“ทุกวันนี้เรายังไม่รู้เลยว่าต้องไปคูหาไหน
เข้าไปเว็บไซต์ กรอกเลข ก็ขึ้นมาว่า ‘ไม่มีสิทธิ’
หนูมีบัตรประชาชน ร้องเพลงบางระจันได้ ต้องมีสิทธิเลือกตั้งไหม?”
เป็นถ้อยคำจากใจเฟิร์สต์โหวตเตอร์ เจน Z อย่าง อันนา อันนานนท์ ที่ออกตัวเลยว่าแม้จะพร้อมสุดๆ แต่ก็แสนจะสับสน กับระบบการเลือกตั้ง ถึงขนาดไปปรึกษาไอลอว์ว่า ต้องไปหน่วยไหน?
ตอกย้ำองค์กรที่จะควรจะอำนวยการใช้สิทธิ กลับเต็มไปด้วยข้อจำกัดปิดกั้น?
แม้เป็นการเลือกตั้งครั้งประวัติศาสตร์ แต่ส่อแววว่าอาจสร้างความมึนงง เพราะจะต้อง ‘ลงคะแนนและนับพร้อมกัน’ ทั้ง 3 ใบ คือ แบบบัญชีรายชื่อ, แบบแบ่งเขต และการออกเสียงประชามติ ที่นับเป็นกุญแจดอกแรก ของการเปิดประตูแก้ไขรัฐธรรมนูญ
ทว่า จำนวนบอร์ดที่มากขึ้น เป็นจุดเสี่ยงที่อาจนำมาสู่ ‘คะแนนรั่วไหล’
ด้วยเหตุนี้ เครือข่าย Vote62 จึงระดมความร่วมมือ ทั้ง opendream บริษัทชั้นด้านการนำเทคโนโลยีมาใช้แก้ปัญหาสังคม, iLaw ที่จับตาด้านกฎหมายและนโยบายของไทย และ Rocket Media Lab ซึ่งทำงานด้านข้อมูลเพื่อสื่อสารมวลชน ร่วมเปิดตัวแคมเปญ #vote62
ตามหาอาสาสมัคร 300,000+ คน เพื่อร่วมจับตา รายงานผลอย่างเรียลไทม์ ผ่านเว็บไซต์ vote62.com
ล้อมวงเจาะลึกเข้มข้นถึง 2 ช่วง เมื่อวันที่ 10 มกราคมที่ผ่านมา
ตั้งคูหาจำลอง ณ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร พร้อมชวนเล่นเกม ‘บัตรนี้ดีหรือเสีย’ ซักซ้อมให้ชัวร์ ก่อนจะถึงวันจริง

How to เข้าคูหา
ห่วงตั้งหีบไม่สุจริต-ไฟไม่เคยพอ
เป็นโอกาสดีที่ สมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้มาร่วมให้ฮาวทู เล่าเป็นฉากๆ
8 ก.พ.2569 สิ่งแรกที่ต้องทำคือ ตรวจทานรายชื่อบนบอร์ด ห้ามลืม! พกบัตรอะไรก็ได้ ที่มีเลข 13 หลักมายืนยันตน (แม้บัตรประชาชนหมดอายุแล้วก็ใช้ได้)
โดยคูหาที่ดี ด้านหลังต้องมีฉากทึบ พร้อมคอนเฟิร์มด้วยว่า ถ่ายภาพได้ชัวร์ (จากด้านนอก) แต่ห้ามเซลฟี่คู่บัตร ถ้ากลัวลืม เขียนเบอร์ใส่มือได้ไม่ผิด แต่ห้ามหยิบมือถือขึ้นมาดู หรือพูดออกเสียง
จากนั้น เข้าคิวโต๊ะถัดไป ‘แสดงตนขอใช้สิทธิออกเสียงประชามติ’ ซึ่งตรงนี้คนจะมาออกัน
ยิ่งคนที่ลงประชามตินอกเขต จะซับซ้อนมากขึ้นอีกเพราะทั้ง 3 หีบตั้งในเต็นท์เดียวกัน ซึ่งวางเรียงราย มองจากข้างนอกเห็นได้ไม่ชัด ไม่โปร่งใสเท่าที่ควร
“ผมได้ทักท้วงว่า ทำให้มองไม่เห็น อาจมีการไปร้องได้ว่าจัดการเลือกตั้งไม่สุจริต ควรเอาหีบ 3 ใบตั้งตรงกลาง แล้วหันหน้าออก จบ แค่นี้คิดไม่ได้” สมชัยชี้จุดที่ต้องปรับ
อดีต กกต.ตอบเคลียร์
‘กาแบบไหนไม่ผิด’
แน่นอนว่า ‘บัตรเสีย’ คือข้อกังวลใหญ่ เพราะเคยเกิดขึ้นถึงเกือบ 3 ล้านใบในปี’66
ในฐานะอดีต กกต. สมชัย ยังตอบเคลียร์ แค่เพียง ‘เส้นสองเส้น มีจุดตัดอยู่ในกรอบ’ นับเป็นบัตรดี เพราะรู้เจตนา
“ดังนั้น ‘มีมากกว่า 1 เส้นไม่ผิด’ เพราะบางครั้งปากกาเขียนไม่ติด ต้องขีดซ้ำ กากบาทจะเอียงกี่องศา เอียงจนกลายเป็นเครื่องหมายบวก + ก็ยังได้ ขอแค่จุดตัดอยู่ในช่องเท่านั้น” สมชัยแนะนำให้ท้วงทันทีเมื่อเห็นความผิดปกติ
โดย ‘บอม’ หนึ่งในอาสาสมัคร ขอแรงให้ช่วยกัน 1.ถ่ายป้ายไวนิลเพื่อให้รู้ว่าหน่วยไหน 2.ถ่ายใบนับคะแนน (ทั้ง 3 กระดาน) คือ ส.ส.เขต, บัญชีรายชื่อ และประชามติ เปิดแฟลชหรือเตรียมไฟส่อง เผื่อแสงไม่พอ 3.ถ่ายใบสรุปคะแนน ส.ส.5/18 (ขนาด A4 ซึ่งสรุปคะแนนทั้ง 3 แบบ)
ในระหว่างที่สมชัยอธิบาย มีประชาชนหญิงรายหนึ่งสอบถามถึงปัญหาไฟส่องสว่างในคูหา
“ไฟทุกครั้งไม่เคยพอ เที่ยวที่แล้วไปเฝ้าหน่วยสมุทรปราการ งบประมาณไม่พอเหรอ? สุดท้ายต้องไปเรียกร้อง จนเขาเอาไฟมา” คืออีกจุดที่ต้องเร่งแก้ ก่อนถึงวันจริง

มองใหม่ ลองอีกตั้ง
ชวนเล่นเกมการเมืองแบบ ‘ซีรีส์ยาว’
เข้าสู่การเสวนาช่วงแรก ในหัวข้อ ‘ฝันอะไร หวังได้แค่ไหน กับเลือกตั้งพร้อมประชามติครั้งแรกในประเทศไทย’
โดย รศ.ดร.กนกรัตน์ เลิศชูสกุล จากคณะรัฐศาสตร์ รั้วจุฬาฯ เทียบประชามติในปี 2557 และ 2559 กับปีนี้
ที่แม้เป็นครั้งสำคัญ แต่กระแสตื่นตัวกลับเงียบมาก คาดว่ามาจาก 3 ปัจจัยคือ
1.การทำประชามติ มาพร้อมการเลือกตั้ง ทั้งยาก ซับซ้อน
2.ส.ว.มีฉันทมติชัดว่า ‘ไม่ต้องการให้แก้ไขรัฐธรรมนูญ’
3.คนที่เคยตื่นตัวเมื่อปี 2563 จะทำอย่างไรให้กลับมา
“ความรู้สึกอึดอัด ทำไมมันยากจังเลย ประชามติถึง 3 รอบ อยากจะชวนมองว่า การเมืองไม่ใช่หนังฮอลลีวู้ด เลือกพรรคนี้ชนะ แล้วได้เป็น การเมืองเหมือนหนังซีรีส์ยาว Game of Thrones ล้ำกว่านั้นเยอะ เป็นการเทกแอ๊กชั่นแบบ ‘อินเตอร์แอ๊กทีฟ’ ที่เราเองมีผลต่อซีรีส์”
รศ.ดร.กนกรัตน์ชวนมองอีกมุม เชื่อว่าเกม Twist and Turn ได้เสมอ
“เขาจะต้องหาแบริเออร์ใหม่ๆ ให้คุณไม่อยากมีส่วนร่วม ไม่อยากเล่นเกมนี้ เอาแบบนี้เลย ลุกขึ้นมาอีกฮึดเถอะ มันไม่ได้จบแค่ตอนเดียว”

อยากเห็น ‘ประชามติถล่มทลาย’
ขอแรง ‘3 แสนคน’ จับพิรุธหน้าคูหา
“ถ้าวันนี้ชนะ ผลประชามติ ‘เห็นชอบ’ ถล่มทลาย เอาสัก 80% ของ 35 ล้านคน คือ 28 ล้านเสียง ใจมันจะฟู แรงที่เหนื่อยตอนไปวิ่งติดสติ๊กเกอร์ ก็จะหายไป”
คือเสียงของ ยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้จัดการ โครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw)
ที่เมื่อมองในมุมกลับ หากไม่เห็นชอบเยอะกว่า ในทางกติกา-กฎหมายจะไปลำบาก ประชามติรอบ 2-3 ก็อาจจะไม่ผ่าน หรือมี ส.ว.ที่ไปฮุบกระบวนการ
เห็นด้วยกับการมองการเมืองในภาพกว้าง เป็นซีซั่น อย่างปี’63 ต้นซีซั่นEP แรกๆ มักจะซับซ้อน ผูกปม ซึ่งเลือกตั้งปี’64 เหมือนจุดเปลี่ยนของซีซั่นแรก ผลของ 14 พ.ค.66 ออกมาแฮปปี้เอนดิ้ง เราไปถ่ายบอร์ด-จับตาหน้าคูหา ประกาศออกมาชนะ
“ปลาย พ.ค. ซีซั่นแรกจบ เปิดซีซั่นสองมา อ้าว! ไม่ได้ ตัวร้ายใหม่จัดตั้งรัฐบาล แต่ตอนนี้ซีซั่นสองยังไม่จบ
8 ก.พ.นี้ ถ้ามันแฮปปี้เอนดิ้ง วันข้างหน้าก็อาจมีการผูกปมแบบใหม่ มองการเมืองแบบนี้ก็โอเคนะ”
ยิ่งชีพขอแรง 8 กุมภาฯ ประกาศตามหาอาสาสมัคร 300,000 คน (หน่วยละ 3 คน) เลือกตั้งแล้ว ฝากท่านยืนหน้าคูหา
โดยปีนี้ปรับระบบให้รู้ว่ามีจุดไหนที่ยังไม่มีคน
ถึงไม่ชอบพรรค ‘กาเห็นชอบเถอะ’
ห่วงเฟคนิวส์ คุกคามการออกเสียง
ในตอนหนึ่ง ฐปณีย์ เอียดศรีไชย ผู้ก่อตั้ง The Reporters ออกตัวว่า มองครั้งนี้เรามีเสรีภาพที่จะรณรงค์ มากกว่าการทำประชามติปี’50 และ 59
“แต่ก็เริ่มมีเฟคนิวส์ การชวนให้เห็นต่าง ว่าประชามติแก้ไขรัฐธรรมนูญ ‘อย่าให้ผ่านนะ เดี๋ยวจะไปเปลี่ยนระบบการปกครอง แก้ 112’ ซึ่งจุดนี้เอง ที่อาจมีส่วนคุกคามการออกเสียงในทางอ้อม”
ในฐานะสื่อ เห็นมวลบรรยากาศที่แม้จะเอื้อในการออกเสียง แต่ก็เป็นเพียงก้าวแรก ‘ประชามติต้องผ่านก่อน’ จึงจะแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ ซึ่งยากมาก ประชาชนต้องช่วยกันออกแรงมหาศาล
“จากการทำข่าวมาทั้งชีวิต เราฟังจนเหนื่อย ไม่รู้กี่ร้อยนโยบายที่หาเสียงกันมา แต่สุดท้ายกี่นโยบายที่ทำได้? ดังนั้น สุดท้ายคำถามต้องชัด ว่าเราจะเลือกเขาไปทำอะไร แก้รัฐธรรมนูญ หรือแก้เศรษฐกิจ”
ฐปณีย์ตั้งเป็นข้อให้ชวนคิด ก่อนตัดสินใจกา
หันไปทาง พริษฐ์ วัชรสินธุ หรือไอติม โฆษกพรรค ซึ่งมองว่า ไม่ว่าเฉดสีไหนก็มีจุดร่วมที่มองเห็นตรงกัน คือ
1.รัฐธรรมนูญ 60 มีปัญหา
2.องค์กรตรวจสอบการทุจริต อย่าง ป.ป.ช. สตง. กกต. ตรวจสอบได้ยากกว่าเดิม
3.บทบาท กกต.ไม่ได้คุ้มครองสิทธิประชาชนมากพอ จนอาจนำมาสู่ปรากฏการณ์สูญเสียสิทธิ
ไอติมสรุปให้เห็นภาพกับดักชัดเจนใน 1 ประโยค ‘กลไกที่น่าจะแก้ไขปัญหา กลับทำให้เกิดปัญหา’
อย่างรัฐธรรมนูญ 60, ส.ว.ที่ขัดขวางการแก้รัฐธรรมนูญ
“ทั้ง 3 ข้อนี้ ทำให้เห็นความสำคัญของการผนึกกำลังของประชาชนทุกเฉด ออกเสียงประชามติในวันที่ 8 ก.พ.นี้
เมื่อเห็นตรงกัน เห็นชอบก่อนในด่านแรกก่อน เมื่อตั้ง ส.ส.ร.แล้ว จึงจะคุยถึงเนื้อหาในปลายทาง”
พริษฐ์มองว่าควรค่อยๆ ขยับบทสนทนา แต่ยืนยันว่าเสียงของประชาชนดังเข้าไปถึงสภาแน่นอน อย่างการผลักดันยกเลิก ม.272 ตัดอำนาจ ส.ว.เลือกนายกฯ ด้วยกระแสประชาชนที่สูงมากช่วง พ.ย.63, จนในปี’64 พรรคการเมืองเริ่มขยับ ยื่นแก้ไขรายมาตรา
“อยากให้ทุกคนเข้าไปลงคะแนน ‘เห็นชอบ’ ซึ่งยังไม่ใช่ปลายทาง ต้องเข้าไปถกกับ ส.ว.อีก แต่กล้าพูดได้เต็มปากว่าการที่ประชาชนออกเสียงท่วมท้นจะเป็นอาวุธที่ทรงพลังในการกดดันให้ ส.ว.โหวตเห็นชอบ ‘จัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่’ ซึ่งจะเปิดความเป็นไปได้ใหม่ๆ ให้กับการเมือง มากขึ้น”
โฆษกพรรคประชาชนทิ้งท้ายด้วยคำขอ
แม้ท่านจะชอบหรือไม่ชอบพรรคส้ม แต่โปรดกา ‘เห็นชอบ’ เพื่อให้เรามีสิทธิมีเสียงอย่างที่ควรจะเป็น

ติววิธีจับตา
เลือกตั้งรอบนี้ จะมีปัญหาเดิมอีก?
เรียกได้ว่าออกรสยิ่งกว่า เมื่อเข้าสู่วงที่สอง
‘การเป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้งในประเทศไทย ทำไมมันลำบากขนาดนี้?’
สันติชัย อาภรณ์ศรี บรรณาธิการบริหาร Rocket Media Lab และผู้ร่วมก่อตั้ง VOTE62 ตั้งใจโกยข้อมูลไว้เป็นหลักฐาน บอกเลยว่าทุกครั้งเห็น ‘แพตเทิร์น’
อย่างรอบนี้แค่ก้าวแรก ชื่อตกหล่น, ลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้าไม่ได้
“มันเกิดมวลก้อนแบบนี้ทุกครั้ง ขลุกขลักก่อนถึงวันจริง กกต.ไม่เรียนรู้หรือ? มีปัญหาเกิดขึ้นซ้ำๆ เป็นแพตเทิร์น เช่น รอคิวนานเกินไป, ชื่อไม่ตรง, แจกบัตรผิดเขต, ถ่ายไม่ทัน, ไม่ให้ถ่าย
จึงจินตนาการไปได้ว่า ปี 2569 ก็อาจเกิดขึ้น ซึ่งเราจะมีรีพอร์ตเผยแพร่
อยากให้ทุกคนจับตาว่าจะเหมือนเดิมอีกไหม ไม่แน่ใจว่าปีนี้ หีบต่างประเทศ เลือกตั้งล่วงหน้าจะมีปัญหาอีกหรือเปล่า”
จากประสบการณ์การรวมคะแนน เคยเห็นความผิดปกติ เช่น มีขีด 3-4 แต่นับเป็น 5 คะแนน ซึ่งมีผลกับเขตที่แข่งขันกันสูสีมาก ดังนั้น ‘ใบขีดคะแนน’ จึงสำคัญที่สุด เพราะเป็นคะแนนดิบ
เช่นเดียวกับ ปฏิพัทธ์ สุสำเภา ผู้ก่อตั้ง opendream และ VOTE62 บอกเลยว่า ไม่ไว้ใจระบบเลือกตั้งของไทย จึงตั้งใจสร้างสิ่งนี้ขึ้นเพื่อ ขยายการมีส่วนร่วมให้มากกว่า 4 นาทีในคูหา และรีเช็กได้
นอกจากนี้ ยังออกแบบให้มี ‘อาสาสมัครที่บ้าน’ คอยกดแรนด้อม ดูความผิดปกติจากรูปที่ส่งมา
ปฏิพัทธ์รีแคปภาพรวมความยากลำบากครั้งนี้ หลักๆ คือ
1.ผู้ใช้สิทธิไม่สามารถดูข้อมูลได้ว่าต้องเลือกที่ไหน แม้ กกต.โปรโมตว่าดูได้ในแอพพ์ ‘Smart Vote’ แต่เคยเกิดกรณีจังหวัดนี้มีเขต 8 แต่ข้อมูลของเขต 8 ไม่พบ
2.ความไว้วางไว้ใจ กกต. เช่น รายงานคะแนน 2 ฉบับ เขียนจำนวนไม่ตรงกัน ซึ่งแพตเทิร์นน่าสนใจคือ คะแนนที่เพิ่มหรือหาย มักจะเกิดกับกลุ่มพรรคหนึ่ง

เจน Z ชวนไลฟ์ ‘กินข้าวหน้าคูหา’
หวั่นโกงผลด้วย AI-มึนเว็บไซต์บอก ‘ไม่มีสิทธิ’
หันมาฟังเสียงคนรุ่นใหม่ จุฑารัตน์ กุลตัณกิจจา ในฐานะที่เคยเป็นอาสาสมัคร VOTE62 ในบ้านเกิด จ.ชลบุรี
เล่าถึงสิ่งที่เจอ คือ กปน.มองว่าเป็นคนจากพรรค แต่บางหน่วยก็น่ารัก ขอนับให้เสร็จก่อนแล้วเปิดให้ถ่ายทีละใบ เปิดไฟให้ด้วย ในขณะที่บางหน่วยห้ามถ่ายรูป หรือเก็บใบขีดคะแนนเร็ว
“ถ้าเราสร้างวัฒนธรรม ‘กินข้าวหน้าหน่วย’ ได้ น่าจะช่วยสร้างบรรยากาศ เหมือนลุ้นผลกีฬา อยากชวน ‘ 8 กุมภาฯ กุมมือกันไป กินข้าวหน้าหน่วย’ ชวนกันไปทั้งครอบครัว ช่วยกันดูหน่วยข้างๆ มันสนุกและลุ้นจริงๆ” จุฑารัตน์เอ่ยปากเชิญชวน
ในมุมของ First Voter อย่าง อันนา อันนานนท์ อดีตแกนนำกลุ่มนักเรียนเลว ผู้เฝ้ารอวันนี้มานาน
จำได้ว่ามีหลายเหตุการณ์เกิดขึ้นเยอะมากในปี 2562 เช่น สื่อจับจ้องว่า First voter จะโหวตใคร ในทวิตเตอร์มีอะไรแปลกๆ ให้ดูเยอะ จำได้เลยว่าต้องกากบาทยังไง
“ตอนนั้นเรามีความหวัง คนที่ไม่มีสิทธิเลือกตั้ง มีทั้งเด็ก พระสงฆ์ นักโทษ เราอยากเห็นระบบที่เด็กมีสิทธิมีเสียง อยากเข้าคูหามาก ตั้งแต่ปี 2562”
เมื่อถามว่า ในฐานะคนเจนใหม่ มองระบบแบบนี้ยังเวิร์กอยู่ไหม?
เด็กเจนซี ผู้เกิดปี’48 มองว่า Vote62 เป็นระบบที่มีโครงสร้าง ทำงานกับอาสาธรรมชาติได้ดีมาก
โดยแชร์เพิ่มเติมว่า ควรแยกหมวดหมู่ภาพที่ส่งเข้ามาให้ชัด รวมถึงกังวลเรื่องรูปภาพ ที่อาจมีการใช้ AI บิดเบือนผล
“กังวลเหมือนกันว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ ด้วยความที่ทุกอย่างรันทางอินเตอร์เน็ต จะมีหลุดไหม”
คนรุ่นใหม่ทิ้งท้ายด้วยคำเชิญชวน
“มาไลฟ์ด้วยก็ได้ เราอยากเห็นอะไรใหม่ๆ
เลือกตั้ง 4 ปีที แต่ กกต.เราจับตาได้ทุกวัน อยากเห็นทุกคนจับตา กกต.”
อธิษฐาน จันทร์กลม

