Read for the future ตอบโจทย์ทุกเจน ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ ระดับเขตคลองเตย การันตี ‘ไม่ใช่แค่ความรู้ แต่คือมิติสังคม’

28.02.26 | 12:16 น.

Read for the future ตอบโจทย์ทุกเจน
ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ ระดับเขตคลองเตย
การันตี ‘ไม่ใช่แค่ความรู้ แต่คือมิติสังคม’

“ที่ผ่านมา สังคมมีช่องว่างระหว่างวัย มีการแตกแยกทางความคิด มีไลฟ์สไตล์ที่ต่างสุดขั้ว ต่างคนต่างอยู่คนละมุม แต่ที่นี่เราหลอมรวมให้อยู่ด้วยกันอย่างถ้อยทีถ้อยอาศัย ผู้สูงวัย หยิบหนังสือมาอ่านแต่ยังไม่เข้าใจ เพราะใช้ภาษาสมัยใหม่ และมีภาษาอังกฤษปน แล้วนักศึกษา สกร.ของเราช่วยอธิบายให้ฟังว่า คุณป้าครับ อันนี้หมายความว่าอย่างนี้ มันเป็นการเรียนรู้ร่วมกันระหว่างผู้สูงวัยที่พยายามก้าวให้ทันโลก กับคนรุ่นใหม่ เลยกลายเป็นภาพที่คน 2 ช่วงวัยอ่านหนังสือร่วมกัน”

คือคำบอกเล่าของ ธเนตร หลงศรี ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ ระดับเขตคลองเตย กรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) ต่อคำถามถึงโมเมนต์ประทับใจที่เกิดขึ้นในห้องสมุดของศูนย์ อันเป็นแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียน ตามบทบาทของ สกร. สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งมีหน้าที่ดูแลรับผิดชอบเกี่ยวกับการจัดการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย โดยยกระดับมาจากสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) ดังที่คุ้นหูผู้คนก่อนยุคเจน Z

หนังสือเพียง 1 เล่ม ข้อความเพียง 1 บรรทัด หรือศัพท์แสงเพียง 1 คำ กลายเป็น ‘ตัวกลาง’ การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างเจเนอเรชั่น ที่ ผอ.สกร.คลองเตย มองว่า นี่ไม่ใช่แค่เรื่องของความรู้ ทักษะ และประสบการณ์จากหนังสือเท่านั้น แต่มันคือ ‘มิติของสังคม’ ซึ่งควรผลักดันให้เกิดในหลายพื้นที่

ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้แห่งนี้ คือหนึ่งในหน่วยงานที่เข้าร่วม โครงการ Read for the Future ส่งเสริมการอ่าน สร้างอนาคต ซึ่งบริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) และ มูลนิธิเสริมกล้า ผนึกกำลังสนับสนุนการอ่าน การเรียนรู้และพัฒนาทักษะทุกมิติ เพื่อคุณภาพชีวิต อันจะส่งผลต่อคุณภาพประเทศ ผ่านการจัดหาหนังสือดี มีประโยชน์

Advertisement

หลังรับมอบหนังสือหลากหลายและทันสมัย เมื่อปลายปี’68 ที่เพิ่งผ่านพ้นไปหมาดๆ ธเนตรย้ำชัดว่า ‘คุ้มค่า’ ตามสถิติมีคนอ่านทุกเล่ม!

“หนังสือที่ได้รับมาจากโครงการ Read for the future เราพูดได้เต็มปากว่า มีอัตราการใช้ดี คุ้มค่ากับที่ได้นำมามอบให้ทางเรา ต่อไปนี้จะเป็นกำไร เพราะสถิติคนอ่าน ทุกเล่มมีการใช้หมด จึงอยากนำเรียนว่า การมอบหนังสือให้ห้องสมุดของเรา ถือว่าเป็นการส่งมอบสิ่งดีๆ ให้กับชุมชน อย่างคุ้มค่าจริงๆ” ผอ.สกร.คลองเตยยืนยัน

ก่อนย้อนเล่าว่า เมื่อครั้งที่ลำเลียงหนังสือเหล่านี้เข้ามายังห้องสมุด ยอมรับว่า ‘ตื่นเต้น’

“อย่างแรก ผมบอกให้น้องๆ เจ้าหน้าที่ห้องสมุดเอามาโชว์ด้านหน้า ในพื้นที่ที่ปะทะสายตามากที่สุด คนเดินเข้ามาปุ๊บ เห็นเลย คนก็เดินมาดู ถามว่าอัตราการใช้เป็นอย่างไร ไม่ว่าเด็ก หรือผู้ใหญ่ มาปุ๊บ หยิบก่อน พลิกหน้าพลิกหลัง ดูปก แล้วดูเนื้อใน ต้องยอมรับว่าเราตื่นเต้น มีของใหม่ๆ เข้ามาในห้องสมุดของเรา

“ความสนใจก็เป็นไปตามวัยของผู้ที่เข้ามา อัตราเฉลี่ยคนเข้าห้องสมุดของเรา หลักร้อยต่อวัน ถ้าเป็นต่างจังหวัด อัตรานี้อาจถือว่าน้อย แต่กรณีเป็นชุมชนเมือง ถือว่าพอใช้ได้ เพราะพฤติกรรม รสนิยมการอ่านหนังสือจะไม่เหมือนกัน”

เปิดลิสต์เล่มฮิต การันตี ‘มีคนอ่านทุกเล่ม’
เรียนรู้ตลอดชีวิต ท่ามกลางโจทย์ท้าทาย

ครั้นถามถึงเล่มฮิตติดเทรนด์คลองเตย ได้คำตอบว่า หนังสือของโครงการที่ได้รับความสนใจมาก ได้แก่ Restorative Cities ให้นครเยียวยาใจ ของ Jenny Roe, Layla McCay แปลโดย ธาม โสธรประภากร, จักรวาลไทบ้าน โดย ทีมงานไทบ้าน, รุกสยามในพระนามของพระเจ้า (Pour la plus grande gloire de Dieu) ของ Morgan Sportes แปลโดย กรรณิกา จรรย์แสง ซึ่งเป็นนวนิยายประวัติศาสตร์ และ Happy City ของ Charles Montgomery แปลโดย พินดา พิสิฐบุตร

“เมื่อดูจากรายการหนังสือข้างต้น เราจะเห็นความต่างของกลุ่มเป้าหมายพอสมควร หนังสือของสำนักพิมพ์มติชน ส่วนใหญ่เด็ก เยาวชน คนหนุ่มสาว ให้ความสนใจมาก แต่ละเล่มเป็นหนังสือดี ที่การันตีได้ หนังสือทุกเล่ม นักศึกษาของ สกร.ได้อ่าน”

แน่นอนว่า ไม่ใช่เพียงนักศึกษา สกร.ที่ได้ดื่มด่ำประสบการณ์ผ่านตัวอักษร หากแต่รวมถึงผู้เข้าใช้บริการอื่นๆ ซึ่ง ธเนตรเผยว่า เกือบทุกช่วงวัย ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนเข้าเยี่ยมเยือนห้องสมุดแห่งนี้ ซึ่งตั้งอยู่ในอาคาร 4 ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์ ที่เรียกกันติดปากว่า ‘ท้องฟ้าจำลอง’ แลนด์มาร์กแห่งการเลิร์นนิ่งอย่างแท้จริงในย่านคลองเตย กรุงเทพฯ

“หลักๆ ประกอบด้วยกลุ่มผู้สูงอายุที่มาใช้บริการทุกวัน กลุ่มที่ 2 คือ นักเรียน นักศึกษา ซึ่งมีทั้งนักศึกษาของ สกร.เองและจากสถานศึกษาใกล้เคียง เช่น โรงเรียนปทุมคงคา โรงเรียนดาราคาม ซึ่งหลังเลิกเรียน เด็กๆ จะแวะเข้ามาก่อนกลับบ้าน รอผู้ปกครองมารับ ก็จะเป็นช่วงเวลาที่เขาดูหนังสือไปด้วย ทำกิจกรรมไปด้วย

“อีกกลุ่มหนึ่งคือ ประชาชนทั่วไป ซึ่งสัดส่วนอาจจะน้อยถ้าเทียบกับ 2 กลุ่มแรก ถือเป็นโจทย์ที่ท้าทายสำหรับเราว่าจะทำอย่างไรที่จะดึงคนกลุ่มนี้เข้ามาใช้บริการห้องสมุดของเราให้มากขึ้น”

คำตอบนี้ เชื่อมโยงกลับไปถึงบรรทัดแรกของคำบอกเล่าในเรื่องราวของ ‘คนต่างวัย’ ที่ได้ปฏิสัมพันธ์ ถ่ายทอดประสบการณ์โดยมีหนังสือเป็นสื่อกลาง

ยิ่งไปกว่านั้นยังฉายภาพชัดถึงการ ‘เรียนรู้ตลอดชีวิต’ ซึ่งเป็นทั้งคำฮิตและเทรนด์การศึกษาโลกยุคใหม่

อีกทั้งหนึ่งในหมุดหมายสำคัญของโครงการ Read for the future

ขอบคุณ ‘มูลนิธิเสริมกล้า’
ติดอาวุธทางปัญญาทุกช่วงวัย

ผอ.สกร.คลองเตยชี้ชวนให้ชมมุมต่างๆ ของห้องสมุด หนังสือจากโครงการถูกจัดวางอย่างโดดเด่น เผยให้เห็นร่องรอยการใช้งาน ตราประทับด้วยหมึกสีน้ำเงินท้ายเล่ม ปรากฏวัน ‘ยืม-คืน’ แม้ส่วนใหญ่นิยมนั่งอ่านภายในห้องสมุด

“กลุ่มเป้าหมายของเรามีหลายช่วงวัย ทั้งเด็ก เยาวชน หนุ่มสาววัยทำงาน และผู้สูงอายุ ซึ่งปัจจุบันคลองเตยมีผู้สูงวัยค่อนข้างมาก หนังสือที่รองรับความต้องการของกลุ่มนี้อาจจะได้รับความนิยม หรือมีการใช้ซ้ำมากๆ คือ แนวบันเทิงเริงใจ ท่องเที่ยว พักผ่อน สูตรอาหารที่มีขั้นตอนการทำ หรือเรื่องสุขภาพ การออกกำลังกาย โยคะ สันทนาการ นันทนาการ การยกระดับคุณภาพทางกาย ทางใจ

“เรามีสถานศึกษาใกล้ๆ ทั้งโรงเรียนปทุมคงคา โรงเรียนดาราคาม รวมถึง สกร.คลองเตยเรา ในภาคเรียนนี้มีผู้เรียนเป็นพันคน เรามีศูนย์การเรียน 15 แห่ง ผมมอบให้ครูแต่ละแห่งนำผู้เรียนซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบเข้ามาใช้บริการห้องสมุดทุกสัปดาห์ ในทุกวันอาทิตย์ เพราะฉะนั้นถ้ามาวันอาทิตย์จะเห็นนักศึกษานั่งเต็มพื้นที่ นี่ก็เป็นอีกหนึ่งกลุ่มเป้าหมายหนึ่งที่ใช้บริการในนี้ นักศึกษาก็จะเดินไปหยิบหนังสือที่ตัวเองสนใจ โดยจะมีใบงานว่าวันนี้อ่านหนังสืออะไร ใจความสำคัญคืออะไร ได้ประโยชน์อะไรจากหนังสือเล่มนี้”

นอกจากมุมหนังสือ มุมเด็ก มุมกิจกรรมเวิร์กช็อปซึ่งคึกคักเป็นอย่างยิ่ง ยังมีห้องคอมพิวเตอร์ เทคโนโลยีสารสนเทศ ให้คนทุกช่วงวัยได้พัฒนาทักษะด้านต่างๆ โดยมีผู้ให้ความสนใจแบบออร์แกนิค มีแต่ผู้ใช้จริง ไม่มีแนวจัดตั้ง

“เรามีคอมพิวเตอร์ อีบุ๊ก เกมที่มาสาระ และอื่นๆ ให้ได้เรียนรู้ แต่อย่างหนึ่งที่ต้องควบคู่คือ กิจกรรม เพราะอยากให้ที่นี่เป็นห้องสมุดมีชีวิต สามารถมาอ่านหนังสือ เรียนรู้ผ่านออนไลน์ และทำกิจกรรมได้ ครบอยู่ที่นี่ หากมีแค่หนังสืออย่างเดียว จะมีแค่กลุ่มเป้าหมายที่เป็นคนเจนเบบี้บูมเมอร์ X Y เท่านั้น เจนอื่นอาจไม่เข้าห้องสมุดเลย อีกเรื่องหนึ่งที่มีโครงการจะทำ แต่คงต้องใช้เวลา คือ เราพยายามปรับรูปแบบห้องสมุดให้เป็นห้องสมุดดิจิทัล เด็กและวัยรุ่นอาจชอบการ์ตูนนวนิยาย รวมถึงแนววาย ซึ่งเราก็ต้องมีไว้ซัพพอร์ต” ผอ.ธเนตรเผยวิสัยทัศน์เปิดกว้าง พร้อมฝากถ้อยคำขอบคุณถึงผู้สนับสนุนการเรียนรู้เพื่อเสริมกล้า เสริมแกร่ง เสริมแรงแห่ง

“ในนามของ สกร.ระดับเขตคลองเตย ห้องสมุดของเราต้องขอขอบพระคุณ เครือมติชนและมูลนิธิเสริมกล้าเป็นอย่างสูงที่ได้ให้ความอนุเคราะห์นำหนังสือดีๆ มามอบให้ประชาชนในเขตคลองเตยได้อ่าน ได้ความรู้ ประสบการณ์กันอย่างมากมาย ซึ่งสิ่งเหล่านี้เปรียบเสมือนการติดอาวุธทางปัญญาให้กับเยาวชน ให้ผู้เรียน ให้ประชาชนของเรา ให้มีโลกทัศน์ ความคิดความอ่านที่กว้างไกลขึ้น สิ่งเหล่านี้ เขาจะนำความรู้ที่ได้รับมาประยุกต์ใช้ในการดำรงชีวิตประจำวันอย่างสมดุลและปกติสุข รวมถึงการประกอบอาชีพได้อย่างดี” ผอ.สกร.คลองเตยทิ้งท้ายด้วยรอยยิ้ม

ฟังเสียง เจน Z ฟีดแบ๊ก ‘ดีเยี่ยมอย่างไม่น่าเชื่อ’
ตรงความต้องการ อายุ 80 ยังอ่าน ‘เอไอ’

จากนั้นเจ้าหน้าที่เจน Z อย่าง พันธกานต์ โพธิ์วัด นักวิชาการศึกษา ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับเขตคลองเตย รับไม้ต่อ เล่าในมุมคนรุ่นใหม่ ทั้งในฐานะ ‘คนใน’ และ ‘คนอ่าน’ โดยกระซิบเสียงดังฟังชัดว่า ชื่นชอบหนังสือ ‘ประวัติศาสตร์อยุธยา ห้าศตวรรษสู่โลกใหม่’ ผลงาน คริส เบเคอร์ และผาสุก พงษ์ไพจิตร สำนักพิมพ์มติชน พิมพ์ครั้งที่ 4 ปกใหม่ ซึ่งได้รับจากโครงการ Read for the future

“ผมเป็นคนเจน Z ที่ชอบประวัติศาสตร์ เพราะเชื่อว่าการพัฒนาไปข้างหน้า ต้องเรียนรู้จากสิ่งเก่าที่มีมาแต่ดั้งแต่เดิม หนังสือเล่มนี้มีหลายแง่มุม ประวัติศาสตร์บอกเราว่าทุกอย่างจะผ่านไปได้ ไม่ว่าจะโรคภัยไข้เจ็บ โรคห่า รวมถึงศึกสงคราม ยิ่งอ่านไล่มาตั้งแต่ต้นก็ยิ่งเข้าใจสถานการณ์ปัจจุบัน โดยนำมาปรับใช้ในชีวิตจริงได้ด้วย” พันธกานต์เล่า

จากนั้นเผยข้อมูลว่า หนังสือที่ได้รับสนับสนุนจากโครงการ Read for the future ส่วนใหญ่ คือประเภทที่ทางศูนย์ต้องการพอดิบพอดี

“หนังสือเปรียบเสมือนพลังงานสะอาดที่จะต้องหมุนเปลี่ยนไปเรื่อยๆ จนทันยุคสมัย หนังสือเหล่านี้ที่ได้รับจากโครงการ ผมว่าคนในสังคมยุคนี้อยากอ่าน แต่เราอาจจะไม่สามารถหาได้ครบถ้วนด้วยงบประมาณจำกัด

“หนังสือชุดนี้ได้รับผลตอบรับที่ดีเยี่ยมอย่างไม่น่าเชื่อ บางคนที่เราไม่คิดว่าจะอ่าน กลับสนใจอ่าน บางคนที่ปกติอ่านแต่นวนิยาย พอเราไปแนะนำว่ามีหนังสือใหม่จากโครงการฯ เขาก็หยิบมาอ่าน

“บางคนอายุ 70-80 ยังอ่านเรื่อง เอไอ จากเล่ม เรียนจีนด้วย AI ของ อนุรักษ์ กิจไพบูลทวี สำนักพิมพ์ แมงมุมบุ๊ก ซึ่งได้รับมาจากโครงการเช่นกัน เพราะอยากรู้ว่าโลกไปถึงไหนแล้ว” พันธกานต์เล่า พร้อมย้ำด้วยว่า สิ่งที่ต้องการไม่ใช่เงินบริจาค แต่ต้องการพาร์ตเนอร์ชิปในการสนับสนุนให้อีโคซิสเต็ม หรือระบบนิเวศของศูนย์การเรียนรู้เติบโต

“เราต้องการเครื่องมือ เนื้อหา เวิร์กช็อป ให้คนในพื้นที่คลองเตยพัฒนาขึ้นในทุกช่วงวัย และตลอดเวลา” นักวิชาการศึกษา เจน Z ทิ้งท้าย

แน่นอนว่า การเรียนรู้ตลอดชีวิตในเวอร์ชั่นทั่วถึงและเท่าเทียมนั้น ไม่ง่าย ทว่า หลากหลายภาคส่วนยังคงเดินหน้าหาหนทางโดยมุ่งหวังให้เป็นไปได้อย่างยั่งยืน หาใช่เพียงคำสวยหรูประดับเอกสารราชการ