หน้าแรก ประชาชื่น โหราประชาธิปไ...

โหราประชาธิปไตย จาก‘ทำให้ผู้ใหญ่ยิ่งใหญ่’ สู่‘ทำให้ประชาชนเป็นประชาชน’

8.04.26 | 11:28 น.

โหราประชาธิปไตย
จาก‘ทำให้ผู้ใหญ่ยิ่งใหญ่’
สู่‘ทำให้ประชาชนเป็นประชาชน’

โหราประชาธิปไตย (Political Divinations: Making Citizens Sovereign in Buddhist Thailand) โดย Edoardo Siani แปลโดย ปรีดี หงษ์สต้น บรรณาธิการโดย วิราวรรณ นฤปิติ

มาแรงแบบไม่พึ่งมูเตลู

ขึ้นแท่นขายดีเบอร์ต้น ด้วยเนื้อหาเข้มข้นตั้งแต่หน้าปกที่สื่อสัญญะด้วย ‘ดวงเมือง’ ที่ลอยอยู่เหนืออนุสาวรีย์ประชาธิปไตย จนถึงหน้าสุดท้ายก่อนปิดจบด้วย 344 หน้า

ในสังคมไทย การทำนายเป็นเครื่องมือสำคัญของอำนาจ ย้อนกลับไปครั้งอดีต ความรู้ทางโหราศาสตร์ยังถูกใช้โดยกลุ่มชนชั้นนำเพื่อเสริมสร้างอำนาจอธิปไตยตามจักรวาลวิทยาพุทธศาสนา แต่เมื่อเปลี่ยนแปลงการปกครองใน พ.ศ.2475 จนกระทั่งถึงปัจจุบัน ความรู้ทางโหราศาสตร์ได้เข้าถึงคนทุกเพศทุกวัย ทุกชนชั้น และทุกแนวทางการเมืองมากขึ้น แต่ก็ยังคงมีบทบาทในมิติอำนาจการเมืองไม่เสื่อมคลาย

Advertisement

‘โหราประชาธิปไตย’ จะพาผู้อ่านไปพบกับเรื่องราวของการทำนายและอำนาจในประเทศไทย ผ่านข้อมูลต่างๆ ที่ เอโดอาร์โด ซีอานี นักมานุษยวิทยา ได้มาจากการลงพื้นที่มากว่าสิบปี โดยศึกษาตั้งแต่ตลาดหมอดูริมทางเท้าในกรุงเทพฯยามค่ำคืน ไปจนถึงหมอดูชื่อดังในแวดวงชนชั้นสูงที่ให้คำปรึกษาแก่ทหารนายพล นักการเมือง และมหาเศรษฐี

ไม่เพียงเท่านั้น หนังสือเล่มนี้ยังชวนให้เปลี่ยนมุมมองในการวิเคราะห์ผ่านการทำนาย เพื่อสำรวจการเมืองการปกครองควบคู่ไปกับวิธีการเสริมสร้างพลังทั้งในระดับบุคคลและระดับกลุ่มในสังคมพุทธศาสนาสมัยใหม่ นอกจากนี้ ยังได้ติดตามการเปลี่ยนแปลงทางประวัติศาสตร์ รวมถึงพลังของจักรวาลวิทยาศาสนาพุทธที่ครอบงำวิธีคิด ทั้งในการเสริมสร้างอำนาจอธิปไตยของผู้ปกครองและประชาชนพลเมือง

ใน ‘บทนำ’ ของผู้เขียน มีเนื้อหาตอนหนึ่งว่า

การทำนายเป็นสิ่งที่แพร่หลายในระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ในเอเชียตะวันออกเฉียงได้ ที่นับถือพระพุทธศาสนาทั้งในยุคก่อนสมัยใหม่และยุคต้นสมัยใหม่

เดิมทีการพยากรณ์ถือเป็นเครื่องมือทางวัฒนธรรมอย่างหนึ่ง เพื่อสร้างความมั่นคงและเสริมสร้างอำนาจอธิปไตยของชนชั้นสูงผ่านการกระทำการที่สัมพันธ์กับการโคจรของดวงดาวอันเป็นมงคล รวมถึงปรากฏการณ์ทางธรรมชาติอื่นๆ และด้วยความเชื่อในสัมฤทธิผลของการพยากรณ์ที่มีต่อการเมือง บางช่วงเวลามีการสงวนการใช้ศาสตร์นี้ในราชสำนัก และจำกัดการพยากรณ์ที่ไม่ให้ได้รับอนุญาตสำหรับคนทั่วไป

ทว่าในบริบทของประเทศไทย หลังเปลี่ยนแปลงการปกครองเมื่อ พ.ศ.2475 การพยากรณ์กลายเป็นสิ่งที่เปิดกว้างสำหรับทุกคน ไม่ว่าจะเป็นเหล่าทหาร เจ้าสัว นักการเมือง ต่างก็ใช้การพยากรณ์เพื่อผลประโยชน์ในด้านต่างๆ ของตัวเอง

ในขณะที่พลเมืองส่วนใหญ่ก็ใช้เป็นเครื่องมือในการแสวงหาอำนาจส่วนบุคคล ทั้งในด้านอาชีพ การเงิน และความรัก ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา การทำนาย ทายทัก ได้หวนกลับเข้ามาในพื้นที่ทางการเมืองร่วมกันอีกครั้ง ซึ่งอาจจะเรียกในสมัยนี้ว่า “สายมู”

ช่วงต้นทศวรรษ 2540 ชุดคำทำนายต่างๆ เคยคาดการณ์ถึงรุ่งอรุณที่กำลังจะมาถึงของอำนาจอธิปไตยที่ยั่งยืนของปวงชน หลังจากที่ต้องเผชิญกับระบอบเผด็จการมานานหลายทศวรรษ แต่แล้วความหวังดังกล่าวกลับถูกทำลายลงใน พ.ศ.2557 เมื่อเหล่านายพลขุนศึกประกาศรัฐประหารยึดอำนาจการปกครองแทนรัฐบาลพลเรือนที่มาจากการเลือกตั้ง

จากนั้นใน พ.ศ.2563 และ 2564 เกิดการประท้วงครั้งใหญ่ทั่วประเทศโดยกลุ่มเยาวชน เพื่อต่อต้านการแทรกแซงทางการเมืองของกลุ่มชนชั้นนำ ในจุดนี้เองที่นักเคลื่อนไหวบางส่วนได้นำศาสตร์เหล่านี้มาใช้ในการแสดงออกทางการเมืองของตน

พวกเขาได้หยิบฉวยเครื่องมือทางอำนาจของชนชั้นนำมาใช้ เพื่อทำให้เหล่าพลเมืองทั้งหลายตระหนักถึงอำนาจสูงสุดของตนเอง

ในเล่มประกอบด้วย 3 ภาค สุดเข้มข้น ได้แก่

บทนำ

ภาคหนึ่ง ทำให้ผู้ใหญ่ยิ่งใหญ่

1 แข่งดวงดาวแข่งอำนาจ

2 มณฑลจักรวาลใหม่

ภาคสอง ทำให้ผู้น้อยเป็นใหญ่

3 ร่างทรงหมอดู หมอดูร่างทรง

4 สุกสกาวยามค่ำคืน

5 เหนือโลกและแปลกหน้า

ภาคสาม ทำให้ประชาชนเป็นประชาชน

6 สุริยุปราคาเต็มดวง

7 เมื่อฟ้าสีทองผ่องอำไพ

บทสรุป

นับเป็นอีกเล่มที่ไม่ว่าจะเชื่อดวงหรือไม่ ก็ต้องมีไว้ในครอบครอง

สั่งซื้อและติดตามทุกช่องทางของสำนักพิมพ์มติชนที่

Line : @matichonbook

Youtube : @MatichonBooks

Tiktok : @matichonbook

Twitter : @matichonbooks

Instagram : matichonbook

www.matichonbook.com

โทร 0-2589-0020 ต่อ 3350-3360