สุจิตต์ วงษ์เทศ
อยู่กับผี ซี้กับพราหมณ์ พล่ามเรื่องพุทธ
ใน ‘พิธีกรรม ผี-พราหมณ์-พุทธ’
‘อยู่กับผีมาตลอด ตอนนี้ก็ยังอยู่…อยู่กับศาสนาผี’
สุจิตต์ วงษ์เทศ ย้ำชัดถึงความใกล้ชิดสนิทแนบแน่นกับ ‘ผี’ ตั้งเยาว์วัย ครั้งเป็นเด็กวัดบ้านนอก จนชุบตัวเข้าสู่ตำแหน่งอารามบอย แห่งวัดดังใจกลางพระนคร
ไม่เพียงเท่านั้น ยังสัมพันธ์ (ศาสนา) พราหมณ์ผ่านพิธีกรรมในชีวิตประจำวัน ที่กลืนกลายไปกับผีและพุทธ
ขณะเดียวกัน ก็เดินหน้าวิพากษ์ ‘พุทธไทย’ ตลอดหลายสิบปี
จากเล่มฮิต ‘ศาสนาผี’ สู่อีกผลงานที่ใช้ประสบการณ์ค่อนชีวิต กลั่นกรอง ‘พิธีกรรม ผี-พรามหณ์-พุทธ’ ผงาดทันฤกษ์ สัปดาห์หนังสือแห่งชาติครั้งที่ 54
เปิด (หน้า) อก เปิด (หน้า) ใจ คุยลึก ตอบทุกคำถามแบบปั่นๆ ไม่หวั่นทัวร์ลง
พร้อมให้นิยาม ‘รสชาติ’ ผลงานล่าสุดของตัวเองว่า ‘พะอืดพะอม!’
“งานที่เป็นหนังสือแนวนี้ คนอ่านมันพะอืดพะอม ไม่เห็นด้วย ไม่ชอบ แต่เถียงไม่ขึ้น ทั้งรัก ทั้งชัง เราเขียนตามหลักฐาน แต่มันไม่ตรงกับใจที่เขาอยากให้เป็น” สุจิตต์อรรถาธิบาย
แน่นอนว่า ด้วยท่าทียียวน ด้วยเนื้อหาชวนหงุดหงิดจากฟากฝั่งอนุรักษนิยม โดยเฉพาะเมื่อเหตุขัดแย้งชายแดนไทย-กัมพูชาปะทุ รถทัวร์คณะแล้วคณะเล่า เฝ้าหน้าประตูพร้อมเร่งเครื่องกระหน่ำคอมเมนต์ในโลกออนไลน์ พูดง่ายๆ ว่า ‘ทัวร์ลง’ ฉ่ำๆ
ถามว่า แอบนอยด์ แอบหวั่นสันหลังบ้างหรือไม่ ในยุคที่ผู้คนมากมายพร้อมใจ ‘เลี้ยวขวา’
สุจิตต์ให้คำตอบแรกด้วยเสียงหัวเราะเบาๆ ก่อนเล่าว่า นับแต่ตัดสินใจทำ ‘หนังสือพิมพ์’ ก็รู้ล่วงหน้าว่าต้องเจอของแข็ง กระทั่งเมื่อก่อตั้งนิตยสาร ‘ศิลปวัฒนธรรม’ เมื่อปลายปี 2522 ก็พานพบเหตุการณ์ที่หนักหนากว่าทัวร์ลงหลายเท่า
“ขู่ฆ่าก็มี เขียนมาเลย รู้นะ พ่อแม่อยู่ไหน พี่น้องอยู่ไหน เอาขนเพชรใส่ซอง จ.ม.มาเลยก็มี จนถึงโยนระเบิดเผาหุ่น เดินขบวนด่า…โดนมาทุกชนิด”
ไม่ได้ท้าทาย แค่จะบอกว่า ทัวร์ยุคอนาล็อกที่เคยเจอมา หนักหนากว่าทัวร์ยุคดิจิทัลหลายช่วงตัว
บ่ายวันธรรมดา สุจิตต์ฉายเดี่ยว ปลีกวิเวกจาก ขรรค์ชัย บุนปาน ประธานเครือมติชน ผู้เป็นคู่ทอดน่อง (ท่องเที่ยว) ทั้งเพื่อนซี้ตั้งแต่วัยเยาว์ เป็นการเฉพาะกิจ เดินทางทอดสายตามองทุ่งนานครชัยศรี ตอบคำถามทั้งที่เกี่ยวและไม่เกี่ยวกับผลงานใหม่ที่ติดท็อป 10 หนังสือขายดีประจำบูธสำนักพิมพ์มติชน ตั้งแต่วันแรกของงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติครั้งที่ 54 อย่างไม่เกินความคาดหมาย
⦁ ขอเริ่มที่ชื่อหนังสือ ดูจากเนื้อหา ทำไมไม่ตั้งชื่อประมาณว่า ประเพณีไทยในลุ่มเจ้าพระยา ให้มาทรงคลาสสิก?
ชื่อที่ว่ามา จริตมันไปทางอนุรักษ์ จริตมันไปทางยกย่อง ชื่นชม งมงาย โอยยย ประเพณีอันดีเลิศไง เชยตายเลย ชื่อพิธีกรรม ผี-พราหมณ์-พุทธ มันตรงตามเนื้อหา เพราะเนื้อหาจริงๆ มันยังไม่เป็นประเพณี มันเป็นพิธีกรรม ยังเกี่ยวพันกับเรื่องผีอยู่ พอทำไปนานๆ แล้วมันถึงจะเป็นประเพณี
และคำว่าพิธีกรรม ฟังปุ๊บก็รู้เลย สายมู (ยิ้ม)

⦁ ไม่ถามไม่ได้ ดีไซน์ปก ‘สุจิตต์สไตล์’ เห็นปุ๊บ รู้ปั๊บ ผลงานใคร เคยคิดเปลี่ยนแนวบ้างไหม?
คนทักหลายคนแล้ว สวยไม่สวยมันเรื่องปักเจก ส่วนที่มา รูปจริงมันอยู่ปกหลัง บอกไว้หมดแล้วว่ามาจากผาหมอนน้อย อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี มีอธิบายอยู่ในเนื้อหาหมด คำอธิบายพิสดารอยู่ในเดือน 6 บทที่ 6 ในหนังสือ ผาหมอนน้อยเป็นแผงเครือเดียวกับผาแต้ม มันต่อเนื่องกันหมด เพราะบริเวณนั้นเป็นที่ทำพิธีขอฝน
เดิมทีดูไม่รู้เรื่องหรอก แต่ในรูปมีการปักดำหญ้าเป็นกอๆ เป็นช่อๆ หลักฐานชัดเจนว่า ชุมชนที่เขียนภาพ ทำนาทดน้ำ ปัจจุบันชาวบ้านเรียกนาดำ คือต้องเอามือกดไปใต้โคลนเลน ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ก้าวหน้า เพราะทำให้ได้ผลผลิตมากกว่าปกติ
นี่คือไฮเทคโนโลยีที่รับจากลุ่มน้ำแยงซีเมื่อหลายพันปีมาแล้ว ดั้งเดิมมันเป็นนาหว่าน หว่านไปเลย จะขึ้นเมื่อไหร่ก็ช่างหัวมัน ปล่อยไป ทิ้งไปเลย
แต่เฉพาะในรูปนี้ที่เอามาดีไซน์เป็นปก ถ้าเทียบกับทางอีสาน เรียกว่า นาตาแฮก ชาวนาภาคอีสาน และวัฒนธรรมลาว ก่อนจะลงมือทำนาจริง เขาจะทำนาตาแฮกก่อน
แฮก แปลว่า แรก นาตาแฮก คือ นาจำลอง กว้างหนึ่งเมตร ยาวหนึ่งเมตร อะไรประมาณนี้ ทำเป็นปักดำ เรียก ปักกกแฮก คือ ปักข้าวต้นแรก คล้ายๆ บงการ ว่าต้องเจริญงอกงามนะ เดี๋ยวจะไปทำนาจริง ต้องให้งามเหมือนกันนะ จิตร ภูมิศักดิ์ ใช้คำว่า เนี่ย! มันเป็นการบงการธรรมชาติ แต่มันไม่จริงหรอก มันปลอบใจตัวเอง แล้วนาตาแฮกนี่แหละ ปัจจุบันเรียกแรกนาขวัญ
⦁ ไหนๆ ก็มาถึงท้องนา และไหนๆ ก็พูดถึงแรกนาขวัญ ขอถามตามสำนวนหนังสือสุจิตต์ที่คนชอบแซวกันว่า แม่โพสพ ‘มาจากไหน’?
เรื่องแม่โพสพ ตามหากันมาก อธิบายกันมากมายก่ายกอง แต่ไม่รู้ว่ามาจากไหน จนกระทั่งไปพบในทวาทศมาสโคลงดั้น แต่งสมัยอยุธยาตอนต้น พูดง่ายๆ ประมาณ พ.ศ.2000 อธิบายความเป็นมาของแม่โพสพไว้หมด โดยสรุป ดั้งเดิมสมัย 3-4 พันปี คือ แม่ข้าว คือ ผี เจ้าแม่แห่งข้าว
เดือนอ้าย การที่ชาวนาเอาเคียวเกี่ยวข้าว นั่นแหละ ทำให้แม่ข้าวตาย คนตาย แต่ขวัญไม่ตาย เพราะฉะนั้นเมื่อถูกเคียวเกี่ยว กอที่ 1 แม่ข้าวตายแล้ว เหลือแต่ขวัญ หนีไปอยู่กอที่ 2 ชาวนาก็เกี่ยวตามไปกอที่ 2 ขวัญแม่ข้าวหนีไปอยู่กอที่ 3 จนหมดนา เหลือข้าวตก คือข้าวที่ชาวนาเกี่ยวไม่หมด แม่ข้าวไปสิงอยู่ต้นนั้นแหละ
พอเดือนยี่ นวดข้าว ให้ควายเหยียบให้เม็ดข้าวออกมา ตอนนี้แหละ ชาวนาจะไปเชิญผีแม่ข้าวในข้าวตกที่เก็บไว้มาสถิตอยู่ที่ลานนวดข้าว เพื่อเซ่นไหว้ให้ผลผลิตมันดี พอได้ข้าวเปลือก เข็นข้าวเข้ายุ้ง เข้าฉาง ต้องทำพิธี ทำขวัญข้าวตอนเดือน 3 เรื่องใหญ่มาก ลาวบางกลุ่มเรียกวันกำฟ้า
เข้าใจว่าสมัยอยุธยา หรือก่อนหน้านั้น พระเจ้าแผ่นดินต้องทำพิธีกรรมสำคัญ คือ เผาแม่ข้าว ขวัญแม่ข้าวลอยขึ้นฟ้า ซึ่งเอาความเชื่อของอินเดียมา โดยสมมุติว่าเทวดาอยู่บนฟ้า ขวัญแม่ข้าวไปเป็นหนึ่งเดียวกับเทวดา เทวดาองค์นั้นชื่อ พระไพสพ เทพเจ้าแห่งความอุดมสมบูรณ์ องค์เดียวกับท้าวเวสสุวรรณ และท้าวกุเวร จากนั้นแปลงพระไพสพ เป็นโพสพ กลายเป็นแม่โพสพ
⦁ คลุกคลี (เรื่อง) ผีๆ เยอะ เคยเป็นเด็กวัดตั้งแต่มัธยม จนเข้ามหาวิทยาลัย เคยเจอผีตัวเป็นๆ ไหม?
อยู่วัดบ้านนอกก็นอนกับโลงผีนะ วัดบ้านนอกไม่ได้จัดระบบอะไร อีเหละเขละขละ พอมาอยู่วัดเทพธิดาราม ในกรุงเทพฯ ไม่มีเผาผี ไม่มีเมรุ เพราะวัดอยู่ในกำแพงเมือง มีแต่สวดศพ ก็นอนอยู่ข้างโลงผีนั่นแหละ
ตอนไปเรียนโบราณคดี (คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร) ก็ไปขุดศพอีก เจอโครงกระดูก ก็นอนอยู่กับโครงกระดูกนั่นแหละ แต่ไม่เคยเจอะผี ถึงจะอยู่กับผีตลอด แม้กระทั่งปัจจุบันก็อยู่กับศาสนาผี (หัวเราะ)
ผีมันมาจากระบบความเชื่อเรื่องขวัญ กลายเป็นผี ขวัญ คือสิ่งที่มองไม่เห็น เหมือนวิญญาณ ซึ่งเป็นของพุทธกับพราหมณ์ มีคนมีดวงเดียว ตายปั๊บ ไปจุติทันที ที่ไหนก็ไม่รู้
แต่ถ้าศาสนาผี คนตายปั๊บ ขวัญไม่ยอมตาย แล้วขวัญไปไหน อยู่เหมือนเดิม เคยกินอยู่ยังไงก็กินอยู่อย่างงั้น นี่คือขวัญ
ขวัญอยู่ในร่างกายมนุษย์ บางแห่งเชื่อว่ามีตั้ง 80 จุด ขวัญที่ใหญ่สุดเรียกว่า จอมขวัญ อยู่กลางกบาลของคน ทุกคนมีหมด เหมือนก้นหอย นี่แหละ ลายหม้อบ้านเชียง
⦁ โยงไกลไปหรือไม่ เดี๋ยวคนบอก สุจิตต์มโนเก่ง?
อ้าว! แล้วคนที่ว่าเป็นลายอื่นมโนหรือเปล่า? สมัยขุดใหม่ๆ นักวิชาการ พวกโบราณคดี บอกว่าลายอะไรรู้ไหม ไซไคเดลิก (หัวเราะ) ไม่มีรากฐานอะไรเลย เรื่องขวัญนี่ยังมีรากฐาน
⦁ เรื่องแซ่บในเล่มเพียบ เอาความมั่นใจมาจากไหน อย่างเรื่องนางนพมาศ ไม่มีจริง ไม่มีลอยกระทงในยุคสุโขทัย ประเด็นเก่าไปหน่อย แต่ก็ต้องถาม?
ความจริงไม่ได้มั่นใจอะไรหรอก! ก็สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพท่านเขียนเอาไว้เอง อยู่ในคำนำ หนังสือนางนพมาศนั่นแหละ กรมดำรงฯท่านเขียนคำนำ ท่านยังชี้ให้เห็นเลยว่า หนังสือนี้มันแต่งสมัยรัตนโกสินทร์ เพราะในเนื้อหาที่เขียนถึงชาติภาษาต่างๆ ในโลกว่ามีอะไรบ้าง ตั้งแต่ไทน้อย ไทใหญ่ ไทอาหม พม่ามอญเงี้ยวอะไรต่างๆ นานา มันมีอยู่ชาติหนึ่ง ชื่ออเมริกัน แล้วมันจะเป็นสุโขทัยได้ยังไง ในเมื่ออเมริกาเพิ่งประกาศอิสรภาพสมัยพระเจ้าตาก
ตรงนี้สมเด็จกรมพระยาดำรงฯทรงอธิบายไว้ชัดเจน เพราะฉะนั้นหนังสือเล่มนี้ แต่งสมัยรัตนโกสินทร์ ต่อมา ทรงเขียนจดหมายถึงใครก็ไม่ทราบ มันอยู่ในรวมจดหมายของกรมดำรงฯ ตอนหนึ่งว่า ฉันเชื่อว่า นางนพมาศ แต่งในสมัยรัชกาลที่ 3-รัชกาลที่ 4
ข้อสำคัญ ใครไม่รู้จักเมืองสุโขทัยมันก็คงลำบากที่จะอธิบาย คนถูกครอบงำให้คิดว่าสุโขทัยอุดมสมบูรณ์ ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว แล้วรู้ไหม สุโขทัย มันเมืองแล้งน้ำ ตั้งอยู่บนที่ดอน เชิงเขาหลวง ไปดูสิ ทุกวันนี้ไปดูได้ มันแล้งน้ำ ไม่แล้งน้ำแล้วจะขุดตระพังหาอะไรเหรอ
ที่เรียกตระพัง เขาขุดไว้ขังน้ำ ไม่ได้ขุดไว้ลอยกระทง มันเป็นน้ำที่เอาไว้ใช้ในวัดกับในวัง มันของศักดิ์สิทธิ์ แล้วสุโขทัยห่างจากแม่น้ำยม 12 กม. มึงเดินไปลอยกระทงเหรอ บ้า!
⦁ เกรี้ยวกราดไม่เอาใจคนรักชาติ ถามจริงๆ อยากให้คนกลุ่มไหนอ่านที่สุด?
ผมไม่เกี่ยว แค่มีหน้าที่เขียน ใครจะอ่าน ไม่อ่าน เรื่องของเขา ไม่ชอบ ไม่ต้องซื้อ (หัวเราะ)
⦁ แล้วกัมพูชายื่นยูเนสโก ส่ง ‘มหาสงกรานต์’ เป็นมรดกวัฒนธรรมของมนุษยชาติ คนไทยต้องหงุดหงิดไหม?
ใครๆ ก็ขึ้นได้ จะขึ้นอะไรก็ขึ้นไป หลักการของยูเนสโกคือ การขึ้นทะเบียนไว้เพื่อไม่ให้ถูกลืม ถ้าไม่จดเอาไว้ ไม่จำเอาไว้ เดี๋ยวมันลืม ทิ้งไปตั้งเยอะแยะ ประเพณีของประเทศใดก็ของประเทศนั้น ใครมาก่อนมาหลัง ไม่เกี่ยว
เป้าหมายคือ บันทึกเอาไว้ว่าทำอย่างนี้ก็แล้วกัน เหมือนหรือไม่เหมือน ไปตกลงกันเอง เถียงกันเองทางวิชาการ ไปค้นคว้ากันเอง
⦁ พูดอย่างนี้เดี๋ยวทัวร์ลง?
ขอบคุณนะ แสดงว่าเขาอ่านของเรา
⦁ บางคนไม่ทันอ่านไหม เห็นหน้าสุจิตต์ปั๊บ ขยับนิ้วจัดทัวร์เลย?
ก็แสดงว่าเขาเคยอ่าน (หัวเราะ) เรียนโบราณคดี เรียนประวัติศาสตร์ การวิพากษ์วิจารณ์เป็นเรื่องปกติ ไม่มีปัญหา
ที่สำคัญกว่านั้นคือ ส่วนใหญ่ที่ทัวร์ลง เป็นเรื่องเขมร แต่ไม่ใช่เขมรอย่างเดียว ตอนเขียนเรื่องมลายูก็ทัวร์ลง ความไม่เป็นไทย ทัวร์ลงหมด เป็นปกติ สมัยก่อนทัวร์ลงเรื่องลาว แล้วก็มาเรื่องพม่า ตอนนี้เขมร แค่นั้นเอง
ถามว่าเป็นเพราะอะไร เหตุมันมาจากประวัติศาสตร์ไทยที่ผิดพลาด เอาเชื้อชาติไทยเป็นใหญ่ไง ความเป็นไทยไม่เหมือนใครในโลกไง ดีกว่าคนอื่นในโลก นี่หลงตัวเองไง มันถึงเกิดปัญหา มันเลยเป็นหน้าที่ที่ทำนิตยสารศิลปวัฒนธรรมขึ้นมา ก็เพราะต้องการแก้ไขเรื่องนี้
⦁ คำถามสุดท้าย เขียน ‘ศาสนาผี’ จนถึง ‘พิธีกรรม ผี พราหมณ์ พุทธ’ ถ้าไม่ยึดตามบัตรประชาชน นายสุจิตต์ วงษ์เทศ นับถือศาสนาอะไร?
ศาสนาสากล…คนเท่ากัน
พันธุ์ทิพย์ ธีระเนตร – เรื่อง
ณัฐวุฒิ วิเชียรรัมย์ – ภาพ
ขอบคุณ บ้านปายนา นครชัยศรี นครปฐมโทร 09-7297-1546


