หน้าแรก ประชาชื่น ทำไม 8 กุมภาฯ...

ทำไม 8 กุมภาฯต้อง ‘กาเห็นชอบ’? รศ.ดร.อภิชาต สถิตนิรามัย ฉายภาพเศรษฐกิจต้มกบ รัฐธรรมนูญต้องแก้ (ทั้งฉบับ)

1.02.26 | 11:23 น.
ภาพจาก iLaw

ทำไม 8 กุมภาฯต้อง ‘กาเห็นชอบ’?
รศ.ดร.อภิชาต สถิตนิรามัย
ฉายภาพเศรษฐกิจต้มกบ รัฐธรรมนูญต้องแก้ (ทั้งฉบับ)

“ปากท้องของเราไม่มีทางดีขึ้นกว่านี้ได้ และมีโอกาสที่จะแย่ลงเรื่อยๆ อาจจะในอัตราเร่งด้วยซ้ำ ถ้าเห็นว่าปากท้องและเศรษฐกิจทุกวันนี้ดีอยู่แล้ว ก็ไม่ต้องแก้รัฐธรรมนูญ แต่ถ้าเห็นว่ามีข้อเสีย มีข้อจำกัด ต้องแก้ทั้งฉบับ ไม่ใช่แค่ด้านใดด้านหนึ่ง”

คือคำกล่าวที่ถูกเกริ่นตั้งแต่ช่วงต้นของวาทะ รศ.ดร.อภิชาต สถิตนิรามัย อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ บนเวทีเสวนาวิชาการ ‘ความเป็นไปได้ใหม่ๆ หากได้เขียนรัฐธรรมนูญเพื่อประชาชน’ ท่ามกลางเหล่าวิทยากรทรงคุณวุฒิ ได้แก่ ศ.ดร.ชาญวิทย์ เกษตรศิริ อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, ดร.คนึงนิจ ศรีบัวเอี่ยม คณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, ผศ.ดร.อารยา บัวบาล คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์, ดร.อภินพ อติพิบูลย์สิน คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ดำเนินรายการโดย ผศ.ฐิติรัตน์ ทิพย์สัมฤทธิ์กุล คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

จัดโดย ศูนย์นิติศาสตร์ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ร่วมกับ โครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน หรือ iLaw ณ หอประชุมศรีบูรพา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ในช่วงเช้าของวันที่ 25 มกราคมที่ผ่านมา

Advertisement

ย้ำชัดว่า มีปัญหากับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ฉบับพุทธศักราช 2560 ทั้งฉบับ

“ท่าทางผมจะมีปัญหากับรัฐธรรมนูญฉบับนี้มากกว่าทุกท่านที่ขึ้นพูด ผมมีปัญหากับมันทั้งฉบับ”

และต่อจากนี้ คือคำอธิบายในรายละเอียด ขยายภาพให้เห็นถึงปมปัญหา โดยโฟกัสไปยังเศรษฐกิจไทยที่มี ‘ปัญหาหนัก’ รอการปลดล็อก

เหลื่อมล้ำสูง เศรษฐกิจ ‘ต้มกบ’
รายได้ไม่โต พึ่งตลาดโลกสูง
รัฐบาลไหนก็แก้ไม่ได้
ถ้าไม่มี ‘เงื่อนไข’ เหมาะสม

สภาพเศรษฐกิจไทยในปัจจุบันมีปัญหาหนักๆ อยู่ 3 ด้าน หนึ่ง ความเหลื่อมล้ำสูง ให้ผมฟันธงคือ ติดท็อป 5 ของโลก ลำดับไม่เกินที่ 5 ของโลก จากลำดับที่แย่ ด้านที่สอง คือ กับดักรายได้ไม่โต เศรษฐกิจไม่โต ภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ เรียกว่า ต้มกบ คือ การที่เศรษฐกิจเกือบไม่โตและไม่ทันกับความต้องการของสังคมที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แปลว่า มาตรฐานการดำรงชีพของเราจะแย่ลงในอนาคต

ด้านที่สาม เราพึ่งพิงต่างประเทศสูง พึ่งพิงตลาดโลกเกือบ 70 เปอร์เซ็นต์ของรายได้ นี่คือปัญหาสำคัญ เพราะการขึ้นมาของโดนัลด์ ทรัมป์ ทำให้ระเบียบโลกแบบเดิมพังทลาย โลกที่เรียกว่าโลกาภิวัตน์หมดไปแล้ว โลกาภิวัตน์เคยส่งเสริม เคยเป็นลมใต้ปีกเศรษฐกิจไทยมา 50-60 ปี ลมนี้มันหมด มันจะซ้ำเติมภาวะที่โตช้า ให้โตช้าลงไปอีก

ทั้งหมดนี้เป็นปัญหาที่แก้ยากมากๆ ไม่ว่ารัฐบาลชุดไหน ต่อให้ตั้งใจทำดีแค่ไหน ถ้าไม่มีเงื่อนไขที่เหมาะสมก็แก้ไม่ได้

ทำไมเราโตช้า อันดับหนึ่ง เพราะเราสูญเสียความสามารถในการแข่งขัน ตลาดหลักเราอยู่ต่างประเทศ สินค้าสู้เขาไม่ได้มากขึ้นเรื่อยๆ ตัวอย่างเช่น สินค้าที่ล้าสมัยไปแล้ว 3 ตัวหลักๆ คือ 1) รถสันดาปภายใน ถูกแทนที่ด้วยตลาดรถ EV 2) พสาสติก แต่ก่อนจีนเป็นลูกค้ารายใหญ่ ปัจจุบันจีนสามารถพัฒนาพลาสติกที่มีต้นทุนราคาถูก แล้วมาตีตลาดเราได้ 3) ฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ที่ประกอบอยู่ในคอมพิวเตอร์ เราเป็นผู้ส่งออกรายใหญ่ที่สุดในโลก เดี๋ยวนี้เขาหันไปใช้โซลิดสเตต (Solid State) แล้ว ตัวนี้จะเล็กลงเรื่อยๆ สินค้าเกษตรเราทั้งภาคสูญเสียความสามารถในการแข่งขัน ตั้งแต่ข้าว ไล่ไปเลยทุกตัว จึงทำให้เศรษฐกิจโตช้า

ตลาดโลกเราก็แข่งไม่ได้ ทั้งที่พึ่งพิงตลาดโลกสูง รายได้ก็จะโตช้าขึ้นเรื่อยๆ ในขณะที่สังคมเราแก่ขึ้นเรื่อยๆ ปัจจุบันเป็นสังคมแก่โดยสมบูรณ์ ภาษาอังกฤษ เรียกว่า Aged Society ภายในไม่ถึง 10 ปีข้างหน้า จะเข้าสู่สังคมซุปเปอร์แก่ คือ Super Aged Society แก่มากขึ้นแปลว่า ภาระของรัฐและสังคมจะต้องมากขึ้น คนรุ่นใหม่ 1 คน จะต้องทำงานเก่งขึ้นเป็น 2 เท่า เพื่อทดแทนคนที่หายไป เพื่อให้เศรษฐกิจอยู่กับที่

ถ้าไม่เก่งขึ้น ไม่สามารถทดแทนคนแก่อย่างพวกเรา คนที่หายไปได้ เศรษฐกิจก็จะโตช้าขึ้นโดยตัวมันเอง

หันไปดู แล้วคนจะทำงานเก่งขึ้นได้อย่างไร ถ้าการศึกษามันไม่ได้ดีขึ้น เอาเข้าจริงเราพูดเรื่องการปฏิรูปการศึกษามา 20-30 ปี ปรากฏว่าผลสอบ PISA (โปรแกรมประเมินสมรรถนะนักเรียนมาตรฐานสากล – Programme for International Student Assessment) ของเราคะแนนลดลง แล้วจะผลิตคนเก่งขึ้นได้อย่างไร ถูกไหม เพราะฉะนั้น ปัญหาที่บอก เป็นปัญหาที่ยาก

(จากซ้าย) ผศ.ฐิติรัตน์ ทิพย์สัมฤทธิ์กุล, ดร.อภินพ อติพิบูลย์สิน, ศ.ดร.ชาญวิทย์ เกษตรศิริ, ผศ.ดร.อารยา บัวบาล, ดร.คนึงนิจ ศรีบัวเอี่ยม และ รศ.ดร.อภิชาต สถิตนิรามัย-ภาพจาก iLaw

ไทยถอยลงทุกด้าน ดัชนีชี้วัด กลไกรัฐ
ระบบราชการ ‘เสื่อมลงทุกตัว’

รัฐธรรมนูญฉบับนี้เกี่ยวกับปากท้องอย่างไร เกี่ยว เพราะทั้งฉบับมีผลโดยรวม ตั้งแต่ปี 2566 เราเลือกตั้งมาได้รัฐบาล 3 คน คนละไม่ถึงปี ปัญหาที่พูดมาต่อให้ 3 คนนี้เป็นเทวดาแบบไหนมาก็แก้ไม่ได้ เพราะมีเวลาแค่ปีเดียว กลไกรัฐ ระบบราชการเสื่อมลงทุกตัว ดัชนีชี้วัดของ World Bank (ธนาคารโลก) ของอะไร ถ้าท่านต้องการรายละเอียดมาขอผมได้ มันเสื่อมลงทุกตัวในรอบ 20 ปีที่ผ่านมา

รัฐบาลอายุสั้นแล้วมีกลไกรัฐที่อ่อนแอไร้ประสิทธิผลแก้ปัญหายากๆ นี้ ไม่สำเร็จ ไม่มีทางแก้ได้ ตัวอย่างกลไกรัฐเสื่อม เช่น ผลงานของ ป.ป.ช. (คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ)สตง. (สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน) ตัวเลขคอร์รัปชั่นของไทยหล่นลงเรื่อยๆ ตอนนี้เหลือลำดับที่ 107 จากที่โหล่ (หัวเราะ) เมื่อก่อนเราเหนือกว่าอินโดนีเซีย เหนือกว่าเวียดนามเยอะ ปัจจุบันเขาไล่แซงเราทัน

ผมเคยภูมิใจ ปลอบใจตัวเองว่าอย่างน้อยเราเหนืออินโดนีเซีย เดี๋ยวนี้เขาไล่ทันแล้ว ประเทศไทยเป็นประเทศเดียวใน Southeast Asia (เอเชียตะวันออกเฉียงใต้) ที่ถ้าท่านไปเปิดดูตัวชี้วัดคุณภาพของรัฐในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นผลงานของรัฐด้านความยุติธรรม ด้านการบังคับใช้กฎหมาย ด้านการกำกับตรวจสอบภาคเอกชน ตัวชี้วัดลดลงหมดเมื่อเวลาผ่านไป

ตัวชี้วัดด้านนี้ของประเทศอื่นดีขึ้นหมด มีประเทศไทยถอยหลังลง…ถอยหลังลง (หัวเราะ)

รัฐธรรมนูญ 60 ทำรัฐบาล ‘อายุสั้น-อ่อนแอ’
แก้กับดัก 3 ด้าน ต้องการ ‘เครื่องมือเข้มแข็ง’

เราเจอปัญหาเศรษฐกิจที่ยากมากๆ ในขณะที่รัฐเราเสื่อมลง รัฐ หมายถึงรัฐบาลและกลไกรัฐทั้งองคาพยพ แล้วมันเกี่ยวอะไรกับรัฐธรรมนูญ

รัฐธรรมนูญฉบับนี้ ผมเดาว่า เขาออกแบบมาอย่างตั้งใจให้รัฐบาลไร้เสถียรภาพ อายุสั้น

ถ้าผลการเลือกตั้งไม่เป็นไปตามสปอนเซอร์ผู้ร่างรัฐธรรมนูญนี้ต้องการ ลุงตู่อยู่ยาวได้ครบ 4 ปีเมื่อการเลือกตั้งปี 2562 (หัวเราะ) แต่ถ้าเป็นรัฐบาลที่มีผลงานไม่เข้าตาสปอนเซอร์ผู้ร่างรัฐธรรมนูญ ไม่ว่าจะด้านไหนก็ตามแต่ เขามีกลไกที่จะเอาท่านออกได้อย่างง่ายๆ เราก็เห็นกันอยู่แล้ว เรื่องการตีความมาตรฐานจริยธรรมหรือกระทั่งแผนยุทธศาสตร์ชาติ มีมาตราหนึ่งในรัฐธรรมนูญ ที่บอกว่าให้ ส.ว.เป็นคนเขี่ยลูกไปฟ้อง ป.ป.ช. แล้ว ป.ป.ช.ก็ไปดูว่ารัฐบาลทำตามนโยบาย ทำตามสิ่งที่กำหนดในแผนยุทธศาสตร์ชาติหรือไม่ แล้วส่งศาลรัฐธรรมนูญ

ถ้าศาลรัฐธรรมนูญเห็นว่าไม่ทำตาม ก็ไล่ออกทั้งคณะ อันนี้เป็นกลไกเตะสกัดที่ทำให้รัฐบาลไร้เสถียรภาพ อายุสั้น

รัฐบาลไร้เสถียรภาพ อายุสั้นอย่างนี้ ไม่มีทางปฏิรูประบบราชการได้

อย่างน้อยที่สุด การจะแก้ปัญหาเศรษฐกิจที่มีกับดัก 3-4 ด้านนั้นได้ เราต้องการเครื่องมือรัฐที่เข้มแข็ง ไม่อย่างนั้นนโยบายทุกชนิด ทุกประเภทที่เป็นนโยบายสาธารณะก็เป็นจริงแค่บนกระดาษ เพราะฉะนั้น หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่ต้องปฏิรูประบบราชการ ปฏิรูปกลไกรัฐครั้งสำคัญ ซึ่งรัฐธรรมนูญฉบับนี้ออกแบบให้รัฐบาลอ่อนแอ นี่คือเหตุผลที่ว่า ทำไมผมถึงมีปัญหากับรัฐธรรมนูญฉบับนี้ทั้งฉบับ เพราะมันมีกลไกอื่นๆ ซ่อนไว้เต็มไปหมด ไม่ใช่แค่กลไกตรวจสอบถ่วงดุล เช่น เป็นกลไกที่อนุญาตให้ ส.ส.เป็นงูเห่าได้ (หัวเราะ) อันนี้ก็ชัดเจน

รัฐธรรมนูญ 2540 มีงูเห่าไม่ได้ เพราะเมื่อพรรคไล่ ส.ส.ออก จะไปสังกัดพรรคใหม่ไม่ได้ ขาดสมาชิกภาพ

เราจึงเห็นว่า ไม่มีงูเห่าในรัฐธรรมนูญ 2540 แต่ทำไมมีการเพาะฟาร์มงูเห่าในรัฐธรรมนูญฉบับ 2560 ได้ นี่คือการออกกติกาเพื่อเอื้อให้พรรคการเมืองอ่อนแอ

ปัญหาเรื่องเศรษฐกิจ กับดัก 3 อย่างมันแก้ไม่ได้ ถ้ารัฐบาลไม่มีเสถียรภาพและไม่มีความเข้มแข็ง ซึ่งความไม่มีเสถียรภาพและความไม่เข้มแข็ง มันเกิดจากรัฐธรรมนูญฉบับ 2560 ทั้งฉบับ รายละเอียดซ่อนอยู่ในหลายที่หลายหมวด ผมไม่ใช่คนที่รู้รายละเอียดดีเท่านักกฎหมาย แต่ในการตีความของผม มันเกิดจากกระบวนการร่างที่ตั้งใจ

สำหรับผมการร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นการร่างให้มีมาตราควบคุมเสียงข้างมาก

บล็อกเสียงส่วนใหญ่ ไม่เคารพฝ่ายข้างน้อย
ดีไซน์รัฐธรรมนูญผลิตรัฐบาลไร้เอกภาพ
‘นี่คือภาพใหญ่ที่สุด ที่เป็นปัญหาที่สุด’

รัฐธรรมนูญโดยตัวมันเองคือ การสะท้อนสัมพันธภาพทางอำนาจของกลุ่มพลังในสังคม กลุ่มพลังในสังคมที่เป็นเสียงส่วนน้อยที่ไม่ผ่านการเลือกตั้ง ต้องการควบคุมเสียงข้างมาก ดังนั้น เราจึงเห็นได้ว่า ผลผลิตของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ มันจึงเป็นรัฐบาลที่ไม่ตอบสนองต่อเจตจำนงของประชาชน

พรรคที่ชนะการเลือกตั้งอันดับ 1 ไม่สามารถเป็นรัฐบาลได้ แนวนโยบายของพรรคชนะอันดับ 1 ที่ผ่านมา ไม่สามารถเป็นนโยบายของรัฐได้ นี่คือกระบวนการที่ไม่เคารพเจตนารมณ์ของเสียงส่วนใหญ่

กระบวนการที่ไม่เคารพฝ่ายข้างน้อย ต้องการบล็อกเสียงส่วนใหญ่ จึงดีไซน์ออกมาเป็นรัฐธรรมนูญที่ผลิตรัฐบาลไม่มีเสถียรภาพ และไม่มีเอกภาพ นี่คือภาพใหญ่ที่สุดที่เป็นปัญหาที่สุด

ส.ว.เป็นกลไกที่ใช้แตะเขี่ยลูกบอลให้เข้ามือองค์กรอิสระ ซึ่งก็ไม่มีใครควบคุมได้อีกนอกจาก ส.ว.และศาลรัฐธรรมนูญ มันก็วนกันเกาหลังแบบนี้ เฉพาะบทบัญญัติที่เกี่ยวข้องกับองค์กรอิสระและ ส.ว.ที่มาและที่ไปของทั้งหมด เห็นชัดๆ ว่ามันคือกลไกควบคุมเสียงข้างมาก หมายถึง กลไกควบคุมเจตนารมณ์ของประชาชนเสียงข้างมาก ดังนั้น ความเหลื่อมล้ำระดับสูงที่เป็นอยู่ จึงไม่เคยเป็น Agenda (วาระ) ของสังคม

เราสูญเสียความสามารถในการแข่งขันระดับนี้แล้ว เสื่อมมาเป็น 10 ปี จึงไม่กลายเป็น Agenda ของชนชั้นนำทางสังคมที่จะร่วมกันมุ่งมั่นผลักดันให้มันผ่านไป เพราะมีคนเสียงข้างน้อยที่มีอำนาจได้ประโยชน์จากสภาพที่ดำรงอยู่ ทางเศรษฐกิจด้วยตรงไปตรงมา การผูกขาดในปัจจุบันมันสูงขึ้นเรื่อยๆ การให้สัมปทานรัฐมีกลุ่มทุนได้ประโยชน์เยอะ แล้วกลุ่มทุนนี้มีความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้มีอำนาจที่ไม่ได้ต้องมาจากการเลือกตั้ง

‘กาเห็นชอบ-แก้ทั้งฉบับ’ 8 กุมภาฯ
ชี้ชะตาสังคมไทย
เทียบชัด ผลผลิตฉบับ 40 รัฐบาลครบวาระ
ผลักดันบัตรทองสำเร็จ

ทำไมวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ต้องกาเห็นชอบและแก้ทั้งฉบับ เพราะรัฐธรรมนูญฉบับนี้ถูกร่างโดยจงใจให้รัฐบาลอ่อนแอและไร้เสถียรภาพ เปรียบเทียบได้เลยกับรัฐธรรมนูญปี 2540 มีข้อเสียเยอะแยะ ผมไม่ได้บอกว่ารัฐธรรมนูญปี 2540 ไม่มีข้อเสีย แต่รัฐธรรมนูญปี 2540 ตั้งใจให้พรรคการเมืองเข้มแข็ง ผลิตรัฐบาลที่อยู่ครบวาระ ดังนั้น คุณทักษิณ ชินวัตร จะเก่ง ไม่เก่ง ไม่ใช่ประเด็น

รัฐบาลทักษิณ ภายใต้การเลือกตั้งของรัฐธรรมนูญปี 2540 ครั้งแรก อยู่ครบ 4 ปี ทำลายประวัติศาสตร์การเมืองไทย ไม่เคยมีรัฐบาลมาจากการเลือกตั้งที่อยู่ครบวาระได้ 4 ปี

ผมว่านี่เป็นผลผลิตโดยตรงของรัฐธรรมนูญฉบับปี 40 คุณทักษิณเคยลงสมัครเป็นนักการเมืองก่อนปี 2540 เสนอนโยบายจะแก้ปัญหารถติดกรุงเทพฯ ภายใน 6 เดือน ถ้าท่านแก่เท่าผม ท่านก็จะจำได้ว่า มันไม่สำเร็จ แต่ทำไมสามารถที่จะผลักดันนโยบาย 30 บาท รักษาทุกโรค Universal Care ซึ่งเป็นเรื่องยากกว่าการแก้ปัญหารถติดมหาศาล ทำไมทำสำเร็จได้ภายใต้รัฐธรรมนูญปี 2540

ทักษิณคนเดียวกัน ไม่ว่าจะเก่งมากหรือเก่งน้อย แต่กติกาทางการเมืองที่เอื้อให้เกิดรัฐบาลที่มีอายุยาว ไม่ใช่เรื่องบังเอิญที่มีการปฏิรูประบบราชการครั้งใหญ่ในยุครัฐบาลทักษิณ ถ้าเป็นรัฐบาลที่ไม่มีอายุยืนและไม่มีอำนาจ ไม่สามารถที่จะผลักดันปฏิรูประบบราชการได้

ผมว่าชะตากรรมของเราในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ จึงสำคัญมาก ถ้าท่านไม่อยากเห็นความเปลี่ยนแปลง ท่านก็กาไม่เห็นชอบ เพราะเจตจำนงของรัฐธรรมนูญฉบับนี้คือ การล็อกเอาไว้ไม่ให้สังคมไทยเปลี่ยนแปลง เพราะชนชั้นนำส่วนน้อยได้ประโยชน์จาก Status Quo (สถานการณ์ที่เป็นอยู่) ของความไม่เปลี่ยนแปลง ทั้งในทางการเมืองและเศรษฐกิจ กลุ่มทุนที่ไหนอยากทลายทุนผูกขาด (เสียงปรบมือกระหึ่ม)

สายน้ำ กริชไกรวรรณ