หน้าแรก ประชาชื่น ‘เจ๊ต๊อกแต๊ก’...

‘เจ๊ต๊อกแต๊ก’ จากพนักงานหน่วยภาครัฐมั่นคง สู่ชีวิตหลังครกที่เปลี่ยนไปตลอดกาล

23.04.26 | 11:59 น.
‘เจ๊ต๊อกแต๊ก’ จากพนักงานหน่วยภาครัฐมั่นคง สู่ชีวิตหลังครกที่เปลี่ยนไปตลอดกาล

‘เจ๊ต๊อกแต๊ก’ จากพนักงานหน่วยภาครัฐมั่นคง
สู่ชีวิตหลังครกที่เปลี่ยนไปตลอดกาล

จะมีแม่ค้าร้านส้มตำสักกี่คนที่แค่ได้ยินเสียงก็รู้ทันทีว่าเป็นใคร ชีวิตคนหนึ่งที่ผ่านมาหลากหลายอาชีพตั้งแต่พนักงานโรงงานจนไปสู่พนักงานภาครัฐ ฟังดูเหมือนว่าชีวิตกำลังไปได้ด้วยดีกับการเป็นข้าราชการอาชีพที่มั่นคง แต่จังหวะชีวิตได้ทำให้เห็นว่าจุดสูงสุดของ “เจ๊ต๊อกแต๊ก พรปวีณ์ กิจทรัพย์บารมี” เริ่มต้นมาจากหลังครกกับการรังสรรค์อาหารอีสานสุดแซ่บ ซึ่งปัจจุบันเป็นเจ้าของร้านแรดแซ่บนัวบันเทิงศิลป์ที่มียอดขายกว่า 500 จาน ไม่ว่าใครก็ต้องรู้จักเพราะไม่ได้มีดีแค่เมนูอาหาร แต่ความโดดเด่นที่หลายคนชื่นชอบมาจากคาแร็กเตอร์ลีลาการขายของที่ไม่ธรรมดา เรียกได้ว่าเป็นการเพิ่มอรรถรสให้ลูกค้าก่อนรับประทานอาหารเป็นอย่างดี แต่ถึงอย่างไรเส้นทางความสำเร็จนี้ก็ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบเหมือนกับทุกคน

จุดเริ่มแรกของร้านส้มตำเล็กๆ ในตลาดน้ำที่ขาดทุนขายไม่ได้ เพราะไม่มีใครรู้จัก ขายได้จำนวนออเดอร์เพียงหลักหน่วยเท่านั้น ซึ่งคนอุดหนุนก็ไม่ใช่คนอื่นคนไกลมีเพียงเพื่อนและคนรู้จักที่เข้ามาช่วยซื้อเพื่อให้ร้านได้ดำรงต่อไป โดยช่วงเวลาแห่งความยากลำบากนี้กินเวลาไปถึง 4 เดือน ในขณะที่ทุกอย่างที่กำลังดูเหมือนจะถึงจุดจบแต่กลับกลายเป็นใบเบิกทางใหม่ของชีวิต แรงฮึดครั้งนี้ได้เปลี่ยนไปตลอดกาลจากการปักหลักขายประจำอยู่ที่ร้าน เจ๊ต๊อกแต๊กเริ่มเดินตระเวนขายแต่งตัวชุดไทยผ้าไหมอิตาลีที่ใส่ประจำพร้อมถือถาดใส่จานส้มตำและตะโกนวลีเด็ดที่หลายคนคุ้นหูว่า “เริ่ดๆ ค่ะ ผู้ชายกินฟรี ชะนีแถมพิษ เริ่ดๆ ค่ะ” สร้างภาพจำให้ทุกคนที่ผ่านมาพร้อมใจกันยกโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายลงโซเชียลเป็นไวรัลในข้ามคืน ทั้งยังมีการไลฟ์สดลงเฟซบุ๊กตั้งแต่ปี 2560 ในช่วงแรกช่องไลฟ์เงียบเหงาไร้คนชม จนความพยายามไม่เคยทอดทิ้ง แล้วเห็นผลในที่สุด หลังจากที่เริ่มเป็นกระแสผู้คนก็แห่เข้ามาในช่องไลฟ์ และเริ่มไลฟ์สดทุกวันตั้งแต่ช่วงเวลาเปิดร้าน 04.00 น. จนถึงปิดร้านเล่นทำเอาโทรศัพท์น็อกคาที่ แต่ด้วยความเป็นเจ๊ต๊อกแต๊กย่อมไม่หยุดอยู่กับที่ยังคงสร้างเพจเฟซบุ๊กตามมา เพื่อลงคลิปถ่ายทำประจำวันภายในร้าน เรียกได้ว่าเป็นจุดเริ่มต้นของความเป็นแม่ค้าร้านส้มตำธรรมดาในตลาดน้ำก้าวไปอีกขั้นในการเป็น “อินฟลูเอนเซอร์” ทำให้หลายคนรู้จักและเพิ่มฐานแฟนคลับมากยิ่งขึ้น แม้กระแสจะมีอย่างต่อเนื่อง แต่หากรสชาติอาหารไม่ถูกปากคงไม่ดำเนินมาได้ถึงทุกวันนี้ ในทุกขั้นตอนตั้งแต่คัดเลือกวัตถุดิบจนอาหารสำเร็จ มีรายละเอียดยิบย่อยที่เรียนรู้ผ่านมาจากประสบการณ์การทำอาหารอีสานนี้มาโดยตรง เพราะรังสรรค์ทุกเมนูด้วยใจรัก หากพบเจออุปสรรคไม่ว่าจะด้านเศรษฐกิจข้าวของแพง หรือระหว่างการทำอาหารอาจเกิดปัญหาที่ไม่คาดคิด ก็มีภูมิคุ้มกันหาทางออกมีวิธีแก้ไขได้ทันในทุกด้าน ทำให้เจ๊ต๊อกแต๊กไม่ใช่แค่แม่ค้าขายส้มตำทั่วไป แต่ยังเป็นผู้ประกอบการที่สมบูรณ์แบบอย่างแท้จริง ทวีไปกับคาแร็กเตอร์ที่โดดเด่นทำให้เป็นดาวเด่นแห่งวงการร้านอาหารอีสานเลยก็ว่าได้ ซึ่งถ้าหากให้ขนานนามคงต้องใช้คำว่า แม้ชีวิตไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ แต่ชีวิตนี้โรยด้วยเส้นมะละกอพร้อมกับทำท่าที่หลายคนคุ้นเคยกับการโปรยเส้นมะละกอ
ตามสเต็ปเจ๊ต๊อกแต๊ก ดูถึงจุดนี้หลายคนคงคิดว่าชีวิตเธอคงอยู่ในจุดสูงสุด แต่ยังมีอีกหนึ่งความฝันที่ได้ผุดขึ้นมาในระหว่างที่ร้านเติบโต คือการที่ได้ส่งมอบสิ่งที่มีค่าอย่างอาชีพทำมาค้าขายที่เปลี่ยนชีวิตเธอไปตลอดกาลให้กับผู้อื่นได้ต่อยอดไว้ทำกิน โดยมีเจตจำนงที่อยากถ่ายทอดให้เป็นผู้ประกอบการร้านส้มตำที่ดี พร้อมเผยทุกเคล็ดลับ “ตำอย่างไรให้ลูกค้าติดใจ มา 10 คน ต้องซื้อทั้ง 10 คน” ทางมติชนอคาเดมีได้มีโอกาสสานฝันตรงนี้ให้เกิดขึ้นจริง ร่วมกันกับเจ๊ต๊อกแต๊กเปิดหลักสูตรสอนการทำอาหารอีสานเมนูภายในร้านที่ยอดขายปังรสชาติคงที่ แซ่บ เด็ด จนลูกค้าติดใจต้องกลับมาทานซ้ำ

เหมือนกันกับที่มีการเรียกร้องให้เจ๊ต๊อกแต๊กกลับมาเปิดหลักสูตรอีกครั้ง ซึ่งเป็นหลักสูตรที่มีคนเข้าเรียนจำนวนมากเป็นอันดับต้นๆ รวมถึงเป็น 1 วันที่เปลี่ยนชีวิตใครไปหลายคนหลังจากเข้าเรียนครั้งที่แล้ว จุดนี้จึงเป็นจุดที่ทำให้เจ๊ต๊อกแต๊กยิ่งมีแรงผลักดันเพื่อสานต่อเจตนารมณ์ในการแบ่งปันอาชีพทำกินทำขายนี้ให้กับหลายบ้าน รวมถึงเน้นว่าการที่ทุกคนได้เข้ามาเรียนไม่เท่ากับการซื้อแฟรนไชส์ ถ้าให้เปรียบเทียบก็เหมือนการเดินทางไกลที่รู้ปลายทาง รู้จุดหมายพร้อมพุ่งตรงไปที่เส้นชัย ไม่ต้องเสียเวลาหาจุดหมายด้วยตนเองที่บางทีผลอาจจะออกมาไม่สำเร็จจนต้องเสียเวลาเริ่มต้นใหม่ แต่การที่ได้เข้ามาเรียนเพียงวันเดียวก็สามารถนำไปเปิดร้านหรือทำทานเองได้ โดยรู้ครบทุกเทคนิคที่ไม่ใช่เพียงแค่วิธีการทำอาหารแต่รวมถึงวิธีการคิดในแบบของผู้ประกอบการที่ไม่สามารถทราบได้ด้วยตนเองหรือสื่ออินเตอร์เน็ตทั่วไป สำคัญทุกคนจะได้สัมผัสถึงแรงบันดาลใจจากเจ๊ต๊อกแต๊กเกี่ยวกับการทำงานที่ไม่เคยหยุดนิ่ง พร้อมการันตีว่าหลังเรียนจบสามารถนำไปต่อยอดในอาชีพได้เลย เพราะเจ๊ต๊อกแต๊กได้แสดงให้เห็นเป็นตัวอย่างแล้วว่าชีวิตที่ประสบความสำเร็จนี้ เกิดขึ้นจากหลังครกและสากกับเมนูที่อยู่คู่คนไทยมานานเป็นที่นิยมอย่างมากในทุกยุคสมัย นั่นคือเมนูอาหารอีสานบ้านเฮา ส้มตำ ตำบักหุ่ง ไม่ว่าอย่างไรก็ขายได้ยิ่งถ้าหากได้สูตรจากทางร้านแรดแซ่บนัวบันเทิงศิลป์ที่ลูกค้าไม่เคยทิ้งหายไปไหนกลับไป เตรียมรอดูความเปลี่ยนแปลงของชีวิตได้เลยกับการกลับมาอีกครั้งของ “เจ๊ต๊อกแต๊ก”

ถ้าอยากชีวิตเปลี่ยนไปตลอดกาล มาพบกับหลักสูตร 12 เชฟ 12 เดือน ส้มตำพลิกชีวิต พร้อม 15 เมนูสุดแซ่บ พิเศษสอนปรุงน้ำปลาร้า และเทคนิคไลฟ์สดเรียกลูกค้า ในวันอาทิตย์ที่ 26 เมษายน 2569 เวลา 09.00-15.00 น. ณ ศูนย์อาชีพและธุรกิจมติชน (มติชนอคาเดมี)

Advertisement

ชนิภา ชุมพล ณ อยุธยา