เทพใหม่ มาทีหลัง แต่ดังกว่า
สมชาย จิว
เปิดจักรวาล‘ไฉ่ซิ้ง’
เจาะ‘เรื่องจริง’ก่อนมั่งคั่งอย่างเทพ
เปิดตัวไปแล้วอย่างรุ่มรวยอารยธรรม สำหรับ ‘ไฉ่ซิ้ง มั่งคั่งอย่างเทพ’ หนังสือเล่มใหม่ที่บอกเล่าเรื่องราวอันทรงคุณค่าของวัฒนธรรมความเชื่อที่ผู้คนแดนมังกรสืบทอดมาอย่างยาวนาน
สมชาย จิว ลูกหลานจีนตัวจริง ผู้ค้นคว้าลึกซึ้ง เดินเท้านำชมไชน่าทาวน์ พร้อมคุยลึกถึงเบื้องหลัง ในกิจกรรม Talk & Tour ไฉ่ซิ้ง มั่งคั่งอย่างเทพ จัดโดย สำนักพิมพ์มติชน
ปักหมุดนัดหมาย ณ โรงเรียนเผยอิง เปิดมุมมองใหม่ไปพร้อมๆ กับการสำรวจพื้นที่จริงบนย่านแห่งศรัทธาของชุมชนจีนในกรุงเทพมหานคร เจาะลึกทั้งตำนาน ประวัติศาสตร์ และความหมายของความมั่งคั่งที่สืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น
ควงคู่ สมฤทธิ์ ลือชัย นักวิชาการด้านอุษาคเนย์ศึกษา ดีพทอล์กสุดมันส์ หลากรสอารมณ์ขัน ไม่น้อยไปกว่าความเข้มข้นของเนื้อหา
เกริ่นข้อมูลเบื้องต้นว่า ‘ไฉ่ซิ้ง’ นั้น คนทั่วไปมักเรียกว่าเทพเจ้าแห่งโชคลาภ อย่างไรก็ตาม แท้จริงแล้ว คำว่า ‘ไฉ่’ หรือ ‘ไฉ’ แปลว่า ทรัพย์สินเงินทอง ไม่ใช่โชคลาภ ส่วน ‘ซิ้ง’ แปลว่าเทพเจ้า ตนจึงแปลให้ตรงความหมายว่า ‘เทพเจ้าแห่งความมั่งคั่ง’ อันเป็นที่มาของชื่อหนังสือ
“ตอนแรกผมลังเลว่าจะตั้งชื่อหนังสือว่าอะไร จะเรียกท่านว่าอะไร ผมถนัดเรียกจีนกลางว่า ไฉเสิน แต่คนจีนในไทยส่วนใหญ่เรียกท่านเป็นแต้จิ๋วหมด ก็เลยใช้คำว่า ไฉ่ซิ้ง แล้วกัน ส่วนชื่อหนังสือ มั่งคั่งอย่างเทพ ก็คิดกันนาน ก่อนจะลงตัวที่ประโยคนี้ เพราะท่านเป็นเทพแห่งความมั่งคั่ง ชื่อจึงตีความสิ่งนั้นออกมาให้ชัดเจน”
ก่อนอธิบายด้วยว่า ไฉ่ซิ้ง ไม่ได้มีแค่องค์เดียว แต่มีลักษณะเป็น ‘จักรวาลไฉ่ซิ้ง’ มีทั้งองค์หลัก องค์รอง
“ไฉ่ซิ้งเสมือนสายพุทธ และสายดาร์ก คนจีนมักนับถือไฉ่ซิ้งจากคุณธรรมของเทพองค์นั้นๆ เช่น นับถือกวนอู เป็นไฉ่ซิ้งปางบู๊ เพราะพ่อค้าต้องการความซื่อสัตย์แบบกวนอู ส่วน ‘ปี่กาน’ เป็นไฉ่ซิ้งปางบุ๋น เพราะเป็นผู้ไม่มีหัวใจ ซึ่งตามตำนานคือ ยอมควักหัวใจคืนฮ่องเต้ จึงได้รับการยกย่องว่า ไม่ลำเอียง และไม่เล่นพรรคเล่นพวก”
เกริ่นมาเพียงเท่านี้ก็น่าสนุก ปลุกใจให้อยากเรียนรู้เรื่องราวลงลึกของ (จักรวาล) ไฉ่ซิ้ง
และต่อไปนี้คือ ถ้อยคำจากการบอกเล่าของ สมชาย จิว เจ้าของผลงาน ‘ไฉ่ซิ้ง มั่งคั่งอย่างเทพ’
รู้จักตัวจริง ‘ไฉ่ซิ้ง’
อย่าหลง ‘ประเพณีที่เพิ่งสร้าง’ตกหลุม ‘คนฉวยโอกาส’
ผมอยากให้คนรู้จักไฉ่ซิ้งที่เป็นไฉ่ซิ้งจริงๆ เพราะปัจจุบันมีประเพณีที่เพิ่งสร้างใหม่เกี่ยวกับการไหว้ไฉ่ซิ้งมากมาย ซึ่งสมัยก่อนไม่มี การไหว้ไม่ผิด ถ้าไหว้ดีพลีถูกหรือไหว้อย่างรู้และเข้าใจ แต่ปัญหาคือมีพวกที่ฉวยโอกาส บอกว่าชุดไหว้ต้อง 300 บาท หรือต้องตั้งปี่เซียะไว้ตรงนี้ เจตนาผมคืออยากให้รู้จักท่านอย่างรักและเข้าใจ จะได้ไม่หลงกับสิ่งประเพณีที่เพิ่งสร้าง
จุดเริ่มต้นของการเขียนหนังสือเล่มนี้ มาจากความเปลี่ยนแปลงที่สังเกตเห็นในช่วงหลัง สมัยยังเด็ก ช่วงคืนวันที่ 30 เข้าชิวอิก (วันตรุษจีน) ผู้คนจะไปไหว้เจ้า ไปไต่ฮงกง หรือศาลเจ้าใกล้บ้าน แต่ไม่มีประเพณีตั้งโต๊ะไหว้ไฉ่ซิ้ง ไม่มีการรอดูว่าท่านจะเสด็จจากทิศใด กี่โมง ต้องตั้งโต๊ะหันไปทางไหน ต้องมีของไหว้กี่อย่าง สิ่งเหล่านี้ไม่มีในความทรงจำวัยเด็ก เช่นเดียวกับพิธีแก้ชง ที่ต้องปัด 12 หรือ 13 ครั้งนั้น เคยถามอาจารย์วิโรจน์ ตั้งวาณิชย์ โดยตรง และอาจารย์ก็ยืนยันว่าไม่มี ไม่เคยแก้ชงอย่างนั้น

เทพใหม่ ‘มาทีหลัง แต่ดังกว่า’ ปรากฏชัดยุคราชวงศ์ซ่ง
เมื่อ ‘พ่อค้า’ รุ่ง จนขุนนางต้องเข้าหา
ไฉ่ซิ้งเป็นเทพที่มาทีหลังแต่ดังกว่า โดยเพิ่งปรากฏชัดเจนในสมัยราชวงศ์ซ่ง เมื่อการค้ารุ่งเรืองขึ้น เพราะในช่วงก่อนหน้านั้น การจัดลำดับชนชั้นทางสังคม อาชีพพ่อค้าถูกจัดให้อยู่ต่ำสุด กล่าวคือ สังคมจีนยุคขงจื๊อและยุคชุนชิวจั้นกว๋อ การจัดลำดับชนชั้นนั้นเรียงจาก ซื่อ หนง กง ซาง (ซื่อ=ปัญญาชน, หนง=เกษตรกร, กง=ช่างฝีมือ, ซาง=พ่อค้า) ซึ่งลำดับชั้นทางสังคมพ่อค้าต่ำสุด แม้แต่ขงจื๊อเองก็เคยบันทึกในหลุนอวี่ว่า ‘วิญญูชนเชิดชูคุณธรรม คนพาลมุ่งเน้นกำไร’ แปลว่าเรื่องค้าขายเงินทองเป็นเรื่องรองมากๆ
เทพที่คนจีนในยุคนั้นไหว้จริงๆ จึงเป็นเทพแห่งดิน เทพแห่งน้ำ เทพแห่งฝน สิ่งที่สนับสนุนการเกษตร
จนเมื่อการค้ารุ่งเรือง พ่อค้าที่เคยอยู่ลำดับต่ำสุดในสังคม แต่ร่ำรวย จนขุนนางต้องเข้าหา กลุ่มคนเหล่านี้ต้องการที่พึ่งทางใจ ต้องการตัวช่วย ไฉ่ซิ้งจึงปรากฏร่างและรูปร่องรอยชัดเจนขึ้น โดยหยิบยืมเทพต่างๆ ที่มีคุณธรรมตรงกับที่พ่อค้าต้องการมานับถือเป็นไฉ่ซิ้ง
สำหรับชาวจีนโพ้นทะเลในแถบอุษาคเนย์ เทพหลักที่นิยมนับถือแต่เดิมคือ หม่าโจ้ว (เจ้าแม่ทับทิม) ที่ช่วยคุ้มครองการเดินเรือ และกวนอู
ทวงหนี้ ขอหวย เข้าบ่อน โชคลาภสายดาร์ก
ต่างพื้นที่ ก็ไหว้แตกต่าง
การไหว้ไฉ่ซิ้งในแต่ละพื้นที่ของจีนมีความแตกต่างกัน อย่างในเล่มนี้มีไฉ่ซิ้งสายดาร์ก คือ ‘ตั่วแป๊ะ ยี่แป๊ะ’ สำหรับเราคือยมทูตนำวิญญาณ บางที่ไม่ได้นับถือเป็นไฉ่ซิ้ง แต่จีนตอนเหนือบางที่นับถือเป็นไฉ่ซิ้ง ซึ่งหลู่ซวิ่นนักเขียนชื่อดังของจีน ยังเล่าในบันทึกอัตชีวประวัติว่า ที่ปักกิ่งมีวัดที่มีตั่วแป๊ะ ยี่แป๊ะ มีงานไหว้ขอโชคลาภ เพราะหมวกของตั่วแป๊ะเขียนว่า ‘ถ้าพบเห็นจะมีโชคลาภ’ เขาก็ไปขอเรื่องหวย
หรือถ้าไปวัดมังกร (เล่งเน่ยยี่) จะมีองค์ไฉ่ซิ้งเล็กๆ อยู่ เป็นสายดาร์กเหมือนกัน เป็นพระห่มกระสอบ กวางตุ้งหรือคนสิงคโปร์ถือองค์นี้เป็นไฉ่ซิ้งเรื่องการพนัน เข้าบ่อนก็จะขอองค์นี้ แต่ละองค์ก็ไหว้ไม่เหมือนกัน หรือบางคนเชื่อว่าไฉ่ซิ้งปางบู๊อย่างกวนอู บางคนบอกเอาไว้สำหรับทวงหนี้ เพราะมันจะได้ทรัพย์ที่โหดๆ หน่อย ปางบุ๋นเป็นเรื่องปกติธรรมดา ความเชื่อแต่ละคนก็จะไม่เหมือนกัน
‘จักรวาลไฉ่ซิ้ง’ บนแผ่นดินจีนอันกว้างใหญ่
เหนือ กลาง ใต้ ประเพณีย่อย รายละเอียดยิบ
เทพเจ้าไฉ่ซิ้งของจีนนั้นกว้างใหญ่และซับซ้อนราวกับ ‘จักรวาลมาร์เวล’ จึงเรียกเล่นๆ ว่า ‘จักรวาลไฉ่ซิ้ง’ เพราะแผ่นดินจีนกว้างใหญ่ คนจีนฮกเกี้ยน แต้จิ๋ว ฮักกา ล้วนมีรายละเอียดการนับถือที่แตกต่างกัน เพราะไฉ่ซิ้งนั้นมีหลายองค์มาก แผ่นดินจีนกว้างใหญ่ ตอนเหนือ ตอนกลาง ตอนใต้ ล้วนมีประเพณีปลีกย่อยต่างกัน แม้แต่องค์ไฉ่ซิ้งเองก็ยังไม่เหมือนกันในแต่ละที่ ในหนังสือจึงแบ่งออกเป็น ไฉ่ซิ้งองค์หลัก องค์รอง ไฉ่ซิ้งเสมือน (เกือบเป็นไฉ่ซิ้งแต่ยังไม่ใช่) ไฉ่ซิ้งสายพุทธ และไฉ่ซิ้งสายดาร์ก
ไฉ่ซิ้งแต่ละองค์ที่คนจีนนับถือไม่ได้นับถือโดยไม่มีเหตุผล แต่มีรากฐานจากคุณธรรมของเทพองค์นั้นๆ อย่างการที่พ่อค้าชาวจีนนับถือกวนอูเป็นไฉ่ซิ้งปางบู๊ เพราะถือในคุณธรรมเรื่องความซื่อสัตย์ ซึ่งคือสิ่งที่พ่อค้าต้องการในการค้าขาย
นอกจากนี้ ยังมีตำนานสมัยราชวงศ์ซ่งที่กวนอูช่วยปราบปีศาจที่ทำให้นาเกลือผลิตเกลือไม่ได้ เกลือในยุคนั้นมีค่าเทียบเท่าทองคำ เป็นรายได้หลักของราชสำนัก พ่อค้าเกลือจากตระกูลในแถบซานซีจึงนับถือกวนอูมาแต่โบราณ พกรูปท่านติดตัวเวลาเดินทางไปค้าขาย
ส่วนไฉ่ซิ้งปางบุ๋นอย่าง ‘ปี่กัน’ มีตำนานที่น่าสนใจ สมชายเล่าว่า ‘ปี่กัน’ เป็นขุนนางตงฉินที่ถูกนางสนมร้ายยุยงให้ฮ่องเต้สั่งควักหัวใจออกมาต้มกิน อ้างว่าหัวใจของปราชญ์ที่มีหัวใจ 7 ห้องจะทำให้หายป่วยได้ ปี่กันยอมควักหัวใจให้ แต่เพราะก่อนหน้านั้นได้รับยาวิเศษ จึงไม่สิ้นชีวิต ออกจากวังไปได้ คนจีนนับถือท่านเพราะเชื่อว่าคนที่ไม่มีหัวใจ จะไม่ลำเอียง ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด ซึ่งเป็นคุณธรรมที่พ่อค้าต้องการ ไม่เล่นพรรคเล่นพวก
ทุกอย่างมีเหตุและผลรองรับว่าทำไมถึงนับถือองค์นี้ เพราะอะไร ซึ่งแต่ละองค์มีคุณธรรมส่วนตัว
นอกจากนี้ ความเชื่อทั้งหลายมีการหยิบยืมกันข้ามวัฒนธรรมมาตลอด เช่น โกมินทร์กุมารในไทยที่จริงแล้วมีประวัติเดียวกับนาจา และนาจาเองก็ได้รับอิทธิพลมาจากเทพของอินเดียอีกต่อหนึ่ง ไม่ได้หมายความว่าเป็นความงมงาย แต่หมายความว่าวัฒนธรรมความเชื่ออยู่กับมนุษย์มานาน และมีการส่องแสงให้กัน
‘ต้นไม้เขย่าเงิน’ ดึงสติ ‘ต้องปลูกด้วยหยาดเหงื่อ’
บูชาเทพ ไม่ใช่งมงาย แต่มีนัยยะแฝง
ในหนังสือยังมีเรื่องเล่าของ ‘ปี่เซียะ’ เป็นสัตว์มงคลที่เกี่ยวกับเรื่องการให้ทรัพย์สินเงินทอง และยังมีบทที่ตั้งชื่อว่า ‘ใดๆ ในโลกล้วนไฉ่ซิ้ง’ ที่ชี้ให้เห็นว่าคนจีนนั้นไหว้ขออะไรก็ได้ ไหว้แล้วได้อรรถประโยชน์นิยม ตรงนี้ให้ลาภไหว้เป็นไฉ่ซิ้งแล้วกัน คนนี้รวยก็เอาไหว้เป็นไฉ่ซิ้ง
รวมถึงเรื่องเล่าเตือนสติ เช่น ตำนาน ‘ต้นไม้เขย่าเงิน’ ที่สอนว่า ต้นไม้เงินต้องปลูกด้วยหยาดเหงื่อแรงกาย โดยกิ่งก้านทั้งสองคือมือ และแขนงทั้งสิบคือนิ้วมือของเรา พูดง่ายๆ คือต้องใช้สองมือและลงแรงด้วยตัวเอง ทรัพย์ถึงจะเกิดขึ้น แม้ไฉ่ซิ้งจะประทานโชคลาภ แต่คุณต้องทำด้วย
นิทานจีนโบราณเรื่อง ‘ต้นไม้เขย่าเงิน’ มีอยู่ว่า ชายขี้เกียจคนหนึ่งอยากได้ต้นไม้เงิน เพราะถ้าเขย่าแล้วเงินร่วง ก็ไม่ต้องทำงานอีกต่อไป เขาไปพบชาวนาซึ่งบอกว่าต้องปลูกเอง ต้องเอาน้ำเหงื่อหยดลงไปทีละหยด แล้วมันจะขึ้นมาเป็นต้นใหญ่ มี 2 กิ่ง แต่ละกิ่งมี 10 แขนง
เมื่อทำตามจนเสร็จ ชายคนนั้นจึงนึกขึ้นได้ว่า 2 กิ่งใหญ่คือมือทั้งสองข้าง แต่ละมือมี 5 แขนง รวมเป็น 10 นิ้ว ส่วนเหงื่อที่หยดลงไปก็หมายความว่า ต้องใช้สองมือและลงแรงด้วยตัวเอง
ท้ายที่สุด การที่คนจีนบูชาเทพเจ้าไม่ได้แปลว่างมงาย บางอย่างมีนัยยะซ่อนอยู่ ซึ่งในเล่มนี้จะบอกว่า บางอย่างเราต้องสร้างด้วยตัวเองด้วย ดังที่มีเพลงจีนบอกไว้ว่า ‘30 ลิขิตฟ้า 70 ต้องฝ่าฟัน’
นภัสสร มงคลรัฐ
สั่งซื้อและติดตามทุกช่องทางของสำนักพิมพ์มติชนที่
Line : @matichonbook
Youtube : @MatichonBooks
Tiktok : @matichonbook
Twitter : @matichonbooks
Instagram : matichonbook
www.matichonbook.com
โทร 0-2589-0020 ต่อ 3350-3360

