หน้าแรก ประชาชื่น สถาบันพระบรมร...

สถาบันพระบรมราชชนก สร้างคนคุณภาพ เพื่อสุขภาพประเทศ ผงาดเวทีโลก ร่วมเป็นเจ้าภาพ PMAC 2026

5.02.26 | 13:08 น.

ท่ามกลางโลกแห่งความล้ำหน้าทางเทคโนโลยี ยังคงไม่อาจปฏิเสธได้ว่าทรัพยากรมนุษย์ คือสิ่งมีชีวิตล้ำค่าที่ไม่อาจหาสิ่งใดมาทดแทน ‘สถาบันพระบรมราชชนก’ (สบช.) คือ สถาบันชั้นนำในการสร้างกำลัง ‘คนคุณภาพ’ ด้าน ‘สุขภาพ’ ให้ประเทศ สร้างชุมชนให้อุดมปัญญาทางสุขภาวะที่ยั่งยืน

ประกอบด้วย 3 คณะ, 39 วิทยาลัย, 3 วิทยาลัยแพทยศาสตร์
(ศูนย์แพทยศาสตรศึกษาชั้นคลินิก) สังกัดกระทรวงสาธารณสุข

เปิดสอนตั้งแต่ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง ปริญญาตรี และปริญญาโท ในหลากหลายสาขาวิชาอันเกี่ยวเนื่องกับการแพทย์ พยาบาลและสาธารณสุข

26,050 คน คือ จำนวนนักศึกษาปัจจุบัน (ข้อมูล ณ วันที่ 31 ตุลาคม 2568)

Advertisement

ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.นายแพทย์วิชัย เทียนถาวร ดำรงตำแหน่งอธิการบดี 2 สมัย มุ่งมั่นต่อยอด ‘สร้างบ้าน สร้างคน สร้างงาน สร้างชุมชน และสร้างสุข’ เพื่อการพัฒนาสถาบันพระบรมราชชนกอย่างยั่งยืน ด้วยวิสัยทัศน์การเป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำระดับโลก World-Class University for Primary Care

ประกาศนโยบายเพื่อให้ผู้บริหาร อาจารย์ บุคลากร และนักศึกษาร่วมกันพัฒนาสถาบันแห่งนี้ให้เป็น ‘ปัญญาเพื่อชุมชน’ ด้วยการสื่อสารวิสัยทัศน์องค์กรให้เป็นที่รับรู้ในทุกระดับ รวมถึงการสื่อสารสู่ภายนอกสถาบัน สร้างกรอบความคิดแบบ Growth Mindset ปลูกฝั่งค่านิยม ‘ร่วมแรงร่วมใจ รักใคร่ผูกพัน มุ่งมั่นรับผิดชอบ ส่งมอบคุณธรรม”

พร้อมกันนั้น ยังสร้างอัตลักษณ์คุณธรรม ‘วินัย หน้าที่ สามัคคี เสียสละ สัจจะ กตเวที’

พัฒนาสมรรถนะหลักของผู้เรียนเพื่อให้บริการประชาชนด้วย ‘หัวใจความเป็นมนุษย์’ ขับเคลื่อนความเป็นเลิศด้วยระบบคุณภาพ ระดับสถาบัน และระดับคณะ เน้นการบริหารแบบมุ่งผลลัพธ์ (Outcome-based Management) และความเสมอกาคในการจัดการศึกษาเพื่อปวงชน (Education for All) รวมทั้งให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา (All for Education)

นอกจากนี้ ยังสร้างเครือข่ายความร่วมมือในการผลิตบัณฑิต การวิจัยและนวัตกรรม การบริการวิชาการและการทะนุบำรุง

ศิลปะและวัฒนธรรม ด้านสุขภาพปฐมภูมิในประเทศและต่างประเทศ

ทั้งยังให้ความสำคัญกับการประเมินคุณธรรม ความโปร่งใส และการขับเคลื่อนสู่องค์กรคุณธรรม

รางวัลชัยนาทนเรนทร 2568
บทพิสูจน์นักบริหารสาธารณสุข ‘ต้นแบบของชาติ’

ด้วยวิสัยทัศน์ที่นำไปสู่การปฏิบัติจริง ปรากฏผลลัพธ์ชั้นเลิศเป็นที่ประจักษ์ อธิการบดีสถาบันพระบรมราชชนก เข้ารับพระราชทานรางวัลชัยนาทนเรนทร ซึ่งเป็นรางวัลอันทรงเกียรติ มอบแก่บุคคลผู้มีผลงานโดดเด่นด้านการแพทย์และสาธารณสุข เพื่อยกย่อง เชิดชูเกียรติ และเป็นแบบอย่างแก่นักการสาธารณสุขทั่วประเทศ

เมื่อวันที่ 25 มกราคมที่ผ่านมา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จออกพร้อมด้วย สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต พระราชทานรางวัลชัยนาทนเรนทร ประจำปี 2568 ประเภทบริหารแก่ ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.นายแพทย์วิชัย ในฐานะนักบริหารสาธารณสุข ผู้มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาระบบสุขภาพของประเทศ สร้างองค์ความรู้และนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ปัญหาสุขภาพของสังคม โดยเฉพาะการส่งเสริมสุขภาวะชุมชนอย่างยั่งยืน ด้วยการริเริ่ม ‘สบช.โมเดล 1 วิทยาลัย : 1 ชุมชน’ เพื่อเฝ้าระวังและควบคุมโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง พัฒนาคู่มือบัตรสร้างสุขภาพ แบ่งระดับความรุนแรงของโรคเป็น 7 ระดับ ใช้สัญลักษณ์ปิงปองจราจรชีวิต 7 สี ช่วยให้ประชาชนเข้าใจง่าย และนำไปใช้ได้จริง พร้อมบูรณาการสู่รายวิชากิจกรรมเสริมหลักสูตรให้นักศึกษาสังกัดสถาบันพระบรมราชชนกนำความรู้ไปใช้ในการบริการสุขภาพและพัฒนาชุมชนอีกด้วย

ผนึกเป็นเจ้าภาพ PMAC 2026
หนุนดูแลสุขภาพ ‘ประชาชนเป็นศูนย์กลาง’
สู่หลักประกันสุขภาพถ้วนหน้านานาชาติ

ไม่เพียงการพัฒนาสาธารณสุขในประเทศ สถาบันพระบรมราชชนกยังตอกย้ำบทบาทประเทศไทยบนเวทีสาธารณสุขโลก ด้วยการร่วมเป็นเจ้าภาพการประชุมย่อยภายใต้การประชุม Prince Mahidol Award Conference (PMAC) 2026 เรื่อง The Lancet Global Health Commission on People-Centered Care for Universal Health Coverage (UHC) เมื่อวันที่ 27 มกราคมที่ผ่านมา ณ โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ และบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ กรุงเทพมหานครการประชุมดังกล่าวจัดขึ้นโดยความร่วมมือระหว่าง สถาบันพระบรมราชชนก, Harvard Medical School Program in Global Primary Health Care, องค์กร FHI 360 และ International Federation of Medical Students’ Associations (IFMSA) เพื่อผลักดันแนวคิดการดูแลสุขภาพที่ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลางให้เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าในระดับนานาชาติ โดยมีผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขระดับนานาชาติร่วมแลกเปลี่ยนและนำเสนอกรณีศึกษาที่สะท้อนผลลัพธ์เชิงประจักษ์ เพื่อสนับสนุนการพัฒนานโยบายสุขภาพที่ลดความเหลื่อมล้ำและสร้างความเท่าเทียมด้านสุขภาพอย่างยั่งยืน

ในการนี้ ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.นพ.วิชัย ได้รับเกียรติเป็นผู้นำการอภิปราย นำเสนอแนวคิด ‘สบช. โมเดล (PBRI Model)’ ที่มุ่งเน้นการสร้างนำซ่อม การเสริมพลังประชาชน และการพัฒนาระบบสุขภาพปฐมภูมิอย่างบูรณาการ เพื่อเชื่อมโยงองค์ความรู้สู่การเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบายด้านสุขภาพ โดยกล่าวว่า การดูแลสุขภาพที่ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลางไม่ใช่เพียงแนวคิดเชิงอุดมการณ์ แต่คือฐานสำคัญของระบบสุขภาพที่ยั่งยืน สถาบันพระบรมราชชนกพร้อมทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมองค์ความรู้ งานวิชาการ และนโยบาย เพื่อขับเคลื่อนหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมในระดับประเทศและระดับโลก

 

ขึ้นเวทีผู้นำสาธารณสุขอินเตอร์
เสนอตั้งเครือข่ายคณบดีสาธารณสุขระดับโลก

ในงานเดียวกันนี้ ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.นพ.วิชัย เข้าร่วมการประชุม Global Convening of Deans of Global Public Health พร้อมด้วย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พยงค์ เทพอักษร ผู้ช่วยอธิการบดี โดยเวทีดังกล่าวรวมผู้นำและคณบดีด้านสาธารณสุขจากทั่วโลก เพื่อร่วมหารือทิศทางการขับเคลื่อนบทบาทสถาบันการศึกษาด้านสาธารณสุขในการรับมือความท้าทายด้านสุขภาพระดับโลก

ทั้งนี้ ที่ประชุมเสนอจัดตั้ง ‘การประชุมคณบดีสาธารณสุขระดับโลก’ เป็นครั้งแรก ในรูปแบบการประชุมย่อยภายใต้เวที PMAC 2026

ข้อเสนอสำคัญมุ่งเสริมสร้างภาวะผู้นำด้านสาธารณสุขระดับนานาชาติ ขยายบทบาทสถาบันการศึกษาในการร่วมกำหนดวาระสุขภาพโลกด้วยการใช้องค์ความรู้เชิงประจักษ์สนับสนุนนโยบายสาธารณะ และผลักดันความเท่าเทียมด้านสุขภาพในทุกมิติ โดยมีเป้าหมายพัฒนาเวทีดังกล่าวให้เป็นการประชุมประจำปีควบคู่กับการประชุมสมัชชาอนามัยโลก (World Health Assembly: WHA) ณ นครเจนีวา สมาพันธรัฐสวิตเซอร์แลนด์

ทั้งหมดนี้ สะท้อนบทบาทของสถาบันพระบรมราชชนก ในฐานะสถาบันการศึกษาหลักด้านกำลังคนสุขภาพของประเทศ ที่พร้อมมีส่วนร่วมในการกำหนดทิศทางสุขภาพโลกอย่างเป็นรูปธรรม

‘สถาบันพระบรมราชชนก’
สถาบันอุดมศึกษาแห่งแรก
ในกำกับกระทรวงสาธารณสุข

สถาบันพระบรมราชชนก เดิมชื่อ ‘สถาบันพัฒนากำลังคนด้านสาธารณสุข’ เป็นหน่วยงานใหม่ตามพระราชบัญญัติโอนอำนาจหน้าที่และกิจการบริหารส่วนราชการ ของกระทรวงสาธารณสุข พ.ศ.2536 และพระราชฎีกาแบ่งส่วนราชการ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข พ.ศ.2536 ซึ่งมีฐานะสูงกว่ากอง แต่ต่ำกว่ากรม โดยได้รวมหน่วยงานด้านการผลิตและพัฒนาบุคลากรด้านสาธารณสุขจากกรม กองต่างๆ ได้แก่ วิทยาลัยพยาบาล, วิทยาลัยการสาธารณสุขภาค, โรงเรียนต่างๆ ในสังกัด, กรมการแพทย์, กรมควบคุมโรคติดต่อ, กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์,กรมอนามัย, กองฝึกอบรม และกองงานวิทยาลัยพยาบาล สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข

ใน พ.ศ.2537 วิทยาลัยการสาธารณสุขได้รับพระราชทานนามเปลี่ยนเป็น ‘วิทยาลัยการสาธารณสุขสิรินธร’ วิทยาลัยพยาบาลได้รับพระราชทานนามเปลี่ยนเป็น ‘วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี’

ทั้งนี้ ย้อนไปใน พ.ศ.2517 มีการปรับโครงสร้างกระทรวงสาธารณสุข โดยมีพระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการของกรมต่างๆ และจัดตั้ง ‘กองงานวิทยาลัยพยาบาล’ โดยการโอนสถาบันการศึกษาที่ผลิตพยาบาลและผู้ช่วยพยาบาล ซึ่งเคยสังกัดในกองการศึกษา กรมการแพทย์และกรมอนามัย ไปสังกัดกองงานวิทยาลัยพยาบาล นอกจากนี้ ยังมีการจัดตั้ง ‘กองฝึกอบรม’ โดยให้ศูนย์ฝึกอบรมอนามัยภาคทั้ง 4 ภาค มาอยู่ในสังกัดกองฝึกอบรม

พ.ศ.2535 มีการรวมหน่วยงานที่ทำหน้าที่ผลิตและพัฒนากำลังคนด้านสุขภาพโดยตรงเข้าด้วยกัน ทำให้เกิด ‘สถาบันพัฒนากำลังคนด้านสาธารณสุข’ โดยใช้ชื่อย่อว่า สพค.

พ.ศ.2537 สถาบันพัฒนากำลังคนด้านสาธารณสุข ได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาต เชิญพระนามาภิไธย สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก เป็นชื่อสถาบันว่า ‘สถาบันพระบรมราชชนก’ เมื่อวันที่ 27 กันยายน พ.ศ.2537 โดยมีการตราเป็นพระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 2) และประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 112 ตอนที่ 53 ก วันที่ 25 ธันวาคม 2538

สถาบันพระบรมราชชนก จึงถือเอาวันที่ 27 กันยายนของทุกปีเป็นวันสถาปนาอย่างเป็นทางการมาจนถึงบัดนี้

ทั้งนี้ ใน พ.ศ.2537 สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานชื่อวิทยาลัยพยาบาลในสังกัดว่า ‘วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี’ และต่อท้ายด้วยชื่อจังหวัด

ส่วนวิทยาลัยที่ได้รับพระราชทานชื่ออยู่ก่อนแล้ว ให้คงชื่อที่ได้รับพระราชทานต่อไป ซึ่งได้แก่ วิทยาลัยพยาบาลพระปกเกล้า จันทบุรี, วิทยาลัยพยาบาลศรีมหาสารคาม, วิทยาลัยพยาบาลพระจอมเกล้า จังหวัดเพชรบุรี

และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา เจ้าฟ้ามหาจักรีสิรินธร รัฐสีมาคุณากรปิยชาติ สยามบรมราชกุมารี (พระอิสริยยศในขณะนั้น) พระราชทานพระราชานุญาตให้อัญเชิญพระนามาภิไธย ‘สิรินธร’ และพระนามาภิไธยย่อ ‘สธ’ มาเป็นชื่อของวิทยาลัยการสาธารณสุข โดยเปลี่ยนชื่อเป็น ‘วิทยาลัยการสาธารณสุขสิรินธร’ และต่อท้ายด้วยชื่อจังหวัด

พ.ศ.2539 วิทยาลัยเทคโนโลยีทางการแพทย์และสาธารณสุข ได้รับพระราชทานนามเป็น ‘วิทยาลัยเทคโนโลยีทางการแพทย์และสาธารณสุข กาญจนาภิเษก’ พร้อมทั้งให้ประดิษฐานตราสัญลักษณ์ งานฉลองศิริราชสมบัติครบ 50 ปี

พ.ศ.2562 พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระราชโองการ โปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรมีกฎหมายว่าด้วยสถาบันพระบรมราชชนก จึงทรงพระกรุณา โปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติสถาบันพระบรมราชชนก พ.ศ.2562 ขึ้นไว้ และประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 136 ตอนที่ 43 ก วันที่ 5 เมษายน 2562 ให้สถาบันพระบรมราชชนกเป็นสถาบันอุดมศึกษาเฉพาะทางในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข

โดยเป็นสถาบันอุดมศึกษาในกำกับกระทรวงสาธารณสุขแห่งแรก มีสถานะเป็นนิติบุคคล มีภารกิจหลักในการผลิตและพัฒนาบุคลากรทางด้านสุขภาพ และเป็นสถานศึกษาเฉพาะทาง

ติดต่อ สถาบันพระบรมราชชนก 88/20 อาคาร 4 ชั้น 6, 7, 8, 9 ตึกสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ถนนติวานนท์ ตำบลตลาดขวัญ อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี 11000 โทร 0-2590-1918www.pi.ac.th

ทีมข่าวเฉพาะกิจ