หน้าแรก ประชาชื่น จากเด็กขายซาล...

จากเด็กขายซาลาเปาริมถนน สู่แชมป์ข้าวแกงไทย 2025 พร้อมส่งต่อสูตรข้าวแกงเงินล้านที่มติชนอคาเดมี

14.01.26 | 12:28 น.

จากเด็กขายซาลาเปาริมถนน
สู่แชมป์ข้าวแกงไทย 2025
พร้อมส่งต่อสูตรข้าวแกงเงินล้านที่มติชนอคาเดมี

ในวันที่หลายคนกำลังตั้งคำถามกับชีวิตว่า อาชีพที่ทำอยู่นั้นใช่หรือไม่ ความฝันที่เคยมีจะยังไปต่อได้หรือเปล่า “เชฟจากัวร์-ธีรวีร์ ดิษยะไชยพงษ์” คือหนึ่งในบทพิสูจน์ว่า เส้นทางความสำเร็จไม่จำเป็นต้องเริ่มจากจุดที่สมบูรณ์แบบ แต่เริ่มจากหัวใจที่ไม่ยอมแพ้ และความกล้าที่จะลงมือทำจริง แม้ต้องล้ม ลุก คลุกคลานมากี่ครั้งก็ตาม ชื่อของเชฟจากัวร์ ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางอีกครั้ง หลังร้าน “อุทยานข้าวแกง” จังหวัดขอนแก่น คว้ารางวัลชนะเลิศ สุดยอดแชมป์ข้าวแกงไทยสู่สากล “Khao Gaeng” Thai Curry Rice Championship 2025 เวทีการแข่งขันระดับประเทศที่จัดโดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมกับสมาคมภัตตาคารไทย รางวัลนี้ไม่เพียงตอกย้ำฝีมือด้านรสชาติ แต่ยังสะท้อนแนวคิดการทำอาหารไทยแบบจริงใจ ที่ยืนอยู่บนรากของชุมชน วัตถุดิบท้องถิ่น และความเข้าใจผู้บริโภคอย่างแท้จริง

กว่าที่เขาจะมายืนในจุดนี้ ชีวิตของเชฟจากัวร์ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ วัยรุ่นของเขาเริ่มต้นจากการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เมื่อครอบครัวแยกทางกันต้องย้ายจากปักษ์ใต้เข้ามาอยู่แฟลตคลองจั่นกับแม่และพี่ชายอีกสองคน แม่ของเขาเป็นหญิงแกร่ง มีหัวการค้า และเลือกเลี้ยงดูครอบครัวด้วยการขายซาลาเปารถเข็นเพียงหนึ่งคัน จอดขายริมถนนภายในแฟลต ในวัยเพียง 15 ปี กลายเป็นแรงสำคัญในการช่วยแม่ค้าขาย แม้ในใจจะเต็มไปด้วยความเขินอาย เมื่อต้องนั่งขายของริมถนน ขณะที่เพื่อนวัยเดียวกันได้ใช้ชีวิตตามประสาวัยรุ่น เขายอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่า วันแรกที่ขายซาลาเปา เขาอายมากจนถึงขั้นร้องไห้ แต่สุดท้ายก็ต้องยอมรับความจริงว่า หากไม่ลงมือทำ ครอบครัวก็อาจไปต่อไม่ได้ บทเรียนสำคัญในช่วงเวลานั้นคือ “อย่าอายงาน” เพราะงานสุจริตคือสิ่งที่ทำให้ชีวิตอยู่รอด ด้วยรสชาติที่จริงใจ แป้งนุ่ม หอมใบเตย ราคาเป็นมิตร และทำเลที่มีผู้คนสัญจรตลอดทั้งวัน รายได้จากรถเข็นคันนั้น ส่งให้พี่น้องทั้งสามคนเรียนจบ และยังหล่อหลอมให้จากัวร์ซึมซับทักษะการค้าขายตั้งแต่ยังเด็ก เขาเริ่มรู้ตัวว่าตัวเองชอบการทำอาหาร ชอบการขาย และชอบเห็นรอยยิ้มของลูกค้าเมื่อได้กินของอร่อย แม้หัวใจจะอยู่ในครัว แต่ไม่เคยทิ้งการเรียนตามคำสอนของครอบครัวที่เชื่อมั่นว่าการศึกษาคือกุญแจเปลี่ยนชีวิต จากัวร์เลือกเรียนด้านบัญชี และทำงานประจำในสำนักงานบัญชี ขณะเดียวกัน วันเสาร์-อาทิตย์ก็ยังช่วยแม่ขายข้าวแกงที่ตลาดนัดจตุจักร ชีวิตในช่วงนั้นแทบไม่มีคำว่า “วันหยุด” ช่วงเช้าเขาขายข้าวเหนียวหมู ก่อนจะเข้างานประจำที่ออฟฟิศ และกลับมาช่วยขายของอีกครั้งในวันหยุดสุดสัปดาห์

ประสบการณ์นี้ทำให้เข้าใจอย่างลึกซึ้งว่า การเป็นเชฟที่ดีไม่ใช่แค่ทำอาหารอร่อย แต่ต้องเข้าใจต้นทุน เข้าใจตัวเลข และรู้จักบริหารจัดการ ชื่อเสียงเริ่มมาเมื่อสื่อหลายสำนักนำเสนอเรื่องราวเด็กหนุ่มขายซาลาเปา ก่อนที่โอกาสครั้งสำคัญจะมาถึง เมื่อเขาได้รับเลือกให้เปิดร้านข้าวแกงในศูนย์การค้าพารากอน ภายใต้ชื่อ “ครัวเบญจรงค์ by จากัวร์” ซึ่งกลายเป็นร้านข้าวแกงที่ขายดีที่สุดแห่งหนึ่งในฟู้ดคอร์ตช่วงเวลานั้น หลังจากผ่านประสบการณ์ทั้งในประเทศและต่างประเทศ เชฟจากัวร์ตัดสินใจกลับมาเรียนทำอาหารอย่างจริงจัง และเข้าสู่วงการเชฟเต็มตัว ควบคู่กับการศึกษาต่อระดับปริญญาโท และกำลังจะจบปริญญาเอก ด้วยความตั้งใจที่จะถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์ให้กับคนรุ่นใหม่

ร้าน “อุทยานข้าวแกง” ถือกำเนิดขึ้นในพื้นที่อุทยานเกษตร มหาวิทยาลัยขอนแก่น จากความตั้งใจ ทั้งการส่งเสริมข้าวไทยและอาหารไทย การใช้วัตถุดิบท้องถิ่น และการดูแลแม่ที่เริ่มมีอาการหลงลืม ตามคำแนะนำของแพทย์ให้หากิจกรรมที่ใช้สมอง ร้านแห่งนี้จึงไม่ใช่ร้านที่ตั้งขึ้นมาเพื่อหวังกำไรสูงสุด แต่เป็นร้านที่ตั้งใจให้คนกินอิ่ม ในราคาที่นักศึกษาจับต้องได้ ข้าวแกงเริ่มต้นเพียง 40 บาท ตั้งใจให้ทุกคนอิ่มในงบไม่เกิน 50 บาท พร้อมน้ำและผักฟรี ในช่วงครึ่งปีแรก ร้านขาดทุนทุกเดือน เพราะพฤติกรรมการกินของคนในพื้นที่และทำเลที่ไม่ใช่ทางผ่านหลัก แต่เชฟจากัวร์เลือกอดทน และเชื่อมั่นว่าถ้าของดีจริงคนจะบอกต่อ วันนี้ร้านอุทยานข้าวแกงกลายเป็นร้านข้าวแกงที่ได้รับการยอมรับในระดับประเทศ และนำไปสู่การคว้ารางวัลแชมป์ข้าวแกงไทย 2025 ในที่สุด สำหรับเชฟจากัวร์รางวัลนี้ไม่ใช่จุดสิ้นสุด แต่คือจุดเริ่มต้นของ “หน้าที่” ในการเป็นตัวแทน Soft Power ของอาหารไทย เขาเชื่อว่าข้าวแกงไทยไม่ใช่แค่อาหาร แต่คือเรื่องราวครอบครัว และภูมิปัญญาที่ควรถูกส่งต่อ

Advertisement

ด้วยเหตุนี้จึงนำประสบการณ์ชีวิตกว่า 20 ปี มาถ่ายทอดในหลักสูตรข้าวแกงเงินล้าน-เชฟจากัวร์ ภายใต้โครงการ 12 เชฟ 12 เดือน ของมติชนอคาเดมีหลักสูตรนี้ไม่ได้สอนแค่ทำอาหารให้อร่อย แต่สอนให้เข้าใจหัวใจของอาหารไทย ตั้งแต่เครื่องแกง การเลือกวัตถุดิบ การบาลานซ์รสชาติ ไปจนถึงการคุมต้นทุนและการทำขายได้จริง เมนูทั้ง 8 ที่สอน ไล่ตั้งแต่ พะโล้หมู, แกงเขียวหวานไก่, แกงส้มผักรวมกุ้ง, แกงพะแนงหมู, ผัดบวบไข่ใส่กุ้ง, ปลาดุกทอดกรอบผัดพริกขิง, น้ำพริกกะปิผักเคียง และหมูหวาน เป็นเมนูซิกเนเจอร์ที่ผ่านการทำซ้ำมานับพันครั้ง กินได้ทุกมื้อ ขายได้ทุกทำเล และสะท้อนตัวตนของเชฟจากัวร์ ผู้เรียนจะได้ทั้งทักษะ ความรู้ และแรงบันดาลใจในการนำไปต่อยอด ไม่ว่าจะทำกินเองหรือสร้างรายได้จริง สุดท้าย เชฟจากัวร์ยังคงย้ำแนวคิดเดิมที่พาเขามาถึงวันนี้ว่า ต่อให้เรียนรู้มากแค่ไหน หากไม่ลงมือทำ ทุกอย่างก็เป็นเพียงความฝัน และต่อให้ทำพลาด ความผิดพลาดก็ยังเป็นครูที่ดีที่สุด

สำหรับผู้ที่กำลังมองหาโอกาสเปลี่ยนเส้นทางชีวิต หรืออยากเข้าใจข้าวแกงไทยอย่างลงลึก พบกันในวันเสาร์ที่ 31 มกราคม 2026 เวลา 09.00-15.00 น. ณ ศูนย์อาชีพและธุรกิจมติชน (มติชนอคาเดมี)