หน้าแรก ประชาชื่น มากกว่าคิดถึง...

มากกว่าคิดถึง ยิ่งกว่า (งาน) รำลึก 80 ปี ‘บรูซ แกสตัน’ ฝรั่งสร้างประวัติศาสตร์ไทย พาปี่พาทย์ สนทนาโลกสมัยใหม่

9.03.26 | 11:08 น.
บรูซ แกสตัน (2489-2564)

มากกว่าคิดถึง ยิ่งกว่า (งาน) รำลึก
80 ปี ‘บรูซ แกสตัน’
ฝรั่งสร้างประวัติศาสตร์ไทย พาปี่พาทย์ สนทนาโลกสมัยใหม่

‘เราเป็นวงไทยมากกว่าสากล

เราใช้เครื่องผสมผสานเข้าไปก็จริง แต่ความเป็นไทยมีมาก

แต่อย่างไรก็มีนักดนตรีไทยบางคนในสมัยนั้นเกิดความรู้สึกต่อต้านขึ้นมา

เขาได้ยินเราเล่น ฟังออกว่าเป็นเพลงไทย แต่เขาคิดว่าเราไม่มีสิทธิ์จะมาปู้ยี่ปู้ยำกับประเพณีดั้งเดิมได้

Advertisement

ผมเจอปัญหาชาตินิยม บอกว่าอย่ามายุ่งกับดนตรีไทย นี่เป็นบาป

แล้วผมเสือกเป็นฝรั่งเสียด้วย ก็โดนเข้าใจว่าไม่เคารพครูบาอาจารย์ ไม่เข้าใจขนบธรรมเนียมของไทย

แต่ผมก็ยืนยันว่าไม่ใช่ ผมมีเจตนา แล้วก็สู้เพื่อครู’

บรูซ แกสตัน (11 มีนาคม 2489-17 ตุลาคม 2564)

ผู้ก่อตั้งวงฟองน้ำ

ข้อความข้างต้น ปรากฏบนผนังโค้งของห้องสตูดิโอชั้น 4 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร แยกปทุมวัน อันเป็นสถานที่จัดงาน The Octave Zero: 80 ปี บรูซ แกสตัน ท่วงทำนองแห่งฟองน้ำ เนื่องในวาระครบรอบ 80 ปี บรูซ แกสตัน

ประมวล เพ็งจันทร์ ปาฐกถา ‘ตำนานคีตธรรม (บรูซ แกสตัน)’
โหมโรงจอมสุรางค์สามชั้น โดยวงมโหรีและชมรมดนตรีไทย โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา

สะท้อนชัดถึงเส้นทางดนตรีของชีวิตที่ไม่ง่าย เมื่อฝรั่งหลงรักดนตรีไทย มุ่งหน้าสร้างสรรค์แบบ ‘เล่นทั้งตัว ทำอะไร ทำทั้งตัว’ ดังวาทะที่เจ้าตัวเคยเอื้อนเอ่ยไว้

ตราบที่มีลมหายใจ บรูซ แกสตัน ฝ่าฟันอุปสรรคนานัปการ จนยืนหยัดเป็นเสาหลักของการครีเอตปะทะสังสรรค์ดนตรีไทยและสากล พิสูจน์แล้วด้วยผลงานระดับตำนานมากมายที่ย้อนรับชม รับฟังและสัมผัสได้ในงานดังกล่าวซึ่งมีขึ้นระหว่างวันที่ 5-15 มีนาคมนี้ ด้วยความร่วมมือของหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร, สถาบันดนตรีกัลยาณิวัฒนา, สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย, สถาบันเกอเธ่ ประเทศไทยและวงฟองน้ำ ร่วมด้วยบริษัท คาราบาวกรุ๊ป จำกัด (มหาชน), โรงเบียร์เยอรมันตะวันแดง และเครือมติชน

เปิดงานอย่างเป็นทางการไปแล้ว เมื่อเย็นวันศุกร์ที่ 6 มีนาคมที่ผ่านมา ท่ามกลางบรรยากาศอบอุ่นจากผู้คนหลายวงการ หลากเจเนอเรชั่นที่เข้าร่วมอย่างล้นหลามจนต้องจัดเก้าอี้เพิ่ม

อานันท์ นาคคง ศิลปิน ‘ศิลปาธร’ พ.ศ.2562 หนึ่งในสมาชิกวงฟองน้ำ กล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมงาน จากนั้น ประมวล เพ็งจันทร์ นักปรัชญาชื่อดัง ปาฐกถาพิเศษ ‘ตำนานคีตธรรม (บรูซ แกสตัน)’ หวนคำนึงถึงปูชนียบุคคลแห่งวงการดนตรีไทยร่วมสมัยผู้ลาลับจากโลกใบนี้อย่างไม่มีวันหวนคืนด้วยโรคมะเร็งตับ เมื่อ พ.ศ.2564 ด้วยวัย 74 ปี โดยย้อนเล่าเมื่อคราวรอนแรมไปพำนักในอินเดียเป็นเวลาหลายปีหลังเหตุการณ์ 9 ตุลา 2519 สิ่งที่นำติดตัวไปเพื่อระลึกนึกถึงเมืองไทย คือ เทปคาสเซต ครั้งหนึ่งขอให้เพื่อนช่วยส่งดนตรีไทยไปให้ เพราะอยากฟัง และนั่นคือจุดเริ่มต้นของการสดับรับฟังท่วงทำนองแห่ง ‘ฟองน้ำ’

เอกสารทรงคุณค่า โน้ตเพลง เทป ซีดี และอีกมากมาย

“วันหนึ่ง เมื่อมีเทปคาสเซตของวงฟองน้ำให้ฟัง ผมรู้สึกได้ถึงความหมายอันน่าอัศจรรย์

ผมฟังแล้วฟังอีก และรู้สึกได้ถึงความหมายที่ยิ่งกว่าคำว่าไพเราะ แต่มีพลังอันลึกล้ำ…”

อาจารย์ประมวลเผยว่า ยิ่งได้ศึกษาเรียนรู้ว่าผู้ที่ทำให้เกิดเสียงดนตรีแบบนี้ คือ ผู้ชายชาวอเมริกัน ชื่อ บรูซ แกสตัน ที่มาหลงรักไม่เพียง ‘อาจารย์สารภี’ (ผศ.สารภี แกสตัน ภรรยา) คนเดียว แต่หลงรักทุกอย่างในประเทศไทย ที่สำคัญหลงรัก ‘ดนตรีไทย’ ก็ยิ่งประทับใจ โดยในช่วงบั้นปลายของชีวิต ยังได้พบปะสนทนากับ ‘อาจารย์บรูซ’ ตัวจริงจนคุ้นเคย

ในงานยังขับกล่อมด้วย ‘โหมโรงจอมสุรางค์สามชั้น’ โดยวงมโหรีและชมรมดนตรีไทย โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา ตามด้วยการบอกเล่าที่มาของงานนี้โดย ฉัตรวิชัย พรหมทัตตเวที รองประธานกรรมการมูลนิธิหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร

เสถียร เสถียรธรรมะ กล่าววาทะขอบคุณมิตรภาพ แรงบันดาลใจ ยกย่องคุณูปการ ‘อาจารย์บรูซ’

จากนั้น เสถียร เสถียรธรรมะ แห่งคาราบาวกรุ๊ป ขึ้นกล่าวขอบคุณและแสดงความเคารพอย่าง ‘สุดหัวใจ’ ต่อ บรูซ แกสตัน ผู้ฝากไว้ทั้งเสียงดนตรี แรงบันดาลใจ และมิตรภาพ

“ตั้งแต่ คศ.1999 ตลอดระยะเวลา 22 ปี ที่อาจารย์บรูซ แกสตัน ได้สร้างสรรค์ดนตรีที่โรงเบียร์เยอรมันตะวันแดง สร้างความสุข สร้างสิ่งที่ยิ่งใหญ่ให้พี่น้องประชาชนคนไทยอย่างมาก

ผมอยากถือโอกาสนี้ในการกล่าวชื่นชม สดุดี วันนี้เรามาร่วมกันระลึกถึงและยกย่องคุณูปการของอาจารย์บรูซ ศิลปินและครูผู้มีบทบาทสำคัญยิ่งต่อการพัฒนาดนตรีไทยร่วมสมัย โดยไม่เพียงแต่ศึกษาและเข้าใจดนตรีไทยอย่างลึกซึ้ง แต่ยังเปิดมิติใหม่ให้ดนตรีไทยสามารถสนทนากับโลกสมัยใหม่ได้อย่างสง่างามผ่านการก่อตั้งวงดนตรีฟองน้ำที่ผสมผสานปัญญาดนตรีไทย เข้ากับแนวคิดดนตรีร่วมสมัย จนเกิดเสียงดนตรีที่มีเอกลักษณ์และทรงพลัง

รุมชมนิทรรศการแน่นห้องสตูดิโอชั้น 4 หอศิลป์กรุงเทพฯ
พิธีเปิดอันอบอุ่นด้วยบุคคลต่างๆ อาทิ ดุษฎี พนมยงค์ ศิลปินแห่งชาติ พ.ศ.2557, วิทยา ตุมรสุนทร ผู้ร่วมก่อตั้งวงดุริยางค์ซิมโฟนีกรุงเทพ (BSO), นางชมัยภร บางคมบาง อดีตนายกสมาคมนักเขียนฯ เป็นต้น

ผลงานของท่านอาจารย์บรูซ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การก่อตั้งวงฟองน้ำ กลายเป็นบทพิสูจน์ว่า ดนตรีไทยสามารถโอบรับความร่วมสมัยได้อย่างสง่างาม อาจารย์ได้นำความรู้ด้านคีตศิลป์ตะวันตก มาผสานกับความละเอียดอ่อนของท่วงทำนองดนตรีไทย ก่อให้เกิดดนตรีรูปแบบใหม่ ที่ยังเคารพรากเดิม แต่เปิดประตูสู่อนาคต

สิ่งที่อาจารย์สร้างสรรค์ขึ้น ไม่ได้เป็นเพียงดนตรีแบบใหม่ หากแต่เป็นสะพานเชื่อมวัฒนธรรม เชื่อมคนรุ่นเก่ากับคนรุ่นใหม่ และเชื่อมประเทศไทยกับโลกทั้งใบ

สำหรับพวกเราที่โรงเบียร์เยอรมันตะวันแดง ความสำคัญของอาจารย์บรูซ และวงฟองน้ำ ไม่ใช่เพียงการแสดงดนตรี หากแต่เป็นส่วนหนึ่งของจิตวิญญาณของสถานที่แห่งนั้น เสียงดนตรีของวงฟองน้ำ ได้สร้างบรรยากาศที่งดงาม ลึกซึ้งและแตกต่าง จนกลายเป็นหนึ่งในองค์ประกอบสำคัญที่ทำให้โรงเบียร์เยอรมันตะวันแดงเป็นพื้นที่ที่ศิลปะ ดนตรี และผู้คนได้มาพบกันอย่างมีความหมาย

อาจกล่าวได้ว่า ความสำเร็จของโรงเบียร์เยอรมันตะวันแดงในช่วงเวลาที่ผ่านมา มีเสียงดนตรีของอาจารย์บรูซ และวงฟองน้ำก้องอยู่เบื้องหลังของความสำเร็จ” เสถียรกล่าว ก่อนทิ้งท้ายด้วยการคารวะในคุณูปการอย่างสูง

จากการรำลึกในเวอร์ชั่นร้อยแก้ว ถึงคิวงานร้อยกรองซึ่ง เอกรัตน์ จิตรมั่นเพียร หรือ ‘นายทิวา’ กวีชื่อดัง เป็นตัวแทนอ่านบทกวี ‘คารวาลัย บรูซ แกสตัน’ จาก เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ ปี พ.ศ.2536 ผู้ตั้งชื่อไทยให้ บรูซ แกสตันว่า ‘บุรุษ เกษกรรณ’

ภาพวัยเยาว์ที่แคลิฟอร์เนีย สหรัฐ สัมผัสดนตรีตั้งแต่ 3 ขวบ เล่นจริงจังเมื่อ 7 ขวบ

ความตอนหนึ่งว่า

๏ เป็นร้อยวันพันปีจะมีหนึ่ง
บุรุษซึ่งพากเพียรรู้เรียนร่ำ
ดนตรีทั้ง ไทย-เทศ เป็นธงนำ
ทั้งรู้จำ รู้จริง ไม่ทิ้งรอย

๏ วิถีมิ่งเสน่ห์มนต์ดนตรีไทย
วิถีใหม่มาสรรค์มาเสกสร้อย
มาลัยร่ำจำเรียงเพียงเพชรพลอย
ถวายถ้อยทิพย์สุคนธ์ดนตรีภิวันท์

๏ อัญเชิญร่วมวงครูสู่ทิพย์วิมาน
สงบศานติสุขพิสุทธิ์ “บรูซ แกสตั้น”
ร่วมบรรเลงลำนำน้อมจำนรรจ์
กังวานกล่อมเกษกรรณนิรันดร ๚ะ๛

จากนั้น เข้าสู่การแสดงดนตรีชุด ‘สุดถนนคอนกรีต’ โดยวงแสงทิพย์

ผศ.สารภี แกสตัน เป็นตัวแทนครอบครัวแกสตัน กล่าวขอบคุณผู้จัดงานและผู้เข้าร่วม ขณะที่ ธีรดล แกสตัน หรือ เท็ดดี้ วงฟลัวร์ บุตรชาย เป็นตัวแทนมอบของที่ระลึกจากใจ

นับเป็นงานรำลึกที่มากกว่าความคิดถึง หากแต่เป็นการทบทวน เน้นย้ำ ขีดเส้นใต้ข้อความสำคัญในบรรทัดประวัติศาสตร์ดนตรีไทยที่ต้องบันทึกไว้อย่างมิอาจลบลืม

พันธุ์ทิพย์ ธีระเนตรเรื่อง
สุรินทร์ มุขศรีภาพ