หน้าแรก ประชาชื่น เช็กอินโลเกชั...

เช็กอินโลเกชั่นใหม่ ศูนย์สาธารณสุข 30 ‘บางกอกน้อย’ เกาะโปรเจ็กต์บำบัดน้ำเสีย เคลียร์แผงค้า อย่าล้ำเส้น

27.01.26 | 11:10 น.
ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯกทม. เช็กหน้างาน ‘โครงการก่อสร้างระบบรวบรวมน้ำเสียธนบุรี’ ในพื้นที่บางกอกน้อย

เช็กอินโลเกชั่นใหม่
ศูนย์สาธารณสุข 30 ‘บางกอกน้อย’
เกาะโปรเจ็กต์บำบัดน้ำเสีย เคลียร์แผงค้า อย่าล้ำเส้น

ลงพื้นที่ฉ่ำๆ รัวๆ เช่นเคย สำหรับ #ทีมชัชชาติ โดยเมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมาถึงคิวฝั่งธน เช็กอิน ‘บางกอกน้อย’ ในหลายภารกิจ ทั้งเช็กคืบหน้าโครงการระบบบำบัดน้ำเสีย เปิดศูนย์สาธารณสุข 30 บางกอกน้อยแห่งใหม่ที่โยกย้ายมาจากวัดเจ้าอาม พร้อมกับบ้านหนังสือสุกันยา ตามด้วยการเซอร์ไพรส์แผงค้าขายแบบไม่แจ้งล่วงหน้า ลุยเคลียร์ทางเท้าให้สะอาดตา เดินสับแบบสะดวกโดยไม่ทำร้ายเศรษฐกิจรากแก้วจนเกินเหตุ

เช็กโปรเจ็กต์ ‘บำบัดน้ำเสีย’
ปรับแผน เร่งเฉพาะจุด เลี่ยงพื้นที่ไม่พร้อม

เริ่มต้นที่ประเด็นการดำเนินงานด้านระบบบำบัดน้ำเสียบริเวณคลองบ้านขมิ้น คลองข้างวัดดงมูลเหล็ก และคลองข้างวัดสุทธาวาส ซึ่ง ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลุยเช็กความคืบหน้าและความปลอดภัย รวมถึงรับฟังปัญหาและข้อเสนอแนะจากประชาชน โดยเน้นย้ำสำนักงานเขตและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งรัดการก่อสร้างระบบและบ่อบำบัดน้ำเสียในพื้นที่ ให้เป็นไปตามแผนงานและมาตรฐานที่กำหนด ติดตามความคืบหน้าอย่างใกล้ชิด ควบคุมคุณภาพงานก่อสร้าง และลดผลกระทบระหว่างการดำเนินงาน เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำเสียและฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมของชุมชนอย่างยั่งยืน

ผู้ว่าฯชัชชาติอธิบายว่า โครงการระบบเก็บรวบรวมน้ำเสียในพื้นที่ฝั่งธนบุรีเป็นหนึ่งในโครงการสำคัญของกรุงเทพมหานคร เพื่อแยกน้ำเสียจากครัวเรือนออกจากน้ำฝน และรวบรวมน้ำเสียไปบำบัดที่ศูนย์บำบัดน้ำเสียรวม เพื่อปรับปรุงคุณภาพน้ำในคลองและลดการปล่อยน้ำเสียลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา

Advertisement

อย่างไรก็ตาม พื้นที่ฝั่งธนบุรีมีคลองขนาดเล็กและอยู่ใกล้ชุมชน ทำให้การก่อสร้างต้องดำเนินงานภายในลำคลอง ซึ่งมีข้อจำกัดด้านพื้นที่ การนำเครื่องจักรเข้าไปทำงานทำได้ยาก ส่งผลให้การระบายน้ำไม่สะดวก และเกิดความล่าช้าในการก่อสร้าง สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชน อาทิ ปัญหาน้ำเสีย ขยะ ยุงเยอะ กทม.จึงได้ปรับแผนการดำเนินงาน โดยเร่งรัดเฉพาะจุดที่สามารถทำงานต่อเนื่องได้ทันที หลีกเลี่ยงการก่อสร้างล่วงหน้าในพื้นที่ที่ยังไม่พร้อม และควบคุมการก่อสร้างเพื่อลดผลกระทบต่อการระบายน้ำและชุมชน พร้อมตั้งเป้าเร่งดำเนินโครงการให้แล้วเสร็จตามแผนที่กำหนด โดยปัจจุบัน กรุงเทพมหานครสามารถจัดเก็บและบำบัดน้ำเสียได้ประมาณร้อยละ 49 ของปริมาณน้ำเสียทั้งหมด และอยู่ระหว่างทบทวนแนวทางการดำเนินงานในพื้นที่ฝั่งธนบุรีและชานเมือง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดผลกระทบต่อประชาชนอย่างยั่งยืนต่อไป

จากนั้น วาร์ปไปยังโรงเรียนวัดดงมูลเหล็ก คุยชาวบ้านในชุมชนวัดดงมูลเหล็ก และชุมชนวัดอมรทายิการาม นำข้อมูลไปวิเคราะห์และแก้ไขปัญหาให้ตรงจุด ก่อนลุยตรวจทางเท้าหน้าห้างแม็คโคร จรัญสนิทวงศ์ โดยกำชับเขตให้เพิ่มประสิทธิภาพการดูแลความปลอดภัยในพื้นที่สาธารณะ ใช้เทคโนโลยีควบคู่กับการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง โดยเฉพาะการใช้กล้อง CCTV ระบบ AI เพื่อกวดขันการขับขี่รถจักรยานยนต์บนทางเท้า สร้างความปลอดภัย ลดอุบัติเหตุ

ศูนย์บริการสาธารณสุข 30 บางกอกน้อย แห่งใหม่ ย้ายจากวัดเจ้าอาม ถนนบางขุนนนท์ สู่ถนนวังหลัง

ศูนย์สาธารณสุขใหม่ ย้ายจากวัดเจ้าอาม
เปิดบ้านหนังสือสุกันยา
‘สาธารณสุข’ ชนหมัด ‘การศึกษา’ ลดเหลื่อมล้ำ

อีกภารกิจคือการเปิดศูนย์บริการสาธารณสุข 30 บางกอกน้อย และบ้านหนังสือนางสุกันยา อิศรางกูร ณ อยุธยา บูรณาการการดูแลสุขภาพและการเรียนรู้ไว้ในอาคารเดียวกัน บนถนนวังหลัง แขวงบ้านช่างหล่อ

งานนี้ ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พญ.ดวงพร ปิณจีเสคิกุล ผู้อำนวยการสำนักอนามัย ผู้บริหารกรุงเทพมหานคร ผู้บริหารสำนักอนามัย ภาคีเครือข่าย และผู้ที่เกี่ยวข้อง ร่วมพิธีคับคั่ง อีกทั้งทายาทคุณยายสุกันยาผู้บริจาคที่ดินสร้างอาคารดังกล่าว

ผู้ว่าฯชัชชาติอธิบายว่า นโยบายหลักของ กทม.ไม่ได้มีเพียงเรื่องการเก็บขยะ หรือแก้ปัญหาน้ำท่วมเท่านั้น แต่ ‘สาธารณสุข’ และ ‘การศึกษา’ คือหัวใจสำคัญที่จะช่วยลดความเหลื่อมล้ำในสังคม ศูนย์บริการสาธารณสุขเปรียบเสมือนด่านหน้า หรือเส้นเลือดฝอย ที่ช่วยดูแลประชาชนในอาการเจ็บป่วยเบื้องต้น เพื่อลดความแออัดของโรงพยาบาลใหญ่ ปัจจุบันศูนย์บริการสาธารณสุขของ กทม.มีมาตรฐานในระดับสากล ทั้งด้านคุณภาพการบริการและความพึงพอใจ เพื่อให้ประชาชนไว้วางใจมาใช้บริการใกล้บ้าน การเปิดศูนย์แห่งนี้เป็นการประสานความร่วมมือระหว่างภาคประชาชน คือ ผู้บริจาคที่ดิน และภาครัฐ เพื่อสร้างระบบดูแลสุขภาพที่เข้าถึงง่ายและมีประสิทธิภาพตั้งแต่ระดับชุมชน

ภิมุข สิมะโรจน์ เยี่ยมชมบ้านหนังสือนางสุกันยา แหล่งเรียนรู้คู่ศูนย์บริการสาธารณสุข บางกอกน้อย

สำหรับศูนย์บริการสาธารณสุข 30 บางกอกน้อย เป็นหน่วยบริการปฐมภูมิอีกแห่งหนึ่งของสำนักอนามัยที่ได้รับการจัดสรรงบประมาณเพื่อก่อสร้างอาคารแห่งใหม่ เนื่องจากสถานที่แห่งเดิมที่ตั้งอยู่บนที่ดินของวัดเจ้าอามมีพื้นที่จำกัด ไม่สะดวกต่อการให้บริการประชาชนที่มีจำนวนมากขึ้น จึงได้ดำเนินการก่อสร้างอาคารศูนย์บริการสาธารณสุข 30 แห่งใหม่ เป็นอาคาร 7 ชั้น บนที่ดินบริจาคของนางสุกันยา อิศรางกูร ณ อยุธยา ที่มอบให้กรุงเทพมหานครเพื่อใช้เป็นสถานที่สร้างสิ่งที่เป็นสาธารณประโยชน์ ณ ถนนวังหลัง แขวงบ้านช่างหล่อ เขตบางกอกน้อย ซึ่งออกแบบโดยสำนักการโยธา ให้มีความทันสมัย และรองรับการให้บริการได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ รวมทั้งได้บูรณาการจัดสรรพื้นที่บริเวณชั้น 2 ให้เป็นบ้านหนังสือนางสุกันยา อิศรางกูร ณ อยุธยา ภายใต้การดูแลของฝ่ายพัฒนาชุมชนและสวัสดิการสังคม สำนักงานเขตบางกอกน้อย

ผู้ว่าฯชัชชาติไม่ลืมเอ่ยขอบคุณ สมัชชา ชื่นสงวน และอัญชีวา ชื่นสงวน ทายาทคุณยายสุกันยา ที่กรุณาบริจาคที่ดินเพื่อใช้ในการสร้างอาคารแห่งนี้ ซึ่งเริ่มให้บริการตั้งแต่วันที่ 28 ตุลาคม 2568 เพื่อให้บริการทางการแพทย์แก่ประชาชนในเขตบางกอกน้อยและพื้นที่ใกล้เคียง โดยได้เพิ่มศักยภาพการดูแลประชาชนเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตให้ดียิ่งขึ้น ตามนโยบายการยกระดับศูนย์บริการสาธารณสุขของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร อาทิ ศูนย์ส่งเสริมและฟื้นฟูสุขภาพ ศบส.พลัส คลินิกโรคภูมิแพ้ คลินิกกระตุ้นพัฒนาการ เป็นต้น

กล้อง CCTV ปากซอยจรัญสนิทวงศ์ 35 ดูแลความปลอดภัย

เข้มแผงค้า มาแบบเซอร์ไพรส์
เน้นทางเท้าสะอาด คนขายต้องเป็นเจ้าของตัวจริง

ปิดท้ายที่หมายงานเซอร์ไพรส์ในวันรุ่งขึ้น โดย จักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ตื่นแต่เช้าลงพื้นที่เกาะติดการจัดระเบียบพื้นที่ทำการค้าในย่านบางกอกน้อย 2 จุด ได้แก่ หน้าไปรษณีย์บางขุนนนท์ และซอยอิสรภาพ 44 หรือซอยแสงศึกษา ฝั่งหน้าร้านสวัสดิการกองทัพเรือ โดยมีผู้บริหารสำนักเทศกิจ และผู้ที่เกี่ยวข้อง ร่วมให้ข้อมูล

จุดแรก หน้าไปรษณีย์บางขุนนนท์ ตั้งแต่หอพักคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ถึงปากซอยบางขุนนนท์ 21 มีผู้ค้า 40 ราย เริ่มตั้งแผงขายตั้งแต่ช่วงสายไปจนถึงบ่าย ส่วนใหญ่เป็นอาหารปรุงสำเร็จ อาทิ หมูทอด ข้าวเหนียว ไส้กรอก กล้วยแขก ขนมครก ขนมหวาน โดยตั้งแผงและนำรถเข็นมาจอดบนทางเท้าด้านที่ติดกับผิวการจราจร

AI ตรวจจับผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์บนทางเท้า

ที่ผ่านมา ทางเขตบางกอกน้อยได้ประชุมสร้างความเข้าใจแก่ผู้ค้าให้ปรับลดขนาดของแผงค้าให้เล็กลง เนื่องจากความกว้างของทางเท้ามีขนาดเล็กและคับแคบ ผู้ค้าก็ดำเนินการตามนั้น พร้อมเว้นช่องว่างทางเดินเข้าออก อย่างไรก็ตาม ยังมีบางรายตั้งรถเข็นทิ้งไว้ ไม่จัดเก็บอุปกรณ์หลังขายเสร็จแต่ละวัน และยังกระจัดกระจายกัน ไม่รวมกันเป็นกลุ่มในพื้นที่เดียวกัน

ส่วนซอยอิสรภาพ 44 ฝั่งหน้าร้านสวัสดิการกองทัพเรือ เดิมคือซอยแสงศึกษา แต่เนื่องจากชื่อไปซ้ำกับนอกจุดทำการค้า เขตจึงเปลี่ยนชื่อใหม่เป็นซอยอิสรภาพ 44 โดยจุดนี้มีผู้ค้า 50 ราย ขายรอบเช้า 33 ราย รอบบ่าย 17 ราย ส่วนใหญ่นำรถเข็นมาจอดบนทางเท้า บางรายตั้งวางแผงค้าเป็นโต๊ะพับได้ ขายอาหารปรุงสำเร็จพร้อมรับประทานหลากหลาย อาทิ เกาเหลาเลือดหมู กวยจั๊บ โจ๊กหมู ข้าวต้มเครื่อง ก๋วยเตี๋ยวไก่มะระ ข้าวมันไก่ ข้าวแกงปักษ์ใต้ ไก่ทอด หมูปิ้ง กล้วยแขก น้ำเต้าหู้ เต้าฮวย ปาท่องโก๋ เครื่องดื่มชากาแฟ มะพร้าวน้ำหอม ผลไม้ตามฤดูกาล

ในจุดนี้พื้นที่ทางเท้าช่วงต้นซอยด้านถนนอิสรภาพจะมีขนาดแคบกว่าช่วงท้ายซอยด้านถนนอรุณอมรินทร์ ที่ผ่านมาเขตได้ประชุมสร้างความเข้าใจแก่ผู้ค้าในการจัดระเบียบพื้นที่ทำการค้าดังกล่าว โดยย้ายผู้ค้าที่ทำการค้าอยู่ในจุดที่พื้นที่ทางเท้าแคบ ให้เข้ามาอยู่ช่วงท้ายซอยซึ่งพื้นที่ทำการค้ากว้างกว่า โดยตั้งวางแผงค้าด้านในชิดริมรั้วร้านสวัสดิการกองทัพเรือ

ทายาทคุณยายสุกันยา อิศรางกูร ณ อยุธยา ร่วมตัดริบบิ้นเปิดศูนย์สาธารณสุขและบ้านหนังสือบนที่ดินบริจาค

อย่างไรก็ตาม พบผู้ค้า 2 ราย นำรถเข็นมาจอดขายไส้กรอกอีสาน และตั้งวางแผงขายข้าวโพดคั่วหน้า 7-11 ส่วนผู้ค้าอีก 2 ราย นำรถเข็นมาจอดขายขนมครก และตั้งวางแผงขายขนมใส่ไส้ ด้านข้าง 7-11 บนพื้นผิวการจราจร ซึ่งใน 2 จุดนี้ไม่อยู่ในพื้นที่ทำการค้าที่ทางเขตกำหนดไว้ โดยเฉพาะด้านข้างที่อยู่บนพื้นผิวการจราจร เสี่ยงอุบัติเหตุรถเฉี่ยวชน

ในส่วนพื้นที่ทำการค้าด้านในตลอดแนวรั้วร้านสวัสดิการกองทัพเรือ พบว่าผู้ค้าส่วนใหญ่มีการตั้งวางแผงค้าเกินขอบเขตที่กำหนดไว้ อีกทั้งผู้ค้า ‘ของทอด’ ไม่รักษาความสะอาดทางเท้าในจุดประกอบอาหาร มีคราบน้ำมันตกค้าง บางรายตั้งวางโต๊ะเก้าอี้เกินแนวเส้นที่เขตกำหนดไว้ ขณะที่บางแผงค้าจ้างคนงานมาขายแทนเจ้าของตัวจริง

“พื้นที่ทำการค้าแต่ละจุดย่อมมีปัญหาและอุปสรรคที่แตกต่างกัน บางจุดมีประชาชนร้องเรียนผ่านทาง Traffy Fondue ถึงความไม่เป็นระเบียบเรียบร้อย ในขณะเดียวกันบางจุดอยู่ในกลุ่มเป้าหมายที่เขตจะจัดระเบียบพื้นที่ทำการค้า เพื่อให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการทำการค้าปี’67 การลงพื้นที่ติดตามการจัดระเบียบพื้นที่ทำการค้าโดยไม่แจ้งล่วงหน้า ทำให้สามารถเห็นสภาพพื้นที่จริงและปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างชัดเจน นอกเหนือจากรายงานและภาพถ่ายที่เขตจัดส่งเป็นประจำ ซึ่งจะนำไปสู่การกำหนดแนวทางแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นได้อย่างตรงจุดยิ่งขึ้น” รองผู้ว่าฯจักกพันธุ์กล่าว

จักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าฯกทม. ตรวจแผงค้าแบบไม่แจ้งล่วงหน้า เห็นปัญหาจริง ไม่มีเตี๊ยม

ว่าแล้ว สั่งการสำนักเทศกิจประสานกับสำนักงานเขตบางกอกน้อย ตรวจสอบอัพเดตบัญชีรายชื่อผู้ค้าที่ทำการค้าอยู่ให้เป็นปัจจุบัน รวมถึงเช็กข้อมูลและจำนวนผู้ค้าให้ตรงกับข้อมูลของสำนักเทศกิจ คนขายต้องเป็นเจ้าของแผงตัวจริง หรือเป็นผู้ช่วยทำการค้าที่ลงทะเบียนไว้กับทางเขต ห้ามเช่าแผงค้าต่อจากผู้ค้ารายเดิม หรือจ้างใครมาขายแทน

ส่วนร้านขายอาหารทอด ต้องรักษาความสะอาด ไม่ให้มีคราบน้ำมันตกค้างบนพื้นทางเท้า ซึ่งก่อให้เกิดคราบสกปรก และกลิ่นไม่พึงประสงค์ ไม่เป็นไปตามหลักสุขาภิบาล ทั้งยังอาจทำให้ท่อตันจากคราบไขมันอีกต่างหาก ไม่ตั้งวางโต๊ะเก้าอี้ล้ำเส้นขอบเขตที่กำหนด ต้องเก็บเคลียร์ข้าวของให้เรียบร้อย ทำความสะอาดพื้นทุกวัน อย่าให้ขาด

ทั้งหมดนี้คือส่วนหนึ่งของเรื่องราวอัพเดตในเขตบางกอกน้อย ณ ฝั่งธนบุรี ที่ยังคงมีอะไรใหม่ๆ ให้ติดตามไม่รู้เบื่อ