หน้าแรก ประชาชื่น จากผืนป่าสู่ภ...

จากผืนป่าสู่ภาพถ่าย จากภาพถ่ายสู่พลังสังคม ‘สัตว์มีค่า ป่ามีคุณ’68 ในวันที่การอนุรักษ์คือความจำเป็นเร่งด่วน

27.02.26 | 13:09 น.
‘วิ่งนี้เพื่อครอบครัว’ ผลงาน จักรกฤษณ ตรงดี รางวัลเกียรติยศถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

ผืนป่า คือพื้นที่อยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิตที่ทรงคุณค่า หากแต่หลายปีที่ผ่านมา สัตว์ป่าและทรัพยากรธรรมชาติถูกคุกคามและทำลายอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางวิกฤตโลกร้อนและการเปลี่ยนแปลงของโลกยุคใหม่ การอนุรักษ์จึงไม่ใช่เพียงทางเลือก หากคือความจำเป็นเร่งด่วนของสังคม

คณะกรรมการและผู้ชนะการประกวดภาพถ่ายในโครงการ สัตว์มีค่า ป่ามีคุณ ครั้งที่ 31 ประจำปี 2568

19 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร่วมกับ เครือเจริญโภคภัณฑ์ พร้อมด้วยบริษัทในเครือ จัดพิธีมอบรางวัล โครงการประกวดภาพถ่าย ‘สัตว์มีค่า ป่ามีคุณ’ ประจำปี 2568 ชิงรางวัลเกียรติยศถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้ากรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และถ้วยประทานสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ณ ห้องอเนกประสงค์ ชั้น 1 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร พร้อมจัดนิทรรศการภาพถ่ายอันทรงคุณค่า ให้ผู้คนได้ชื่นชมเพื่อเป็นแรงบันดาลใจในการอนุรักษ์

จอมกิตติ ศิริกุล

เฟ้นเข้มข้น คัดมุมมองสด มีชั้นเชิง
1,732 ผลงาน 152 คลิป ‘เซอร์ไพรส์คณะกรรมการ’

จอมกิตติ ศิริกุล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่บริหาร ผู้บริหารสูงสุด ด้านความยั่งยืนภาครัฐและกิจการสัมพันธ์ เครือเจริญโภคภัณฑ์ เปิดเผยว่า โครงการในปี 2568 มีผู้ส่งผลงานเข้าประกวดรวมทั้งสิ้น 492 คน แบ่งเป็นระดับบุคคลทั่วไป และระดับนิสิตนักศึกษา รวมผลงานที่ส่งเข้าประกวดทั้งหมดมากกว่า 1,732 ผลงาน และคลิปวิดีโออีก มากกว่า 152 คลิป โดยผ่านการคัดเลือกอย่างเข้มข้นจากคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ 22 ท่าน รวมทั้งสิ้น 4 รอบ โดยพบว่ามีความหลากหลายที่โดดเด่นและสร้างความประหลาดใจให้คณะกรรมการอย่างมาก โดยเฉพาะการที่มีช่างภาพหน้าใหม่เพิ่มขึ้น ซึ่งถือเป็นการช่วยสำรวจธรรมชาติผ่านเลนส์ ช่างภาพนำอุปกรณ์และเทคนิคใหม่ๆ มาใช้ ทำให้เราได้เห็นมุมมองที่สดใหม่และมีชั้นเชิงมากขึ้น

ดร.อาชว์ เตาลานนท์

ด้าน ดร.อาชว์ เตาลานนท์ รองประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์ ย้อนเล่าความสำเร็จตลอด 31 ปีของโครงการนี้ว่าถือกำเนิดขึ้นเพื่อปลูกฝังค่านิยมการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติให้แก่ประชาชน จากอดีตที่การอนุรักษ์อาจดูเป็นทางเลือก แต่ปัจจุบันคือความจำเป็นเร่งด่วนท่ามกลางสภาวะโลกร้อน

Advertisement

นอกจากความสวยงามแล้ว ภาพถ่ายเหล่านี้ยังเป็นหลักฐานทางวิชาการที่สำคัญ เช่น ภาพสมเสร็จยืนสองขาจาก ‘ภาพพุ่งทะยาน’ โดย ธีระเดช ชลวานิช รางวัลยอดเยี่ยม ระดับบุคคลทั่วไป ประเภทสัตว์มีค่า ภาพสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ประจำปี 2567 ที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง จ.อุทัยธานี ซึ่งพฤติกรรมนี้เป็นสิ่งที่หาชมได้ยาก รวมถึงค้นพบพืชชนิดใหม่ๆ จากรูปถ่ายอีกด้วย

ดร.รวีวรรณ ภูริเดช

‘สัตว์มีค่า ป่ามีคุณ’ โปรเจ็กต์สำคัญ
เชื่อมนโยบายรัฐ สู่ภาคประชาชน

ดร.รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แสดงความยินดีกับผู้ได้รับรางวัล โดยเน้นย้ำว่ากิจกรรมนี้ ไม่ใช่เพียงแค่เรื่องของภาพถ่าย แต่คือการแสดงออกถึงความรักในธรรมชาติ พร้อมกล่าวถึงบทบาทในการร่วมอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมผ่านกิจกรรมเพื่อสังคม ว่ากระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมีพันธกิจหลักในการสงวน อนุรักษ์ ฟื้นฟู และบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างสมดุลและยั่งยืน ภายใต้กรอบยุทธศาสตร์ชาติและเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ซึ่งการอนุรักษ์จะยั่งยืนได้ ต้องอาศัยพลังความร่วมมือจากทุกภาคส่วน

โครงการ ‘สัตว์มีค่า ป่ามีคุณ’ จึงเป็นกลไกสำคัญที่เชื่อมโยงนโยบายของกระทรวงสู่การมีส่วนร่วมของประชาชน โดยใช้ศิลปะการถ่ายภาพเป็นเครื่องมือสร้างความตระหนัก และความหวงแหนต่อทรัพยากรธรรมชาติ

“ความร่วมมือระหว่างกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กับ เครือซีพี สะท้อนความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนอย่างเป็นรูปธรรม ในการขับเคลื่อนงานด้านสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ และต่อยอดสู่กิจกรรมที่สร้างประโยชน์ในหลายมิติ อาทิ การสร้างเครือข่ายนักสื่อสารสิ่งแวดล้อม ทั้งช่างภาพมืออาชีพ เยาวชน และประชาชนทั่วไป การปลูกจิตสำนึกคนรุ่นใหม่ ให้ตระหนักถึงคุณค่าของระบบนิเวศและความหลากหลายทางชีวภาพ เพื่อให้เกิดการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน” ดร.รวีวรรณกล่าว

น้องตองและคุณพ่อร่วมชมนิทรรศกาล เพื่อสร้างแรงบันดาลใจในครั้งต่อไป

ช่างภาพ ‘หน้าใหม่’ วัย 9 ขวบ
กวางทุ่งกะมัง วิชาชีวิต จากคุณพ่อสู่ลูกชาย

หนึ่งในเรื่องราวที่สร้างรอยยิ้มให้ทั้งงาน คือ ศุภเวช ใหม่อ่อน หรือน้องตอง วัย 9 ขวบ เจ้าของรางวัลยอดเยี่ยมระดับนักเรียน นักศึกษา จากภาพ ‘พักพิง’ ที่ทุ่งกะมัง เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว จังหวัดชัยภูมิ ซึ่งถือว่าเป็นหนึ่งในช่างภาพหน้าใหม่ที่ทำผลงานได้ดีเยี่ยมตั้งแต่มีการจัดการประกวดขึ้น

จุดเริ่มต้นของน้องตองไม่ได้มาจากการแข่งขัน แต่มาจากการเดินป่าตามอุทยานกับคุณพ่อ สุธรรม ใหม่อ่อน ในช่วงแรกเป็นการเดินป่าศึกษาธรรมชาติ จนอยากหาความน่าสนุกเพิ่มขึ้น จึงเข้าสู่วงการถ่ายภาพ เริ่มแรก
จากกล้องของคุณพ่อ ก่อนจะซื้อกล้องให้ลูกเมื่อเห็นแววความชอบ

นอกจากการซัพพอร์ตด้านอุปกรณ์ที่เหมาะกับสรีระแล้ว ยังพาน้องตองตระเวนตามสวนสาธารณะในกรุงเทพฯ จนถึงอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เพื่อฝึกถ่ายภาพเป็นเวลา 2-3 ปี ก่อนหน้านี้ น้องตองเคยลองส่งเข้าประกวดแล้ว แต่ยังไม่ผ่านการคัดเลือก กระทั่งได้ชมนิทรรศการเพื่อสร้างแรงบันดาลใจ แล้วส่งประกวดใหม่อีกครั้ง จนได้รับรางวัล กลายเป็นช่างภาพหน้าใหม่ที่อายุน้อยที่สุด

คุณพ่อและน้องตองร่วมกันเล่าว่า ภาพกวางที่อยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ มาจากการไปเดินทุ่งกะมังในตอนเช้า จึงคิดกันว่าหากถ่ายรูปนี้ อาจจะนำมาส่งเข้าประกวดได้ แต่ก็ไม่ได้คิดว่าจะได้รางวัล

“ตอนแรกไม่คิดว่าจะได้รางวัล แต่รู้สึกภูมิใจมาก” น้องตองเล่าด้วยรอยยิ้ม

จากนั้น คุณพ่อเสริมมุมคิดสำคัญว่า รางวัลเป็นเพียงผลพลอยได้สิ่งที่ได้จริงคือประสบการณ์ระหว่างทาง วินาทีที่เห็นกวางยืนเรียงสี่ตัว หูผึ่งรับแสงเช้า หรือการเรียนรู้ชีวิตจากเห็บลม ทาก และคุ่น

“เราไม่ได้คาดหวังว่าเราจะต้องได้รางวัล แต่สิ่งที่ได้ระหว่างการออกไปทริป การได้พบเห็น ได้พบเจอสิ่งแปลกใหม่ในชีวิต อย่างการไปเจอกวางเรียงกัน 4 ตัว หูผึ่งๆ พร้อมกับแบ๊กกราวด์สวยๆ ภาพนั้นมันอยู่กับเราแค่ 1-10 วินาที มันเป็นกำไรชีวิต แต่การส่งมาประกวดและได้รางวัลแบบนี้ ก็เป็นสิ่งที่ยอดเยี่ยมขึ้นไปอีกขั้นหนึ่ง ประเทศไทยมีธรรมชาติที่สวยงาม มีอุทยานแห่งชาติมีที่ให้เราได้พาลูกไปทำกิจกรรมเยอะมาก มันเป็นวิชาชีวิตที่ลูกเราจะได้ เพราะฉะนั้นพาเขาออกไป แม้อาจจะโดนทากกัด โดนคุ่น เห็บลม แต่มันเป็นเรื่องราวในชีวิตที่เขาจะได้พบเจอ บางครั้งมันหาไม่ได้ถ้าเราไม่พาลูกออกไป” คือเสียงของคุณพ่อผู้สนับสนุนให้ลูกได้เรียนรู้นอกห้องเรียน

จักรกฤษณ ตรงดี จากภาพ วิ่งนี้เพื่อครอบครัว และรสุภา ธีระกาญจน์ ลูกสาวเจ้าของภาพถ่าย อุดมสมบูรณ์

ทุ่มสุดตัว ‘ปลอมเป็นปลา’ รอ ‘นกอีโก้ง’
คาบบัวป้อนลูก เสี้ยวนาทีสัญชาตญาณแม่

สำหรับผู้ที่ได้รับถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้าฯ คือ จักรกฤษณ ตรงดี จากผลงานภาพถ่าย ‘วิ่งนี้เพื่อครอบครัว’ บันทึกช่วงเวลานกอีโก้งคาบหัวบัว (รากบัว) เพื่อป้อนลูก ปีกกางเต็มที่ ขากำลังก้าวพ้นผิวน้ำ ขณะหลีกเลี่ยงนกอีกตัวหนึ่ง เป็นจังหวะเสี้ยววินาทีที่สะท้อนทั้งพลัง ความเร่งรีบ และสัญชาตญาณความเป็นแม่ได้อย่างชัดเจน

จักรกฤษณเล่าด้วยน้ำเสียงสนุกสนานว่า เบื้องหลังภาพอันงดงามนั้นไม่ง่ายอย่างที่เห็น เขาต้องปลอมตัวเป็นปลา ลอยตัวซุ่มอยู่ในน้ำตลอดทั้งวัน ใช้บังไพรที่ออกแบบพิเศษคลุมร่างกายและกล้องถ่ายภาพ เพื่อรอคอยช่วงเวลาที่ธรรมชาติจะมอบให้ ณ เขตห้ามล่าสัตว์ป่าอ่างเก็บน้ำห้วยจระเข้มาก จังหวัดบุรีรัมย์

นอกจากนี้ยังเผยว่า ในครั้งนี้ ตนส่งผลงานเข้าประกวดทั้งหมด 10 ภาพ ได้รับรางวัลถึง 3 ภาพ โดยมีจุดเริ่มต้นของเส้นทางการถ่ายภาพว่ามาจากงานประจำทำให้ต้องเดินทางบ่อย เมื่อมีเวลาว่างจึงเลือกถ่ายภาพนกเป็นงานอดิเรกเพื่อผ่อนคลาย เมื่อเห็นว่าแนวคิดสอดคล้องกับคอนเซ็ปต์ของโครงการ จึงตัดสินใจส่งผลงานเข้าประกวดครั้งแรกเมื่อ 6 ปีก่อน และหลังจากนั้นก็ส่งผลงานมาอย่างต่อเนื่อง

“หากภาพถ่ายไม่โดดเด่นหรือสวยงาม ผู้คนอาจมองผ่านโดยไม่เกิดความรู้สึกใดๆ แต่ถ้าภาพสามารถสร้างความประทับใจ สร้างความว้าวและถ่ายทอดคุณค่าความงามของธรรมชาติได้ ก็จะทำให้ผู้ชมตระหนักและอยากอนุรักษ์ไว้ให้ลูกหลานได้เห็น

นกเป็นสิ่งมีชีวิตที่อยู่ใกล้ตัว เข้าถึงได้ง่าย พบเห็นได้ตามบ้านเรือน จนหลายคนอาจไม่ทันใส่ใจว่าจะถูกล่าหรือได้รับผลกระทบอย่างไร ในวัยเด็กผมก็เคยล่านก แต่เมื่อเติบโตขึ้นกลับพบว่านกที่เคยเห็นในอดีตค่อยๆ หายไป และปัจจุบันพบเห็นได้ยากขึ้น เมื่อได้กลับมามองผ่านเลนส์กล้อง เห็นความงดงามของพวกมันอย่างใกล้ชิด จึงเกิดความรู้สึกรักและหวงแหนมากขึ้น” ช่างภาพมือรางวัลเล่าความในใจ

‘อุดมสมบูรณ์’ ผลงาน ธนเกียรติ ธีระกาญจน์ รางวัลถ้วยประทานสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์

เกษียณสำราญ บันทึกสัมพันธ์แห่งผืนป่า
เมื่อทุกชีวิตเคลื่อนไหวในเฟรมเดียว

ขณะที่ถ้วยประทานจากสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ เป็นของ ธนเกียรติ ธีระกาญจน์ จากภาพ ‘อุดมสมบูรณ์’ ซึ่งเจ้าตัวกดชัตเตอร์ ณ อุทยานแห่งชาติกุยบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ภาพนี้ไม่ใช่เพียงภาพสัตว์ป่า แต่เป็นภาพความสัมพันธ์ของชีวิตทั้งผืนป่า ช้างออกหากินกลางทุ่ง นกยางควายบินโฉบเหนือหญ้า นกแก๊กอาศัยต้นไม้ใหญ่ และเหยี่ยวบินตัดฟ้า ทุกชีวิตเคลื่อนไหวอยู่ในเฟรมเดียวกัน บอกเล่าความหมายของคำว่า ระบบนิเวศ ได้อย่างเด่นชัด

แม้ว่าธนเกียรติจะไม่ได้มารับรางวัลด้วยตนเอง แต่ได้ส่ง รสุภา ธีระกาญจน์ บุตรสาวที่มีใจอนุรักษ์เหมือนคุณพ่อมาเป็นตัวแทนบอกเล่าเรื่องราว

รสุภาเล่าว่า ความรักธรรมชาติของคุณพ่อไม่ได้เกิดขึ้นเพียงเพราะการถือกล้อง หากมีรากฐานจากช่วงเวลาที่เคยทำงานกับมูลนิธิคุ้มครองสัตว์ป่า ความผูกพันกับผืนป่า การดูนก และการถ่ายภาพ จึงเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตมาโดยตลอด

เมื่อเข้าสู่วัยเกษียณซึ่งหลายคนมองว่าเป็นช่วงเวลาพักผ่อน แต่สำหรับธนเกียรติกลับเป็นจุดเริ่มต้นของการออกเดินทาง โดยใช้เวลาไปกับการท่องเที่ยวตามธรรมชาติ บันทึกภาพสัตว์ป่าและผืนป่าไว้จำนวนมาก ครอบครัวจึงสนับสนุนให้ส่งเข้าประกวด

“ก่อนตัดสินใจส่งผลงาน คุณพ่อนำภาพเกือบ 20 ภาพมาให้ช่วยเลือก ภายใต้โจทย์ที่ต้องสื่อความหมายของคำว่า ป่ามีคุณ เลยเลือกรูปนี้ให้คุณพ่อเอง เพราะมองว่าจุดเริ่มต้นของป่าคือสัตว์ป่า ถ้าสัตว์ไม่พึ่งพาป่า แล้วป่าจะอุดมสมบูรณ์ได้อย่างไร ภาพนี้มันสื่อว่าทุกชีวิตต้องอาศัยกัน และยังเคยบอกกับคุณพ่อไว้ว่า เชื่อหนูไหม รูปนี้แหละต้องได้รางวัลแน่ๆ แม้จะไม่รู้ว่าจะเป็นรางวัลใดก็ตาม” รสุภาเล่าพร้อมรอยยิ้ม

ทั้งยังเผยถึงความผูกพันระหว่างตนกับผืนป่า ว่าไม่ได้เริ่มต้นในวัยผู้ใหญ่ แต่คุณพ่อพาเข้าป่าตั้งแต่ยังอยู่ในท้องแม่ การเติบโตท่ามกลางธรรมชาติทำให้การอนุรักษ์ไม่ใช่เพียงแนวคิด แต่เป็นสิ่งที่ซึมซับมาโดยไม่รู้ตัว

รางวัลในวันนั้นจึงไม่ใช่เพียงความสำเร็จของช่างภาพวัยเกษียณ หากยังสะท้อนสายใยระหว่างรุ่นจากพ่อผู้ใช้เลนส์บันทึกความงามของป่า สู่ลูกสาวผู้มองเห็นคุณค่า และเชื่อมั่นว่าภาพหนึ่งภาพ สามารถบอกเล่าความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติได้ทั้งผืนป่า

เมื่อธรรมชาติคือรากฐานของชีวิต การอนุรักษ์จึงไม่ใช่ทางเลือก หากคือความจำเป็นของทุกคนบนโลกใบนี้

พรหมพร เจริญกิจชัชวาล