พิพิธภัณฑ์ที่กลั่นจากทั้งชีวิต จักรพันธุ์ โปษยกฤต นายช่างเอกแห่งกรุงรัตนโกสินทร์
ท่ามกลางกระแสความเปลี่ยนแปลงของโลกสมัยใหม่ศิลปวัฒนธรรมไทยยังคงอยู่ได้ด้วยแรงของศิลปินผู้ทุ่มเททั้งชีวิตเพื่อรักษาและสร้างศิลปะไทยไปพร้อมกัน
จักรพันธุ์ โปษยกฤต ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (จิตรกรรม) ประจำปี พ.ศ.2543 คือหนึ่งในนั้น

ไม่เพียงสร้างสรรค์งานศิลปะฝีมือชั้นครู จนกลายเป็นตำนานแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ นายช่างคนสำคัญผู้นี้พร้อมด้วยคณะ ยังก่อตั้งมูลนิธิเพื่ออนุรักษ์สืบสานและเผยแพร่ความงดงามของงานศิลป์อย่างไทยให้เป็นที่ประจักษ์สู่สายตาผู้คน จากรุ่นสู่รุ่น
ล่าสุด เมื่อ 16 มีนาคมที่ผ่านมา พิพิธภัณฑ์จักรพันธุ์ โปษยกฤต เปิดตัวท่ามกลางบรรยากาศอบอุ่นจากแขกผู้มีเกียรติในหลากหลายวงการ
ภายในถูกออกแบบให้เป็นมากกว่าพื้นที่จัดแสดง แต่คือ ‘โลกของจักรพันธุ์’ ที่ผู้ชมสามารถเดินเข้าไปสัมผัสได้จริง ด้วยปณิธานที่ทุ่มเทชีวิต อุทิศให้เป็นสมบัติของแผ่นดิน เพื่อปลูกฝัง สืบทอด ‘ศิลปนิสัย’ แก่เยาวชนของชาติ เป็นพิพิธภัณฑ์ถาวรที่รวบรวมผลงานศิลปะหลากแขนงของจักรพันธุ์ ทั้งยังมีโรงมหรสพสำหรับจัดแสดง หุ่นกระบอกด้วยระบบเวที แสง สี เสียง อย่างเต็มรูปแบบแห่งหนึ่งของประเทศ

นิทรรศการถูกติดตั้งบนชั้น 3 แบ่งออกเป็น 2 ห้องหลัก ได้แก่ 1.ห้องจัดแสดงหุ่นกระบอกจากชุดตะเลงพ่าย 2.ห้องจัดแสดงหุ่นกระบอกจากเรื่องสามก๊ก พร้อมภาพวาดฝีมือ ‘อาจารย์จักรพันธุ์’ อันถ่ายทอดซึ่งจิตวิญญาณอย่างจริงแท้ ชวนให้ดื่มด่ำความประณีตอ่อนหวาน และที่สำคัญคือการสะท้อนความเป็นไทยอย่างลึกซึ้งผ่านจิตรกรรมไทยประเพณี จิตรกรรมร่วมสมัย อีกทั้งประติมากรรม โดยเฉพาะ ‘หุ่นกระบอก’ ที่ผสมผสานศิลปะหลายแขนง ไม่ว่าจะเป็น นาฏศิลป์ ดุริยางคศิลป์ และงานช่างชั้นสูงที่หลอมรวมไว้ด้วยกันอย่างวิจิตร
ถ่ายทอดความงามในอุดมคติ โดยเฉพาะ สตรีในวรรณคดี ที่ถูกวาดอย่างละเอียดอ่อน งดงาม และเปี่ยมเสน่ห์ จนยากจะละสายตา

นอกจากจินตนาการถึงนางในวรรณคดีอันเป็นแรงบันดาลใจสำคัญแล้ว ยังเขียนรูปจากผู้มีตัวตนจริง หนึ่งในผู้ที่ได้เป็นแบบ คือ อารีย์พร เอี่ยมอิทธิพล นักวาดการ์ตูนชื่อดัง นามปากกา Sofia Pular ซึ่งเล่าจุดเริ่มต้นว่า ได้รู้จักกับอาจารย์จักรพันธุ์ ตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมปลาย โดยมีอาจารย์ที่โรงเรียนซึ่งเป็นผู้มีพระคุณมาเป็นครูสอนเชิดหุ่นอยู่ที่มูลนิธิจักรพันธุ์ จึงได้พามาเชิดหุ่นกระบอกด้วย
วันหนึ่งอาจารย์จักรพันธุ์ชวนขึ้นไปเป็นแบบให้วาด สร้างความตื่นเต้น และความรู้สึกเป็นเกียรติมากที่ครั้งหนึ่งในชีวิตได้เป็นแบบให้ศิลปินชั้นครู
“ภาพหนึ่งใช้เวลาวาด 2-3 วัน ทุกอย่างเต็มไปด้วยความประณีต พิถีพิถัน ตั้งแต่การเลือกสีพื้น และการจัดคอมโพสต์ท่าต่างๆ อาจารย์เคยบอกว่าหน้าของเราคล้ายๆ นางแบบที่อาจารย์เคยดีไซน์ จึงคาดว่าจะเป็นเหตุผลที่ทำให้อาจารย์เลือกมาเป็นแบบ
“จริงๆ แล้วภาพนี้อาจารย์จะมอบให้ แต่ส่วนตัวอยากให้รูปนี้อยู่กับอาจารย์มากกว่า รู้สึกว่าถ้ารูปยังได้อยู่กับศิลปินมันจะมีคุณค่ามากที่สุด เมื่อมีพิพิธภัณฑ์แล้ว เลยได้นำมาจัดแสดง วันนี้ดีใจมาก เพราะรู้จักกับมูลนิธิของอาจารย์จักรพันธุ์มานาน ตั้งแต่อายุ 18 จนปัจจุบันอายุ 34 แล้ว ดีใจที่วันหนึ่งมีมิวเซียมของอาจารย์จักรพันธุ์ขึ้นมาโดยเฉพาะ
อาจารย์ให้ความสำคัญและให้เกียรติกับงานทุกชิ้น เป็นคนมีระเบียบมาก มีวินัยและมีความรักในผลงานของตนเอง อาจารย์ให้คุณค่ากับมันมาก เป็นมิลลิเมตรเลยก็ว่าได้ จึงรู้สึกว่าคุ้มค่ากับการที่มีพิพิธภัณฑ์ เพื่อให้คนได้มาชมผลงานของท่านต่อไปอย่างยาวนาน” อารีย์พรกล่าวด้วยความปลื้มใจ
ในขณะที่โลกหมุนเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว ผลงานของจักรพันธุ์เป็นสิ่งที่ย้ำเตือนว่า ความประณีต ความอดทน และความทุ่มเทให้กับสิ่งที่รัก คือคุณค่าที่ไม่มีวันสลาย

พรหมพร เจริญกิจชัชวาล–เรื่อง
สมจิตร์ ใจชื่น–ภาพ

