผลงานที่จับต้องได้มานาน ตั้งแต่รุ่นคุณพ่อ ทักษิณ ชินวัตร ท่านทำผลงานไว้เยอะ เราก็เลือกมาตลอด แต่ลูก 2 คนที่บ้านเลือกพรรคประชาชน เราไม่ได้บังคับลูก แล้วแต่เขา อยากเลือกอะไรก็เลือก”
ชุติประภา เจียโชตกุล
อายุ 66 ปี ชาวจังหวัดนนทบุรี
ฅอาชีพค้าขายขนมหวาน
ขออัพเกรด ‘รัฐสวัสดิการ’
ของขวัญปีใหม่ จากรัฐบาลใหม่
“อยากได้รัฐสวัสดิการที่ดีขึ้นเป็นของขวัญปีใหม่ ส่วนด้านการศึกษา อยากให้รัฐบาลชุดใหม่แก้ไขปัญหาเรื่องถนน เพราะการเดินทางเป็นสิ่งสำคัญต่อการใช้ชีวิต ถ้าถนนไม่ดีก็เดินทางลำบากโดยเฉพาะในต่างจังหวัด อยากให้ส่งเสริมการศึกษา เพิ่มงบประมาณให้มากขึ้น
สำหรับแคนดิเดตนายกฯ ฟังดีเบตในบางช่วง แต่ยังไม่มีพรรคไหนถูกใจ
ฝากถึงรัฐบาลชุดใหม่ ตอนหาเสียงมีนโยบายอะไร พอได้มาเป็นรัฐบาล อยากให้ทำได้จริงๆ เหมือนกับที่พูดไว้
อีกประเด็นหนึ่งคือรัฐธรรมนูญ คิดว่าเป็นสิ่งสำคัญ เพราะบางอย่างยังมีช่องโหว่ที่ต้องแก้ไข”
เปรมมิกา โพธิ์แก้ว
อายุ 22 ปี ชาวจังหวัดตราด
นักศึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร พร้อมกลับบ้านไปเลือกตั้ง
ยังคิดไม่ตก จะเลือกใคร ขอนโยบาย ‘เดินทางดี’
มีรถสาธารณะ ทอดเดียวถึงหมู่บ้าน
“ถ้าขอของขวัญได้ก็อยากให้รัฐบาลชุดใหม่ช่วยค่ารถ ค่าเดินทางในช่วงเทศกาล และงดเก็บค่าโดยสารเด็กและผู้สูงอายุ อย่างเรานั่งรถทัวร์กลับบ้าน เด็กก็ต้องเสียค่าตั๋ว แต่อันที่จริงแล้วอยากให้วัดจากอายุ ถ้าจะเก็บ ควรใช้อีกเรตหนึ่ง
นอกจากนี้ อยากเสนอให้มีรถเมล์ประจำทางในต่างจังหวัด ทอดเดียวแล้วถึงหมู่บ้านเลย
สังเกตว่าตอนนี้ตั๋วรถทัวร์เต็มแทบทุกสาย สมัยก่อนไม่ขนาดนี้ แค่พิษณุโลก ไม่จองก็มีรถตลอด เลยคิดย้อนไปว่าเป็นเพราะแหล่งงานในจังหวัด มันหากยากหรือเปล่า อย่างเราเองที่บ้านรายได้ไม่ดี เลยเข้ามาทำงานในกรุงเทพฯ
ประเทศไทยตอนนี้ปัญหาหลักๆ ที่ต้องแก้คือเศรษฐกิจและการเงิน รายได้ไม่พอค่าใช้จ่าย ค่าครองชีพมันแพงขึ้น เราต้องส่งลูกเรียนด้วย น้องเข้าเรียนแล้วอยู่ ป.1 มันมีค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นกว่าตอนตัวคนเดียว ถึงจะเรียนฟรีแต่ยังมีค่าบำรุง ค่าชุด ค่าอะไรต่างๆ บางเดือนก็พอ บางเดือนก็ไม่พอ
ช่วงปีสองปีมานี้รู้สึกว่าเริ่มชักหน้าไม่ถึงหลัง การใช้จ่ายต้องคิดมากขึ้น อันไหนที่ประหยัดได้ก็ประหยัด จริงๆ ก็อยากได้เงินเดือนเพิ่มขึ้นอีกหน่อย เพราะรายจ่ายเพิ่ม รายรับเท่าเดิม อะไรๆ ก็แพง ก๋วยเตี๋ยวเดี๋ยวนี้ 35-40 บาท ไม่มีแล้ว เป็น 50 กับ 60 ของที่ไม่จำเป็นก็ลดการซื้อให้น้อยลง เรื่องกิน เที่ยว ช้อปปิ้ง เคยเอฟเสื้อผ้าก็ลดตรงนี้ลงไป ที่บริษัทเคยมีโบนัสให้ แต่ปีนี้งดเพราะไม่ได้ผลกำไรตามเป้าที่ตั้งไว้
พอยุบสภาก็เสียดายที่ไม่ได้คนละครึ่งพลัส เฟส 2 เราลงทะเบียนไม่ทันเฟส 1 เลยรอรอบสอง แต่คุณบอกยุบสภา เอ้า! มันไม่ยุติธรรมนะ ขอให้มีอีกรอบ การช่วยลดค่าใช้จ่ายประชาชน มาถูกทางแล้ว แต่อยากให้ได้รับสิทธิทุกคน
ส่วนการรักษาพยาบาล ยังดีที่มีสิทธิประกันสังคม
เลือกตั้งรอบนี้ตั้งใจว่าจะกลับไปใช้สิทธิ แต่ยังไม่มีแคนดิเดตพรรคไหนในใจ อย่างที่บ้านเรา ถ้าผู้นำคนไหนทำงานดี เป็น อบต. ช่วยงบมาพัฒนาหมู่บ้าน เรื่องน้ำประปาที่ขาดแคลน เราก็จะเลือกเขา วัดจากผลงาน มีคนในหมู่บ้านที่ลงสมัครด้วย 2-3 คนที่เชื่อใจได้ แต่ก็ยังไม่รู้ว่าจะเลือกใคร
สำหรับประชามติแก้ไขรัฐธรรมนูญที่เป็นคำถามพ่วงในการเลือกตั้ง เราเองได้ยินแว่วๆ แต่ก็ไม่ค่อยได้ติดตามข่าว แคนดิเดตนายกฯก็เหมือนกัน ส่วนมากช่วงนี้มีแต่ข่าวรบ (สถานการณ์ไทย-กัมพูชา) แต่ถ้าเลือกได้ อยากเห็นนโยบายที่ทำให้เศรษฐกิจดีขึ้น”
เฟื่องฟ้า กันทะสอน อายุ 41 ปี ชาวจังหวัดพิษณุโลก
พนักงานบริษัท แพ็คฟู้ด จำกัด (มหาชน)
ในเครือไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป (Thai Union)
ทำงานในสมุทรสาคร
เล็งกลับอำเภอวัดโบสถ์ไปโหวต 8 กุมภา
ทีมข่าวเฉพาะกิจ

