หน้าแรก ประชาชื่น แท็งก์ความคิด...

แท็งก์ความคิด : สีสันสวยงาม

15.02.26 | 11:04 น.

แท็งก์ความคิด : สีสันสวยงาม

การเลือกตั้งที่เพิ่งผ่านพ้นไปมีเรื่องราวสีสันมากมาย

สีแดง สีน้ำเงิน สีส้ม สีฟ้า สีเขียว

สัปดาห์นี้ก็ลองมามองเรื่องของสีในเชิงประวัติศาสตร์กันบ้าง

หนังสือชื่อ History Palette จากสำนักพิมพ์แซลมอน ได้รวบรวมเอาไว้

Advertisement

เรามาเริ่มกันที่ “สีแดง”

สีแดงมีหลากหลายความหมายในประวัติศาสตร์

ทั้งความรัก ความงาม การดิ้นรน และความเป็นคนที่ไม่สมบูรณ์แบบ

สีแดงเป็นสีลำดับ 3 ที่ตามนุษย์มองเห็นต่อจากสีขาวและสีดำ เพราะสีแดงมีความยาวคลื่นมากกว่าสีอื่น

สีแดงเป็นสีแรกที่ผู้สูญเสียความสามารถในการมองเห็นชั่วคราวจะเห็นก่อนสีอื่นตอนฟื้นตัวกลับมาเป็นปกติ

นอกจากนี้ สีแดงยังเป็นสีที่ใกล้ชิดกับมนุษย์

เป็นสีของเลือด และด้วยความใกล้ชิดนี้อาจทำให้ศิลปะในยุคแรกๆ มักใช้สีแดงเป็นหลัก

สีแดงกลายเป็นสัญลักษณ์ความรัก เมื่อจักรพรรดิชาร์ลส์ที่ 5 นำดอกคาร์เนชั่นสีแดงมาปลูกในสเปนเพื่อแทนความรักที่มีต่ออิซาเบลลา ผู้เป็นราชินี

สีแดง ยังแสดงถึงความงาม ในช่วงที่ราชินีเอลิซาเบธที่ 1 ซึ่งแฟชั่นความงามกำลังเป็นที่นิยม

หญิงที่มีผิวขาวซีดปากสีแดง กลายเป็นคนสวย

นอกจากนี้ สีแดงยังมีความหมายถึงการดิ้นรน การต่อสู้ การปฏิวัติ

ในช่วงการปฏิวัติฝรั่งเศส หน่วยราชการจะติดธงแดง ซึ่งหมายถึงห้ามการชุมนุม หรือถ้ามีการชุมนุมต้องสลายตัว หากไม่ยอมสลายตัวจะถูกปราบปราม

ธงแดงจึงกลายเป็นธงเปื้อนเลือดของผู้พลีชีพ

เช่นเดียวกับจีนที่ใช้สีแดงสื่อถึงเลือดของชนชั้นแรงงาน

เมื่อพูดถึงสีแดงก็มาเล่าความเป็นมาของสีส้ม

อ่านหนังสือเล่มนี้แล้ว คล้ายๆ กับว่าสีส้มนั้นเกิดขึ้นทีหลัง

ในหนังสือระบุว่า วิทยานิพนธ์ของ วิพาที ทิพย์คงคา เรื่อง คำเรียกสีในภาษาไทยสมัยอยุธยา กล่าวว่า สีแสดเป็นคำเรียกสีที่ใช้มาตั้งแต่สมัยอยุธยา

และวิทยานิพนธ์ของ ธนัฏฐากุล พรทิพยพานิช เรื่อง คำเรียกสีในสมัยธนบุรี และสมัยรัตนโกสินทร์ กล่าวถึงการที่สีแสดเปลี่ยนคำเรียก

จากสีแสดเป็นสีส้ม

อ้างอิงการศึกษาของ อมรา ประสิทธิ์รัฐสินธุ์ ที่ได้สันนิษฐานเกี่ยวกับเรื่องนี้ไว้ 2 ประการ

หนึ่ง คำเรียกสีแสด เดิมเป็นคำที่ใช้เรียกสีส้ม และคำว่า ส้ม นั้น เกิดขึ้นทีหลัง

สอง คำว่าแสดและส้มอาจเกิดขึ้นพร้อมกัน โดยเรียกสีต่างกัน แต่ต่อมาลู่เข้าหากัน

ทั้งนี้ ธนัฏฐากุล เห็นด้วยกับข้อสันนิษฐานแรกมากกว่า

ทั้งนี้ เพราะข้อมูลในวรรณกรรมตั้งแต่สมัยอยุธยาจนถึงรัชกาลที่ 5 ไม่เคยเห็นคำเรียกสีส้มปรากฏพร้อมคำเรียกสีแสด

ทั้งนี้ เมื่อศึกษาพจนานุกรมที่ให้คำนิยามคำว่า แสด และ ส้ม แล้วพบว่า การให้ความหมาย ส้ม ว่าเป็นสี เกิดขึ้นหลังจากคำว่าแสด

อีกสักสี คือ บลู ซึ่งจะเป็นสีฟ้า หรือสีน้ำเงิน ก็แล้วแต่

สำหรับหนังสือเล่มนี้ใช้คำว่า สีฟ้า ซึ่งเมื่อได้อ่านก็พบว่า แม้สีฟ้าจะเป็นสีที่ดี แสดงถึงความมั่นคง แน่วแน่ น่าเชื่อถือ

เป็นสีที่คนยุโรปและอเมริกาชอบมากที่สุด

แต่สีฟ้ากลับไม่ปรากฏชื่ออยู่ในเอกสารประวัติศาสตร์จนถึงศตวรรษที่ 6

แม้แต่มหากวี Homer ที่แต่งมหากาพย์ระดับโลก ยังเอ่ยถึงสีน้ำทะเลว่าเป็นสีแดง

หรือไม่ก็เป็นสีดำ สีขาว สีเขียว และสีเหลือง

ไม่มีสีฟ้าเลย

สันนิษฐานว่าสาเหตุอาจเป็นเพราะกวีผู้เขียนวรรณกรรมตาบอดสี

อย่างไรก็ตาม สีฟ้าเป็นสีที่มีค่าในยุคสมัยต่างๆ โดยเฉพาะในยุโรป ผ้าที่ย้อมสีฟ้าเป็นผ้าที่มีมูลค่าสูง เพราะวัสดุย้อมสีฟ้าต้องนำเข้าจากจีน

บุคคลในยุคนั้นที่สามารถสวมใส่เสื้อผ้าสีฟ้าได้ แสดงว่าเป็นคนมั่งมี หรือไม่ก็มีสายเลือดสำคัญในตระกูลสูงส่ง

และหากใครชมชอบภาพวาด คงจะรู้จักภาพ “The Blue Boy”

ภาพนี้ถือเป็นภาพประวัติศาสตร์ที่ลบความเชื่อที่ว่าสีฟ้าไม่สามารถเป็นพระเอกในรูปวาดได้

ภาพนี้เมื่อ โทมัส เกรนส์เบรอ ศิลปินชาวอังกฤษ วาดเสร็จ ทุกคนต่างพยักหน้ายอมรับ

สีฟ้าโดดเด่นอย่างน่ามหัศจรรย์ในภาพนี้

หนังสือเล่มนี้ยังกล่าวถึงสีอื่นๆ อีกหลายสี แต่ขอเลือกนำเสนอ 3 สีที่สร้างความคึกคักในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา

เป็นเกล็ดความรู้สนุกๆ อ่านเพลินๆ รอ กกต.รับรอง ส.ส.ที่เพิ่งได้รับเลือกเข้าสู่สภาไปพลางๆ

นฤตย์ เสกธีระ