หน้าแรก ประชาชื่น ‘บ้านม้งไมโคร...

‘บ้านม้งไมโครเวฟ’ ปริศนาการค้นพบแหล่งผลิตเหล็กโบราณแห่งใหม่ ร่วมสมัยราชวงศ์มังราย

10.04.26 | 12:00 น.

การศึกษาทางด้านโบราณโลหะวิทยาอย่างต่อเนื่องกว่า 10 ปีที่ผ่านมาของสำนักศิลปากรที่ 7 เชียงใหม่ พบกลุ่มแหล่งถลุงเหล็กโบราณขนาดใหญ่จำนวนมาก กระจายตัวอยู่ในพื้นที่เทือกเขาสูงสลับซับซ้อนส่วนหนึ่งของแนวเทือกเขาถนนธงชัย การศึกษาหลักฐานทางโบราณคดีร่วมหลักฐานทางประวัติศาสตร์พบข้อมูลบ่งชี้ว่า แหล่งถลุงเหล็กเหล่านี้เกี่ยวข้องกับกลุ่มชาติพันธุ์ลัวะและอยู่ภายใต้การควบคุมดูแลของรัฐบ้านเมืองมาตั้งแต่ช่วงราชวงศ์มังรายปกครองอาณาจักรล้านนา ไม่น้อยกว่า 500 ปีมาแล้ว

สภาพปัจจุบันของพื้นที่ซึ่งปรากฏร่องรอยชุมชนผลิตเหล็กโบราณ

อย่างไรก็ตาม การศึกษาที่ผ่านมายังไม่เคยมีรายงานการค้นพบแหล่งผลิตเหล็กโบราณใกล้เมืองแม่ฮ่องสอนที่ชัดเจนมาก่อน ส่วนใหญ่ปรากฏเพียงข้อมูลในรูปแบบของมุขปาฐะและหลักฐานเล็กน้อยที่เบาบางเท่านั้น จนกระทั่งเมื่อเร็วๆ นี้ สำศิลปากรที่ 7 เชียงใหม่ ได้รับการประสานจากประชาชน ให้เข้าตรวจสอบร่องรอย ‘กลุ่มขี้เหล็ก’ หรือ ‘ขี้แร่’ ที่กระจายตัวอยู่ในพื้นที่อาณาบริเวณของ ‘บ้านม้งไมโครเวฟ’ ตำบลห้วยโป่ง อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน ซึ่งเป็นพื้นที่ยอดดอยสูงหนาวเย็น ห่างจากเมืองแม่ฮ่องสอน ระยะแบบเส้นตรงประมาณ 20 กิโลเมตร

แร่เหล็ก วัตถุดิบสำหรับการถลุงซึ่งพบในพื้นที่แหล่ง

สำรวจ 3.1 หมื่นตารางเมตร ค้นหลักฐาน ‘โลหกรรมโบราณ’

คาบเกี่ยวราชวงศ์มังราย-พม่าครองล้านนา

การสำรวจโดยทีมนักโบราณคดีและภัณฑารักษ์ สำนักศิลปากรที่ 7 เชียงใหม่ พบหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมการอยู่อาศัยร่วมกับกิจกรรมการถลุงเหล็ก กระจายตัวหนาแน่นอยู่เฉพาะจุดสูงสุดของภูเขา ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 31,440 ตารางเมตร โดยมีรายละเอียดหลักฐานทางโบราณคดีที่น่าสนใจ ดังนี้

Advertisement
ชิ้นส่วนภาชนะดินเผาเนื้อแกร่งจากแหล่งเตาเวียงกาหลง

1.หลักฐานที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมด้านโลหกรรมสมัยโบราณ ประกอบด้วย

‘ก้อนตะกรัน (Slag) ลักษณะน้ำตาเทียน’ ที่ปรากฏร่องรอยการไหลเป็นแนวยาว ก้อนตะกรันชนิดนี้มีลักษณะคล้ายแท่ง เป็นตะกรันที่ถูกเจาะระบายให้ไหลออกจากตัวเตา ในกระบวนการถลุงเหล็ก

‘ก้อนตะกรัน ลักษณะคล้ายเลนส์ (plano-convex)’ ปรากฏร่องรอยการก่อตัวภายในหลุมทรงถ้วยก้นตื้น ทุกก้อนมีขนาดที่ใกล้เคียงกัน ตะกรันกลุ่มนี้เกือบทั้งหมดปรากฏลักษณะคล้ายเดือยเล็กๆ ร่วมด้วย

ก้อนตะกรัน ลักษณะคล้ายน้ำตาเทียน

‘ก้อนแร่เหล็ก (Iron Ore)’ มีลักษณะเป็นก้อนแร่ที่มีเนื้อภายในเป็นเกล็ดแร่สีเงิน ผสมกับผงแร่สีแดง แม่เหล็กดูดไม่ติด สันนิษฐานว่าน่าจะเป็นแร่เหล็กกลุ่มฮีมาไทต์ (Hematite) ก้อนแร่เหล็กเหล่านี้ถูกย่อยจากเหมืองให้มีขนาดที่เหมาะสม ก่อนขนย้ายมาจุดถลุง

จากลักษณะทางกายภาพของหลักฐานในภาพรวม พอจะเป็นนัยให้ตั้งข้อสันนิษฐานเบื้องต้นได้ว่า กิจกรรมถลุงเหล็กของพื้นที่บริเวณนี้ในอดีต น่าจะมีการถ่ายทอดองค์ความรู้กันในชุมชนและมีการจัดการเตาถลุงในลักษณะที่ใกล้เคียงกัน ส่งผลให้หลักฐานที่ปรากฏเกือบทั้งหมดมีรูปแบบที่ชัดเจน ใกล้เคียงกัน

2.หลักฐานที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมการอยู่อาศัย ประกอบด้วย

ชิ้นส่วนภาชนะดินเผาเนื้อแกร่งเคลือบผิวจากแหล่งเตาล้านนา เช่น แหล่งเตาเวียงกาหลง แหล่งเตาพาน จังหวัดเชียงราย และแหล่งเตาเมืองลำปาง จังหวัดลำปาง เป็นต้น กำหนดอายุได้ราวพุทธศตวรรษที่ 19-22 และชิ้นส่วนเครื่องถ้วยจีนเขียนลายสีฟ้าใต้เคลือบสมัยราชวงศ์หมิง กำหนดอายุได้ราวพุทธศตวรรษที่ 20-22

จากหลักฐานที่ปรากฏซึ่งสอดคล้องไปในทิศทางเดียวกัน เป็นนัยให้ตั้งข้อสันนิษฐานเบื้องต้นได้ว่า ชุมชนช่างผลิตเหล็กแห่งนี้น่าจะดำเนินกิจกรรมอยู่ในช่วงพุทธศตวรรษที่ 19-22 ร่วมสมัยช่วงราชวงศ์มังรายปกครองล้านนา และอาจคาบเกี่ยวต่อเนื่องมาจนกระทั่งช่วงพม่าปกครองล้านนา

ก้อนตะกรัน (Slag) ลักษณะคล้ายเลนส์

เปิดผลเอกซเรย์ สะท้อน ‘องค์ความรู้’

เข้าถึงทรัพยากรเหล็ก ‘คุณภาพสูง’

การศึกษาวิเคราะห์ทางวิทยาศาสตร์ด้วยวิธี X-ray fluorescence (XRF) โดยใช้ตัวอย่างหลักฐานทางโบราณคดี 3 ตัวอย่างที่พบภายในพื้นที่แหล่ง มีผลการวิเคราะห์เบื้องต้นดังนี้

1.ตัวอย่างแร่เหล็ก พบว่ามีปริมาณธาตุ 3 ลำดับแรก คือ เหล็ก 90.77% อะลูมิเนียม 4.19% ซิลิกอน 3.72%

2.ตัวอย่างก้อนตะกรัน (Slag) ลักษณะคล้ายเลนส์ (plano-convex) ชิ้นที่ 1 พบว่ามีปริมาณธาตุ 4 ลำดับแรก คือ เหล็ก 74.36% ซิลิกอน 13.97% อลูมิเนียม 6.40% และแมงกานีส 2.69%

3.ตัวอย่างก้อนตะกรัน (Slag) ลักษณะคล้ายเลนส์ (plano-convex) ชิ้นที่ 2 พบว่ามีปริมาณธาตุ 4 ลำดับแรก คือ เหล็ก 66.54% อะลูมิเนียม 4.94% ซิลิกอน 3.69% และแมงกานีส 1.07%

ภาพอีกด้านของก้อนตะกรันลักษณะคล้ายเลนส์

จากผลการตรวจสอบข้างต้นสามารถตีความเบื้องต้นได้ว่า แร่เหล็กที่นำมาใช้เป็นวัตถุดิบในการถลุงสมัยโบราณจัดอยู่ในกลุ่มแร่ที่มีคุณภาพสูง (มีปริมาณธาตุเหล็กสูงกว่า 65%) แสดงให้เห็นว่ากลุ่มคนผลิตเหล็กสมัยโบราณในพื้นที่แห่งนี้มีองค์ความรู้ในการแสวงหาแหล่งทรัพยากรเป็นอย่างดีและสามารถเข้าถึงแหล่งทรัพยากรคุณภาพสูงได้

ตัวอย่างตะกรัน ลักษณะคล้ายเลนส์ (plano-convex) น่าจะเกิดขึ้นจากกิจกรรมการถลุงเหล็กเทคนิคแบบทางตรง (Direct Iron Smelting Process) ที่ได้ผลผลิตเป็นก้อนโลหะเหล็กรูปทรงคล้ายฟองน้ำ นอกจากนี้การพบว่ายังมีเหล็กหลงเหลืออยู่ในตะกรันปริมาณมาก บ่งชี้ว่าช่างทำเหล็กสมัยโบราณอาจไม่ได้ให้ความสำคัญกับกระบวนการควบคุมเตาถลุงมากนัก อาจเนื่องด้วยสามารถเข้าถึงแหล่งทรัพยากรได้ไม่ยากนัก

การพบธาตุแมงกานีสในตะกรันแต่กลับไม่พบธาตุแมงกานีสในตัวอย่างแร่เหล็ก ให้นัยว่า ช่างทำเหล็กอาจใช้ทรัพยากรแร่เหล็กที่หลากหลายมากกว่า 1 แหล่ง ซึ่งอาจมีทั้งแหล่งแร่เหล็กบริสุทธิ์คุณภาพสูง และแหล่งแร่เหล็กที่เกิดขึ้นร่วมกับแร่แมงกานีส

กลุ่มก้อนตะกรันลักษณะคล้ายเลนส์

อัตลักษณ์แตกต่าง

ทิ้งปริศนาสะท้อนนัยอำนาจ ‘ควบคุมผลิตเหล็ก’?

ข้อค้นพบสำคัญครั้งนี้ คือ การวิเคราะห์เชื่อมโยงกับแหล่งถลุงเหล็กอื่นๆ ใกล้เคียง จากลักษณะหลักฐานและค่าอายุเบื้องต้นที่ปรากฏ บ่งชี้ว่าร่องรอยชุมชนช่างผลิตเหล็กที่ในพื้นที่บ้านม้งไมโครเวฟแห่งนี้ มีพฤติกรรมในการทำกิจกรรมด้านโลหกรรมร่วมในพื้นที่อยู่อาศัย โดยน่าจะเกิดขึ้นในช่วงพุทธศตวรรษ 19-22 ลักษณะดังกล่าวมีความใกล้เคียงกับกลุ่มแหล่งถลุงเหล็กโบราณดอยแม่โถอำเภอฮอด และกลุ่มแหล่งถลุงเหล็กโบราณเชิงดอยคำ-ดอยเหล็ก อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่

กลุ่มก้อนตะกรันลักษณะคล้ายน้ำตาเทียน

อย่างไรก็ตามสิ่งที่แหล่งถลุงเหล็กโบราณพื้นที่บ้านม้งไมโครเวฟ พบไม่เหมือนแหล่งโบราณคดีอื่นๆ คือ การไม่ปรากฏท่อเดิมอากาศดินเผา (Tuyere) ทั้งที่จริงแล้วหลักฐานชิ้นนี้พบได้ทั่วไปในแหล่งถลุงเหล็กสมัยประวัติศาสตร์ของดินแดนล้านนา

จากลักษณะที่ปรากฏจึงให้นัยเบื้องต้นได้ว่า กลุ่มช่างถลุงเหล็กในอดีตที่บ้านม้งไมโครเวฟแห่งนี้ อาจมีชุดองค์ความรู้หรือเทคนิคการถลุงเหล็กบางประการที่แตกต่างกับช่างถลุงเหล็กกลุ่มอื่นๆ ในดินแดนล้านนา และอาจสะท้อนนัยไปถึงอำนาจการควบคุมการผลิตเหล็กของรัฐบ้านเมืองสมัยล้านนาซึ่งจะต้องมีการศึกษาทางวิทยาศาสตร์เชิงลึกเพื่อตอบคำถามในประเด็นนี้ให้มีความกระจ่างต่อไป