หน้าแรก ประชาชื่น แสนแสบ วันนี้...

แสนแสบ วันนี้ บำบัดน้ำเสีย 49% ทางเดินเลียบคลอง 47 กม. ทำทุกทางโดยไม่ตัดต้นไม้

18.04.26 | 12:00 น.

แสนแสบ วันนี้ บำบัดน้ำเสีย 49% ทางเดินเลียบคลอง 47 กม. ทำทุกทางโดยไม่ตัดต้นไม้

เพิ่งพายเรือรณรงค์ กาเห็นชอบ ไปเมื่อช่วงต้นปี

ล่าสุด รศ.ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล ฝีพายประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จับไม้พายกระชับมั่น ไม่ทิ้งความขยัน รักษ์สิ่งแวดล้อม ชนหมัด ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ที่ชาวกรุงกำลังลุ้นตัวโก่งว่าจะลงรับสมัครเลือกตั้งผู้ว่าฯคนต่อไปหรือไม่ หลังครบวาระในวันที่ 21 พฤษภาคมนี้เรียกได้ว่าอีกเพียงไม่กี่อึดใจ

ทว่า ก่อนจะถึงวันนั้น ทั้งคู่คว้า ‘โอกาสทอง’ ที่กล่าวกันว่ามีเพียง 3 วันใน 1 ปี นั่นคือช่วงหยุดยาว 13-15 เมษายน จัดกิจกรรม ‘พายเรือเก็บขยะคลองแสนแสบ’ เนื่องด้วยคลองแสนแสบที่พลุกพล่านในทุกวันจะเงียบสงบลง เมื่อเรือโดยสารหยุดให้บริการในช่วงสงกรานต์

Advertisement

นี่ไม่ใช่อีเวนต์ทำเอาเท่ แต่เป็นส่วนหนึ่งของรายวิชา การให้บริการกฎหมายเพื่อสังคม คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยมีเป้าหมายหลักคือ การบังคับใช้กฎหมาย เพื่อรณรงค์และสร้างความเข้าใจเรื่องกฎหมายที่ห้ามทิ้งขยะและปล่อยน้ำเสียลงแหล่งน้ำสาธารณะ รวมถึงการปลุกพลังชุมชน เพื่อเชื่อมโยงคนรุ่นใหม่และชาวบ้านในชุมชนริมคลองให้หันมาดูแลรักษาความสะอาดอย่างยั่งยืน ปลุกจิตสำนึกในการรักษาลำคลอง

พายอย่างรัว เก็บขยะอย่างฉ่ำ

เน้นย้ำปลูกสำนึกอนุรักษ์

ช่วงสายของวันที่ 15 เมษายนที่ผ่านมา ผู้ว่าฯชัชชาติเป็นประธานกล่าวเปิดกิจกรรมดังกล่าว ร่วมด้วย ศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร โดย รศ.ดร.ปริญญา รับบทแกนนำ (ทีม) นักพาย ซึ่งประกอบด้วยเหล่า คณาจารย์และนักศึกษา รวมกว่า 30 คน ช่วยกันเก็บขยะคลองแสนแสบ ตั้งแต่บริเวณท่าเรือชิดลม ใจกลางความเจริญยุคใหม่ในย่านปทุมวัน ยิงยาวถึงป้อมมหากาฬ สวนสาธารณะอันเคยเป็นที่ตั้งของชุมชนชานพระนครแห่งสุดท้าย ทว่า ถูกหน่วยงานรัฐ อย่างกรุงเทพมหานคร บังคับใช้กฎหมายให้รื้อย้ายออกไปจนหมดเกลี้ยง เมื่อช่วงหลังสงกรานต์เมื่อ 7 ปีก่อน นั่นคือเดือนเมษายน 2561

ผู้ว่าฯชัชชาติกล่าวในตอนหนึ่งว่า ยินดีที่ได้มาร่วมกิจกรรมในวันนี้ และขอขอบคุณทุกภาคส่วน ทุกหน่วยงาน ที่มาร่วมมือกัน การดำเนินกิจกรรมครั้งนี้ถือเป็นภาพสะท้อนให้เห็นถึงความร่วมมือร่วมใจของทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคการศึกษา และภาคประชาชน ในการร่วมกันส่งเสริมการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและสร้างจิตสำนึกในการดูแลรักษาความสะอาดของแหล่งน้ำในชุมชน ตลอดจนเพื่อสร้างการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน และเมื่อคลองสะอาดสวยงาม ก็จะดีต่อพวกเราทุกคน และดีต่อเมืองด้วย

ทั้งนี้ ระหว่างเส้นทางเก็บขยะ ยังมีการแวะพักพูดคุยกับ 2 ชุมชนเก่าแก่ริมคลอง ได้แก่ ‘ชุมชนบ้านครัวใต้’ และ ‘ชุมชนมัสยิดมหานาค’ เรื่องการอนุรักษ์คลองแสนแสบ

งานนี้ รองผู้ว่าฯศานนท์ร่วมพาย SUP Board ตลอดเส้นทางอีกด้วย

อัพเดต ‘ทางเดินริมน้ำ’ 47 กม.

ปลอดภัย วิวดี มีอันซีน

ครั้นเงยหน้าจากในคลอง มอง ‘ทางเดินริมน้ำ’ แน่นอนว่าภูมิทัศน์ดูดีต่อสายตากว่าเมื่อก่อน

ย้อนไปเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ผู้ว่าฯชัชชาติ ควง วิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าฯกทม. ลงพื้นที่เกาะติดการปรับปรุงภูมิทัศน์และพัฒนาทางเดินริมคลองแสนแสบ โดยมุ่งหวังให้ประชาชนได้ใช้เป็นทางเลือกในการสัญจรไปมาได้สะดวก ปลอดภัย และสามารถใช้เป็นพื้นที่ในการออกกำลังกายแบบวิวดี มี Unseen Bangkok ให้ได้ชม

ทางเดินเลียบคลองแสนแสบ มีระยะทางประมาณ 47 กิโลเมตร ดำเนินการแล้วประมาณ 32 กิโลเมตร (ข้อมูลเมื่อ ก.พ.69) โดยโครงการกำลังดำเนินงานต่อไปจนถึงสะพานหัวช้างและผ่านฟ้าซึ่งมีการเชื่อมต่อกันแล้ว แต่ยังมีจุดที่ติดขัด 1 จุด คือบริเวณทาง
รถไฟ โดยเป้าหมายการเชื่อมต่อต้องมีความต่อเนื่องตลอดสาย ตั้งแต่ผ่านฟ้ายาวไปจนถึงอโศก และต่อเนื่องไปจนถึงบางกะปิและมีนบุรี

‘จะทำทุกทางโดยไม่ตัด’ ชัชชาติย้ำชัด

ต้นไม้คือสมบัติของเมือง

นอกจากนี้ ที่ต้องปรบมือให้พร้อมจัดไฮไลต์หลายๆ เส้น คือการเน้นย้ำของผู้ว่าฯชัชชาติ ซึ่งกล่าวชัดเจนว่า ห้ามตัดต้นไม้ และจะทำทุกทางโดยไม่ตัด

“ห้ามตัดต้นไม้ เพราะเป็นสมบัติของเมือง เราจะทำทุกทางโดยที่ไม่ตัด เพราะต้นไม้มาก่อนเรา หากจำเป็นต้องเคลื่อนย้ายจริงๆ ก็ต้องล้อมออกไป”

หากโครงการใดที่มีต้นไม้ขวางทางจะทำการปรับแบบทางเดินให้หลบหลีก ใช้วิธี ‘เดินอ้อม’

กลับมาที่เรื่องขยะในน้ำและการบำบัดน้ำเสีย ข้อมูลจากกรุงเทพมหานครระบุว่า สามารถบำบัดได้ประมาณ 49% ของปริมาณน้ำเสียทั้งหมด

การก่อสร้างปล่องรับน้ำเสีย (Shaft) ที่มีความลึกประมาณ 30 เมตร มีส่วนสำคัญในการปรับปรุงสภาพน้ำและบรรยากาศรอบคลองแสนแสบให้ดีขึ้น ปล่องเหล่านี้จะทำหน้าที่รวบรวมน้ำเสียจากอาคารและตึกต่างๆ ในพื้นที่ เพื่อส่งผ่านท่อที่วางอยู่ใต้คลองไปบำบัดที่บ่อดักน้ำเสียที่ดินแดง เมื่อมีการรวบรวมน้ำเสียไปบำบัด แทนที่จะปล่อยลงสู่คลองโดยตรง ทำให้คลองไม่เหม็น เพราะน้ำเสียที่เคยเป็นสาเหตุของมลภาวะถูกแยกออกไปจัดการในระบบบำบัด

จากการปรับปรุงเชิงโครงสร้างเหล่านี้ รวมถึงการขุดลอกคลองให้ลึกขึ้นและการขยายความกว้างของคลอง ทำให้สภาพของคลองในปัจจุบันดูดีขึ้นผิดหูผิดตา

นับเป็นเรื่องราวดีๆ ที่ปลอบประโลมผู้คนในช่วงเวลาที่ค่าโดยสารเรือคลองแสนแสบ อั้นไม่ไหว ขึ้นราคารัวๆ จากวิกฤตพลังงาน

ทีมข่าวเฉพาะกิจ