แท็งก์ความคิด : ลุ้นอนาคต
เสน่ห์ของประชาธิปไตยอย่างหนึ่งคือทุกคนมีเสรีภาพ
สิทธิในการได้เลือกเป็นหนึ่งในเสรีภาพที่กฎหมายรับรอง
คนเกิดมาทุกคนมีโอกาสได้เลือกที่เรียน พอเรียนจบมีสิทธิเลือกที่ทำงาน
ขณะที่นายจ้างมีสิทธิเลือกรับหรือไม่รับ
ลูกจ้างที่ทำงานไปสักพักมีสิทธิเลือกว่าจะทำต่อหรือเปลี่ยนงาน
ปัจจุบันสิทธิในการเลือกก้าวหน้ามากขึ้น
นอกจากสิทธิที่จะเลือกเรียน เลือกทำงาน เลือกทำเลที่อยู่อาศัยแล้ว ยังมีสิทธิเลือกเพศสภาพได้ด้วย
ชายที่มีจิตใจเป็นหญิงสามารถเลือกเป็นหญิงก็ได้ ส่วนหญิงที่นิยมเป็นชายก็เช่นกัน สามารถเลือกตามที่ต้องการได้
กฎหมายปัจจุบันยอมรับ และให้สิทธิเท่าเทียมกันมากขึ้น
การได้เลือกในสิ่งที่ตัวเองต้องการจึงเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของประชาธิปไตย
เฉกเช่นกับวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ที่รัฐเปิดโอกาสให้คนไทยได้เลือก
หนึ่ง เลือก ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ และเลือก ส.ส.ระบบเขต
หนึ่ง เลือกที่จะเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบในการทำประชามติเรื่องจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่
วันนี้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งน่าจะมีความสุขที่ได้เลือก
เป็นการเลือกหลังจากได้ฟังได้อ่านข้อมูลมามากพอสมควร
ก่อนเข้าคูหาไปเลือก ส.ส.ระบบเขต และ ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ
อย่างน้อยได้ศึกษาแนวนโยบายหาเสียงที่พรรคการเมืองนำเสนอ
อย่างน้อยได้รับทราบตัวบุคคลที่อาสาเข้ามาทำงานให้ ทั้งแคนดิเดตนายกฯ และผู้สมัคร ส.ส.
เมื่อผนวกกับข้อมูลในอดีตที่ผู้สมัคร ส.ส.แต่ละคน รวมถึงพรรคแต่ละพรรคเคยทำ
ผสมผสานข้อมูลเก่ากับข้อมูลใหม่กันแล้วน่าจะตัดสินใจได้
ในวันเลือกตั้งนั้น นอกจากใช้สิทธิเลือกตั้ง ส.ส.แล้ว ยังมีอีกคูหาหนึ่งรอคอยอยู่
เป็นคูหาที่เปิดให้ใช้สิทธิทำประชามติ เรื่องจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่
เชื่อว่าทุกคนที่มีสิทธิไปทำประชามติคงศึกษาข้อมูลมาพอสมควรแล้วเช่นกัน
ทุกคนมองเห็นความสำคัญของรัฐธรรมนูญ
น่าจะจำแนกว่าประเทศไทยจำเป็นต้องจัดทำฉบับใหม่หรือไม่
น่าจะพิจารณาได้ว่าหลักการของรัฐธรรมนูญ ควรจะขับเคลื่อนไปด้วยเสียงส่วนใหญ่ของคนไทย หรือเสียงข้างน้อย
จากประสบการณ์ที่ผ่านมา น่าจะตกผลึกว่า รัฐธรรมนูญฉบับเดิมเอาต์ไปแล้วหรือไม่
ระยะหลัง ยังมีข้อสังเกตเรื่องการตรวจสอบองค์กรอิสระ อย่าง กกต. ที่ไม่มีในบทบัญญัติให้ทำอะไรได้
แต่ทั้งนี้ก็ยังมีกลุ่มคนที่เห็นว่า รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันยังคงดีอยู่
ยังเป็นกฎกติกาของประเทศที่เหมาะสมกับสถานการณ์ เกื้อหนุนให้ทุกอย่างเติบโตได้ต่อไป และยังเป็น “รัฐธรรมนูญปราบโกง” อย่างที่ผู้ร่างข้อมูลต่างๆ ที่ได้ยินได้ฟัง พร้อมๆ กับเหตุผลในการอธิบาย
เมื่อถึงวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ผู้มีสิทธิทำประชามติย่อมมีสิทธิที่จะไปใช้สิทธิในคูหาประชามติ
และมีโอกาสที่จะเลือกว่าเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบ
ใครที่เคยเลือกตั้งคงทราบดีว่า การมีสิทธิได้เลือกเป็นความสุขอย่างหนึ่ง
ยิ่งถ้าผลจากการเลือกออกมาตรงกับตัวเอง ยิ่งมีความสุขมากขึ้น
แต่การเลือกตั้งนั้นความสำคัญมากกว่าเลือกซื้อของ เพราะเลือกตั้งเป็นการเลือกอนาคตของประเทศ
ยิ่งคราวนี้นอกจากเลือกตั้งแล้ว ยังต้องทำประชามติจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ด้วย
ยิ่งตอกย้ำว่าผลจากการเลือกจะกำหนดอนาคตของประเทศ
วันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ การเลือกจึงไม่เพียงแต่จะสร้างความสุขให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งเท่านั้น
แต่ผลจากการเลือกยังเป็นคำตอบของอนาคต
การเลือกตั้ง และการทำประชามติ จึงส่งผลต่อความสุขของคนไทย
ส่วนอนาคตจะมีความสุข หรือมีความทุกข์ คงต้องรอติดตาม
ทุกอย่างจะเริ่มขึ้นหลังวันที่ 8 กุมภาพันธ์
ดังนั้น ผู้มีสิทธิเลือกตั้งทุกคนโปรดทราบ
โปรดไปเลือกตั้งและทำประชามติกันโดยพร้อมเพรียง
นฤตย์ เสกธีระ

