ชุดไทย
จิตวิญญาณชุมชน
ที่ถูกถักทอสู่สายตาโลก
ปลายปี 2026 เป็นวาระที่ไทยจะเสนอ “ชุดไทยพระราชนิยม” ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของยูเนสโก โดยการพิจารณาจะมีขึ้นระหว่างวันที่ 30 พฤศจิกายน-5 ธันวาคมนี้ ที่เมืองเซี่ยเหมิน สาธารณรัฐประชาชนจีน
การขับเคลื่อนและผลักดันเรื่องดังกล่าวเป็นความร่วมมือจากหลายภาคส่วนโดยกระทรวงการต่างประเทศมีบทบาทในการประชาสัมพันธ์ สร้างความเข้าใจเกี่ยวกับชุดไทยในเวทีสากล รวมถึงประสานความร่วมมือและสนับสนุนการดำเนินงานในระดับนานาชาติ
กรมพิธีการทูตได้จัดโครงการทัศนศึกษาเพื่อนำคณะทูตต่างประเทศประจำประเทศไทย ซึ่งประกอบด้วยเอกอัครราชทูตและคู่สมรส 52 คน จาก 36 ประเทศ และอุปทูตพร้อมคู่สมรส 12 คน จาก 9 ประเทศ เดินทางไปยังจังหวัดสุราษฎร์ธานี เมื่อวันที่ 19-21 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยผลของโครงการดังกล่าวได้ช่วยสร้างความรับรู้และการยอมรับในระดับนานาชาติ อันเป็นแรงสนับสนุนสำคัญต่อการผลักดันชุดไทย
พระราชนิยมสู่การขึ้นทะเบียนเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของโลก
หนึ่งในกิจกรรมที่คณะทูตได้เข้าร่วม คือ การเยี่ยมชมนิทรรศการภูมิปัญญาผ้าไทยและงานหัตถกรรมชุมชนภาคใต้ ภายใต้โครงการตามพระดำริ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” ซึ่ง สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงนำเยี่ยมชมและพระราชทานพระวโรกาสให้คณะทูตได้รับรู้ถึงการทรงงานที่สืบสานพระราชปณิธานของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในการอนุรักษ์งานหัตถศิลป์และผ้าไทยให้คงเอกลักษณ์ ควบคู่กับการพัฒนาให้มีความทันสมัยและเป็นสากล สามารถตอบสนองความต้องการของตลาดโลก พร้อมทั้งส่งเสริมให้กลุ่มทอผ้าในทุกภูมิภาคมีอาชีพที่มั่นคงและยั่งยืนตามแนวพระดำริแฟชั่นแห่งความยั่งยืน
ความยั่งยืนดังกล่าวไม่ได้จำกัดอยู่เพียงมิติทางเศรษฐกิจเท่านั้น หากยังครอบคลุมถึงเรื่องความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมด้วย นางสุไรดา มะคาเร็ง จากกลุ่มผ้าพิมพ์ชาววัง จังหวัดปัตตานี กล่าวว่า ได้ใช้กระบวนการย้อมสีธรรมชาติ โดยนำพืชในท้องถิ่นมา
สกัดสีสำหรับแต้มผ้า ซึ่งช่วยสร้างความตระหนักรู้ให้ชุมชนเห็นคุณค่าของทรัพยากรธรรมชาติ โดยจากเดิมที่พืชบางชนิดอาจถูกโค่นทิ้ง กลับนำมาใช้ประโยชน์อย่างเหมาะสม ก่อให้เกิดการใช้ทรัพยากรอย่างหมุนเวียน
ศศิธร พึ่งพา จากผ้าทอไอปาโจ กล่าวว่า ทางกลุ่มใช้เทคนิคมัดหมี่หลากสีในการทอผ้า โดยใช้สีธรรมชาติ 100% จากวัตถุดิบ เช่น ใบเฟิร์น ครั่ง และใบหรือเปลือกมังคุด นอกจากนี้ กระบวนการฟอกและย้อมยังใช้น้ำจากแหล่งต้นน้ำธรรมชาติที่มีคุณสมบัติเฉพาะ หากเปลี่ยนแหล่งน้ำ สีผ้าอาจคลาดเคลื่อนได้ พร้อมกล่าวว่า วัสดุที่ใช้ในกระบวนการผลิต เช่น เปลือกมะพร้าวหรือใบเฟิร์น ยังสามารถนำกลับไปใช้เป็นปุ๋ยได้
แนวปฏิบัติดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่ากระบวนการผลิตผ้าสำหรับชุดไทยให้ความสำคัญกับการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า รวมทั้งอยู่ร่วมกับธรรมชาติอย่างสมดุล สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนของสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ที่มุ่งเน้นการผลิตและการบริโภคอย่างรับผิดชอบ ตลอดจนการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ช่วยยกระดับภาพลักษณ์ของผ้าไทยและชุดไทยพระราชนิยมให้ได้รับการยอมรับในระดับสากลในฐานะงานหัตถศิลป์ที่ผสานคุณค่าทางวัฒนธรรมเข้ากับความยั่งยืนได้อย่างลงตัว
นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ว่า กระทรวงเห็นว่าชุดไทยและผ้าไทยเป็นเอกลักษณ์สำคัญของชาติ สะท้อนภูมิปัญญาท้องถิ่นของไทย แม้ว่าจะมีอดีตที่ยาวนาน แต่ก็มีการพัฒนาให้ทันสมัยสู่มาตรฐานสากล นอกจากนั้น ผ้าไทยยังมีความเกี่ยวพันกับพระราชกรณียกิจของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ซึ่งสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงพยายามสืบทอดปณิธาน โดยนำผ้าไทยพัฒนาไปสู่ระดับสากล ซึ่งช่วยให้ชุมชนในจังหวัดต่างๆ มีรายได้
โครงการทัศนศึกษาในครั้งนี้ทำให้คณะทูตให้ได้เห็นถึงความประณีต ลวดลาย และการพัฒนาของผ้าพื้นเมืองที่สามารถต่อยอดสู่สากล ในมิติของซอฟต์พาวเวอร์ หากชุดไทยได้รับการขึ้นทะเบียนก็จะส่งเสริมภาพลักษณ์ว่าไทยมีความร่ำรวยทางวัฒนธรรมมากยิ่งขึ้น เสริมสร้างความเข้มแข็งของนโยบายต่างประเทศและยกระดับบทบาทของไทยบนเวทีการทูตให้โดดเด่น

เมื่อถามว่า กระบวนการขึ้นทะเบียนเผชิญกับความท้าทายหรือไม่ นายสีหศักดิ์ตอบว่า การขึ้นทะเบียนเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ ไม่ได้ซับซ้อนเหมือนกับการขึ้นทะเบียนมรดกทางธรรมชาติและทางวัฒนธรรม กระบวนการพิจารณามีหลักเกณฑ์ความเป็นสากล ชุดไทยสะท้อนเอกลักษณ์ความเป็นไทยอย่างชัดเจน สามารถพิสูจน์รากฐานทางประวัติศาสตร์ที่ยาวนาน แสดงถึงภูมิปัญญาท้องถิ่น และมีความสำคัญในฐานะมรดกทางวัฒนธรรมของโลก
นายสีหศักดิ์ยังบอกด้วยว่า การสวมชุดไทยในโอกาสต่างๆ ทั้งงานเลี้ยงและระหว่างประจำการที่ต่างประเทศ ทำให้ชาวต่างชาติเห็นความเป็นสากลของชุดไทยที่หลากหลาย ทั้งชุดพระราชฐานและเสื้อนอก นอกจากนี้ ดีไซเนอร์ไทยยังมีโครงการนำผ้าไทยไปเผยแพร่ในเมืองศูนย์กลางแฟชั่น เช่น นิทรรศการขนาดใหญ่ที่ปารีส ประเทศฝรั่งเศส ซึ่งก็เป็นโครงการที่กระทรวงการต่างประเทศให้การสนับสนุนอยู่
ผู้จัดนิทรรศการเปิดเผยการพัฒนาผ้าไทยสู่ความเป็นสากลและความหลากหลายทางวัฒนธรรมที่สะท้อนผ่านผืนผ้า คะนึงนิตย์ ภัทรพงษ์นพกุล รองประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนยาริงบาติก กล่าวว่า ผ้าที่นำมาจัดแสดงเป็นการผสมผสานความร่วมสมัยกับผ้าบาติกโบราณที่มีรากฐานจากอินโดนีเซียและมาเลเซียที่นำมาออกแบบลวดลายใหม่
“เดิมผ้าบาติกเป็นลวดลายเฉพาะภาคใต้ กลุ่มของเราเป็นกลุ่มมุสลิมจึงไม่ทำรูปสัตว์ตามหลักศาสนา แต่เมื่อสังคมและตลาดเปลี่ยนไป เราจึงปรับลวดลายให้ทันสมัย รวมถึงสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงพระราชทานลายใหม่ เช่น
นกยูงและม้า ทำให้ผ้าของเราสะท้อนทั้งความหลากหลายทางวัฒนธรรมและสังคมอย่างรอบด้าน” คะนึงนิตย์กล่าว และว่า หากผ้าไทยได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก จะช่วยส่งเสริมให้คนใส่ชุดไทยมากขึ้นและสร้างรายได้ให้กับชุมชนอย่างแน่นอน
ด้าน สุอัตพงศ์ ชุนทน จากกลุ่มมัดย้อมสีธรรมชาติ บ้านคีรีวง จังหวัดนครศรีธรรมราช เล่าว่า เราสืบทอดการทำงานผ้ามาตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษ แม้ลูกหลานบางส่วนไม่ได้ทอผ้าแล้ว แต่เรายังคงนำภูมิปัญญาเรื่องการทอ การใช้ผ้า และการย้อมสีธรรมชาติมาพัฒนาเป็นอาชีพ เพื่อเลี้ยงครัวเรือนในชุมชนราวร้อยครัวเรือน ผ้ามัดย้อมของเรามีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ใช้อุปกรณ์พิเศษสร้างลวดลายคล้ายโมโนแกรมหรือลวดลายเรขาคณิต ซึ่งสามารถนำไปต่อยอดเป็นดีไซน์สมัยใหม่ ส่วนผ้าบาติก
จะวาดสด ทำให้แต่ละชิ้นเป็นหนึ่งเดียวในโลก
เมื่อถามว่า มองว่าหากชุดไทยจะขึ้นทะเบียนจะส่งผลกระทบต่อชุมชนอย่างไร สุอัตพงศ์ตอบว่า จะช่วยส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชนอย่างมหาศาล เพราะจะทำให้ผ้าไทยและชุดไทยเป็นภูมิปัญญาของโลกที่หลายคนอยากครอบครอง
โครงการนี้ได้รับการตอบรับจากคณะทูตเป็นอย่างดี นายเยฟกินี โทมิคิ เอกอัครราชทูตรัสเซียประจำประเทศไทย บอกว่า ประทับใจนิทรรศการจัดแสดงภูมิปัญญาผ้าไทยเป็นอย่างมาก สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงแสดงให้เห็นถึงความสนพระทัยอย่างต่อเนื่องในการอนุรักษ์และพัฒนาผ้าพื้นเมือง สิ่งที่โดดเด่นเป็นพิเศษคือความพยายามในการไม่เพียงแต่รักษางานหัตถศิลป์แบบดั้งเดิมเท่านั้น แต่ยังมีการปรับประยุกต์อย่างเหมาะสมให้สอดคล้องกับมาตรฐานร่วมสมัย ส่งเสริมผ้าไทยให้เป็นที่รู้จักในระดับนานาชาติ โดยรวมแล้ว งานนี้แสดงให้เห็นถึงพลังและชีวิตชีวาของมรดกสิ่งทอไทย รวมถึงความร่วมมืออย่างเป็นระบบในการอนุรักษ์ พัฒนา และนำเสนอผ้าไทยสู่สายตาชาวโลก
เมื่อถามว่า การที่ไทยเสนอให้ขึ้นทะเบียนชุดไทยนั้นจะช่วยส่งเสริมความตระหนักรู้ในเรื่องความหลากหลายทางวัฒนธรรมในระดับสากลหรือไม่ เอกอัครราชทูตรัสเซียตอบว่า การขึ้นทะเบียนถือเป็นเครื่องมือสำคัญในการดึงดูดความสนใจจากนานาชาติต่อประเพณีและวิถีวัฒนธรรมที่ยังมีชีวิตของแต่ละประเทศ อีกทั้งยังช่วยส่งเสริมให้เกิดความรับรู้ในวงกว้างยิ่งขึ้นเกี่ยวกับความมั่งคั่งและความหลากหลายของการแสดงออกทางวัฒนธรรมทั่วโลก
เมื่อขอให้ฝากอะไรถึงชุมชนผ้าไทยท้องถิ่นของไทย เอกอัครราชทูตรัสเซียกล่าวว่า ช่างฝีมือและชุมชนท้องถิ่นมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการอนุรักษ์และถ่ายทอดองค์ความรู้ดั้งเดิม ความทุ่มเทของพวกเขาช่วยให้แนวปฏิบัติทางวัฒนธรรมยังคงเป็นส่วนหนึ่งของมรดกชาติที่มีชีวิตและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง พร้อมกล่าวว่า การให้ความเคารพต่อหัตถศิลป์ การสืบสานทักษะ และการถ่ายทอดระหว่างรุ่น เป็นองค์ประกอบสำคัญของการพัฒนาทางวัฒนธรรมอย่างยั่งยืน งานในลักษณะนี้สมควรได้รับการยอมรับและการสนับสนุน เนื่องจากมีส่วนช่วยในการรักษาความหลากหลายทางวัฒนธรรมและความสามัคคีของสังคม
การผลักดันชุดไทยพระราชนิยมขึ้นทะเบียนเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ในครั้งนี้ ไม่ใช่เรื่องของผ้าและสิ่งทอเท่านั้น แต่เป็นการพาจิตวิญญาณของชุมชนให้สายตาโลกให้เห็น ชุดไทยแม้จะถูกถักทอด้วยใยผ้าที่นุ่มละมุน แต่ก็สามารถพยุงอัตลักษณ์ วิถีชีวิตและประเพณีของคนในชาติไว้ได้อย่างแข็งแกร่ง ถือเป็นการตอกย้ำบทบาทของไทยในฐานะประเทศที่พร้อมแบ่งปันมรดกทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าเหล่านี้ต่อประชาคมโลก
ชาลิสสา สุขเอี่ยม

