แท็งก์ความคิด : เรื่องของ ‘พี่ตึก’
วันส่งท้ายเทศกาลสงกรานต์ปีนี้ ได้รับข่าวเศร้า “สิ้น สุชาติ ศรีสุวรรณ อดีต บก.มติชน”
ตำแหน่งก่อนเสียชีวิตคือที่ปรึกษาบริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) แต่ก่อนหน้านี้เป็นมาหลายตำแหน่ง
ทั้งดูงานสำนักพิมพ์มติชน ดูงานมติชนอคาเดมี่ ดูงานมติชนทีวี
แต่ด้วยความที่ร่วมงานมาด้วยกันในกองบรรณาธิการมติชน จึงคุ้นเคยกับตำแหน่งอดีตบรรณาธิการมากเป็นพิเศษ
สุชาติ ศรีสุวรรณ หรือที่น้องๆ เรียกว่า “พี่ตึก” เป็นคนตัวโต เสียงดัง หลายคนที่ไม่คุ้นเคยอาจกลัว แต่หากได้พูดคุยจะสนิทสนม
เป็นคนที่มีประสบการณ์ตรงมามาก และชอบอ่านหนังสือ ตลอดจนค้นคว้าหาความรู้อยู่เนืองๆ
เป็นที่รู้กันว่า พี่ตึกเป็นคนชอบเขียน และรักวิชาชีพหนังสือพิมพ์
ได้ยินว่า พี่ตึกทำหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นที่ชลบุรีมาก่อน
คำว่า “ทำหนังสือพิมพ์” หมายถึงเขียนทั้งข่าว รายงาน สัมภาษณ์ และอื่นๆ เรียกได้ว่า อยู่คนเดียวก็ปิดหนังสือพิมพ์ทั้งฉบับได้
นิสัยรักการอ่าน ชอบการเขียน ติดตัวมาจนถึงวันนี้
จากข่าวที่ปรากฏ แม้แต่วันสุดท้ายของชีวิต พี่ตึกก็ยังเขียนต้นฉบับเตรียมส่งมติชนสุดสัปดาห์
ส่วนมติชนรายวันนั้น มีนามปากกา เช่น ชโลทร การ์ตอง
คอลัมน์หนึ่งในมติชนรายวัน คือ “จันทร์รอน” ที่พูดถึงการดำรงชีวิตตามวิถีธรรม
อ่านแล้วรู้สึกดี และช่วยให้เข้าใจชีวิตที่ดำเนินไปตามธรรมชาติ
เรื่องคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า พี่ตึกสนใจศึกษามานาน และเรียนรู้มามาก
เอ่ยถึงคำสอนของพระสงฆ์ อาทิ พระอาจารย์พุธ พระอาจารย์คึกฤทธิ์ พระอาจารย์ปราโมทย์ และอีกหลายรูป ทั้งที่มีชีวิตอยู่ และมรณภาพไปแล้ว ถ้าถามพี่ตึก จะได้รับคำตอบว่า ฟังอยู่เรื่อยๆ
หากวันไหนได้พูดคุยแลกเปลี่ยนกันเรื่องนี้ ขอบอกเลยว่าคุยกันยาว
คุยกันจนรู้ว่า นอกจากพี่ตึกศึกษาด้วยการอ่าน การฟัง แล้วยังปฏิบัติเองอยู่เป็นประจำ
ในช่วงที่อาการเจ็บป่วยกำเริบ จนเข้าขั้นวิกฤต หนักถึงหนักมาก เข้าใจว่าพี่ตึกได้นำสิ่งที่ได้ศึกษาและปฏิบัติมาใช้
ทั้งสติ ทั้งสัมปชัญญะ อยู่ครบ
เข้าใจใน รูป เวทนา สัญญา สังขาร และวิญญาณ
เข้าใจใน อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา
เคยสอบถามเรื่อง “แยกขันธ์” พี่เขาไม่ตอบอะไร แต่พูดเรื่องนั้นได้ไม่หยุด ทำให้เชื่อว่า เออนั่นแหละน่าจะได้นะ
ไม่ใช่เฉพาะเรื่องธรรมะที่คุยกับพี่ตึกได้ แต่แทบทุกเรื่องสามารถแลกเปลี่ยน
แม้อายุพี่ตึกจะเพิ่มขึ้นตามกาลเวลา แต่ความสนใจใน “ของใหม่” ไม่หมดสิ้น
วันที่อินเตอร์เน็ตเข้ามาป้วนเปี้ยนในชีวิต พี่ตึกเป็นคนที่ใช้เวลากับอินเตอร์เน็ตมาก
ความรู้ที่ได้จากเทคโนโลยีตอนนั้น เริ่มนำมาปรับใช้กับงานข่าว
สำหรับพี่ตึกกับมติชนนั้น ต้องขอบอกว่ารักหมดใจ
นับตั้งแต่ควบรถจักรยานยนต์มาสมัครเป็นนักข่าว และทำงานมาจนถึงปัจจุบัน หัวข้อสนทนาบนโต๊ะอาหารต้องมีเรื่องการพัฒนางานของมติชนสอดแทรกอยู่ทุกครั้ง
ทำได้บ้าง ทำไม่ได้บ้าง แต่มีความพยายามทำตลอดเวลา
พี่ตึกเข้าใจในเรื่อง “เป็นผู้ช่วยกันและกัน” เป็นอย่างดี
คุณสมบัติเช่นนี้นี่เองที่ทำให้เป็นที่ปรึกษาของคนหลายคน และเป็นที่รักของคนเหล่านั้น
ช่วงท้ายๆ ที่อาการพี่ตึกทรุดตามอาการโรคหัวใจ พี่ตึกต้องห่างหายไปจากผู้คน
แต่ไม่เคยหายห่างไปจากการทำงาน
งานเขียนทุกชิ้นส่งตรงเวลา คุณภาพงานเขียนเต็มไปด้วยอุดมการณ์
อยากเห็นประเทศไทยเจริญรุ่งเรือง
ตั้งใจแสดงความคิดเห็น เพื่อประโยชน์คนส่วนใหญ่
แม้น้องๆ ในกอง บก.บอกให้พักผ่อน แต่เสียงทางโทรศัพท์ที่ตอบกลับ คือ “ไม่เป็นไร ผมยังเขียนได้”
วันที่ 15 เมษายน ทราบมาว่าพี่ตึกตื่นตอนตี 4 และตั้งใจจะปิดต้นฉบับเพื่อส่งมติชนสุดสัปดาห์
แต่อาจเป็นเพราะอาการของโรครุนแรงเกินกว่าร่างกายจะสู้ไหว
สุดท้ายพี่ตึกก็จากไปอย่างสงบ
ถือว่าได้ทำงานในวิชาชีพจนถึงวันสุดท้าย
แม้จะรู้ว่าวันเช่นนี้ต้องมาถึงสักวัน แต่พอวันที่ว่ามาถึงจริงก็อดใจหายไม่ได้
ขอขอบคุณพี่ตึกที่เกื้อหนุนกันมาโดยตลอด
ขอให้เดินทางสู่ภพภูมิที่ดีงาม
นฤตย์ เสกธีระ

