หน้าแรก ประชาชื่น มหานครที่โอบร...

มหานครที่โอบรับ เซฟโซนให้พักกาย ‘บ้านอิ่มใจ’ประคองพี่น้องโฮมเลส ระบบนิเวศเพื่อชีวิตใหม่

2.03.26 | 12:31 น.

“ผมจะตั้งใจฝึกอาชีพที่มอบให้ 

และจะขยันทำงานเก็บเงินเพื่อที่จะดูแลตัวเองให้ได้ 

ผมขอสัญญาว่าจะเป็นคนดีของสังคมตลอดไป”

เป็นเพียงหนึ่งในฟีดแบ๊กที่ทำเอาทีมงานใจฟู 

หลัง ‘บ้านอิ่มใจ’ เปิดให้บริการอย่างเป็นทางการไปสดๆ ร้อนๆ เมื่อวาเลนไทน์ ประเดิมวันแห่งความรัก 

Advertisement

ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ประกาศเจตนารมณ์ยกระดับการดูแลคนไร้บ้าน ให้เป็นมากกว่าที่พักพิงชั่วคราว แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างโอกาสใหม่ในชีวิต

25 กุมภาพันธ์ บรรยากาศวันแรกรับผู้เข้าพัก อบอวลไปด้วยความอบอุ่น ด้วยพี่น้องคนไร้บ้านให้ความสนใจเกินคาด

สุนทร โสมทรัพย์ คือหนึ่งในผู้ได้รับโอกาสนั้น ซึ้งใจจนขอส่งพลังกลับไป

ศานนท์ หวังสร้างบุญ เยี่ยมเยียนพี่น้องคนไร้บ้าน ในวันแรกรับ

ฝากขอบคุณไปยังท่านอาจารย์ชัชชาติ รองฯศานนท์ ตลอดจนทีมงาน พม. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างมาก สำหรับโอกาสใหม่ที่มอบให้ 

ทำเอาเติมพลังใจสุดๆ จน ศานนท์ หวังสร้างบุญ ผู้เป็นเรี่ยวแรงสำคัญในการขับเคลื่อนให้เกิดขึ้น ขอเก็บโพสต์นี้ไว้ในใจ

ชวนแบ่งปันพัดลม-ของใช้ กทม.พร้อมรับผิดชอบค่าไฟเอง

หลังเปิดให้บริการได้ 2 วัน ผู้ว่าฯชัชชาติ พร้อมด้วยรองฯศานนท์ นัดกันไปเทสต์ระบบ ปั่นจักรยานสาธารณะ (Bike Sharing) ไปเยี่ยมเยียนดูความเรียบร้อย

ลงพื้นที่เยี่ยมให้กำลังใจและพูดคุยอย่างเป็นกันเองกับพี่น้องคนไร้บ้าน ณ การประปาแม้นศรี (เดิม) เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย ซึ่งเป็นที่ตั้งของ ‘บ้านอิ่มใจ’

สุนทร โสมทรัพย์

ชัชชาติตอกย้ำว่า สถานแห่งนี้คือบ้านพักชั่วคราวสำหรับคนไร้บ้าน ที่ไม่ได้เพียงให้อิ่มใจ แต่อิ่มกายด้วย 

ด้านรองฯศานนท์เปิดยอดวันแรก มีผู้มาลงทะเบียน 29 คน แบ่งเป็น ชาย 23 คน หญิง 6 คน กางกฎผู้เข้าพัก อาทิ ห้ามดื่มสุรา ห้ามเสพยาเสพติด ห้ามทะเลาะวิวาท และต้องปฏิบัติตามตารางเวลา 

แต่ก็ให้อิสระ เข้าพักแล้วออกไปทำธุระ สามารถกลับมาพักใหม่ได้ 

พร้อม ‘กระบวนการพัฒนาศักยภาพ’ จะมีช่วงทดลอง 7 วัน โดยฝึกอาชีพและหางานให้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ไม่ว่าจะ งานทำอาหาร ทำสแน็คบ๊อกซ์ คัดแยกขยะร่วมกับมูลนิธิกระจกเงา

ผ่านไปเพียงวันเดียว ยอดผู้เข้าพักเพิ่มขึ้นไม่หยุด 

คณะทำงานบ้านอิ่มใจรายงานว่า เข้าสู่วันที่ 2 มีผู้เข้าพักกว่า 40 คน มีบริการตัดผมโดยอาสาสมัคร เครื่องซักผ้า และพื้นที่ตากผ้า ให้ใช้บริการได้ฟรี

และแน่นอนว่า มีบริการอาหารวันละ 2 มื้อ (กลางวันและเย็น) ครบจบในที่เดียว 

ซึ่งต้องบอกว่าขณะนี้ยังมีความต้องการอีกมาก ทั้งข้าวสาร อาหารแห้ง ไข่ เสื้อผ้า สบู่ แชมพู โดยเฉพาะ ‘พัดลม’ ในช่วงอากาศอบอ้าว โดยผู้ที่ประสงค์ร่วมแชร์ สามารถติดต่อผ่านเพจเฟซบุ๊ก หรือไปบริจาคได้โดยตรง 

ชัชชาติยืนยันว่า ของทุกชิ้นมีความจำเป็น จะถูกส่งต่อถึงมือผู้ที่เดือดร้อนจริง โดยเน้น ‘พัดลม’ ซึ่งส่วนหนึ่งอาจประสานขอรับจากวัด เนื่องจากมีพัดลมจากการรับบริจาคในงานศพอยู่มาก

ทาง กทม.จะรับผิดชอบค่าไฟฟ้าเอง

ระหว่างไลฟ์สดทางเฟซบุ๊ก มีผู้คอมเมนต์เสนอให้แจกพัดไปก่อน 

ผู้ว่าฯกล่าวติดตลกว่า หากหลับแล้วจะพัดอย่างไร เพราะหากพัดอยู่ก็อาจไม่หลับ และหากหลับแล้วก็ไม่สามารถพัดต่อได้ ก่อนตอบรับแนวคิดเชิงขำขันว่าอาจให้เพื่อนช่วยพัดแทน 

สร้างบรรยากาศผ่อนคลายระหว่างบทสนทนา

“ถ้าตรงนี้เหลือพอเราก็จะส่งต่อให้ BKK Food Bank (ธนาคารอาหาร กทม.) ของเราที่มีอยู่ทุกเขต หรือว่าพัดลม ตอนนี้ก็ดี ถ้าใครมีเหลือ เอามาแบ่งปันได้ บางครั้งงบหลวงมันซื้อยาก มันต้องใช้เวลา”

บ้านอิ่มใจและบ้านอิ่มกาย แวะมาเยี่ยมเยือนพวกเราได้ หรือใครอยากจะมาเยี่ยมเอาขนมมาเลี้ยง เอาไอติมมาเลี้ยงก็ได้” ผู้ว่าฯเอ่ยคำเชิญชวน

ขออย่ารังเกียจ แค่ชีวิตสะดุด ช่วยกัน ‘ประคองคนไร้บ้าน’ ตั้งหลักชีวิตใหม่

ระหว่างลงพื้นที่ ชัชชาติ ได้พูดคุยกับชายไร้บ้านวัย 27 ปี เดินทางจาก จ.สระแก้ว เข้ากรุงเทพฯ หลังมีปัญหาครอบครัว 

เขาผู้นั้นที่แท้คือ สุนทร โสมทรัพย์ ที่กล่าวถึงไปก่อนหน้า ต้องอาศัยนอนใต้สะพานพระราม 8 และจุดต่างๆ มานานกว่า 4 เดือน 

ผู้ว่าฯให้กำลังใจและสอบถามวุฒิการศึกษา เจ้าตัวบอกว่าจบ ม.6 ต้องการฝึกอาชีพที่แม้นศรี รวมถึงโครงการ ‘จ้างวานข้า’ ของมูลนิธิกระจกเงา

แอบเห็นโครงหน้าที่หล่อเหลา จนต้องเอ่ยปากชมว่า หน้าตาดีสามารถไปเป็นพระเอกได้ ก่อนย้ำให้ตั้งหลักชีวิตและพยายามหางานทำ 

“ให้กำลังใจนะ ขอให้ได้งาน ไม่ต้องห่วง ขอให้เดินหน้าหาความรู้”

ไถ่ถามไปถึงปัญหาเรื่องความเป็นอยู่ สุนทรบอกตรงๆ ว่า บริเวณเตียงชั้นล่างค่อนข้างร้อน เนื่องจากพัดลมติดตั้งบนเพดาน ทำให้ลมไปไม่ทั่วถึง ทีมงานไม่รีรอ เร่งจัดหาพัดลมมาเพิ่มเติม

ชัชชาติชักชวนประชาชน หากใครมีพัดลมเหลือใช้สามารถนำมาบริจาคได้ 

นอกจากนี้ ยังได้พูดคุยกับผู้เข้าพักหญิงซึ่งสนใจทำงานชงกาแฟ โดยผู้ว่าฯแนะนำให้เรียนบาริสต้าและอัพสกิลให้ตัวเองเพิ่ม

รวมถึงพบอาสาสมัครบ้านอิ่มใจ และมูลนิธิอิสรชน ที่มาช่วยดูแลความเรียบร้อย 

ได้ทราบความว่าทุกคนเข้าใจกฎกติกาดี และเคารพมาตรการความปลอดภัย อย่างสิ่งของที่อันตราย ไฟแช็ก ก็จะไม่ให้นำขึ้นด้านบน

“คนไร้บ้านก็เป็นคนธรรมดา เพียงแต่ชีวิตสะดุดในบางช่วงเวลา ต้องมีพื้นที่ให้ตั้งหลัก ก่อนกลับเข้าสู่ระบบการทำงาน”

“ไม่ต้องกังวล เขาก็เหมือนกับพวกเราทุกคน เพียงแต่มีจังหวะที่สะดุดในชีวิต ให้เราช่วยประคองเขากลับสู่ระบบ เราเพิ่งเริ่มและต้องดูระบบต่อไป

คนในกรุงเทพฯเยอะ เราก็พยายามลองคิดว่าอาจจะมีหลายที่ในอนาคต อย่างที่บอกว่าเราไม่ได้รับเขาดูแลตลอดชีวิต ให้เขาตั้งหลักได้และเดินหน้าต่อ คนไหนที่อยากจะกลับบ้าน จะหาทุนว่าจะมีใครช่วยพากลับบ้านได้ไหม 

กทม.ก็จะช่วยประคองเขาไป ก็หวังว่าจะเป็นที่อยู่และอิ่มใจขึ้น อิ่มใจ อิ่มกาย” ผู้ว่าฯกล่าวพลางเดินลงบันไดตรวจสอบความเรียบร้อยบริเวณชั้นล่าง

ดีใจที่ได้เป็นส่วนเล็กๆ ดีกว่าไม่เริ่มเลย ค่อยๆ ปรับ ช่วยกันไป  

เชื่อว่ากรุงเทพฯ มีทรัพยากรพอสำหรับทุกคน ถ้าเราแบ่งปันกัน ทุกคนจะมีพอที่จะเดินหน้าชีวิตต่อไปได้

“อย่าไปรังเกียจคนไร้บ้าน ส่วนใหญ่เป็นปกติ คนที่อาการรุนแรง อาจจะมีเรื่องจิตเภท ก็ไม่ได้เยอะ เราพยายามแยกเขาออกมารักษา มองว่าเขาเหมือนพวกเรา เพียงแต่เขาอาจจะโชคร้ายในชีวิตบางเวลา ต้องมีที่ให้เขาตั้งหลัก

ถ้าเขาอยู่บนถนนตลอดเขาก็คงตั้งหลักตัวเองได้ยาก เดี๋ยวก็จะพยายามหาอาชีพ หาอะไรให้ ใครอยากได้งาน คนทำสวน มาดูที่นี่ได้”

ชัชชาติเชื่อว่า หากคนที่มีเยอะ แบ่งปันให้คนที่ขาดแคลน เมืองจะน่าอยู่ เดินต่อไปด้วยกันได้ดีขึ้น 

ฟื้น 44 ไร่ ใจกลางเมือง ระบบนิเวศสร้างชีวิตใหม่ ด้วยแนวคิด ‘6 อ’

ต้องบอกว่าไม่ใช่แค่เรื่องของการรีโนเวตอาคารเก่า ให้กลายเป็นที่พักอาศัย 

เพราะแนวคิดที่ซ่อนอยู่ใน ‘บ้านอิ่มใจ’ คือระบบนิเวศที่หนุนให้ตั้งหลักใหม่ได้อย่างครบวงจร 

กรุงเทพมหานคร ได้เลือกเดินหน้าพัฒนาพื้นที่บริเวณการประปาแม้นศรี (เดิม) บนพื้นที่ใช้สอยกว่า 44 ไร่ ใกล้ถนนราชดำเนิน ด้วยเป็นจุดที่มีคนไร้บ้านอาศัยอยู่จำนวนมาก 

เพื่อดูแลทั้งมิติความปลอดภัยของประชาชนและการฟื้นฟูคุณภาพชีวิตพี่น้องโฮมเลส 

แบ่งพื้นที่ออกเป็น 3 ส่วนหลัก ได้แก่

โซน 1 บ้านอิ่มใจ-ลานบ้านอิ่มใจ-ลานต้นไม้รองรับการพักค้างคืนรายคืน ปรับปรุงอาคารรองรับได้ประมาณ 200 คน พร้อมรวมสวัสดิการพื้นฐาน เช่น บริการเครื่องซักผ้า ตัดผม ทำบัตรประชาชน ตรวจสุขภาพ ห้องพยาบาล และลานกิจกรรมอเนกประสงค์

โซน 2 อาคาร 6 ชั้น-ลานอาคารอนุรักษ์พัฒนาตามแนวคิดที่อยู่อาศัยสำหรับคนเมือง และ First Jobber

โซน 3 กลุ่มอาคารโบราณสถานอนุรักษ์อาคารเดิมและพัฒนาเป็นพื้นที่สาธารณะสำหรับทุกคน

อีกทั้งในปีงบประมาณ 2569 ยังปักธง ขับเคลื่อนด้วย แนวคิด ‘6 อ’ สร้างชีวิตใหม่

1.อาศัย-ที่พักพิงปลอดภัย

2.อาหาร-ครบทุกมื้อ

3.อนามัย-ดูแลสุขภาพและสิทธิการรักษา

4.อาภรณ์-เครื่องนุ่งห่มและของใช้จำเป็น

5.อาชีพ-ฝึกทักษะสร้างรายได้

6.ออมเงิน-สร้างความมั่นคงในอนาคต

โดยสำนักพัฒนาสังคมเน้นการฝึกอาชีพควบคู่การส่งเสริมการออมเงิน เพื่อให้สามารถกลับไปพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน

ฟื้นฟูเต็มรูปแบบ คัดกรองทีละคน

พา ‘วางแผนชีวิต’ ตั้งเป้าระยะยาว

สำหรับการเปิดเข้าพักวันแรก สำนักพัฒนาสังคมได้เดินหน้าการคัดกรองและจัดทำประวัติรายบุคคล พร้อมชี้แจงดีเทล ระเบียบการเข้าพัก รวมถึงแนวทางการฝึกอาชีพและการออมเงิน เพื่อให้ผู้เข้าพักเข้าใจเป้าหมายการพัฒนาอย่างชัดเจน

เรียกได้ว่าพาตั้งเป้าหมายและวางแผนชีวิตกันใหม่ 

สำหรับผู้ที่ประสงค์เข้าพัก ต้องมีคุณสมบัติเพียง 2 ข้อเท่านั้น คือ 1.อายุ 18 ปีขึ้นไป 2.สามารถช่วยเหลือตนเองได้ (กรณีมีโรคประจำตัว ต้องควบคุมอาการได้)

โดยแบ่งเป็น 3 กลุ่ม

1.กลุ่มฝึกอาชีพและทำงาน พักได้ไม่เกิน 2 เดือน โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย 

2.กลุ่มพักพิงชั่วคราว พักได้ 7 คืนต่อเดือน ไม่จำเป็นต้องติดต่อกันทุกคืน และส่งเสริมการออมเงินวันละ 50 บาท ตั้งแต่คืนที่ 8 เป็นต้นไป

3.กลุ่มกรณีฉุกเฉินหรือเร่งด่วน รับคำปรึกษาและดูแลเบื้องต้น ก่อนส่งต่อหน่วยงานที่เหมาะสม

สามารถสอบถามข้อมูลยื่นความประสงค์เข้ารับการฝึกอาชีพ และการเข้าพักได้ทุกวัน (จันทร์-อาทิตย์) ตั้งแต่เวลา 08.30-20.00 น. ณ บ้านอิ่มใจ การประปาแม้นศรี (เดิม) โทร 0-2221-3255

มากกว่าที่พักพิงชั่วคราว คือความมุ่งหวังให้ ‘บ้านอิ่มใจ’ เป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างโอกาสและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน

นี่คือบิ๊กมูฟ ในการดูแลคนไร้บ้านอย่างเป็นระบบ ครอบคลุมทั้งที่พักพิง การพัฒนาทักษะ และการสร้างโอกาสใหม่ เพื่อให้ทุกคนมีศักดิ์ศรี กลับมาใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างมีความหมาย

ทีมข่าวเฉพาะกิจ