หน้าแรก ประชาชื่น ‘รักษามหาสมุท...

‘รักษามหาสมุทรของเราให้ยั่งยืน’ (กว่าจะเป็น) นิทรรศการเทคโนโลยีเสมือนจริง ไฮไลต์ใหม่ พิพิธภัณฑ์เด็ก จตุจักร ยูนิโคล่XยูเนสโกXกรุงเทพมหานคร

31.01.26 | 12:37 น.
‘รักษามหาสมุทรของเราให้ยั่งยืน’ (กว่าจะเป็น) นิทรรศการเทคโนโลยีเสมือนจริง ไฮไลต์ใหม่ พิพิธภัณฑ์เด็ก จตุจักร ยูนิโคล่XยูเนสโกXกรุงเทพมหานคร
เทคโนโลยีเสมือนจริง (Virtual Reality : VR) ที่กลายเป็นไฮไลต์ใหม่ของพิพิธภัณฑ์เด็ก จตุจักร

‘รักษามหาสมุทรของเราให้ยั่งยืน’
(กว่าจะเป็น) นิทรรศการเทคโนโลยีเสมือนจริง
ไฮไลต์ใหม่ พิพิธภัณฑ์เด็ก จตุจักร
ยูนิโคล่XยูเนสโกXกรุงเทพมหานคร

ทุกวันนี้พลาสติกกว่า 8 ล้านตันถูกทิ้งลงในมหาสมุทร โลกกำลังเผชิญกับความท้าทายที่ไม่เคยมีมาก่อน ไม่ว่าจะเป็นมลภาวะ แหล่งที่อยู่อาศัยที่ถูกทำลาย รวมถึงการเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศซึ่งคุกคามสิ่งมีชีวิตในทะเลและระบบนิเวศทั้งหมดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

การพัฒนาอย่างรวดเร็วบวกกับประชากรชายฝั่งที่หนาแน่นขึ้นกว่าเดิมก็ยิ่งทำให้ผลกระทบรุนแรงขึ้น และเกิดผลที่ร้ายแรงตามมาต่อความหลากหลายทางชีวภาพ การดำรงชีวิตของคนในท้องถิ่นและเสถียรภาพของภูมิอากาศโลกอีกด้วย

23 มกราคมที่ผ่านมา บริษัท ยูนิโคล่ (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมกับสำนักงานยูเนสโกส่วนภูมิภาค กรุงเทพฯ, สำนักงานเพื่อการประสานงานสหประชาชาติในเอเชียและแปซิฟิก (ยูเนสโก) และกรุงเทพมหานคร จัด แถลงข่าวและเสวนาในหัวข้อ ‘Voices for the Ocean’
เนื่องในโอกาสที่กรุงเทพมหานคร รับมอบชุดนิทรรศการ ‘รักษามหาสมุทรของเราให้ยั่งยืน’ Sustaining Our Oceans: Building Healthy Relationships with Oceans in South-East Asia through Education for Sustainable Development (ESD) จากองค์การยูเนสโก กรุงเทพมหานคร ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากบริษัท ฟาสต์ รีเทลลิ่ง จำกัด (บริษัทแม่ของยูนิโคล่)

ชุดนิทรรศการนี้ ประกอบด้วยเทคโนโลยีเสมือนจริง Virtual Reality (VR) และเทคโนโลยีความจริงเสริม Augmented Reality (AR) โดยติดตั้ง บริเวณชั้น 2 อาคารจักรวาล พิพิธภัณฑ์เด็กกรุงเทพมหานครแห่งที่ 1 (จตุจักร) ชวนสำรวจระบบนิเวศทางทะเลทำความเข้าใจความหลากหลายทางชีวภาพทางทะเล เสมือน ‘ลงไปอยู่ในมหาสมุทร’ อย่างใกล้ชิด และสะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับมหาสมุทรสู่การอนุรักษ์และการเปลี่ยนแปลงทะเลอย่างยั่งยืน

Advertisement
(จากซ้าย) สิสราญ ปฐวีกานต์ (น้องโสน), ปพล วุฒิไกรเกรียง และ ปิยวัฒน์ สายแสง

สื่อผสานการเรียนรู้เสมือนจริง เสริมทักษะคนทุกวัย
ร่วมสร้างอนาคต ‘ยั่งยืน’

เปิดเวทีโดย ริกะ โยโรซุ ผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษาจากสำนักงานยูเนสโก กรุงเทพฯ และสำนักภูมิภาคด้านการศึกษาเอเชียและแปซิฟิก (UNESCO Bangkok) เปิดเผยว่า นี่ไม่ใช่เพียงโครงการด้านการศึกษา แต่เชื่อมโยงผู้คนทางด้านการศึกษา เสริมสร้างทักษะให้กับผู้เรียนทุกช่วงวัย

“แนวคิดนี้มีความสอดคล้องกับเศรษฐกิจพอเพียง ดำเนินงานโดยยูเนสโก ด้วยการสนับสนุนจาก บริษัทฟาสต์ รีเทลลิ่ง จำกัด (บริษัทแม่ของยูนิโคล่) ภายใต้โครงการมนุษย์และชีวมณฑลของยูเนสโกในประเทศไทย เวียดนาม อินโดนีเซีย โดยใช้การศึกษาเป็นเครื่องมือเชื่อมโยงเยาวชนกับระบบนิเวศที่พวกเขาพึ่งพิง ท่ามกลางความท้าทายร่วมกัน เช่น มลพิษและการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ

ในประเทศไทย ได้ทดลองใช้ชุดสื่อการเรียนรู้ที่ผสานการเรียนรู้เสมือนจริง กับนักเรียน 136 คน จากโรงเรียน 5 แห่ง ผลลัพธ์ที่ได้ คือ นักเรียนมีความรู้ ความมั่นใจในฐานะผู้รักษามหาสมุทรในอนาคต และในระดับประเทศนั้นมีความร่วมมือกับกระทรวงศึกษาธิการเพื่อขยายไปสู่โรงเรียนทั่วประเทศ เพราะมหาสมุทรเชื่อมโยงเราทุกคนเข้าด้วยกัน อนาคตของมหาสมุทรคืออนาคตของเรา ด้วยพลังของการศึกษา นวัตกรรม และเยาวชน เชื่อว่าพลังของเยาวชนจะสามารถสร้างอนาคตที่มีความเข้มแข็ง ความยั่งยืน และความเป็นไปได้ เราสามารถสร้างอนาคตที่ยั่งยืนและมีความยืดหยุ่นร่วมกันได้” ผู้เชี่ยวชาญจากยูเนสโกเผย

(จากซ้าย) ปพล วุฒิไกรเกรียง, ริกะ โยโรซุ, โยชิทาเกะ วากากุวะ, ปิยวัฒน์ สายแสง และ สิสราญ ปฐวีกานต์ (น้องโสน)

‘ยูนิโคล่’ ขับเคลื่อน Sustaining Our Oceans
หวังเยาวชนปกป้องมหาสมุทร จาก ‘รับรู้’ สู่ ‘ลงมือ’

ด้าน โยชิทาเกะ วากากุวะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ยูนิโคล่ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ความมุ่งมั่นของยูนิโคล่ต่อสิ่งแวดล้อมทางทะเล มีรากฐานมาจากปรัชญาของแบรนด์ที่ว่า ‘ปลดล็อกพลังแห่งเสื้อผ้า’ (Unlocking the Power of Clothing) มุ่งหวังที่จะเปลี่ยนเครื่องแต่งกายคุณภาพสูงให้กลายเป็น ‘พลังแห่งความดี’ (Force for Good) เพราะเสื้อผ้าไม่ได้เป็นเพียงสิ่งที่เราสวมใส่ แต่ยังสามารถส่งเสริมการเรียนรู้ สร้างแรงบันดาลใจและพลังเชิงบวกให้แก่สังคม

“ยูนิโคล่ ประเทศไทย ลงมือทำมาแล้ว 15 ปี รวมถึงเน้นย้ำความมุ่งมั่นในการสนับสนุนสิ่งแวดล้อม ชุมชน และเยาวชนผ่านโครงการ ‘Sustaining Our Oceans’ โดยมีเป้าหมายเพื่อช่วยให้เยาวชนไทยก้าวข้ามจากการรับรู้ไปสู่การลงมือปฏิบัติจริง ในการปกป้องมหาสมุทรและเดินหน้าสนับสนุนเยาวชน ผ่านโปรแกรมความรับผิดชอบต่อสังคมในหลากหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นการบริจาคเสื้อผ้า และกิจกรรมกีฬา ตลอดจนด้านการศึกษาและนวัตกรรม

สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของยูเนสโกต่อเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนข้อที่ 4 (SDG 4) และการศึกษาเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน (ESD) พร้อมทั้งเสริมพลังให้แก่เด็กและเยาวชนในฐานะตัวแทนของการเปลี่ยนแปลงและเชื่อมโยงสิ่งที่พวกเขาเรียนรู้ในวันนี้กับการตัดสินใจเพื่ออนาคตของโลกในวันข้างหน้า” โยชิทาเกะกล่าว

‘ยูเนสโก’ ลุยเปิดพื้นที่เรียนรู้
‘วิทยาศาสตร์ทางทะเล’ ไม่จำกัดแค่ในตำรา

ด้าน ปพล วุฒิไกรเกรียง รองเจ้าหน้าที่โครงการด้านการศึกษา ยูเนสโก กรุงเทพฯ เผยข้อมูลจาก UN Ocean Conference ที่ระบุชัดว่า อุณหภูมิน้ำทะเลสูงขึ้นทุกปีจนทำลายสถิติ ส่งผลให้เกิดโดมิโนเอฟเฟ็กต์ ตั้งแต่น้ำแข็งขั้วโลกละลายไปจนถึงระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้นอย่างน่ากลัว ความท้าทายนี้ล้วนมีจุดเริ่มต้นจากน้ำมือมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นการทิ้งขยะลงแม่น้ำที่สุดท้ายไหลไปรวมกันในทะเล สถานการณ์ตอนนี้เปรียบเสมือน มหาสมุทรกำลังขาดอากาศหายใจ

“ปัญหาเหล่านี้ไม่ใช่แค่เรื่องของวันนี้ แต่คือภาระที่คนรุ่นหลังต้องแบกรับ ยูเนสโกเชื่อว่าทางออกที่ดีที่สุด คือการให้การศึกษาและการสร้างความตระหนักรู้ เราจึงมุ่งเน้นการสร้างพื้นที่เรียนรู้ทั้งในห้องเรียน พิพิธภัณฑ์ และห้องสมุด เพื่อให้ความเข้าใจเรื่องทะเลเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตผู้คน

ปัจจุบันเรากำลังขับเคลื่อนโครงการอนุรักษ์มหาสมุทร ซึ่งมีเป้าหมายหลัก คือ การเปิดพื้นที่แห่งการเรียนรู้ธรรมชาติเพื่อสร้างรากฐานที่ยั่งยืนให้แก่ท้องทะเลในอนาคต เราเชื่อว่าการส่งต่อความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ทางทะเลไม่จำเป็นต้องจำกัดอยู่แค่ในตำราแบบ Traditional Learning” ปพลกล่าว ก่อนเล่นต่อไปว่า ได้ร่วมมือกับผู้เชี่ยวชาญและพันธมิตรระดับโลกอย่าง Fast Retailing บริษัทแม่ของยูนิโคล่ พัฒนาสื่อการเรียนรู้ รูปแบบใหม่ที่เน้นความสนุกและสมจริง โดยนำเทคโนโลยี Virtual Reality (VR) เข้ามาช่วย เพื่อให้เด็กๆ ได้สัมผัสประสบการณ์การสำรวจโลกใต้พรรณพฤกษาและสัตว์น้ำได้ผ่านนิทรรศการที่จัดตั้งขึ้น

“ตัวอย่างที่เห็นภาพชัดเจนที่สุด คือ ห้องสมุดทะเลอันดามัน ที่นี่เปิดโอกาสให้เด็กๆได้สวมบทบาทเป็นนักสำรวจท้องทะเล เพื่อเรียนรู้ว่าสัตว์ทะเลแต่ละชนิดมีบทบาทสำคัญอย่างไรต่อระบบนิเวศ โดยได้จำลองพื้นที่โซนอันดามันในจังหวัดระนองมาไว้ถึง 3 โซน และรวบรวมข้อมูลสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลกว่า 90 สายพันธุ์

ห้องสมุดทะเลอันดามันเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้สำรวจระบบนิเวศทางทะเลในโลกเสมือนและเรียนรู้ถึงความสำคัญของความหลากหลายทางชีวภาพ ผู้เรียนจะได้รับมอบหมาย 3 ภารกิจ คือ การฟื้นฟูระบบนิเวศทางทะเล, เข้าใจความหลากหลายทางชีวภาพ และบรรเทาปัญหาและความท้าทายทางทะเล

ขณะเดียวกัน ยังมีการเรียนรู้ เรื่อง ความท้าทายทางมหาสมุทรผ่าน AR ที่จะได้ฝึกวิเคราะห์ความท้าทายทางทะเลที่เกิดจากกิจกรรมของมนุษย์ อาทิ มลพิษ ภาวะโลกร้อน และการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ ผ่านเทคโนโลยีความเป็นจริงเสริม (AugementedReality – AR) ด้วย” ปพลเล่า

Oceans Challenge จากความท้าทายในพื้นที่จริง
สู่เกมอินเตอร์แอ๊กทีฟ เล่นผ่านแอพพ์-การ์ดจับคู่

ชาลิสา จันทรักษา เจ้าหน้าที่การศึกษามหาสมุทรและชุมชน ยูเนสโก กรุงเทพฯ อธิบายที่มาของ AR และ VR ว่า ทางยูเนสโกและ FabCafe ได้ลงพื้นที่ไปสัมภาษณ์โรงเรียนในจังหวัดระนอง ข้อความสำคัญที่ได้จากคุณครู คือ ต้องการเครื่องมือที่ช่วยแนะแนวการระดมความคิดหรือไอเดียเพื่อให้นักเรียน คิด วิเคราะห์ ได้ ประกอบกับการที่เราไปพูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญแล้วพบว่าปัญหาเกี่ยวกับมหาสมุทรมีจำนวนมาก กระจัดกระจาย เข้าถึงได้ยากสำหรับนักเรียน และไม่เป็นเฉพาะพื้นที่ทำให้นักเรียนอาจไม่เข้าใจปัญหามหาสมุทร

“ปัญหานี้ลิสต์มาสู่ เกม Oceans Challenge เป็นพื้นฐานของสื่อการเรียนรู้ เกม Oceans Challenge ว่าเนื้อหาไม่ใช่คำตอบ เราต้องการสร้างกระบวนการเพื่อที่ให้นักเรียนคิด พูดคุย และประเมินร่วมกัน เกมถูกออกแบบมาให้เป็นประสบการณ์เรียนรู้แบบทีมและส่งเสริมการสนทนาและตัดสินใจร่วมกัน ไม่ใช่การบรรยายเพียงอย่างเดียว” ชาลิสาเล่า

ขณะที่ ชลธิชา อรุณรุ่งก้าวไกล นักวิจัยและผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีการออกแบบ FabCafe กรุงเทพฯ เสริมว่า เกม Oceans Challenge เริ่มจากการที่ให้นักเรียนได้เข้าใจถึงประเด็นปัญหา หรือความท้าทายทางทะเลในปัจจุบัน ผ่านสื่ออินเตอร์แอ๊กทีฟ (Interactive Media) เล่นผ่านแอพพลิเคชั่น STYLY ทางมือถือหรือแท็บเล็ต ในกรณีที่ไม่มีอุปกรณ์ สามารถใช้เป็น Oceans Challenge การ์ด การ์ดจับคู่ทดแทนได้เหมือนกัน

“สื่อนี้จะแบ่งความท้าทายทางทะเลออกเป็น 3 ประเภท คือ มลพิษและของเสีย, การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศและความอุดมสมบูรณ์ของมหาสมุทร, ความเสื่อมโทรมของสิ่งที่อยู่อาศัยทางทะเล การแบ่งหมวดหมู่ออกมาเป็นโครงสร้างนี้ จะช่วยให้ผู้เรียนเข้าใจประเด็นที่ซับซ้อนได้ง่าย กลุ่มเป้าหมายหลักที่เน้น คือนักเรียนระดับประถมศึกษาตอนปลายถึงมัธยมศึกษาตอนต้น แต่โดยรวมไม่ได้จำกัดอายุแบบจริงจังเพราะจากการสังเกตการณ์พบว่ามีตั้งแต่น้องๆ เด็กเล็กไปจนถึงระดับนักศึกษามหาวิทยาลัยที่ให้ความสนใจเข้าร่วมกิจกรรมเช่นกัน

นอกจากนี้ ยังต่อยอดด้วยการพาสำรวจพื้นที่จริง รวบรวมข้อมูล และเรียนรู้การอยู่ร่วมกันแบบเป็นหนึ่งเดียวกับท้องทะเล คู่มือนี้จะส่งเสริมให้ได้เรียนรู้จากประสบการณ์ของชาวบ้านในหมู่บ้านชาวประมงและชุมชนเกาะขนาดเล็ก กิจกรรมนี้มุ่งเปลี่ยนความรู้เรื่องท้องทะเลจากเดิมที่เป็นความเข้าใจแบบนามธรรม ให้เป็นความผูกพันที่ได้สัมผัสและรู้สึกร่วมกัน เพื่อให้เกิดจิตสำนึกที่จะปกป้องด้วยความเต็มใจ” ชลธิชาอธิบาย 

AR Games ผ่านแอพพลิเคชั่น STYLY

เครื่องยนต์เรือ กิจกรรมมนุษย์ ‘มลภาวะทางเสียง’
ทำสัตว์ทะเลตกใจ กระทบสมดุลอย่างคาดไม่ถึง

อีกหนึ่งมุมมองที่ถูกหยิบยกขึ้นมาสะท้อนในเวทีครั้งนี้ คือ เสียงของเยาวชนที่ชี้ให้เห็นปัญหาสิ่งแวดล้อมทางทะเลซึ่งมักถูกมองข้าม

สิสราญ ปฐวีกานต์ ตัวแทนเยาวชนจากศูนย์การค้าและสิ่งแวดล้อม (EEC) ประเทศไทย กล่าวถึงมลภาวะทางเสียง (Noise Pollution) ว่า ผลจากงานวิจัยพบว่าเสียงจากเครื่องยนต์เรือ และกิจกรรมต่างๆ ของมนุษย์ส่งผลกระทบต่อสัตว์ทะเลอย่างรุนแรง ทำให้พวกมันตกใจเสียสมดุล และรบกวนการดำรงชีวิตตามธรรมชาติอย่างที่พวกเราคาดไม่ถึง จึงอยากให้ทุกคนช่วยกันใส่ใจในรายละเอียดเล็กๆ เหล่านี้

“ปัจจุบันกำลังทำโปรเจ็กต์ภายใต้โครงการ SDGs โดยล่าสุดได้ลงพื้นที่ไปทำวิจัยและสัมภาษณ์คนในท้องถิ่นเพื่อเจาะลึกถึงต้นตอของปัญหาว่า ทำไมวิกฤตทางทะเลเหล่านี้ยังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างจริงจัง จากการพูดคุยกับชาวประมงในพื้นที่ ได้ข้อมูลที่น่าตกใจมาก ว่าจำนวนปลาที่จับได้ลดน้อยลงอย่างมหาศาล ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากมลภาวะทางเสียงที่ไปรบกวนระบบนิเวศ จึงตั้งใจนำข้อมูลชุดนี้ไปต่อยอดเพื่อสร้างความตระหนักรู้ เชื่อว่าหากเราทำให้ทุกคนเห็นภาพความเสียหายที่เกิดขึ้นจริงผ่านเสียงของคนในพื้นที่จะช่วยกระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลงและการรับมือกับปัญหาได้อย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น” สิสราญกล่าว

Oceans Challenge การ์ด

นิทรรศการใหม่ ไฮไลต์ใหม่ พิพิธภัณฑ์เด็ก จตุจักร
‘ดึงดูดความสนใจดีเยี่ยม’

ปิยวัฒน์ สายแสง ผู้อำนวยการส่วนห้องสมุดและการเรียนรู้ กรุงเทพมหานคร เจ้าของพื้นที่ ปิดท้ายว่าได้รับมอบนวัตกรรมชิ้นนี้จากยูเนสโก ตั้งแต่ 8 มกราคมที่ผ่านมา เด็กๆ ให้ความสนใจเทคโนโลยี Virtual Reality (VR) มาก เพราะทำให้เขารู้สึกเหมือนได้ลงไปสัมผัสโลกใต้ทะเลจริงๆ

“ต้องยอมรับว่านิทรรศการชุดนี้กลายเป็นไฮไลต์ใหม่ของพิพิธภัณฑ์เด็กที่ดึงดูดความสนใจได้ดีเยี่ยม หลังจากนี้จะมีการประเมินผลอย่างต่อเนื่อง และหวังเป็นอย่างยิ่งว่ายูเนสโก จะให้ความกรุณาในการสนับสนุนและร่วมมือกับเราต่อไปในอนาคต

นอกจากนี้ กทม.ยังมีห้องสมุดอีกกว่า 35 แห่ง กระจายอยู่ทั่วกรุงเทพฯ ซึ่งสามารถต่อยอดโดยการจัดทำนิทรรศการเคลื่อนที่ไปยังจุดต่างๆ ได้ โดยทางยูเนสโกไม่ได้ให้เพียงเนื้อหาความรู้แต่ยังสนับสนุนอุปกรณ์ต่างๆ มาให้ด้วย หวังว่าในอนาคตเราจะได้ขยายผลไปสู่หัวข้ออื่นๆ เพื่อช่วยให้เยาวชนไทยตระหนักถึงทรัพยากรธรรมชาติ เพราะการสร้างจิตสำนึกตั้งแต่วัยเยาว์ คือ สิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุด” ปิยวัฒน์ทิ้งท้าย

เยี่ยมชมพื้นที่การเรียนรู้เรื่องมหาสมุทรสำหรับเยาวชน ผ่านเทคโนโลยีเสมือนจริงแบบเสริม (Augmented Reality: AR) และเทคโนโลยีเสมือนจริง (Virtual Reality: VR) ได้แล้ววันนี้ ที่พิพิธภัณฑ์เด็กกรุงเทพมหานคร แห่งที่ 1 (จตุจักร) และเรียนรู้เกี่ยวกับโครงการ Sustaining Our Oceans ได้ที่ https://www.sustainingouroceans.com/

รัตนาพร กุลหงษ์