หน้าแรก ประชาชื่น แท็งก์ความคิด...

แท็งก์ความคิด : ไอเดียสู้วิกฤต

4.04.26 | 11:03 น.

แท็งก์ความคิด : ไอเดียสู้วิกฤต

ท่ามกลางกระแสเสียงร้องประชดรัฐบาล “รวยไม่ไหวแล้ว” ยังมีอีกหลายเสียงที่ต้องการช่วยหาทางออก

เหตุเพราะสถานการณ์ที่ประสบคือวิกฤตที่คนทั้งชาติกำลังเผชิญหน้า

เผชิญหน้าไปพร้อมๆ กับชาวโลก

จุดเริ่มต้นจากสหรัฐอเมริกาและอิสราเอลบุกอิหร่าน แล้วผลกระทบด้านพลังงาน และอื่นๆ ก็เกิดขึ้น

Advertisement

โลกเข้าสู่ยุควิกฤตซ้ำซ้อน ทั้งเศรษฐกิจเดิมที่ตกต่ำ ทั้งปัญหาใหม่ที่หนุนซ้ำ

ประเทศไทยก็เป็นหนึ่งที่ตกอยู่ในสถานการณ์เช่นนั้น

ดังนั้น หูข้างหนึ่งอาจจะฟังเสียงบ่น เพราะความเดือดร้อน อีกหูหนึ่งก็ต้องแสวงหาทางรอด

ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ บนเวทีกลางมีหลายคนได้ขึ้นไปพูดจาภาษาหนังสือ แต่ฟังๆ แล้วคือการมองความเป็นไปในอนาคต

มองหาทางออกและทางรอดของประเทศ

เวทีหนึ่ง คือ เวทีสัมภาษณ์ ดร.สันติธาร เสถียรไทย ผู้เขียนหนังสือ ‘Future You เราจะเป็นใครในโลกใหม่’

เป้าหมายคือการอธิบายเนื้อหาในหนังสือ แต่คำอธิบายกระตุกต่อมความคิดให้บังเกิด

เบื้องต้น ดร.สันติธารบอกว่า โลกอนาคตที่หลายคนพูดถึงนั้น บัดนี้ได้มาถึงแล้ว

เป็นโลกแห่งการเปลี่ยนแปลงที่ส่งผลกระทบต่อทุกคน

โลกที่ทุกอย่างเชื่อมโยงกันอย่างคาดไม่ถึง โลกที่มีความซับซ้อนทุกมิติ องค์กรที่มีความแตกต่าง เป็นองค์กรที่มีพนักงานครบทั้ง 5 เจเนอเรชั่น

บนความเปลี่ยนแปลงและซับซ้อน ดร.สันติธารเสนอทักษะที่ควรมี 3 ประการ

3 ทักษะ ประกอบด้วย ทักษะนม ทักษะวิสกี้ และทักษะน้ำเปล่า

นม คือ ความรู้ที่มีประโยชน์ แต่หมดอายุเร็ว ต้องหมั่นเติมตลอดเวลา

วิสกี้ คือ ทักษะที่ต้องใช้เวลาบ่ม เช่น การคิดวิเคราะห์ การสื่อสาร หรือความคิดสร้างสรรค์ ซึ่งยิ่งฝึกยิ่งมีค่า และยากที่ AI จะทดแทน

น้ำเปล่า คือ การรู้จักตัวเอง

ขณะที่องค์กร นอกจากรู้เขา รู้เราแล้ว ดร.สันติธารเสนอว่า ควรจะรู้เธอด้วย

นั่นคือ รู้จักลูกค้า รู้จักคู่แข่ง และรู้จักจุดแข็งของเราเอง

จากจุดที่รู้จะนำไปสู่ความแตกต่าง และความแตกต่างที่ดีกว่าจะนำไปสู่ทางรอด

สำหรับประเทศไทยสิ่งที่สำคัญคือความหวัง คือความเชื่อมั่น

อีกสักเวทีที่สำนักพิมพ์มติชนจัดขึ้นในวันต่อมา

เป็นเวทีนั้นได้เชิญ ชาญศิลป์ ตรีนุชกร ดร.แบ๊งค์ งามอรุณโชติ และ ดร.อาร์ม ตั้งนิรันดร มาร่วม มี อภิสิทธิ์ ดุจดา ดำเนินรายการ

หัวข้อยังคงเป็นเรื่องวิกฤต และทางรอด

แต่ละคนต่างมีมุมมองที่แนะนำให้ไทยอยู่รอด

ด้วยความหวังดี

ยกตัวอย่างเพียงคนเดียว คือ ชาญศิลป์ ผู้เขียนหนังสือ พลิกฟ้า ฝ่าวิกฤต การบินไทย

คุณชาญศิลป์ยอมรับว่า ไทยอยู่ในสถานการณ์วิกฤตซ้อนวิกฤตซ้อนวิกฤต

สาเหตุมาจากการขาดความสามารถในการแข่งขัน มีหนี้ครัวเรือนล้น นักลงทุนไม่เชื่อมั่น ไม่มีใครอยากมาลงทุน

ขณะเดียวกัน ไทยยังพึ่งพาต่างประเทศเยอะมาก เห็นชัดๆ ด้านพลังงาน

พอมาเจอกับสถานการณ์ของโลกขณะนี้ ภาคการส่งออกได้รับผลกระทบ การท่องเที่ยวสั่นไหว

หนทางแก้ไข คือ ต้องอยู่ให้ได้

วิธีการที่แนะนำ อาทิ ลงทุนขุดบ่อ เอาดินขึ้นมา แล้วสร้างโซลาร์บนผิวน้ำ

ต่อมาใส่ปลาไปในบ่อ รวมทั้งปลูกพืชผักบนตลิ่ง เอาไว้กิน

เปิดทางให้ อบต.และ อบจ.ดำเนินการ

รวมทั้งผลักดันไบโอแก๊ส ไบโอแมส ในพื้นที่ที่เหมาะสม

ประเทศไทยมีตำบลกว่า 7 หมื่นแห่ง หากแต่ละแห่งผลิตไฟฟ้าจากโซลาร์ได้ประมาณ 10 เมกะวัตต์ จะรองรับได้ราว 5,000 ครัวเรือน

จากนั้นต่อยอด ด้วยการดึงทีมลงทุนเข้ามาพัฒนาโซลาร์ในประเทศ และกระจายความเจริญสู่ภูมิภาค

ผู้สูงอายุที่ยังทำงานได้ อย่าให้เงินฟรีๆ แต่ให้งานท่านทำ

ของดีที่มีอยู่ในท้องถิ่น สินค้า GI เช่น ไข่เค็ม ปลากุเลา ทุเรียน นำมาขาย

ผลิตในพื้นที่แล้วขายทางออนไลน์

เป็นแนวทางตัวอย่างบนไอเดียสู้วิกฤต คือ ไทยต้องอยู่ด้วยกัน ตั้งหลักกันใหม่ และลดการพึ่งพิงต่างประเทศ

นี่แค่ 2 เวทีในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ นี่แค่ย่อไอเดียมาเวทีละ 1 คน

นี่ถ้ารัฐบาลได้รับฟังไอเดียมากกว่านี้ เลือกเอาวิธีที่คิดว่าทำได้และคุ้มค่าที่สุด

ผลักดันจนเกิดเป็นรูปธรรม

แม้จะมีวิกฤตซ้อนวิกฤตซ้อนวิกฤต แต่ก็พอมองเห็นทางที่จะรับมือ

นฤตย์ เสกธีระ