‘ก็แดดมันร้อน! คนไม่ใช่หุ่นยนต์ที่จะทนตากแดดทั้งวัน’
ท่อนฮุกเพลงฮิตในโลกออนไลน์ช่างสอดคล้องกับสภาพภูมิอากาศเมืองไทย โดยเฉพาะฤดูร้อนในกรุงเทพมหานครเสียเหลือเกิน
หนึ่งใน ‘มาตรการเตรียมความพร้อมรับมือสภาพอากาศร้อนจัด พ.ศ.2569’ ที่เข้าใจง่าย ใช้งานง่าย เจอปั๊บ คลายร้อนได้ปุ๊บ หนีไม่พ้น BKK Cooling Center หรือ ‘ห้องหลบร้อน’ ซึ่งเป็นจุดพักพิงผู้คนเข้าพักผ่อน ลดความเสี่ยงต่อผลกระทบจากความร้อน ไม่ว่าจะเป็นภาวะ
ลมแดด หรือโรคที่เกี่ยวข้องกับอุณหภูมิสูงซึ่งไม่ใช่เรื่องเล่นๆ
เปิดตัวอย่างเป็นทางการไปแล้วราว 1 สัปดาห์เศษ แน่นอนว่า ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยรองผู้ว่าฯ ศานนท์ หวังสร้างบุญ และ พรพรหม วิกิตเศรษฐ์ ที่ปรึกษาของผู้ว่าฯ ไม่ใส่สูท
ยืนหน้าไมค์แถลงพร้อมสู้ภัยร้อนที่ทวีความรุนแรง

แอร์ฉ่ำ น้ำฟรี มีไว-ไฟ ชุดปฐมพยาบาลครบ
อบรมเจ้าหน้าที่พร้อมเซฟชีวิตฉุกเฉิน
ย้อนไปเมื่อ 22 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา นั่นคือวันแรกของการเข้าสู่ ‘ฤดูร้อน’ ของประเทศไทยตามการประกาศของ กรมอุตุนิยมวิทยา โดยคาดว่าจะยิงยาวไปสิ้นสุดราวกลางเดือนพฤษภาคมนี้
สำนักสิ่งแวดล้อม กทม. จึงบูรณาการเตรียมความพร้อม ตามแผนบริหารจัดการความร้อนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร พ.ศ.2569 เพื่อบรรเทาและดูแลสุขภาพประชาชน โดยเปิดห้องหลบ กระจายทั่วกรุงเทพฯ
เบื้องต้น 304 แห่ง และจะขยับขึ้นอีก นอกจากนี้ ยังเพิ่มจุดหลบร้อน (BKK Cooling Spot) 178 แห่ง แบ่งเป็น สวนสาธารณะ 48 แห่ง สวน 15 นาที 130 แห่ง อีกทั้งยังมีจุดบริการน้ำดื่มสะอาดฟรี 2,806 จุดทั่วกรุง (ข้อมูล ณ วันที่ 13 มีนาคม) แบ่งเป็น โรงเรียน 100 แห่ง (เปิดให้บริการตั้งแต่ 1 เมษายนเป็นต้นไป) โรงเรียนฝึกอาชีพ 10 แห่ง ศูนย์บริการสาธารณสุข 68 แห่ง ศูนย์บริการในสังกัดสำนักวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยว 76 แห่ง สำนักงานเขตทั้งหมด 50 แห่ง และจะทยอยเปิดเพิ่มเติมอีกฉ่ำๆ ตามความเหมาะสม

ทุกแห่งเป็นห้องปรับอากาศ มีมุมพักผ่อน บริการน้ำดื่ม รวมถึงชุดปฐมพยาบาลเบื้องต้น โดยกรุงเทพมหานครได้จัดการฝึกอบรมแนวทางการจัดเตรียมห้องหลบร้อนและการปฐมพยาบาลเบื้องต้นเมื่อเกิดเหตุภาวะฉุกเฉินให้กับเจ้าหน้าที่ที่ประจำห้องหลบร้อนด้วย
โลกรับมือ ‘คลื่นความร้อน’
กทม.หยิบไอเดีย ‘Cooling Center’ ปรับใช้
ผู้ว่าฯชัชชาติอธิบายว่า แนวคิด Cooling Center หรือพื้นที่หลบร้อนเป็นมาตรการที่หลายเมืองทั่วโลกนำมาใช้รับมือกับคลื่นความร้อนที่มีแนวโน้มรุนแรงขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ กรุงเทพมหานครจึงนำแนวทางดังกล่าวมาปรับใช้ เพื่อดูแลสุขภาพและคุณภาพชีวิตของประชาชนในช่วงฤดูร้อน โดยเร่งประชาสัมพันธ์จุดให้บริการ BKK Cooling Center ในพื้นที่ต่างๆ เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงพื้นที่หลบร้อนได้สะดวกในช่วงที่สภาพอากาศร้อนจัด โดยย้ำว่า หัวใจคือพยายามกระจาย (ห้องหลบร้อน) ให้อยู่ทุกพื้นที่

“หลายเมืองทั่วโลกมี Cooling Center เพื่อช่วยให้ประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง มีพื้นที่ปลอดภัยจากความร้อน กรุงเทพมหานครก็ต้องเตรียมพร้อมในเรื่องนี้เช่นกัน โดยเปิดพื้นที่สาธารณะของกรุงเทพมหานครให้เป็นห้องหลบร้อนเพื่อให้ประชาชนสามารถเข้ามาพักผ่อน โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง ที่ไม่สามารถเดินทางไปห้างสรรพสินค้าหรือเดินทางไกลเพื่อหาสถานที่หลบร้อนได้ในช่วงที่สภาพอากาศร้อนจัดและดัชนีความร้อนมีแนวโน้มสูงขึ้น
ห้องหลบร้อนมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อกลุ่มเปราะบาง อาทิ ผู้สูงอายุ เด็ก ผู้มีโรคประจำตัว รวมถึงประชาชนที่ต้องทำงานกลางแจ้งหรือมีที่อยู่อาศัยซึ่งไม่สามารถระบายความร้อนได้ดี โดยพื้นที่ดังกล่าวจะเป็นจุดพักคลายร้อน ดื่มน้ำ พักผ่อน และหลีกเลี่ยงอากาศร้อนในช่วงที่อุณหภูมิสูงจัด” ชัชชาติกล่าว
วิเคราะห์ ‘พื้นที่เสี่ยง’ กระจาย ‘ห้องหลบร้อน’
เดินเท้าถึงได้ใน 800 เมตร เน้นบริการ ‘เท่าเทียม’
ห้องหลบร้อนของ กทม. เน้นเข้าถึงบริการอย่างเท่าเทียม รุกดูแลชุมชน ให้ความช่วยเหลือเป็นพิเศษแก่บุคคลที่มีความเสี่ยงสูงต่อสภาพอากาศร้อนจัด ได้แก่ กลุ่มเปราะบาง ผู้สูงอายุ เด็กเล็ก และสตรีมีครรภ์ ซึ่งร่างกายอาจปรับตัวกับความร้อนได้ช้า, ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคหัวใจ โรคความดันโลหิตสูง และโรคทางเดินหายใจ, ผู้ที่ทำงานกลางแจ้ง เช่น วินมอเตอร์ไซค์ พนักงานกวาดถนน หรือผู้ที่ต้องตากแดดเป็นเวลานานและต้องการพักผ่อนชั่วคราวเพื่อป้องกันโรคลมแดด (Heatstroke), ประชาชนทั่วไปและนักท่องเที่ยว ที่รู้สึกไม่สบายตัวจากอากาศร้อนหรือมีอาการเพลียแดด

โดยใช้ข้อมูลสถิติวิเคราะห์พื้นที่เสี่ยง กระจายห้องหลบร้อน และจุดหลบร้อนให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ให้ประชาชนสามารถเข้าถึงห้องหลบร้อนได้ในระยะเดินเท้า 800 เมตร สำหรับชุมชนที่ยังเข้าไม่ถึงพื้นที่ความเย็น กทม.ได้ส่งทีมสำนักอนามัยและเจ้าหน้าที่เขตลงพื้นที่เชิงรุก พร้อมแจกจ่ายเวชภัณฑ์ และพัดคลายร้อนจำนวน 16,000 ชิ้น ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากกระทรวงสาธารณสุข

นอกจากนี้ ยังมีบริษัทเอกชนยังร่วมชนหมัดกับ กทม. เช่น บริษัท เอ็ม. วอเตอร์ จำกัด สนับสนุนน้ำดื่ม Sprinkle พร้อม cooler โดยติดตั้งและเปลี่ยนน้ำให้ตลอดจนหมดช่วงฤดูร้อน เพื่อให้บริการผู้ใช้ห้องหลบร้อน รวมถึงจุดหลบร้อนในสวนสาธารณะ สวน 15 นาที เบื้องต้น 30 จุดอีกด้วย
แอร์เดิม พื้นที่เดิม มีอยู่แล้ว แค่ ‘พีอาร์’ เพิ่ม
ไม่ขัดมาตรการ ‘ประหยัดพลังงาน’
สำหรับประเด็นที่ว่าห้องหลบร้อนขัดกับมาตรการประหยัดพลังงานของรัฐหรือไม่นั้น ผู้ว่าฯกทม.ยืนยันว่า นอกจากไม่ขัดแล้ว ยังสอดคล้องกับมาตรการดังกล่าวอีกต่างหาก

“ห้องหลบร้อนเป็นพื้นที่บริการประชาชนที่หน่วยงานของ กทม. มีอยู่แล้ว เราเพียงประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรับทราบว่าสามารถเข้ามาใช้บริการได้มากขึ้น เพื่อช่วยลดผลกระทบจากสภาพอากาศร้อน โดยเฉพาะกับกลุ่มเปราะบาง การเปิดให้บริการห้องหลบร้อนไม่ได้ขัดกับมาตรการประหยัดพลังงานของรัฐบาล เนื่องจากไม่ได้มีการติดตั้งเครื่องปรับอากาศเพิ่มเติมหรือเพิ่มการใช้ไฟฟ้า แต่เป็นการใช้พื้นที่บริการเดิมของกรุงเทพมหานครที่มีเครื่องปรับอากาศอยู่แล้ว และดำเนินการปรับอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศตามนโยบายที่กำหนด โดย กทม.พร้อมดำเนินการตามนโยบายด้านพลังงานของรัฐบาลอย่างเคร่งครัด และได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามสถานการณ์พลังงานอย่างใกล้ชิด
พร้อมดำเนินมาตรการต่างๆ เช่น การปรับอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศในอาคาร การใช้ยานพาหนะเท่าที่จำเป็น และการส่งเสริมการติดตั้งระบบพลังงานแสงอาทิตย์ หรือโซลาร์เซลล์” ชัชชาติเคลียร์คัต
ทั้งนี้ สามารถตรวจสอบก่อนเข้าใช้บริการได้ที่ https://greener.bangkok.go.th/heat-escape-room/#info พร้อมแสดงบัตรประชาชนเพื่อลงทะเบียน
ทีมข่าวเฉพาะกิจ

10 โมงเช้าถึงบ่าย 3 อุณหภูมิพุ่งสูง ยูวีเข้มสุด
อย่าลืมเช็ก ‘แจ้งเตือน’ 4 ระดับ จาก ‘เฝ้าระวัง’ ถึง ‘อันตรายมาก’
จากการเฝ้าระวังสถานการณ์ความร้อน พบว่าช่วงเวลา 10.00-15.00 น. เป็นช่วงที่อุณหภูมิพุ่งสูงและมีรังสียูวีเข้มข้นที่สุด กลุ่มอาชีพที่ต้องทำงานกลางแจ้งจะได้รับผลกระทบโดยตรง กรุงเทพมหานคร จึงกำหนดให้ช่วงเวลาดังกล่าวเป็นช่วงเวลาหลักในการให้บริการห้องหลบร้อน เพื่อลดอัตราการเจ็บป่วยเฉียบพลันจากสภาพอากาศที่ร้อนจัด โดยกรุงเทพมหานครกำหนดหลักเกณฑ์ให้สอดคล้องกับเกณฑ์มาตรฐานของ ‘กรมอนามัย’ เพื่อเฝ้าระวังและแจ้งเตือนประชาชนให้ดูแลตนเองตามระดับความเสี่ยงต่อสุขภาพ โดยแบ่งการแจ้งเตือนเป็น 4 ระดับ ได้แก่
ระดับสีเขียว (เฝ้าระวัง) ค่าดัชนีความร้อน 27.0-32.9 องศาเซลเซียส
ระดับสีเหลือง (เตือนภัย) ค่าดัชนีความร้อน 33.0-41.9 องศาเซลเซียส ลดระยะเวลาการทำกิจกรรมกลางแจ้ง
ระดับสีส้ม (อันตราย) ค่าดัชนีความร้อน 42.0-51.9 องศาเซลเซียส หลีกเลี่ยงหรืองดการทำกิจกรรมกลางแจ้ง หากจำเป็นต้องมีมาตรการป้องกันอย่างเข้มข้น
ระดับสีแดง (อันตรายมาก) ค่าดัชนีความร้อนมากกว่า 52.0 องศาเซลเซียส ห้ามทำกิจกรรมกลางแจ้งเด็ดขาด เนื่องจากมีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดโรคลมร้อน (Heat Stroke)
ทั้งนี้ ค่าดัชนีความร้อน (Heat Index) เป็นค่าที่สะท้อนความร้อนที่ร่างกายรู้สึกได้ ไม่ได้มาจากการวัดอุณหภูมิเพียงอย่างเดียว แต่คำนวณร่วมกับค่าความชื้นสัมพัทธ์ (Relative Humidity) ในอากาศ ซึ่งหากความชื้นสัมพัทธ์สูง ร่างกายจะระบายความร้อนผ่านเหงื่อได้ยาก ทำให้รู้สึกร้อนและไม่สบายตัวมากกว่าอุณหภูมิจริง และเพิ่มความเสี่ยงต่อสุขภาพ โดยประชาชนสามารถเช็กค่าดัชนีความร้อน (Heat Index) แบบ Real-time ได้ทางแอพพลิเคชั่น และเว็บไซต์ AirBKK รวมถึงติดตามการแจ้งเตือนรายวันได้ผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียของ กรุงเทพมหานคร หรือค้นหาห้องหลบร้อน จุดหลบร้อน และจุดบริการน้ำดื่มที่ใกล้ที่สุดได้ทันทีทางเว็บไซต์ Greener Bangkok

