Animal in Art
สัตว์โลกจากมรดกวัฒนธรรม 5 ทวีป
เมื่ออดีตกาลผสานงานศิลป์ร่วมสมัย สู่ผลงานระดับไอคอน
หลายครั้งที่เดินผ่านล็อบบี้โรงแรมแล้วอาจรู้สึกว่าเป็นเพียง ‘ทางผ่าน’ สำหรับเช็กอิน วางกระเป๋า นัดคุยงาน จิบกาแฟ แล้วแยกย้ายไปตามจังหวะของวัน แต่ครั้งนี้ ไฮแอท รีเจนซี่ กรุงเทพฯ สุขุมวิท เลือกทำให้ทางผ่านมีเหตุผลให้ผู้คนอยู่ต่อ ด้วยการเปลี่ยนให้กลายเป็น ‘พื้นที่ศิลปะ’ ที่เข้าถึงได้จริง

นิทรรศการครั้งสำคัญอย่าง Animal in Art จึงเกิดขึ้น โดยรวบรวมมรดกทางวัฒนธรรมจากอดีตกาลทั่วโลกมาร้อยเรียงเข้ากับศิลปะสมัยใหม่และร่วมสมัยไว้ในพื้นที่เดียว นับเป็นนิทรรศการลำดับที่ 4 และ “ยิ่งใหญ่ที่สุด” ภายใต้มุมมองและการคัดสรรของ ท่านทูต มิเชล โบบอต อดีตนักการทูตชาวฝรั่งเศสประจำองค์การยูเนสโก และภัณฑารักษ์ของงานศิลปะ ต่อเนื่องจากความสำเร็จของนิทรรศการที่ผ่านมาอย่าง International Art Mail, Jazz Icons และ Mario Avati: Peaceful Beauty
สิ่งที่ทำให้งานนี้น่าสนใจ คือการเลือกใช้ ‘สัตว์’ เป็นแกนหลัก เนื่องจากเป็นหัวข้อที่มนุษย์ทุกวัฒนธรรมคุ้นเคยที่สุด ในขณะเดียวกันก็เป็นหัวข้อที่ศิลปินทั่วโลกใช้พูดถึงมนุษย์ได้ลึกที่สุดเช่นกัน
‘สัตว์’ คือ รหัสทางวัฒนธรรม
‘ภาษากลาง’ ของมนุษยชาติ
Animal in Art พาผู้ชมย้อนมองความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับสัตว์ผ่านผลงานหลากยุค ตั้งแต่งานสมัยใหม่ถึงร่วมสมัย รวมถึงชิ้นสำคัญจากคอลเล็กชั่นส่วนตัวของท่านทูต มิเชล โบบอต ทั้งงานบนกระดาษ ประติมากรรม และวัตถุศิลป์หลากวัสดุ เพื่อชี้ให้เห็นว่าสัตว์ไม่ได้เป็นเพียงภาพงามทางรูปทรง หากยังทำหน้าที่เป็นรหัสทางวัฒนธรรมที่บรรจุความเชื่อ จิตวิญญาณ และอารมณ์ของผู้คนในแต่ละสังคมไว้ด้วยกัน
หัวใจของนิทรรศการคือการวางงานจากต่างเวลาและต่างภูมิภาคไว้ ‘ข้างกัน’ ในพื้นที่เดียว ให้ผู้ชมได้เห็นบทสนทนาทางสายตาที่เกิดขึ้นเอง ความแตกต่างของภาษาศิลป์ยิ่งทำให้ความเชื่อมโยงชัดขึ้นตามไปด้วย
ท่านทูต มิเชล โบบอต มองว่า ในบรรดาหัวข้อร่วมของประวัติศาสตร์ศิลปะ ‘สัตว์’ คือธีมที่เข้าถึงได้ที่สุด เพราะใครๆ ก็อ่านภาพสัตว์ได้ทันทีโดยไม่ต้องแปล จึงใช้เวลานานนับปีในการออกแบบภาพรวมให้ความหลากหลายไม่กระจัดกระจาย แต่พาไปสู่ข้อสรุปเดียวกันว่า แม้เราจะต่างภาษา ต่างระยะทาง ต่างวิถีชีวิต ทว่าความหมายที่มนุษย์ผูกไว้กับสัตว์กลับคล้ายกันอย่างน่าประหลาด และนั่นเองคือพื้นที่เล็กๆ ที่ศิลปะช่วยลดอคติและความหวาดระแวงระหว่างกันได้


เฉียด 100 ชิ้นจาก 5 ทวีป ‘ต่างยุค ร่วมเฟรม’
เมื่อ ‘อดีตกาล’ เดินเข้ามาคุยกับ ‘วันนี้’
นิทรรศการรวบรวมผลงานเกือบ 100 ชิ้น จากศิลปินกว่า 63 รายใน 39 ประเทศ ครอบคลุม 5 ทวีป ไล่ตั้งแต่งานบนกระดาษ ประติมากรรม ไปจนถึงวัตถุศิลป์ที่ทำจากไม้ สำริด เหล็ก คริสตัล ดินเผา และเซรามิก ทำให้ผู้ชมได้สัมผัสทั้งความงามของรูปทรงและความหมายเชิงสัญลักษณ์ที่แตกแขนงไปตามภูมิหลังของแต่ละวัฒนธรรม
ความน่าดูอยู่ตรงที่นิทรรศการไม่เล่าเรื่องแบบ ‘แยกยุคแยกทวีป’ แต่เลือกให้ชิ้นงานต่างสมัยมายืนร่วมเฟรมเดียวกัน งานโบราณจึงไม่ถูกทำให้ห่างไกลเหมือนวัตถุหลังตู้กระจก ขณะที่งานร่วมสมัยก็ไม่ถูกปล่อยให้โดดเดี่ยวในโลกของตัวเอง หากถูกดึงให้สนทนากับอดีตแบบเห็นชัดตรงหน้า จนผู้ชมรู้สึกได้ว่าเรื่องสัตว์ไม่เคยหายไปจากจินตนาการมนุษย์ เพียงเปลี่ยนวิธีเล่าไปตามกาลเวลาเท่านั้น


จากมรดกโบราณ ถึงไอคอนศิลปะโลก
‘ชิ้นเอก’ แห่งยุคประวัติศาสตร์สมัยใหม่
ศิลปินเทศ-ไทย ร่วมแจม
ไฮไลต์ของนิทรรศการ Animal in Art โดดเด่นด้วยชิ้นงานหายากและทรงคุณค่าที่พาผู้ชมเดินทางจากมรดกโบราณสู่ไอคอนศิลปะโลก ไม่ว่าจะเป็นประติมากรรมอายุกว่า 4,000 ปีจากสุสานอียิปต์โบราณ ตัวแทนมรดกศิลปะแห่งแอฟริกา ขวดเซรามิกและผ้าทอพื้นเมืองของเปรูอายุกว่า 500 ปี ที่ฉายภาพอารยธรรมยุคแรกเริ่มของทวีปอเมริกา ตลอดจนวัตถุหายากจากโอเชียเนีย ซึ่งนับเป็นสิ่งหลงเหลืออย่างน่าอัศจรรย์เมื่อคำนึงถึงสภาพภูมิอากาศและความชื้นอันท้าทายของภูมิภาคดังกล่าว พร้อมด้วยผลงานชิ้นเอกจากทั้งยุคประวัติศาสตร์สมัยใหม่และร่วมสมัย อาทิ ภาพพิมพ์กัดกรด โดย Pablo Picasso และ Joan Miró ภาพพิมพ์โดย Marc Chagall และภาพวาดต้นฉบับโดย Raoul Dufy รวมถึงประติมากรรมของ Diego Giacometti ศิลปินชื่อดังแห่งศตวรรษที่ 20 ที่ช่วยเติมเต็มมิติของศิลปะสมัยใหม่ให้กับนิทรรศการนี้ อีกทั้งยังเป็นครั้งแรกที่งานได้รับเกียรติจากศิลปินร่วมสมัยชื่อดังจากประเทศไทย รวมถึง Aatoth ศิลปินจากฮังการี ที่เข้าร่วมและสร้างสรรค์ผลงานใหม่เพื่อนิทรรศการนี้โดยเฉพาะ


นักสะสมที่ไม่อยากอยู่กับความงาม ‘เพียงลำพัง’
ท่านทูต มิเชล โบบอต กับ ‘การให้’ ในสุนทรียะ
ถ้าจะมีเส้นเลือดสำคัญที่หล่อเลี้ยงนิทรรศการนี้ นั่นคือแนวคิดเรื่อง “การแบ่งปัน” ท่านทูต มิเชล โบบอต อธิบายว่ามีนักสะสมอยู่ 2 แบบ คือ แบบที่เก็บงานไว้ในตู้เซฟ และแบบที่นำงานออกมาให้คนเห็น และท่านเลือกเป็นแบบหลัง เพราะไม่อยากอยู่กับ ‘ความงาม’ เพียงลำพัง
เบื้องหลังความคิดนี้มาจากประสบการณ์ชีวิตที่เติบโตมาในครอบครัวยากจน และเคยได้รับโอกาสจากศิลปินที่เห็นความสนใจแม้ในวันที่ยังไม่มีทางซื้อผลงานได้ สิ่งที่ได้รับในวันนั้นทำให้ตั้งใจว่า ‘เมื่อได้รับมาก ก็อยากให้มาก’ และการทำงานนิทรรศการคือหนึ่งในวิธี ‘ให้’ ที่เป็นรูปธรรมที่สุด นั่นจึงทำให้ Animal in Art ไม่ได้เป็นเพียงนิทรรศการโชว์คอลเล็กชั่น แต่เป็นนิทรรศการที่ตั้งใจทำให้ผู้ชม ‘เข้าถึง’ และ ‘รู้สึก’ ได้จริง

ศิลปะที่ ‘เป็นเจ้าของได้’
พร้อมส่งต่อ ‘คืนสังคม’
อีกหนึ่งไฮไลต์ที่ทำให้นิทรรศการ “Animal in Art” ไม่ได้หยุดอยู่แค่การชมความงาม คือ ผลงานศิลปะบางชิ้นเปิดให้ผู้สนใจสามารถเป็นเจ้าของได้ โดยผู้ที่สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้โดยตรงที่โรงแรมไฮแอท รีเจนซี่ กรุงเทพฯ สุขุมวิท และที่สำคัญ รายได้ส่วนหนึ่งจากการจำหน่ายผลงานจะถูกนำไปสนับสนุนองค์กรการกุศลพันธมิตรของโรงแรมอย่างต่อเนื่อง ได้แก่ ศูนย์พัฒนาและฝึกอบรมคนพิการแห่งเอเชียและแปซิฟิก (Asia-Pacific Development Center on Disability) และคณะภคินีศรีชุมพาบาลแห่งประเทศไทย (Good Shepherd Sisters, Thailand) ซึ่งทำงานช่วยเหลือผู้หญิงและเด็กในประเทศไทย สะท้อนแนวคิดการเปิดพื้นที่ให้ “ชื่นชม” และ “สนับสนุน” เดินไปพร้อมกัน ทำให้งานครั้งนี้ไม่เพียงเป็นนิทรรศการที่พาเราเดินทางผ่านงานศิลป์จากทั่วโลก แต่ยังเป็นอีกช่องทางหนึ่งในการส่งต่อสิ่งดีๆ คืนสู่สังคมผ่านพลังของศิลปะด้วย
นี่จึงไม่ใช่แค่นิทรรศการโชว์ของหายาก หากแต่เปลี่ยนล็อบบี้โรงแรมให้กลายเป็น “พื้นที่ศิลปะร่วมสมัย” ที่คนทั่วไปเข้าชมได้จริง ถ่ายทอดเรื่องราวผ่านภาษากลางที่ทั้งโลกเข้าใจร่วมกันอย่างแท้จริง
‘Animal in Art’
นิทรรศการครั้งสำคัญที่รวบรวมมรดกทางวัฒนธรรมจากอดีตกาลจาก 5 ทวีปทั่วโลก มาผสานเข้ากับงานศิลปะร่วมสมัย และผลงานระดับไอคอนยุคใหม่ไว้ในแห่งเดียว ณ โรงแรมไฮแอท รีเจนซี่ กรุงเทพฯ สุขุมวิท อันเป็นสถานที่พักผ่อนที่เต็มไปด้วยความมีชีวิตชีวาใจกลางกรุงเทพฯ ซึ่งเหมาะสำหรับผู้ต้องการผ่อนคลายในช่วงวันหยุด หรือเดินทางเพื่อธุรกิจ เดินทางได้อย่างสะดวกสบาย มีทางเชื่อมลอยฟ้าโดยตรงจากสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสนานาถึงโรงแรม พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน เช่น ฟิตเนส สระว่ายน้ำกลางแจ้ง และรีเจนซี่คลับเลานจ์ รวมไปถึงอินเตอร์เน็ตไร้สายฟรี เพื่อมอบประสบการณ์ที่น่าประทับใจให้กับแขกที่มาเยือน แขกผู้ใช้บริการที่โรงแรมยังสามารถอิ่มอร่อยกับอาหารที่หลากหลาย ณ ห้องอาหาร มาร์เก็ตคาเฟ่, มาร์เก็ต คาเฟ่ บาย ข้าว, เดอะ ล็อบบี้ เลานจ์, และดื่มด่ำกับบรรยากาศจากรูฟท็อปบาร์ ณ สเปคทรัม เลานจ์ แอนด์ บาร์

สนใจร่วมสัมผัสผลงานศิลปะอันทรงคุณค่าจากศิลปินระดับโลก สามารถเข้าชมได้ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 30 เมษายน 2569 ณ บริเวณล็อบบี้ของโรงแรมไฮแอท รีเจนซี่ กรุงเทพฯ สุขุมวิท โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือติดต่อขอซื้อผลงานศิลปะได้ที่โทร 0-2098-1234 หรืออีเมล์ [email protected]

