‘รักษามหาสมุทรของเราให้ยั่งยืน’
(กว่าจะเป็น) นิทรรศการเทคโนโลยีเสมือนจริง
ไฮไลต์ใหม่ พิพิธภัณฑ์เด็ก จตุจักร
ยูนิโคล่XยูเนสโกXกรุงเทพมหานคร
ทุกวันนี้พลาสติกกว่า 8 ล้านตันถูกทิ้งลงในมหาสมุทร โลกกำลังเผชิญกับความท้าทายที่ไม่เคยมีมาก่อน ไม่ว่าจะเป็นมลภาวะ แหล่งที่อยู่อาศัยที่ถูกทำลาย รวมถึงการเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศซึ่งคุกคามสิ่งมีชีวิตในทะเลและระบบนิเวศทั้งหมดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
การพัฒนาอย่างรวดเร็วบวกกับประชากรชายฝั่งที่หนาแน่นขึ้นกว่าเดิมก็ยิ่งทำให้ผลกระทบรุนแรงขึ้น และเกิดผลที่ร้ายแรงตามมาต่อความหลากหลายทางชีวภาพ การดำรงชีวิตของคนในท้องถิ่นและเสถียรภาพของภูมิอากาศโลกอีกด้วย
23 มกราคมที่ผ่านมา บริษัท ยูนิโคล่ (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมกับสำนักงานยูเนสโกส่วนภูมิภาค กรุงเทพฯ, สำนักงานเพื่อการประสานงานสหประชาชาติในเอเชียและแปซิฟิก (ยูเนสโก) และกรุงเทพมหานคร จัด แถลงข่าวและเสวนาในหัวข้อ ‘Voices for the Ocean’
เนื่องในโอกาสที่กรุงเทพมหานคร รับมอบชุดนิทรรศการ ‘รักษามหาสมุทรของเราให้ยั่งยืน’ Sustaining Our Oceans: Building Healthy Relationships with Oceans in South-East Asia through Education for Sustainable Development (ESD) จากองค์การยูเนสโก กรุงเทพมหานคร ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากบริษัท ฟาสต์ รีเทลลิ่ง จำกัด (บริษัทแม่ของยูนิโคล่)
ชุดนิทรรศการนี้ ประกอบด้วยเทคโนโลยีเสมือนจริง Virtual Reality (VR) และเทคโนโลยีความจริงเสริม Augmented Reality (AR) โดยติดตั้ง บริเวณชั้น 2 อาคารจักรวาล พิพิธภัณฑ์เด็กกรุงเทพมหานครแห่งที่ 1 (จตุจักร) ชวนสำรวจระบบนิเวศทางทะเลทำความเข้าใจความหลากหลายทางชีวภาพทางทะเล เสมือน ‘ลงไปอยู่ในมหาสมุทร’ อย่างใกล้ชิด และสะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับมหาสมุทรสู่การอนุรักษ์และการเปลี่ยนแปลงทะเลอย่างยั่งยืน

สื่อผสานการเรียนรู้เสมือนจริง เสริมทักษะคนทุกวัย
ร่วมสร้างอนาคต ‘ยั่งยืน’
เปิดเวทีโดย ริกะ โยโรซุ ผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษาจากสำนักงานยูเนสโก กรุงเทพฯ และสำนักภูมิภาคด้านการศึกษาเอเชียและแปซิฟิก (UNESCO Bangkok) เปิดเผยว่า นี่ไม่ใช่เพียงโครงการด้านการศึกษา แต่เชื่อมโยงผู้คนทางด้านการศึกษา เสริมสร้างทักษะให้กับผู้เรียนทุกช่วงวัย
“แนวคิดนี้มีความสอดคล้องกับเศรษฐกิจพอเพียง ดำเนินงานโดยยูเนสโก ด้วยการสนับสนุนจาก บริษัทฟาสต์ รีเทลลิ่ง จำกัด (บริษัทแม่ของยูนิโคล่) ภายใต้โครงการมนุษย์และชีวมณฑลของยูเนสโกในประเทศไทย เวียดนาม อินโดนีเซีย โดยใช้การศึกษาเป็นเครื่องมือเชื่อมโยงเยาวชนกับระบบนิเวศที่พวกเขาพึ่งพิง ท่ามกลางความท้าทายร่วมกัน เช่น มลพิษและการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ
ในประเทศไทย ได้ทดลองใช้ชุดสื่อการเรียนรู้ที่ผสานการเรียนรู้เสมือนจริง กับนักเรียน 136 คน จากโรงเรียน 5 แห่ง ผลลัพธ์ที่ได้ คือ นักเรียนมีความรู้ ความมั่นใจในฐานะผู้รักษามหาสมุทรในอนาคต และในระดับประเทศนั้นมีความร่วมมือกับกระทรวงศึกษาธิการเพื่อขยายไปสู่โรงเรียนทั่วประเทศ เพราะมหาสมุทรเชื่อมโยงเราทุกคนเข้าด้วยกัน อนาคตของมหาสมุทรคืออนาคตของเรา ด้วยพลังของการศึกษา นวัตกรรม และเยาวชน เชื่อว่าพลังของเยาวชนจะสามารถสร้างอนาคตที่มีความเข้มแข็ง ความยั่งยืน และความเป็นไปได้ เราสามารถสร้างอนาคตที่ยั่งยืนและมีความยืดหยุ่นร่วมกันได้” ผู้เชี่ยวชาญจากยูเนสโกเผย

‘ยูนิโคล่’ ขับเคลื่อน Sustaining Our Oceans
หวังเยาวชนปกป้องมหาสมุทร จาก ‘รับรู้’ สู่ ‘ลงมือ’
ด้าน โยชิทาเกะ วากากุวะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ยูนิโคล่ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ความมุ่งมั่นของยูนิโคล่ต่อสิ่งแวดล้อมทางทะเล มีรากฐานมาจากปรัชญาของแบรนด์ที่ว่า ‘ปลดล็อกพลังแห่งเสื้อผ้า’ (Unlocking the Power of Clothing) มุ่งหวังที่จะเปลี่ยนเครื่องแต่งกายคุณภาพสูงให้กลายเป็น ‘พลังแห่งความดี’ (Force for Good) เพราะเสื้อผ้าไม่ได้เป็นเพียงสิ่งที่เราสวมใส่ แต่ยังสามารถส่งเสริมการเรียนรู้ สร้างแรงบันดาลใจและพลังเชิงบวกให้แก่สังคม
“ยูนิโคล่ ประเทศไทย ลงมือทำมาแล้ว 15 ปี รวมถึงเน้นย้ำความมุ่งมั่นในการสนับสนุนสิ่งแวดล้อม ชุมชน และเยาวชนผ่านโครงการ ‘Sustaining Our Oceans’ โดยมีเป้าหมายเพื่อช่วยให้เยาวชนไทยก้าวข้ามจากการรับรู้ไปสู่การลงมือปฏิบัติจริง ในการปกป้องมหาสมุทรและเดินหน้าสนับสนุนเยาวชน ผ่านโปรแกรมความรับผิดชอบต่อสังคมในหลากหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นการบริจาคเสื้อผ้า และกิจกรรมกีฬา ตลอดจนด้านการศึกษาและนวัตกรรม
สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของยูเนสโกต่อเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนข้อที่ 4 (SDG 4) และการศึกษาเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน (ESD) พร้อมทั้งเสริมพลังให้แก่เด็กและเยาวชนในฐานะตัวแทนของการเปลี่ยนแปลงและเชื่อมโยงสิ่งที่พวกเขาเรียนรู้ในวันนี้กับการตัดสินใจเพื่ออนาคตของโลกในวันข้างหน้า” โยชิทาเกะกล่าว
‘ยูเนสโก’ ลุยเปิดพื้นที่เรียนรู้
‘วิทยาศาสตร์ทางทะเล’ ไม่จำกัดแค่ในตำรา
ด้าน ปพล วุฒิไกรเกรียง รองเจ้าหน้าที่โครงการด้านการศึกษา ยูเนสโก กรุงเทพฯ เผยข้อมูลจาก UN Ocean Conference ที่ระบุชัดว่า อุณหภูมิน้ำทะเลสูงขึ้นทุกปีจนทำลายสถิติ ส่งผลให้เกิดโดมิโนเอฟเฟ็กต์ ตั้งแต่น้ำแข็งขั้วโลกละลายไปจนถึงระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้นอย่างน่ากลัว ความท้าทายนี้ล้วนมีจุดเริ่มต้นจากน้ำมือมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นการทิ้งขยะลงแม่น้ำที่สุดท้ายไหลไปรวมกันในทะเล สถานการณ์ตอนนี้เปรียบเสมือน มหาสมุทรกำลังขาดอากาศหายใจ
“ปัญหาเหล่านี้ไม่ใช่แค่เรื่องของวันนี้ แต่คือภาระที่คนรุ่นหลังต้องแบกรับ ยูเนสโกเชื่อว่าทางออกที่ดีที่สุด คือการให้การศึกษาและการสร้างความตระหนักรู้ เราจึงมุ่งเน้นการสร้างพื้นที่เรียนรู้ทั้งในห้องเรียน พิพิธภัณฑ์ และห้องสมุด เพื่อให้ความเข้าใจเรื่องทะเลเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตผู้คน
ปัจจุบันเรากำลังขับเคลื่อนโครงการอนุรักษ์มหาสมุทร ซึ่งมีเป้าหมายหลัก คือ การเปิดพื้นที่แห่งการเรียนรู้ธรรมชาติเพื่อสร้างรากฐานที่ยั่งยืนให้แก่ท้องทะเลในอนาคต เราเชื่อว่าการส่งต่อความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ทางทะเลไม่จำเป็นต้องจำกัดอยู่แค่ในตำราแบบ Traditional Learning” ปพลกล่าว ก่อนเล่นต่อไปว่า ได้ร่วมมือกับผู้เชี่ยวชาญและพันธมิตรระดับโลกอย่าง Fast Retailing บริษัทแม่ของยูนิโคล่ พัฒนาสื่อการเรียนรู้ รูปแบบใหม่ที่เน้นความสนุกและสมจริง โดยนำเทคโนโลยี Virtual Reality (VR) เข้ามาช่วย เพื่อให้เด็กๆ ได้สัมผัสประสบการณ์การสำรวจโลกใต้พรรณพฤกษาและสัตว์น้ำได้ผ่านนิทรรศการที่จัดตั้งขึ้น
“ตัวอย่างที่เห็นภาพชัดเจนที่สุด คือ ห้องสมุดทะเลอันดามัน ที่นี่เปิดโอกาสให้เด็กๆได้สวมบทบาทเป็นนักสำรวจท้องทะเล เพื่อเรียนรู้ว่าสัตว์ทะเลแต่ละชนิดมีบทบาทสำคัญอย่างไรต่อระบบนิเวศ โดยได้จำลองพื้นที่โซนอันดามันในจังหวัดระนองมาไว้ถึง 3 โซน และรวบรวมข้อมูลสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลกว่า 90 สายพันธุ์
ห้องสมุดทะเลอันดามันเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้สำรวจระบบนิเวศทางทะเลในโลกเสมือนและเรียนรู้ถึงความสำคัญของความหลากหลายทางชีวภาพ ผู้เรียนจะได้รับมอบหมาย 3 ภารกิจ คือ การฟื้นฟูระบบนิเวศทางทะเล, เข้าใจความหลากหลายทางชีวภาพ และบรรเทาปัญหาและความท้าทายทางทะเล
ขณะเดียวกัน ยังมีการเรียนรู้ เรื่อง ความท้าทายทางมหาสมุทรผ่าน AR ที่จะได้ฝึกวิเคราะห์ความท้าทายทางทะเลที่เกิดจากกิจกรรมของมนุษย์ อาทิ มลพิษ ภาวะโลกร้อน และการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ ผ่านเทคโนโลยีความเป็นจริงเสริม (AugementedReality – AR) ด้วย” ปพลเล่า
Oceans Challenge จากความท้าทายในพื้นที่จริง
สู่เกมอินเตอร์แอ๊กทีฟ เล่นผ่านแอพพ์-การ์ดจับคู่
ชาลิสา จันทรักษา เจ้าหน้าที่การศึกษามหาสมุทรและชุมชน ยูเนสโก กรุงเทพฯ อธิบายที่มาของ AR และ VR ว่า ทางยูเนสโกและ FabCafe ได้ลงพื้นที่ไปสัมภาษณ์โรงเรียนในจังหวัดระนอง ข้อความสำคัญที่ได้จากคุณครู คือ ต้องการเครื่องมือที่ช่วยแนะแนวการระดมความคิดหรือไอเดียเพื่อให้นักเรียน คิด วิเคราะห์ ได้ ประกอบกับการที่เราไปพูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญแล้วพบว่าปัญหาเกี่ยวกับมหาสมุทรมีจำนวนมาก กระจัดกระจาย เข้าถึงได้ยากสำหรับนักเรียน และไม่เป็นเฉพาะพื้นที่ทำให้นักเรียนอาจไม่เข้าใจปัญหามหาสมุทร
“ปัญหานี้ลิสต์มาสู่ เกม Oceans Challenge เป็นพื้นฐานของสื่อการเรียนรู้ เกม Oceans Challenge ว่าเนื้อหาไม่ใช่คำตอบ เราต้องการสร้างกระบวนการเพื่อที่ให้นักเรียนคิด พูดคุย และประเมินร่วมกัน เกมถูกออกแบบมาให้เป็นประสบการณ์เรียนรู้แบบทีมและส่งเสริมการสนทนาและตัดสินใจร่วมกัน ไม่ใช่การบรรยายเพียงอย่างเดียว” ชาลิสาเล่า
ขณะที่ ชลธิชา อรุณรุ่งก้าวไกล นักวิจัยและผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีการออกแบบ FabCafe กรุงเทพฯ เสริมว่า เกม Oceans Challenge เริ่มจากการที่ให้นักเรียนได้เข้าใจถึงประเด็นปัญหา หรือความท้าทายทางทะเลในปัจจุบัน ผ่านสื่ออินเตอร์แอ๊กทีฟ (Interactive Media) เล่นผ่านแอพพลิเคชั่น STYLY ทางมือถือหรือแท็บเล็ต ในกรณีที่ไม่มีอุปกรณ์ สามารถใช้เป็น Oceans Challenge การ์ด การ์ดจับคู่ทดแทนได้เหมือนกัน
“สื่อนี้จะแบ่งความท้าทายทางทะเลออกเป็น 3 ประเภท คือ มลพิษและของเสีย, การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศและความอุดมสมบูรณ์ของมหาสมุทร, ความเสื่อมโทรมของสิ่งที่อยู่อาศัยทางทะเล การแบ่งหมวดหมู่ออกมาเป็นโครงสร้างนี้ จะช่วยให้ผู้เรียนเข้าใจประเด็นที่ซับซ้อนได้ง่าย กลุ่มเป้าหมายหลักที่เน้น คือนักเรียนระดับประถมศึกษาตอนปลายถึงมัธยมศึกษาตอนต้น แต่โดยรวมไม่ได้จำกัดอายุแบบจริงจังเพราะจากการสังเกตการณ์พบว่ามีตั้งแต่น้องๆ เด็กเล็กไปจนถึงระดับนักศึกษามหาวิทยาลัยที่ให้ความสนใจเข้าร่วมกิจกรรมเช่นกัน
นอกจากนี้ ยังต่อยอดด้วยการพาสำรวจพื้นที่จริง รวบรวมข้อมูล และเรียนรู้การอยู่ร่วมกันแบบเป็นหนึ่งเดียวกับท้องทะเล คู่มือนี้จะส่งเสริมให้ได้เรียนรู้จากประสบการณ์ของชาวบ้านในหมู่บ้านชาวประมงและชุมชนเกาะขนาดเล็ก กิจกรรมนี้มุ่งเปลี่ยนความรู้เรื่องท้องทะเลจากเดิมที่เป็นความเข้าใจแบบนามธรรม ให้เป็นความผูกพันที่ได้สัมผัสและรู้สึกร่วมกัน เพื่อให้เกิดจิตสำนึกที่จะปกป้องด้วยความเต็มใจ” ชลธิชาอธิบาย

เครื่องยนต์เรือ กิจกรรมมนุษย์ ‘มลภาวะทางเสียง’
ทำสัตว์ทะเลตกใจ กระทบสมดุลอย่างคาดไม่ถึง
อีกหนึ่งมุมมองที่ถูกหยิบยกขึ้นมาสะท้อนในเวทีครั้งนี้ คือ เสียงของเยาวชนที่ชี้ให้เห็นปัญหาสิ่งแวดล้อมทางทะเลซึ่งมักถูกมองข้าม
สิสราญ ปฐวีกานต์ ตัวแทนเยาวชนจากศูนย์การค้าและสิ่งแวดล้อม (EEC) ประเทศไทย กล่าวถึงมลภาวะทางเสียง (Noise Pollution) ว่า ผลจากงานวิจัยพบว่าเสียงจากเครื่องยนต์เรือ และกิจกรรมต่างๆ ของมนุษย์ส่งผลกระทบต่อสัตว์ทะเลอย่างรุนแรง ทำให้พวกมันตกใจเสียสมดุล และรบกวนการดำรงชีวิตตามธรรมชาติอย่างที่พวกเราคาดไม่ถึง จึงอยากให้ทุกคนช่วยกันใส่ใจในรายละเอียดเล็กๆ เหล่านี้
“ปัจจุบันกำลังทำโปรเจ็กต์ภายใต้โครงการ SDGs โดยล่าสุดได้ลงพื้นที่ไปทำวิจัยและสัมภาษณ์คนในท้องถิ่นเพื่อเจาะลึกถึงต้นตอของปัญหาว่า ทำไมวิกฤตทางทะเลเหล่านี้ยังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างจริงจัง จากการพูดคุยกับชาวประมงในพื้นที่ ได้ข้อมูลที่น่าตกใจมาก ว่าจำนวนปลาที่จับได้ลดน้อยลงอย่างมหาศาล ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากมลภาวะทางเสียงที่ไปรบกวนระบบนิเวศ จึงตั้งใจนำข้อมูลชุดนี้ไปต่อยอดเพื่อสร้างความตระหนักรู้ เชื่อว่าหากเราทำให้ทุกคนเห็นภาพความเสียหายที่เกิดขึ้นจริงผ่านเสียงของคนในพื้นที่จะช่วยกระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลงและการรับมือกับปัญหาได้อย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น” สิสราญกล่าว

นิทรรศการใหม่ ไฮไลต์ใหม่ พิพิธภัณฑ์เด็ก จตุจักร
‘ดึงดูดความสนใจดีเยี่ยม’
ปิยวัฒน์ สายแสง ผู้อำนวยการส่วนห้องสมุดและการเรียนรู้ กรุงเทพมหานคร เจ้าของพื้นที่ ปิดท้ายว่าได้รับมอบนวัตกรรมชิ้นนี้จากยูเนสโก ตั้งแต่ 8 มกราคมที่ผ่านมา เด็กๆ ให้ความสนใจเทคโนโลยี Virtual Reality (VR) มาก เพราะทำให้เขารู้สึกเหมือนได้ลงไปสัมผัสโลกใต้ทะเลจริงๆ
“ต้องยอมรับว่านิทรรศการชุดนี้กลายเป็นไฮไลต์ใหม่ของพิพิธภัณฑ์เด็กที่ดึงดูดความสนใจได้ดีเยี่ยม หลังจากนี้จะมีการประเมินผลอย่างต่อเนื่อง และหวังเป็นอย่างยิ่งว่ายูเนสโก จะให้ความกรุณาในการสนับสนุนและร่วมมือกับเราต่อไปในอนาคต
นอกจากนี้ กทม.ยังมีห้องสมุดอีกกว่า 35 แห่ง กระจายอยู่ทั่วกรุงเทพฯ ซึ่งสามารถต่อยอดโดยการจัดทำนิทรรศการเคลื่อนที่ไปยังจุดต่างๆ ได้ โดยทางยูเนสโกไม่ได้ให้เพียงเนื้อหาความรู้แต่ยังสนับสนุนอุปกรณ์ต่างๆ มาให้ด้วย หวังว่าในอนาคตเราจะได้ขยายผลไปสู่หัวข้ออื่นๆ เพื่อช่วยให้เยาวชนไทยตระหนักถึงทรัพยากรธรรมชาติ เพราะการสร้างจิตสำนึกตั้งแต่วัยเยาว์ คือ สิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุด” ปิยวัฒน์ทิ้งท้าย
เยี่ยมชมพื้นที่การเรียนรู้เรื่องมหาสมุทรสำหรับเยาวชน ผ่านเทคโนโลยีเสมือนจริงแบบเสริม (Augmented Reality: AR) และเทคโนโลยีเสมือนจริง (Virtual Reality: VR) ได้แล้ววันนี้ ที่พิพิธภัณฑ์เด็กกรุงเทพมหานคร แห่งที่ 1 (จตุจักร) และเรียนรู้เกี่ยวกับโครงการ Sustaining Our Oceans ได้ที่ https://www.sustainingouroceans.com/
รัตนาพร กุลหงษ์

